breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

"ซาร์อเล็กซานเดอร์แห่งบีโก้"

อัพเดตเมื่อ : March 15, 2020 11:06pm โดย : admin

ฟุตบอลสมัยใหม่ ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้ เชื่อมละตินกับเอเชีย, ยุโรปกับแอฟริกา หรือกระทั่ง ออสเตรเลีย กับอเมริกาเหนือ ได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง
 
นักเตะพรสวรรค์ถูกค้นพบและรู้จักไปทั่วโลกตั้งแต่อายุยังน้อย แต่จะมีกี่คน ที่สามารถยืนระยะ และพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นของแท้ ไม่ใช่แค่ one hit wonder
 
แฟนบอลรัสเซียยุคหลังการล่มสลายของสหภาพ มาจนถึงยุคมิลเลนเนี่ยม จะต้องจดจำชื่อของ อเล็กซานเดอร์ มอสโตวอย ได้เป็นอย่างดี
 
เพลย์เมกเกอร์อัจฉริยะรายนี้ เป็นที่รู้จักกันมากสุดในช่วงถึงจุดสูงสุดของอาชีพ นั่นคือ 8 ปีกับ เซลต้า บีโก้
 
กับการเล่นในสเปน แฟนบอล บีโก้ ตั้งฉายาให้เขาว่า "เอล ซาร์" หรือ ซาร์ กษัตริย์แห่งรัสเซีย
 
มอสโตวอย เล่นอาชีพตั้งแต่วัยรุ่นกับ คราสนาย่า เพรสนียา แต่เพียงปีเดียวก็เข้าตายักษ์ใหญ่อย่าง สปาร์ตัค มอสโก ดึงไปร่วมทีมในปี 1986 ด้วยวัย 18 ปี
 
ที่นี่เขาเริ่มฉายแสง ช่วยทีมเป็นแชมป์ลีกรัสเซีย 2 สมัย ตลอด 5 ปีกับ สปาร์ตัค เขาได้โอกาสลงสนาม 106 นัดในลีกยิงถึง 34 ประตู
 
เขาเริ่มติดทีมชาติตั้งแต่สมัยเป็นโซเวียต จนมาถึง ซีไอเอส และแตกมาเป็น รัสเซีย ในภายหลัง ที่เขาเล่นจนปีสุดท้ายของอาชีพนักเตะในปี 2004
 
กับรัสเซีย เขาลงสนามไป 50 นัดทำ 10 ประตู ไฮไลท์อยู่ที่การปั้นเกมให้ทีมหมีขาวใน USA 94 และยูโร 96 ที่อังกฤษ
 
หลังเส้นทางอาชีพกับ สปาร์ตัค มอสโก เขาก็ไปหากินยังต่างแดนในปี 1992 ในวัย 24 ปี โดยไปเล่นให้ เบนฟิก้า
 
อย่างไรก็ดี กับเหยี่ยวลิสบอน เขาแทบไมได้โอกาสลงสนาม เป็นการเปิดโลกทัศน์ฟุตบอลของเขา เพียงปีเดียว เขาก็ย้ายไปเล่นให้ ก็อง ในฝรั่งเศส จากนั้นก็สตาร์สบูร์ก  
 
ช่วงเวลา 3 ปีในฝรั่งเศส แม้เขาจะทำผลงานได้ไม่เลว แต่ก็ไม่ถึงจุดพีคอย่างสมัยเล่นในบ้านเกิด ที่เคยลากฉีกคู่แข่ง หลอกแนวรับ ผู้รักษาประตู ด้วยทักษะเอกอุ
 
กระทั่งในปี 1996 ขณะที่เขาเข้าสู่วัยที่น่าจะพีคสุดของอาชีพ 28 ปี เขาก็ได้ย้ายไปยัง เซลต้า บีโก้
 
บีโก้ ยุคนั้น เป็นทีมที่อยู่ในข่ายต้องดิ้นรนเอาตัวรอดในลา ลีกา ทุกๆ ปี และไม่ผิดเลยหากจะบอกว่า การเข้ามาของ มอสโตวอย ช่วยให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป
 
ฟุตบอลลาลีกา เหมาะกับเขา ปีเดียว เขากระชาก บีโก้ มาจบอันดับ 6 ของตารางคะแนน อันดับดีสุดของสโมสรในรอบ 27 ปี
 
แถมปีต่อมา สโมสรคว้าตัวเพื่อนร่วมทีมชาติอย่าง วาเลรี่ คาร์ปิน เข้ามาช่วยในแดนกลาง ทำให้คู่นี้กลายเป็นหัวใจของทีม
มอสโตวอย ช่วยบีโก้ เอาชนะทีมชื่อดังในยุโรปมากมาย ทั้ง บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด, ลิเวอร์พูล และ ยูเวนตุส เป็นต้น
 
แม้เขาเป็นคนหัวแข็ง อีโก้สูง และอารมณ์ร้อน แต่ไม่มีใครปฏิเสธเวทย์มนต์จากปลายสตั๊ดของเขาได้
 
ทั้งประตูแบบเหนือคาด การผ่านบอลที่คิดก่อนคู่แข่ง 1-2 ชั้นเสมอ จังหวะที่เร็วกว่าตัวประกบครึ่งก้าว เขากับ วาเลรี่ คาร์ปิน  ทำให้ เซลต้า เล่นฟุตบอลบนพื้นเหมือน ติกิ ตาก้า ในยุคนี้
 
เขาเกือบทำให้ เซลต้า ได้แชมป์เมเจอร์เมื่อได้เข้าชิง โกปา เดล เรย์ ในปี 2000/01 แม้เขาจะทำประตูแรกของเกมตั้งแต่นาทีที่ 4 ได้ แต่กลับโดน เรอัล ซาราโกซ่า แซงชนะไป 3-1
 
บิคตอร์ เฟร์นานเดซ กุนซือของเขา เคยกล่าวไว้ว่า "โลกฟุตบอลไม่ยุติธรรมกับ มอสโตวอย เลย"
 
เขายังเล่นเป็นตัวหลักให้ บีโก้ เกือบตลอด กระทั่งปี 2004 ที่เขาอำลาสังเวียนด้วยวัย 36
 

ในปี 2005 หลังจากไม่ได้เล่นมา 8 เดือน เขาเซ็นสัญญากับ อลาเบส ทีมในเซกุนด้า และเขาลงสนามเกมแรก เขาก็ทำประตูได้ทันที แต่ทีมแพ้ไป 1-3 กระนั้น เพียง 30 วันหลังเซ็นสัญญา ทั้งเขาและสโมสรก็แถลงยกเลิกเพราะเขามีปัญหาเจ็บหลัง จนทำให้เขาแขวนสตั๊ดถาวร และนั่นก็กลายเป็นเกมสุดท้ายในอาชีพของเขาด้วย

 
ได้รู้จักกับนักฟุตบอลฝีเท้าฉกาจไปแล้ว อย่าลืมมารู้จักกับ Sbobet777 ได้มารับใช้คุณบอก มาติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbt  หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment