breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" เน็ทเซอร์ผู้ไม่ธรรมดา "

อัพเดตเมื่อ : April 10, 2020 12:13am โดย : admin

ในยุค 60s-70s ถือเป็นยุคแสวงหา คนหนุ่มสาวทั่วโลกมักออกมาประท้วง โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังของทศวรรษที่ 60s จนถึงต้นยุค 70s ที่มีกระแสฮิปปี้
 
เทศกาลดนตรี การเคลื่อนไหวของบุปผาชน คนรุ่นใหม่หนุ่มสาวมีความคิดที่หลุดออกจากขนบเดิมๆ
 
ในยุคดังกล่าว ถือเป็นยุคที่ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในฟุตบอลลีกเยอรมัน
 
หนึ่งในนักเตะที่มีเอกลักษณ์ ขณะที่นักเตะเยอรมันส่วนใหญ่ยังไว้ผมแบบมาตรฐานแต่เขา ซึ่งมีผมบลอนด์เลือกไว้ยาวเลยคอ
 

กบฏลูกหนังคนแรกๆ ของวงการฟุตบอลเยอรมัน กุนเทอร์ เน็ทเซอร์
 
หนังสือเกี่ยวกับชีวิตของเน็ตเซอร์ เมื่อปี 1971 ชื่อว่า "Rebel on the Ball" กบฏลูกหนัง  เพราะเขามักทำคิดและเล่นฟุตบอลแบบไม่เหมือนใคร
 
ขณะที่นักเตะในเยอรมันส่วนใหญ่ฟังเพลงกระแสหลักในประเทศ เน็ทเซอร์ ฟัง บ็อบ ดีแลน และ เดอะ โรลลิ่ง สโตนส์ ดนตรีจากอเมริกาและอังกฤษ
 
ในยุคสมัยที่นักฟุตบอลแต่งงานกับแฟนสาวที่คบกันมาตั้งแต่วัยเรียน เน็ตเซอร์กลับออกเดตกับสาวสวยจากสังคมไฮโซ
 
แม้แต่ยอดนักเตะที่ได้รับการยกย่องเป็น "ไกเซอร์"  อย่างฟร้านซ์ เบ็คเคนเบาเออร์ ยังใช้ชีวิตธรรมดาแต่เน็ทเซอร์ใช้เวลาสังสรรค์กับพวกศิลปินและผู้กำกับภาพยนตร์
 
มีการเปรียบเทียบว่า บาเยิร์น มิวนิค เล่นบอลสไตล์ครองบอล เป็นตัวแทนของผู้ชายสูงวัยที่เป็นพวกอนุรักษนิยมซึ่งทำหน้าที่บริหารประเทศ
 

ส่วน มึนเช่นกลัดบัค ของเขานะหรือ เล่นบอลด้วยความฉับไว เป็นตัวแทนของกลุ่มคนพลังหนุ่มและความคิดแบบหัวก้าวหน้า
 
การวางบอลยาวแม่นยำของ เน็ทเซอร์ ในจังหวะสวนกลับ การใช้ทักษะพลิกบอลทะลุขึ้นมาจากกลางสนามเป็นอาวุธสำคัญของ "สิงห์หนุ่ม" สมฉายา
 
พลังหนุ่มของพวกเขา ที่อายุเฉลี่ยน้อยมาก นอกจาก เน็ทเซอร์ แล้วยังมีอย่าง ไรเนอร์ บอนโฮฟ, จุ๊ปป์ ไฮน์เกส, แฮร์แบร์ต วิมเมอร์ และ แบร์ตี้ โฟ้กท์ส เป็นต้น
 

เมื่อ 2-3 ปีก่อน หลังถูกถามว่ารับมือกับข่าวต่างๆ อย่างไร เน็ตเซอร์ตอบว่า "ฟุตบอลผูกตัวเองกับพวกเรื่องดังกล่าวในเวลานั้น บางครั้งผมก็รู้สึกสนุก เพราะมันไม่มีความหมายลึกซึ้งใดๆ จากสิ่งที่เราทำหรอก เราไม่ใช่พวกนักการเมือง เราเป็นนักกีฬา ผมอ่านข่าวตรงมุมที่เกี่ยวกับศิลปะและวรรณกรรม เพราะผมสนใจในสิ่งที่ผู้คนพูดกัน แต่ผมก็ไม่ได้จริงจังกับมันมากหรอกนะ"
 
บุนเดสลีกา ยกย่องเขาเป็นซูเปอร์สตาร์คนแรกของลีกสูงสุดเยอรมัน ทั้งด้วยฝีเท้า รูปลักษณ์ นิสัย และบุคลิกของเขา
 
ปู่จุ๊ปป์ ไฮน์เกส ดาวยิงคู่ใจ เพื่อนร่วมรุ่น และเป็นชาว "มึนเช่นกลัดบัค" แท้ๆ ด้วยกันบอกว่า "เป็นกองกลางเจ้าแผนการที่ผ่านบอลได้อย่างแม่นยำและเล่นลูกฟรีคิกกับเตะมุมได้อย่างน่าอัศจรรย์"
 
จากลูกชายร้านขายผักผลไม้ในกลัดบัค เน็ทเซอร์ บอกว่าเขาภูมิใจมากที่ได้พาทีมบ้านเกิดจากการลงเล่นในลีกระดับภูมิภาค เลื่อนชั้นสู่บุนเดสลีกา และประสบความสำเร็จเป็นแชมป์ มันคือการสร้างรากฐานยิ่งใหญ่ให้กลัดบัคในยุคปลาย 60s ต่อไปถึงยุค 70s
 
สมัยยังเป็นดาวรุ่ง พ่อของเขาเคยพนันว่าหากเขาทำประตูได้ แต่ละลูกจะจ่ายเงินให้เขา 5 ด๊อยท์ชมาร์ค ปีนั้นเขายิงไป 28 ลูก คิดเป็นเงิน 140 มาร์ค ซึ่งยุคนั้นถือว่าไม่น้อยเลย
 

กลัดบัคยุคนั้นคุมทีมโดยยอดโค้ช เฮนเนส ไวส์ไวเลอร์ ซึ่งเข้ามาคุมทีมไล่เลี่ยกับที่ เน็ทเซอร์ เซ็นสัญญานักเตะอาชีพกับกลัดบัค
 
แม้ทั้งคู่จะช่วยกันพาทีมประสบความสำเร็จ แต่ความสัมพันธ์กับไม่แนบแน่น มันง่อนแง่นตลอดเวลา
 
จุดแตกหักแสนคลาสสิกมาถึงในนัดชิงชนะเลิศ เดเอฟเบ โพคาล ฤดูกาล 1972/73
 
ฤดูกาลนั้น เน็ทเซอร์ มีอาการเจ็บรบกวน ไม่สมบูรณ์นัก ผลงานในลีกของทีมเลยไม่ดีเท่าไหร่ จบอันดับ 5 ก่อนแข่งนัดชิงที่กลัดบัคจะเจอกับโคโลญจน์ เลยมีข่าวว่า ไวส์ไวเลอร์ จะไม่ใส่ชื่อ เน็ทเซอร์ เป็นตัวจริง
 
เน็ทเซอร์ ตัดสินใจย้ายไป เรอัล มาดริด ทันทีและทุกคนมารู้เรื่องเอาในวันแข่ง
 
แฮร์แบร์ต วิมเมอร์ ซึ่งถูกโค้ชไวส์ไวเลอร์ ส่งลงตัวจริงในแดนกลางแทน เน็ทเซอร์ สามารถทำประตูได้ เป็นสกอร์ 1-0 ของเกม แล้วดูเหมือน ไวส์ไวเลอร์ จะเป็นฝ่ายคิดถูก
 
ทว่าโคโลญจน์มาตามตีเสมอ 1-1 จากแฮร์แบร์ต นอยมันน์ ก่อนจบครึ่งแรก 5 นาที
 
พอพักครึ่ง แฟนๆ ต้องการเห็น เน็ทเซอร์ และไวส์ไวเลอร์ ก็ต้องการแก้เกม จะเปลี่ยนเขาลงเช่นกัน แต่ เน็ทเซอร์ ปฏิเสธบอกว่า เป็นคนอื่นน่าจะดีกว่า
 
จนเวลาล่วงเลยไปก็ทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที
 
พอเข้าช่วงต่อเวลาพิเศษ เน็ทเซอร์ เข้าไปถาม คริสเตียน คูลิค ที่ดูหมดแรงว่าไหวไหม จากนั้นเขาก็ถอดเสื้อวอร์มออก แล้วเดินไปแจ้งกับ ไวส์ไวเลอร์ ว่าเขาจะเปลี่ยนตัวเองลง บอกว่า "ผมจะลงเล่นแทนก็แล้วกัน"
 
เมื่อเกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 94 ไม่กี่นาทีหลังเขาลงสนาม กุนเทอร์ เน็ทเซอร์ ก็ได้บอลแล้วทำชิ่งกับ ไรเนอร์ บอนโฮฟ แล้วหลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายทางเสาไกล บอลพุ่งเสียบตาข่ายสุดสะใจ
 

มันกลายเป็นประตูชัยให้ กลัดบัค เอาชนะโคโลญจน์ 2-1 คว้าแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล 1973 มาครองได้สำเร็จ นิตยสาร Kicker บอกว่าเกมนี้เป็นหนึ่งในเกม เดเอฟเบ โพคาล ที่ตื่นเต้น เร้าใจและลุ้นระทึกที่สุดเท่าที่เคยมีมา
 
หลังจบเกมที่กลายเป็นเกมสุดท้ายของเขากับกลัดบัค เน็ทเซอร์ ก็ย้ายไป เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ ลา ลีกา และ โกปา เดล เรย์ อย่างละ 2 สมัย ในระยะเวลา 3 ฤดูกาลที่นั่น ก่อนมาแขวนสตั๊ดกับ กราสส์ฮ็อปเปอร์ ซูริค ด้วยวัย 32 ปี ในปี 1977
 
ภายหลัง เน็ทเซอร์ ยอมรับว่า ไวส์ไวเลอร์ คิดถูกแล้วที่ดร็อปเขาเป็นสำรอง เพราะสภาพร่างกายเขาไม่ได้เต็มร้อยจริงๆ และยังยอมรับอีกด้วยว่า ประตูชัยที่ยิงใส่ โคโลญจน์ นั้น มีดวงมาช่วย และเป็นช็อตที่โชคดีที่สุดในเส้นทางอาชีพของเขาเลย
 

เนื่องจากหากใครได้ดูไฮไลท์ประตูนี้จะเห็นว่าเท้าที่สัมผัสบอลของเขาโดนไม่ดีนัก มันควรจะปลิ้นหลุดกรอบไปไกล แต่จังหวะมันเหมาะเหม็ง กลายเป็นบอลพุ่งเสียบตาข่าย แกร์ฮาร์ด เวลซ์ มือกาวโคโลญจน์ได้แต่เหลียวมองเท่านั้น
 
เรื่องราวของ กุนเทอร์ เน็ทเซอร์ เหมาะสมแล้วที่จะถูกเรียกว่าซูเปอร์สตาร์
 
เพราะคนที่จะเป็นดาวดัง ต้องมีเรื่องไม่ธรรมดาแบบนี้เสมอ
ส่วรคุณหากต้องการเว็บไซต์ความตื่นเต้นที่ไม่ธรรมดา ลองมาลอง Sbobet777 สิครับ รับรองว่าชื่อนี้การันตีความสำเร็จและมั่งคั่งและมีความสนุกให้คุณเริ่มต้นได้ทันที ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbt หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment