breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" โชคร้ายเพราะกีฬา "

อัพเดตเมื่อ : March 16, 2020 11:26pm โดย : admin

ความซวยไม่เข้าใครออกใคร ดวงแตก โชคร้าย โดยเฉพาะนักกีฬาอาชีพ อาการบาดเจ็บเล็กน้อยสำหรับคนปกติ อาจส่งผลใหญ่กับการเล่นกีฬาของพวกเขา เพราะมันคืออาชีพ
เราเล่นบาสเก็ตบอล ข้อเท้าแพลงนิดหน่อย กะเผลกสัก 2-3 วันคงไม่อะไรเท่าไหร่ แต่ลองนึกว่าคนที่เจ็บเป็นผู้รักษาประตูมืออาชีพสิ
ติโบต์ กูร์กตัวส์ โดย อันโตนิโอ คอนเต้ เฉ่งใหญ่ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนโมโหมากตอนปี 2017 เพราะนายด่านมือ 1 ของเขาดันไปเล่นบาสจนเจ็บข้อเท้า ทำให้ต้องพลาดการลงสนาม
นั่นยังไม่ถือว่าแย่ที่สุด ย้อนไปตอนที่ แกรี่ ลินิเกอร์ ดาวยิงทีมชาติอังกฤษยังเล่นอยู่กับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์
หนึ่งในกีฬาที่ ลินิเกอร์ ชื่นชอบนอกเหนือจากฟุตบอลก็คือ คริกเก็ต
เขามักใช้เวลาว่างในวันหยุดที่ไม่ได้ฝึกซ้อมไปเล่นกับนักคริกเก็ตของ MCC (มาร์ลีโบน คริกเก็ต คลับ) โดยใช้สนามลอร์ดส์ (Lord's Cricket ground) เล่นเลยด้วย
ลินิเกอร์ บอกว่า เขามักไปเล่นแต่ขอไม่เป็นวิคเก็ตต์ (Wicket = คนตีลูก) เพราะเสี่ยงต่อการเจ็บขาแข้ง เนื่องจากลูกคริกเก็ตแข็งๆ ที่ถูกขว้างมากระดอนพื้นอาจจะโดนขาเอาได้
เขาตัดสินใจไปเล่นเป็นคนขว้างลูก (Bowler) แทน คงไม่เสี่ยงอะไรมากนักหรอก แต่ด้วยความที่ท่าทางการขว้างลูกของคริกเก็ต  มันต้องใช้การวาดแขนสุด และใช้กล้ามเนื้อหลังเยอะ ทำให้พอขว้างไปแล้วเขาเจ็บแปร้บที่หลังทันที
"วันต่อมาผมต้องเข้าไปหาเทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์ ในออฟฟิศและรายงานว่าเกิดอะไรขึ้น..."
" - ผมเกรงว่าผมได้รับบาดเจ็บเมื่อวานฮะ"
" - เจ็บได้ไงวะ?"
" - ผมไปเล่นคริกเก็ต"
" - เชี่ยเอ้ย ให้ตายเถอะ!!!!"
เวนาเบิ้่ลส์ โมโหสุดๆ เขาให้ ลินิเกอร์ สาบานว่าจะไม่เล่นคริกเก็ตอีก ... แต่ ลินิเกอร์ ก็ลังเลไม่ยอมสาบาน
นี่เป็นเรื่องจริงที่ว่าสัญญาของ ลินิเกอร์ ถูกระบุเอาไว้ชัดว่าห้ามเขาไปขับขี่มอเตอร์ไซค์ หรือเล่นสกีโดยเด็ดขาด เพราะสเปอร์ส กลัวว่าจะบาดเจ็บ โดยเฉพาะเสี่ยงต่อการบาดเจ็บบริเวณขา เครื่องมือหากินของนักฟุตบอล
ประเด็นก็คือ สัญญาไม่ได้ระบุไว้ว่าห้ามเล่นคริกเก็ต ลินิเกอร์ เลยยกข้อนี้มาอ้างว่าเจ้าน้าย หลังจากตัดสินใจอยู่พักนึง เวนาเบิ้ลส์ ก็พยักหน้าแบบเสียไม่ได้
"- เออ ก็ได้ แต่ห้ามเล่นเป็นคนขว้างลูกอีกนะโว้ย"
หากว่าเรื่องของ ลินิเกอร์ ว่าซวยแล้ว ยังมีที่ซวยกว่านี้อีก เพราะอย่างน้อย อาการเจ็บของดาวยิง "ไนซ์กาย" ยังเป็นแค่ระยะสั้น ไม่ส่งผลต่อเส้นทางอาชีพ
ทว่ากับคนนี้ บอกได้เลยว่าพลิกโฉมหน้าของเขาไปตลอดกาล ... มาร์โก เนกรี
มาร์โก เนกรี เป็นดาวยิงอิตาเลี่ยน เขาตระเวนเล่นกับอูดิเนเซ่, แตร์นาน่า, โคเซนซ่า, โบโลนญ่า และมาเข้าฝักเข้าฟอร์มกับเปรูจา จนในปี 1997 กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ก็ดึงไปร่วมทีม
ยุค 90 ถือเป็นยุคทองของ เรนเจอร์ส ตอนนั้นพวกเขามีวอลเตอร์ สมิธ คุมทีม และพวกเขากำลังคลั่งไคล้นักเตะอิตาเลี่ยน
เจนนาโร่ "ริโน่" กัตตูโซ่ ในวัยหนุ่มก็โดนยืมตัวมาเล่นที่นี่, ลอเรนโซ่ อโมรูโซ่ กัปตันทีมคนแรกที่เป็นคาทอลิก และแซร์โต้ ปอร์รินี่ แบ็กขวาที่ได้มาจากยูเวนตุส
ทันทีที่ มาร์โก เนกรี มาถึงลีกสก็อตแลนด์ เขาก็ยิงระเบิดเถิดเทิง เขาอาจไม่ได้มีทักษะเลิศเลอ แต่เป็นกองหน้าพันธุ์เพชฌฆาต สัญชาติเป็นเลิศ โฉบเข้าชาร์จ เก่งในกรอบ 18 หลา
ลงนัดแรกในลีกยิง 2 ลูก, นัดที่ 2 กดไป 5 นัดต่อมา 1 และอีกสองนัดต่อมานัดละ 2 ลูก
เรียกได้ว่า 26 นัดแรกของเขา ทำได้ถึง 33 ประตู ช่วยเรนเจอร์ส ที่ตอนนั้นเป็นแชมป์สก็อตติช พรีเมียร์ชิพ 9 ปีติดต่อกัน ไล่ล่าสถิติสมัยที่ 10 แบบเนียนๆ
กระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ 1998 วันหยุด มาร์โก เนกรี กับ แซร์โจ้ ปอร์รินี่ เพื่อนร่วมชาตินัดไปตีสควอชกัน
"เขาเป็นตัวเลือกที่ผิดจริงๆ ในการชวนไปเล่นสควอชด้วย เพราะตีกันแบบนี้มันไม่ใช่การที่จะมาตีกันชนิดเอาเป็นเอาตาย แต่ก็นั่นแหละ กับแซร์โจ้แล้วมันเป็นไปไม่ได้เลย... ด้วยความเร็วระดับ 100ไมล์ต่อชั่วโมง ลูกยางแน่นๆ ทรงกลมกระดอนมาจากผนังคอนกรีต แล้วพุ่งตรงเข้ามาโดนตาผมอย่างจัง"
"ผมมาสนามซ้อมวันรุ่งขึ้น หน้าผมบวมเหมือนเพิ่งขึ้นชก 15 ยกกับไมค์ ไทสัน มาหมาดๆ"
อาการเจ็บที่เขาโดนลูกสควอชพุ่งชนเบ้าตาทำให้ เรติน่า หรือจอตาหลุดเลื่อน อาการนี้ถ้าไม่รีบรักษาต่อไปจะตาบอด ทำให้เขาต้องเข้ารับการผ่าตัดด้วยเลเซอร์
หลังอาการเจ็บนี้ จากดาวยิงจอมถล่มประตู เขายิงเพิ่มได้อีกแค่ 3 ลูกเท่านั้น ที่สำคัญ นับจากเดือนกุมภาพันธ์ เรนเจอร์ส แพ้อีก 3 นัด สำหรับลีกสก็อต ที่แย่งชิงกัน 2 ทีม แค่นี้ก็ถือว่ามากแล้ว สุดท้าย เซลติก ปาดหน้าคว้าแชมป์ไปครองด้วยการมีแต้มเหนือเรนเจอร์ส 2 คะแนน
ฤดูกาลต่อมา มาร์โก เนกรี แทบไม่ได้ลงเล่น ในปี 1999 โดนปล่อยให้ วิเชนซ่า ยืมแต่ก็ไปได้รับบาดเจ็บที่นั่น กลับมาไม่นานก็โดนขายไปโบโลนญ่าในปี 2001
พูดง่ายๆ ว่านับจากอาการเจ็บแบบซวยๆ หนนั้น เขาแทบไม่ได้ลงเล่นให้เรนเจอร์ส อีกเลย
มาร์โก เนกรี ตระเวนเล่นให้ กายารี่, ลิวอร์โน่ และมาแขวนสตั๊ดกับ เปรูจา ในปี 2005 ด้วยวัย 35 ปี แต่ไม่มีที่ไหนเลยที่เขาจะกลับไปเล่นได้อย่างต่อเนื่องและมีผลงานดีเหมือนเดิม
"จากนั้นมาผมมีปัญหากับการมองเห็นการกะระยะมาตลอด เป็นข้อบกพร่องที่เลวร้ายมากสำหรับใครสักคนแบบผม ที่ซึ่งจะมีชีวิตชีวาที่สุดในกรอบ 18 หลา และพึ่งพาปฏิกิริยาในชั่วเสี้้ยววินาที"
นี่แหละ นักเตะที่โชคร้ายของจริงเพราะไปเล่นกีฬาชนิดอื่น
ส่วนใครที่อยากสนุกไปกับกีฬาทุกชนิดต้องมาลองที่นี่เลยกับ MYSBOBET อัดแน่น จัดเต็ม ครบทุกรสชาติ พร้อมบริการตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment