breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" เทวดาของบาร์ซ่า "

อัพเดตเมื่อ : January 14, 2020 11:59pm โดย : admin

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้ชื่อว่าเป็นกุนซืออัจฉริยะ มีทั้งการคิดแผนการเล่นที่ผิดความคาดหมาย มีทั้งการสอนนักเตะแบบตัวต่อตัว ใกล้ชิด

อดีตเทรนเนอร์บาร์ซ่า ได้รับอิทธิพลมาจากเทรนเนอร์และกุนซือหลายคน หากมองในเรื่องทฤษฎีฟุตบอลสุดบ้าคลั่ง ความแปลกใหม่ ต้องนึกถึง มาร์เซโล่ บิเอลซ่า คนที่เขายกย่องอย่างมาก

ทว่าอีกส่วน ในเรื่องการสอนนักเตะถึงเนื้อถึงตัว ลงไปในรายละเอียดการเล่น เป๊ป ย่อมได้มาจากกุนซือผู้ให้โอกาสเขา มองเห็นแววเขามาตั้งแต่เป็นนักเตะเยาวชน

เทรนเนอร์ผู้เข้ามาเปลี่ยนแปลงบาร์เซโลน่า จากยักษ์หลับให้ผงาดกลับสู่ความยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงอีกครั้ง ... โยฮัน ครัยฟ์

นักเตะเทวดาผู้สวมหมายเลข 14 ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะทั้งในและนอกสนาม ทั้งในฐานะนักเตะและผู้จัดการทีม



ครัยฟ์ เคยเล่นให้บาร์ซ่า และในที่สุดก็ถูกเลือกมาคุมบาร์ซ่า โดยประธานสโมสร โจเซป หลุยส์ นูนเญซ ในปี 1988

ขณะนั้น มีเหตุการณ์ที่เรียกว่า  Hesperia Mutiny นักเตะบาร์ซ่ายกขโยงกันประท้วงไม่เอาประธานสโมสร นูนเญซ ผลสรุปคือ นักเตะและโค้ชทั้งสิ้น 14 คนโดนอัปเปหิ ออกจากสโมสร ตอนนั้นเองที่ ครัยฟ์ ถูกดึงเข้ามาเพื่อสร้างบาร์ซ่าขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

ยอดนักเตะแห่งทีมชาติฮอลแลนด์ ขึ้นชื่อว่าแม้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ แต่ไม่ชอบมันนัก บางครั้ง ให้สัมภาษณ์แล้วสื่อไม่เข้าใจ เขาเลยบอกว่า  "ถ้าผมต้องการให้พวกคุณเข้าใจ ผมคงอธิบายละเอียดกว่านั้นไปแล้ว"

เป็นที่รู้กันว่า ครัยฟ์ คือคนเปลี่ยนทุกอย่างจนบาร์ซ่า มาถึงทุกวันนี้ได้ โดยเฉพาะการตั้งศูนย์ฝึก ลา มาเซีย พัฒนานักเตะเยาวชนบนแนวทางของตัวเอง ประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของบาร์เซโลน่า โยฮัน ครัยฟ์ คือคนเริ่มเขียนมัน

ในความเป็นจริง ดูเหมือนว่าเขาอาจจะเริ่มจากการต้องการปกป้องตำแหน่งของตัวเอง แต่ผลลัพธ์ของมันส่งคุณค่าต่อสโมสรอย่างมาก



"ผมเล่นอยู่ที่นี่ในยุคเผด็จการฟรังโก้ ผมเข้าใจการคิดของคนกาตาลัน ผมรู้นิสัยพวกเขา บาร์ซ่าอยากเห็น "เด็กปั้น" ในทีมชุดใหญ่ มันทำให้พวกเขารู้สึกว่าดูเหมือนโค้ชคนนี้มีความเป็นบาร์เซโลน่ามากขึ้น ผมพยายามสร้างการเล่นที่พวกเขาสามารถพูดได้ว่านี่แหละแบบกาตาลัน ด้วยวิธีนี้ แฟนๆมีแนวโน้มจะไม่โห่ไล่ถ้าสิ่งต่างๆ เป็นไปได้ไม่สวยนัก"

ช่วงแรกของการคุมบาร์ซ่า ถือเป็นความยุ่งยากลำบาก เพราะทีมต้องสร้างใหม่ เรียนรู้แนวทางการเล่นกันใหม่ 2 ปีแรก จึงมีแค่ โกปา เดล เรย์ สมัยเดียวเท่านั้นมาประดับตู้โชว์

ฤดูกาล 1990/91 คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ด้วยความเครียด ความกดดัน ทำให้ เขาสูบบุหรี่จัดขึ้น จากเดิมก็เป็นนักพ่นควันมืออาชีพอยู่แล้ว ครัยฟ์ มีปัญหาหัวใจตอนเดือนกุมภาพันธ์ปี 1991 ผลจากการสูบบุหรี่หนักหน่วงมาตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น

หมอต้องทำการผ่าตัดบายพาสหัวใจ และบอกให้เขาเลิกบุหรี่เด็ดขาด จากเดิม เราคุ้นตา โยฮัน ครัยฟ์ คุมทีมข้างสนามพร้อมบุหรี่คาบติดปาก เขาเปลี่ยนมาเป็นลูกอมจูปาจุ๊ปส์แทน



เขาต้องพลาดการคุมทีม 9 นัดสุดท้ายของฤดูกาล มือขวา การ์เลส เรซัค ทำหน้าที่แทน ทีมชนะ 6 นัด และมันก็เพียงพอให้ บาร์ซ่า ได้แชมป์ ลีกา หนแรกในรอบ 6 ปี

ปีนั้น เป็นฤดูกาลแรกที่หนุ่มน้อยร่างสะองค์ชื่อ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของบาร์ซ่าเป็นปีแรกด้วย

การ์เลส เรซัค คุมเป๊ป ในทีมสำรอง หรือบาร์ซ่า เบ มาก่อน เขาเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ด้านขวา และเมื่อ ครัยฟ์ เข้ามาคุมบาร์ซ่าในสัปดาห์แรก เขาเข้าดูเกมของทีม เบ และแนะให้ เรซัค เปลี่ยนตำแหน่งการเล่นของเด็กหนุ่มกวาร์ดิโอล่า จากปีกขวามายืนมิดฟิลด์ตัวกลาง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ เป๊ป

ยูเซบิโอ ซากริสตาน เทรนเนอร์เรอัล โซเซียดาด และจิโรน่า คือหนึ่งในขุนพลของ โยฮัน ครัยฟ์ เขาเล่าให้ฟังถึงความละเอียดเอาใจใส่ และการอ่านเกมที่ขาดทะลุปรุโปร่งของ ครัยฟ์ ตั้งแต่ในสนามซ้อม

"เขาจะสั่งให้หยุด 4-5 ครั้งในการซ้อมแต่ละครั้ง และมาปรับตำแหน่งการยืนของเราให้ถูกต้อง 'ไม่ๆๆ ไม่ใช่ตรงนั้น ขยับไปทางขวาอีกเมตรนึง ทีนี้ดูนะ เห็นมั้ย แกมีมุมที่ดีกว่าเดิมในการผ่านบอล' สมัยก่อนมันไม่มีเคยมีแบบนี้หรอก"

"รายละเอียดเล็กน้อยพวกนี้ทำให้คุณได้ฉุกคิด มันจะติดตัวคุณไป และในท้ายที่สุด คุณจะเชื่อมจุดต่างๆ ระหว่างการเล่นขึ้นมาได้ ไม่มีโค้ชคนอื่นจะอธิบายคุณแบบนี้หรอก เพราะเขาเก่งที่สุดในโลกสมัยเป็นนักเตะ เรื่องพวกนี้พอนานๆ เข้ามันจะเป็นส่วนสำคัญในทักษะของคุณ"

วิธีการฝึกซ้อมของเขา มันส่งผ่านมาจากประสบการณ์ของตัวเองในฐานะยอดนักเตะ เขารู้ว่าผู้เล่นตำแหน่งไหน ควรยืนอย่างไร ผ่านบอลอย่างไร แนวทางนี้ถูกส่งผ่านต่อเป็นทอดๆ ไปในหมู่นักเตะ ฝังรากลึกลงไปกลายเป็น DNA ของบาร์ซ่า ที่เราจะเห็นได้ตั้งแต่เด็กๆ ใน ลา มาเซีย ไปจนถึงทีมชุดใหญ่

นักเตะบาร์ซ่าเก่งในการผ่านบอล เคลื่อนที่ และเอาตัวรอดจากสถานการณ์กดดัน เหมือนกับว่าคำกระซิบสอนของ ครัยฟ์ ยังก้องอยู่ในหูพวกเขาอยู่เสมอ

ปีที่ถือเป็นการชักธงขึ้นสู่ยอดเสาของ บาร์เซโลน่า อย่างแท้จริงคือฤดูกาลถัดมา 1991/92 ปีสุดท้ายที่ฟุตบอลยุโรปใหญ่ในชื่อ ยูโรเปี้ยน คัพ ก่อนเปลี่ยนมาเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก



เริ่มต้นฤดูกาลนั้น บาร์ซ่า กระท่อนกระแท่น แพ้ 3 จาก 8 เกมแรกในลีก ขณะที่เส้นทางบอลยุโรป ก็ไม่ได้ราบรื่น

ในเดือนพฤศจิกายน บาร์ซ่า เจอกับ ไกเซอร์สเลาเทิร์น ในรอบ 2 ซึ่งเป็นเกมแบบน็อคเอาท์ เหย้า-เยือน

เกมแรกในบ้านพวกเขาชนะ 2-0 แต่หนนี้เป็นการมาเยือน ฟริทซ์ วอลเทอร์ สตาดิโอน และพวกเขาโดนนำอยู่ 1-0 พร้อมฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่

มิเกล อังเคล นาดาล ปราการหลังของบาร์ซ่า คุณอาของราฟาเอล นาดาล ยอดนักเทนนิส เผยถึงความเชื่อมั่น และวิธีการที่ไม่เหมือนใครของ โยฮัน ครัยฟ์

แม้อยู่ในสถานการณ์กดดัน แต่ดูเหมือนกุนซือของเขา เชื่อมั่นอยู่เสมออย่างจริงจังว่า สิ่งที่เขาสอนมานั้น ถูกต้องแน่นอน รอเวลาให้มันเกิดขึ้นเท่านั้น

"ครัยฟ์ เข้ามาในห้องแต่งตัวและพวกเราคาดว่าคงโดนด่ายับ ... เขาแค่เอามือมาถูๆ กันแล้วพูดว่า 'แม่งเอ้ย ข้างนอกนั่นโคตรหนาวเลยหวะพวกเรา'"

"ฤดูกาลของเราจะจบเห่อยู่แล้ว และทั้งหมดที่เขาทำคือพูดเรื่องว่าเขาหนาวแค่ไหน ความกดดันทั้งหมดหายไปจากพวกเราเลย เขามั่นใจในตัวเองมากว่าทีมที่เขาสร้างขึ้นมาจะคว้าชัยชนะ เพราะเขาสร้างมันมากับมือ เขาเชื่อว่าเขาคิดถูกเสมอ"

ในครึ่งหลัง แม้บาร์ซ่า จะโดนยิงอีก 2 ประตู หมายถึงพวกเขาจะตกรอบ แต่ในนาทีสุดท้าย โฆเซ่ บาเกโร่ ก็มาทำประตูสำคัญ บาร์ซ่าแพ้ 1-3 แต่เข้ารอบด้วยอเวย์โกล

จากจุดนั้นเองเป็นการเริ่มต้นฟอร์มดีของบาร์ซ่า ในเดือนพฤษภาคม พวกเขาก็คว้าแชมป์ ลา ลีกา ได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณโชคด้วย เพราะในนัดสุดท้ายของฤดูกาล เรอัล มาดริด ดันพลิกแพ้ให้ เตเนรีเฟ่

ที่รออยู่คือนัดชิงชนะเลิศ ยูโรเปี้ยน คัพ ที่เวมบลีย์ กับ ซามพ์โดเรีย ในยุคแข็งแกร่ง

โกล์เป็น จานลูก้า ปายูก้า แนวรับนำโดย "เดอะ ซาร์" ปิเอโตร เวียร์โคว็อด กองหลังที่มาราโดน่าเคยบอกว่าทำให้เขาลำบากมากที่สุด แนวรุกมี อัตติลิโอ ลอมบาร์โด้ และคู่หน้าสุดอันตราย โรแบร์โต้ มันชินี่ กับ จานลูก้า วิอัลลี่

 แม้เป็นทีมใหญ่แต่บาร์ซ่า ไม่เคยได้แชมป์รายการนี้มาก่อนเลย เคยเข้าชิง 2 หนในปี 1961 และ 1986 ก็แพ้ทั้งสองครั้ง

"เขาอยากให้เราลืมอดีตของสโมสรไป ให้ลืมปัญหาที่เราเคยเจอในนัดชิงหนก่อนๆ อย่างปี 1986 เขาแค่บอกว่า 'ซาลีด อี ดิสฟรูต๊าด' (ลงไปสนุกกับเกมเถอะ) นั่นยกความกดดันของเราออกไปหมดเลย" มิเกล อังเคล นาดาล ให้สัมภาษณ์ถึงการที่ ครัยฟ์ จัดการความกดดันของลูกทีม
 
เกมนี้ ต้องยืดเยื้อไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ และในนาทีที่ 112 โรนัลด์ คูมัน ก็ยิงฟรีคิก เป็นประตูชัยให้ บาร์เซโลน่า คว้าแชมป์ยุโรปสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสร



มันถูกตั้งชื่อว่า "Dream Team" ตามชื่อทีมบาสเก็ตบอลทีมชาติสหรัฐอเมริกา และหน้าร้อนปีนั้น บาร์เซโลน่า ก็เป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิก เกมส์ พอดี

"บรรยากาศและจิตวิญญานในสโมสรมันแตกต่างกันออกไปเลยในปี 1992 ทุกคนรู้สึกได้เลย เราใช้เวลา 4 ปีทำงานในทิศทางเดียวกัน ซื้อนักเตะใหม่เข้ามาบางคน เพื่อเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของบาร์ซ่า เราคือผู้ถูกเลือกและรู้ว่ามันถึงเวลาของเราแล้ว" ยูเซบิโอ ซากริสตาน เผยถึงความเปลี่ยนแปลงจากทีมที่แตกยับหลังเหตุการณ์ Hesperia Mutiny

โยฮัน ครัยฟ์ ใช้เวลา 4 ปี สร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่หมด บาร์เซโลน่า กลายเป็นหนึ่งในมหาอำนาจโลกลูกหนังอย่างเต็มภาคภูมิ และสิ่งที่เขาฝากเอาไว้จนถึงตอนนี้คือ สิ่งที่เราเข้าใจกันว่ามันเป็น DNA ของบาร์เซโลน่า

ทั้งแนวทางการเล่น ปรัชญาของสโมสร การใช้เด็กเยาวชนจาก ลา มาเซีย อันโด่งดัง

รวมถึงวิธีการที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นในการฝึกสอนนักเตะ อย่างที่เราเห็น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หนึ่งในศิษย์เอกของเขานำมาใช้งานอยู่จนตอนนี้

หากคุณได้รับรู้ข้อมูลดีดีจากเรากันแล้ว อย่าลืมมาเลือกใช้ MYSBOBET กันนะครับ รับรองมีแต่ความสำเร็จรอคุณอยู่ พร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 

บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------
Facebook Comment