breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" ปีศาจที่ เมน โร้ด "

อัพเดตเมื่อ : March 12, 2020 11:45pm โดย : admin

9 พฤศจิกายน 2002 แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ เกมสุดท้ายที่ เมน โร้ด ทำการแข่งขัน
นิโกลาส์ อเนลก้า ทำประตูให้ ซิตี้ ขึ้นนำไว แต่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ก็ตีคืนได้ทันควัน ทว่าจากนั้น ฌอน โกเตอร์ ทำอีก 2 ประตูให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าชัยเหนืออริร่วมเมือง ทิ้งทวนรังเหย้าแห่งนี้
เมนโร้ด ถูกทุบทิ้งไปในปี 2003  ก่อนที่แมนฯ ซิตี้ จะย้ายมายัง ซิตี้ ออฟ  แมนเชสเตอร์ สเตเดี้ยม ด้วยการเช่าจากสภาเมืองแมนเชสเตอร์ 200 ปี และลงทุนปรับปรุง 30 ล้านปอนด์ ก่อนรับชื่อสปอนเซอร์เป็น เอติฮัด เสเตเดี้ยม อย่างในปัจจุบัน
สมัยก่อน เมน  โร้ด ถือเป็นสนามใหญ่ และทันสมัย มันเคยถูกเรียกว่า "เวมบลีย์แห่งทางเหนือ"
ในภายหลังเมื่อเราพูดถึงแมนเชสเตอร์ เรารู้จัก แมนฯ ยูไนเต็ด มากกว่า แมนฯ ซิตี้ และชื่อเสียงของ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก็โด่งดังกลบ เมน โร้ด เสียมิด
ทว่าครั้งหนึ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เคยใช้ เมน โร้ด เป็นสนามเหย้าเช่นกัน
เริ่มต้นจากในช่วงสงครามโลกนั่นแหละ ฟุตบอลลีกอาชีพของอังกฤษลงเตะกันจนถึงปี 1938/39  ที่จบลงเรียบร้อยดี
อย่างไรก็ตาม พอเปิดฤดูกาล 1939/40  มาได้แค่ 3 นัดเท่านั้น สงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังถูกจุดขึ้น และเมื่อเยอรมันรุกรานโปแลนด์ในวันที่ 1 กันยายน 1939 สหราชอาณาจักรจึงประกาศสงครามกับเยอรมัน นั่นทำให้ทุกอย่างยุติลง
สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ถูกทางการใช้เป็นศูนย์บัญชาการ โรงเก็บพัสดุ ด้วยเหตุนี้ เยอรมัน จึงถือเป็นเป้าหมายในการทิ้งระเบิดใส่
แม้ว่าฟุตบอลลีกอาชีพจะถูกยกเลิกไปก่อน แต่ไม่ใช่ว่าฟุตบอลจะหยุดไปแบบเด็ดขาด
นักเตะหลายคนต้องไปรับใช้ชาติ รบในสงคราม แต่ก็ยังมีฟุตบอลแข่งขัน เรียกว่า War time league จะแบ่งเป็นโซนหรือภูมิภาค ไม่ให้แต่ละทีมเดินทางกันไกลเกิน 50 ไมล์ และมีการจำกัดจำนวนแฟนบอลแต่ละนัด เหลือแค่ 8,000 คน (ภายหลังเพิ่มเป็น 15,000) เพื่อความปลอดภัยของแฟนบอลเองในแต่ละปี ก็เตะกันไม่ได้กี่นัดนัก
ในช่วงเวลานี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้จะพยายามเล่นในรังตัวเอง แต่โดนระเบิดของเยอรมันเข้าในปลายปี 1940
มีการซ่อมแซมปรับปรุง แต่ในปี 1941 ก็โดนระเบิดเข้าให้อีกครั้ง หนนี้หนักหน่วงมาก ซึ่งจะส่งผลให้ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้องถูดปิดไปจนถึงปี 1949 เลยทีเดียว
ระหว่างนี้เอง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องไปขอใช้สนาม เมน โร้ด แต่ไม่ได้หมายความว่า ซิตี้ จะเป็นเพื่อนบ้านที่ใจดีนัก
พวกเขาขอค่าเช่าปีละ 5,000 ปอนด์ (หากเทียบค่าเงินเฟ้อ ในปัจจุบัน จะตกปีละประมาณ 280,000 ปอนด์) มิหนำซ้ำ ยังขอเปอร์เซนต์จากค่าตั๋วที่เก็บได้ในแต่ละนัดด้วย
ด้วยการที่ฟุตบอลในช่วงสงครามไม่ได้เตะกันสม่ำเสมอ และหลายนัดแบบลีกปกติ เอาเข้าจริง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่ได้ใช้ เมน โร้ด เตะสม่ำเสมอหรือให้คุ้มกับค่าเช่าเท่าไหร่นัก
เรียกว่าตอนนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นหนี้สินเยอะทีเดียว จากสถานการณ์ของสงคราม และสนามของตัวเองโดนระเบิด
จนกระทั่ง เอฟเอ คัพ เริ่มกลับมาเตะกันก่อนในปี 1945 ตอนนั้นเองที่ แมนเชสเตอร์  ยูไนเต็ด ได้ใช้สนามเมน โร้ด เตะแบบเป็นเรื่องเป็นราว ก็พอดีเป็นช่วงที่สโมสรได้ อเล็กซานเดอร์ แม็ทธิว บัสบี้ หรือ แม็ทท์ บัสบี้ อดีตนักเตะของแมนฯ ซิตี้ และลิเวอร์พูล มาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่
ฟุตบอลลีกอาชีพ เปิดขึ้นอีกครั้งในฤดูกาล 1946/47 หลังสงครามโลกยุติลงโดยสมบูรณ์ ช่วงนี้เอง แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงได้ใช้ เมน โร้ด แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย
เพราะแมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีปัญหาการเงิน ต้องใช้ทั้งเวลาและทุนทรัพย์อย่างมากในการปรับปรุง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ที่โดนระเบิดจนพัง ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม
โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ถูกเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการอีกครั้งในปี 1949/50 โดยเกมแรกหลังการบูรณะ คือการต้อนรับโบลตัน วันเดอเรอร์ส และแมนฯ ยูไนเต็ด ของ บัสบี้ ก็คว้าชัยสวยงาม 3-0
แต่ไม่ได้จบเพียงแค่นั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงใช้ เมน โร้ด เป็นสนามเหย้าอีกครั้งในปี 1956/57 เมื่อพวกเขาได้สิทธิ์แข่ง ยูโรเปี้ยน คัพ
ทว่าด้วยโปรแกรมบอลยุโรปจะเตะกันตอนค่ำ สนามที่ใช้งานได้ต้องมีสปอตไลท์ติดเพื่อส่องสว่าง แต่ โอลด์  แทร็ฟฟอร์ด ยังไม่มีตรงจุดนี้ ผิดกับ เมน โร้ด ที่ทันสมัยกว่า ณ ตอนนั้นนั่นเอง
แม้ว่า โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด จะเป็นสนามที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของสหราชอาณาจักร เป็นรองแค่เวมบลีย์ เป็นสนามที่ได้ชื่อว่า โรงละครแห่งความฝัน แต่ครั้งหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เคยต้องใช้ เมน โร้ด เป็นรังเหย้าของพวกเขามาแล้วเช่นกัน
สนามคือเรื่องสำคัญสำหรับฟุตบอล การเสี่ยงโชคก็เช่นกัน ให้ Sbobet777 เป็นสนามประลองของคุณ ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbt  หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment