breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" บิเอลซ่าผู้ผิดหวัง "

อัพเดตเมื่อ : April 14, 2020 9:54pm โดย : admin

มาร์เซโล่ บิเอลซ่า ได้รับการคารวะจากกุนซือฝีมือดีมากมาย และเป็นแรงบันดาลใจให้กุนซือรุ่นหลังได้หยิบยืมแนวคิด วิธีการบางอย่างในการคุมทีมของเขาไปใช้
ไม่ใช่แค่อดีตลูกศิษย์ ที่เป็นชาวอาร์เจนไตน์อย่าง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่, มาร์เซโล่ กายาร์โด้, ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ แต่ยังรวมถึงยอดโค้ชอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็มีความคลั่งไคล้ในตัว บิเอลซ่า อย่างมากถึงขนาดบินไปหาถึงบ้านที่อาร์เจนติน่าเพื่อสนทนาธรรมภาษาลูกหนังมาแล้ว
หากจะมีความผิดหวังบนเส้นทางกุนซือของ บิเอลซ่า ก็คือ เขาแทบไม่เคยนำทีมได้แชมป์เป็นชิ้นเป็นอันเลย ทำทีมฟุตบอลเล่นดี เล่นสวย เล่นมัน มีแนวทางชัดเจน แต่นอกเหนือจากแชมป์ เคลาซูร่า และ อเปร์ตูร่า กับ เวเลซ ซาร์สฟิลด์ กับ นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ ตั้งแต่ยุค 90s เพียง 2-3 หนแล้ว แชมป์ที่จับต้องได้จริงๆของเขาก็มีแค่เหรียญทองโอลิมปิก บอลชายในปี 2004 เท่านั้น
ที่เหลือ เต็มที่มักเป็นพระรองทั้งหมด เข้าชิงบอลถ้วยก็มักแพ้
ถ้าจะถามว่าทำไม? อาจเป็นเพราะฟุตบอลของ บิเอลซ่า มีความเพียว มีความบริสุทธิ์มากเกินไป หมายความว่าเขาแทบไม่ปรับแต่งวิธีการเล่นเลย ไม่ว่าคู่แข่งจะเป็นใคร เล่นแบบไหน
ถามว่ากุนซือคนไหนที่ทำฟุตบอลเพียว ได้แบบบิเอลซ่า คำตอบก็คือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นี่ยังไง
ทำไม เป๊ป ประสบความสำเร็จ? ความแตกต่างก็คือ เป๊ป จะคุมทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะเก่งสุดยอด เขาคุมทีมระดับท็อป ในลีกนั้นๆ  เสมอ
ส่วน บิเอลซ่า ยกเว้นทีมชาติอาร์เจนติน่าในราวปี 1998-2004 เขาก็ไม่เคยคุมทีมที่มีคุุณภาพแบบสุดยอดจริงๆจังๆ เลย เพียวฟุตบอลของเขาจึงมักตกเป็นพระรอง
อีกทั้ง ข้อเสียอีกอย่างของเขาคือพื้นฐานเป็นคนแข็ง ยอมหักไม่ยอมงอ  เขาจึงมักคุมทีมไหนได้ไม่นาน
แม้ว่าจะตกเป็นเพียงพระรองส่วนมาก แต่ในจำนวนทีมที่เขาพาได้รองแชมป์เหล่านี้ ไม่มีทีมไหนที่จะสร้างความทรงจำและประทับใจเท่ากับ แอธเลติก บิลเบา ในยูโรปา ลีก 2011/12 อีกแล้ว
รอบ 16 ทีมสุดท้าย บิลเบา ต้องเจอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ปีนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เครื่องสะดุด จากการแขวนเกือกของ พอล สโคลส์ ครึ่งซีซั่นแรกผลงานไม่น่าประทับใจเลย เพราะขาดมิดฟิลด์จอมทัพ พวกเขาตกรอบแบ่งกลุ่ม ชปล. จนต้องมาเล่นใน ยูโรปา ลีก
เข้าสู่เดือนมกราคม เฟอร์กี้ ตัดสินใจโน้มน้าวให้ สโคลส์ กลับมาสวมสตั๊ดลงเล่น และ สโคลส์ ก็ตกลง ตอนนั้นเองที่แนวโน้มของปีศาจแดงเริ่มดีขึ้น
กระนั้น พวกเขาก็มุ่งเน้นไปที่การเบียดแย่งแชมป์ลีกกับ แมนฯ ซิตี้ มากกว่าผลงานในบอลยุโรป
พวกเขาผ่านอาแจ็กซ์มาได้ในรอบ 32 ทีม มาเจอกับ บิลเบา
สิงโตแห่งแคว้นบาสก์ ภายใต้การคุมทีมของ บิเอลซ่า ได้ชื่อว่าเป็นทีมพลังหนุ่มที่แซมด้วยตัวประสบการณ์ สไตล์การเล่นคือเพรสซิ่งหนัก วิ่งดุดัน และเล่นบอลพาสซิ่งแม่นยำ
สำหรับ แอธเลติก บิลเบา แล้ว นักเตะต้องเป็นคนที่มีเชื้อสายบาสก์เท่านั้น แต่กุนซือไม่จำเป็น ถือเป็นเอกสิทธิ์สำหรับ บิเอลซ่า ที่ได้คุมสโมสรที่มีความเป็นตัวของตัวเองแบบนี้
แน่นอน นักเตะของ บิลเบา ส่วนมากเป็นเด็กท้องถิ่นที่ปั้นมาเอง หรือไม่ก็หานักเตะบาสก์จากทีมบ้านใกล้เรือนเคียง อย่าง โซเซียดาด, เออิบาร์ หรือสโมสรเล็กๆ อย่าง บาสโกเนีย มาปั้นต่อ
ผู้เล่นหลายคนของพวกเขาเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง เชี่ยวชาญแท็คติก ฉลาดเป็นกรด เช่น การ์ลอส กูเปร์กี, ฆาบี มาร์ตีเนซ, จอน เอาร์เตเน็ตเช่, ออสการ์ เด มาร์กอส ทีมของพวกเขายืดหยุุ่นมาก
บิลเบา มี กอร์ก้า อิไรซอส เฝ้าเสา
แนวรับมี อันโดนี่ อิราโอล่า, เฟร์นานโด อมอเรเบียต้า, ฆาบี มาร์ตีเนซ หรือ มิเกล ซาน โฆเซ่ และ จอน เอาร์เตเน็ตเช่  เป็นหลัก
แดนกลาง อันเดร์ อิตูร์ราสเป เป็นตัวรับ, ออสการ์ เด มาร์กอส เล่นได้แทบทุกตำแหน่งตั้งแต่หลังยันหน้าเป้า และ อันเดร์ เอร์เรร่า
แนวรุก "กาก้าน้อย" มาร์เกล ซูซาเอต้า กับ อีเกร์ มูเนียอิน ในวัยรุ่นที่กำลังห้าวสุดขีด รวมถึง เฟร์นานโด ยอเรนเต้
ขุมกำลังสำรองยังมี บอร์ฆ่า เอกีซ่า, กอยคิลี่ เลร์ตชุนดี้, ดาบิด โลเปซ, อีไบ โกเมซ, กาอิซก้า โตเกโร่, อิกอร์ กาบิลอนโด้, ชาบี กาสตีโย่, ไอตอร์ โอซิโอ จอมเก๋า ซึ่งถือเป็นนักเตะฝีเท้าดีทั้งสิ้น
เลกแรกที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลังจบเกม เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ออกมายอมรับว่า บิลเบา คือทีมที่เล่นด้วยยากมาก พวกเขาเป็นทีมที่ทำงานกันหนักที่สุดในสนามแล้วในยุโรปเวลานั้น
ซึ่งสะท้อนปรัชญาการทำทีมของ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า ได้เป็นอย่างดี
ผลลงเอยที่ชัยชนะของ บิลเบา 3-2 กระทั่งนัดสอง พวกเขาก็ยังเปิดบ้านย้ำแค้นแมนฯ ยูไนเต็ด ได้อีกที่สกอร์ 2-1
เกมที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นั่นเองที่ อันเดร์ เอร์เรร่า โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจนเข้าตาแมนฯ ยูไนเต็ด และตัวเขาเองก็ประทับใจกับบรรยากาศในโรงละครแห่งนี้ ในที่สุด ทั้งสองฝ่ายก็มาลงเอยกันอีก 2 ปีให้หลัง
บิลเบา ผ่านแมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้วพวกเขาเข้าไปชนะ ชาลเก้ ในรอบ 8 ทีมด้วยสกอร์รวม 6-4 และชนะ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในรอบคัดเชือกด้วยสกอร์รวม 4-3
แต่ว่าน่าเสียดาย ด้วยความที่ฟุตบอลของ บิเอลซ่า มันตรงไปตรงมาเกินไป การเข้าไปชิงชนะเลิศกับ แอตเลติโก้ มาดริด จึงมีบทสรุปที่น่าผิดหวัง
ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ เอาชนะอาจารย์ของตัวเอง เมื่อทีมตราหมีชุดนั้น เต็มไปด้วยพระกาฬ ตั้งแต่นายทวารไปจนถึงกองหน้า
ติโบต์ กูร์กตัวส์ เฝ้าเสา ฆวนฟราน, ดีเอโก้ โกดิน, ชูเอา มิรันด้า และ เฟลิเป้ หลุยส์ กาสมีร์สกี้ เป็นแบ็กโฟร์
แดนกลางกัปตันทีม กาบี คุมเกมกับ มาริโอ ซัวเรซ ส่วนแนวรุก... ดีเอโก้ ริบาส ดาคุนญ่า, อาเดรียน โลเปซ และ อาร์ด้า ตูราน ทำเกมสนับสนุนดาวยิง เพชฌฆาตอันดับ 1 ของยุโรป และของโลกเวลานั้น ราดาเมล ฟัลเกา
"เอล ติเกร" ใช้เวลาเพียง 7 นาที ก็เบิกสกอร์แรกได้สำเร็จ ทีมพลังหนุ่มที่ประสบการณ์ในเกมใหญ่ๆ มีน้อยของ บิลเบา ระส่ำ จากนั้น ฟัลเกา ก็ทำประตูที่ 2 ของตัวเองในนาทีที่ 34
บอลเข้าทางปืน ซิเมโอเน่ ทั้งหมดก่อนที่ใน 5 นาทีสุดท้ายของเกม ดีเอโก้ จะมาฝังเป็น 3-0
2 สัปดาห์ให้หลัง บิลเบา ก็อกหักอีกครั้ง ในนัดชิง โกปา เดล เรย์ เมื่อพวกเขาโดน บาร์เซโลน่า ถล่มไปอีก 3-0 จบด้วยการเป็นพระรอง 2 รายการติดต่อกัน
ความผิดหวังครั้งนั้น แม้จะเป็นแรงผลักให้ บิเอลซ่า กลับมาใหม่ในปีถัดไป แต่การที่บิลเบา ขายคีย์แมนอย่าง ฆาบี มาร์ตีเนซ และ เฟร์นานโด ยอเรนเต้  ออกไป ส่งผลให้เกิดรอยร้าวขึ้นระหว่างบอร์ดบริหารและบิเอลซ่า
ฤดูกาล 2012/13 จบลง บิลเบา เป็นอันดับ 12 ของตารางคะแนน และถึงเวลาแยกทาง
มาร์เซโล่ บิเอลซ่า ทำทีมเล่นน่าประทับใจเสมอ เขาวางรากฐานบางอย่างไว้ในทีมที่เขาทำ เขามอบความรู้และปลุกให้นักเตะได้เห็นบางสิ่งที่ไม่เคยเห็น
น่าเสียดาย ที่เขาไม่สามารถมอบความสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันให้กับสโมสรที่เขาไปทำงานได้เลย จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม
ทว่า ด้วยการทำฟุตบอลที่บริสุทธิ์อย่างนั้น เขาอาจจะไม่ได้มองถ้วยแชมป์เป็นความสำเร็จสุดยอด การได้ทำทีมเล่นได้ในแนวทางที่เขาต้องการ นั่นอาจเป็นสิ่งที่เขาพอใจที่สุดแล้วก็เป็นได้
และใครกำลังหาเว็บไซด์ที่เต็มไปด้วยแนวทางหากำไรงามๆล่ะก็นี่เลย Sbobet777 ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbt หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment