breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

"จิจี้ ริว่าและแชมป์เดียวของกายารี่"

อัพเดตเมื่อ : March 12, 2020 4:56pm โดย : admin

ปีนี้ กายารี่ ทำผลงานในกัลโช่ เซเรีย อา ได้เยี่ยมยอด เซอร์ไพรส์สุดๆ ภายใต้การทำทีมของ โรลันโด้ มารัน
นักเตะอย่าง รัดย่า นาอิงโกลัน ที่คัมแบ็กกลับมาอีกครั้ง, ชูเอา เปโดร ดาวเตะบราซิลเพื่อนร่วมรุ่นกับเนย์มาร์และคูตินโญ่, โจวานนี่ ซิเมโอเน่ ที่ได้มาจากฟิออเรนติน่า แดนกลางอย่าง มาร์โก ร็อก, นาอีตาน นานเดซ
ในรอบ 40 กว่าปีที่ผ่านมา ในวงการฟุตบอลอิตาเลี่ยน หากจะถามหานักเตะสักคนที่เรียกได้ว่า "แบก" ทีมสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริง คงจะมีแค่ ดีเอโก้ มาราโดน่า กับนาโปลีในปลายยุค 80s
ก่อนหน้านั้นหากจะหาใครสักคนที่ทำได้ในลักษณะเดียวกันกับ มาราโดน่า ก็คงจะเป็น ลุยจิ "จิจี้" ริว่า กองหน้าผู้เป็นเจ้าของสถิติดาวซัลโวตลอดกาลทีมชาติอิตาลี เขาพา กายารี่ นี่แหละได้แชมป์ครั้งประวัติศาสตร์ในปี 1969/70
จากเนเปิ้ลส์ สู่ ซาร์ดีเนีย เกาะทางตะวันตกของอิตาลี สโมสรกายารี่ ตั้งอยู่ที่นี่ ถึงได้ฉายา "ชาวเกาะ" จากสื่อมวลชนในบ้านเรา
ที่นี่ ลุยจิ ริว่า คือฮีโร่ คือเทพเจ้าตลอดกาล ร้านผับบาร์ มีโปสเตอร์ของริว่า มีรูปปั้นของเขา ดาวยิงเจ้าของฉายา "รอมโบ ดี ตูโอโน่" หรือ "เสียงฟ้าผ่า"  ด้วยลูกยิงที่ทรงพลัง
กายารี่ เคยเป็นแชมป์รายการใหญ่ๆ แค่หนเดียว นั่นคือ สคูเด็ตโต้ 1969/70 นักประวัติศาสตร์ฟรังโก้ เบรสโช่ บอกว่ามีหนังสือที่เขียนออกมาถึงการได้แชมป์ครั้งประวัติศาสตร์นี้ถึง10 เล่ม
สื่ออิตาเลี่ยน อยากได้เรื่องราวชีวิตส่วนตัวของ ลุยจิ ริว่า บางครั้งมันดังจนกลายเรื่องของการคว้าแชมป์หนนั้นของทีมซะอีก
โค้ชมันลิโอ สโกปินโญ่ ผู้พาทีมคว้าแชมป์เคยบอกว่า "ดูที่แผนที่อิตาลีสิ แล้วจะรู้ว่าคนอิตาลีคิดกับซาร์ดิเนีย ยังไง" เพราะหากคุณดูแผนที่ อิตาลีที่เป็นเหมือนรองเท้าบูธ ซาร์ดิเนีย ก็เหมือนโดนบูธข้างนั้นเตะออกมา
เมื่อ 60 กว่า ปีก่อน ซาร์ดีเนีย มีความแตกต่างจากอิตาลีแผ่นดินใหญ่เยอะ โครงสร้างพื้นฐานก็เจริญสู้ไม่ได้ บนเกาะเองก็มีความแตกต่าง บางส่วนต้องการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของอิตาลีจริงๆ อีกส่วนยังพูดภาษา และศัพท์แบบซาร์ดิเนียอยู่เลย
ซาร์ดีเนีย เริ่มเปลี่ยนไปเพราะการท่องเที่ยว อากา ข่าน ชาห์(หรือกษัตริย์ -  ผู้นำทางจิตวิญญาณของมุสลิมอิสมาอีลที่มีประชากรกว่า 20 ล้านคนในอินเดีย, ปากีสถาน และทั่วโลก แต่เป็นชาห์ที่ไร้แคว้นพรมแดนครอบครอง) ได้ซื้อโรงแรมและพื้นที่ส่วนใหญ่ริมหาดบนเกาะนี้ จนกลายเป็นบูมการท่องเที่ยว
กายารี่ เองในยุค 50s พวกเขาอยู่ในเซเรีย บี เป็นหลัก จากนั้นในปี 1963 จิจี้ ริว่า ก็ย้ายมาร่วมทีม เลือกกายารี่แทนที่จะเป็นสโมสรที่ใหญ่กว่านี้ ตอนนั้น กายารี่ ยังเป็นทีมในเซเรีย บี และช่วยทีมเลื่อนชั้นสู่ เซเรีย อา ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 40 กว่าปีของสโมสร
พวกเขาได้ตัว เอ็นริโก้ อัลแบร์โตซี่ มือกาวทีมชาติอิตาลีมาจากฟิออเรนติน่าในปี 1968
อัลแบร์โตซี่ ยอมรับว่าตอนแรกเขาไม่ได้อยากย้ายจากฟลอเรนซ์หรอก เพราะในแคว้นทัสกานี่อันแสนงามนั้น ล้อพวกซาร์ดีเนียว่าเหมือนคนชายขอบ คนบ้านนอก
จากนั้น อันเจโล่ โดเมงกินี่ กองหน้าจากอินเตอร์ก็ย้ายมาอีกคนในปีต่อมา หลังจากกายารี่ จบด้วยการเป็นรองแชมป์ในปี 1969
ทางฝั่งยูเวนตุสที่ไม่พอใจการโตขึ้นมาของทีมชาวเกาะ กล่าวหาว่า เงินของพวกมาเฟียทั้งนั้นที่ล่อลวงเอานักเตะเก่งๆ ไปจากทางเหนือไปเล่นให้ทีมอย่างกายารี่ เพราะใครเล่าจะอยากย้ายไปเล่นให้ทีมบนเกาะที่เอาไว้พักผ่อนเฉพาะวันหยุดยาว
โค้ช สโกปินโญ่ สวนกลับว่า ยูเว่ กับมิลานนั้น มีทั้งความร่ำรวยและเส้นสาย และยึดอำนาจในวงการลูกหนังมายาวนานเกินไปแล้ว ถ้ากายารี่ได้แชมป์ลีกจริงๆ ละก็ มันคงเป็นชัยชนะที่ยุติธรรมที่สุดในรอบหลายปีเลยทีเดียว
ฤดูกาลประวัติศาสตร์มาถึง 1969/70 เมื่อขุมกำลังของกายารี่ ดีพอ บวกความเก่งกาจของ ลุยจิ ริว่า ที่ยิงไป 21 ประตูจาก 28 เกมลีก
ปีนั้น กายารี่แพ้แค่ 2 นัด และไม่แพ้ให้สองทีมจากเมืองมิลานเลย
แฟนเจ้าถิ่นแห่งซาร์ดีเนีย รีบมายังสนามตั้งแต่เที่ยงวันเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองจะได้ที่นั่งที่ดีสุดในวันที่ 12 เมษายน 1970 และชัยชนะเหนือบารี่ ที่ตกชั้นไปแล้ว ก็ช่วยให้ กายารี่ ผงาดซิวสคูเด็ตโต้
ในยุคที่ชนะยังได้ 2 คะแนน พวกเขาจบฤดูกาลด้วยการมีแต้มมากกว่า อินเตอร์ 4 แต้ม และมากกว่า ยูเวนตุส 7 แต้ม
แฟนบอลฉลองกันสุดเหวี่ยง มีการทำล้อเลียน สองทีมมิลาน และยูเว่  ด้วยการเดินขบวนเหมือนไปงานศพเพื่อฝังมหาอำนาจเก่าเหล่านั้น มีรายงานว่านักโทษที่ถูกจับกุมเพราะเข้าไปดูเกมในสนามขอให้ตำรวจที่ใส่กุนซือมือพวกเขาแต่ขอให้ได้ดูเกมนัดนี้ก่อน
เกาะซาร์ดีเนียที่ยังไกลปืนเที่ยง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งติดตั้งเสาไฟฟ้าเพิ่มเพื่อให้แฟนบอลได้ชมการไล่ล่าแชมป์ในครั้งนี้ได้ทั่วถึง
"เรามอบสิ่งที่ชาวเกาะซาร์ดีเนียทุกคนสามารถภูมิใจได้" จิจี้ ริว่า กล่าวไว้
ฟรังโก้ เบรสโช่ เชื่อว่าความสำเร็จเชิงฟุตบอลของกายารี่ครั้งนี้ เป็นการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของเกาะทั้งเกาะขึ้นมาใหม่ในสายตาชาวอิตาเลี่ยนด้วยกัน
โดเมงกินี่, อัลแบร์โตซี่, ริว่า และ ปิแอร์ลุยจิ เซร่า เป็น 4 นักเตะจากกายารี่ ที่ได้ลงสนามในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 1970 เจอกับบราซิล ในหน้าร้อนนั้น ไม่นานนั้นหลังจากพวกเขาคว้าสคูเด็ตโต้
แต่หลังจากนั้น กายารี่ ก็เริ่มตกลง ใน ยูโรเปี้ยน คัพ 1970/71 ที่พวกเขาได้สิทธิ์เข้าเล่น พวกเขาแพ้ แอต มาดริด ด้วยสกอร์รวม 2-4 ตกรอบสอง ขณะที่ในลีก จบด้วยการเป็นอันดับ 7
หลังจากนั้นพวกเขาก็เป็นทีมที่จบกลางตารางมาตลอด ฤดูกาล 1975/76 ลุยจิ ริว่า ต้องแขวนสตั๊ดด้วยวัยแค่ 31 ปี เพราะอาการบาดเจ็บ ปีนั้นพวกเขาก็ตกชั้น
"แชมป์กับกายารี่แค่ 1 ครั้ง เทียบได้กับ 10 ครั้งของสโมสรอื่น" สโกปินโญ่ กล่าวไว้
ท่ามกลางความอึมครึมและน่าเคลือบแคลงของวงการฟุตบอลอิตาลี แชมป์ของ กายารี่ โดยมี ลุยจิ ริว่า เป็นหัวหอกคือประกายที่จุดขึ้นให้มันได้สว่างขึ้นมาบ้าง แม้ไม่นานนักก็ตามที
ส่วนไม่ชอบความเคลือบแคลงและอยากหาอะไรที่ชัดเจนต้องนี่เลยกับ Sbobet777 ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbt  หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment