breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" แชมป์ที่น่าจดจำ "

อัพเดตเมื่อ : July 15, 2020 12:16am โดย : admin

ในอเมริกันฟุตบอลมักมีคำกล่าวว่า "เกมบุกเอาไว้ขายตั๋ว เกมรับทำให้เป็นแชมป์"
ในเกมฟุตบอลของเรา เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยบอกเอาไว้ "เกมรุกทำให้คุณชนะในแม็ทช์, เกมรับช่วยให้คุณคว้าแชมป์"
เมื่อมันออกมาจากกุนซือที่นิยมฟุตบอลเกมรุก และประสบความสำเร็จอย่าง  เฟอร์กี้ ก็พอจะบอกได้ว่าความสำคัญของเกมรับนั้นมีมากแค่ไหน
ถ้าสังเกตจะพบว่ากุนซือที่ต่อให่เล่นบอลสวย บอลบุก ก็ให้ความสำคัญกับแนวรับทั้ง เฟอร์กี้ เองและรวมไปถึง อาร์แซน เวนเกอร์ ด้วย เมื่อไหร่ที่เกมรับไม่ดี ต่อให้เฟอร์กี้หรือเวนเกอร์ ก็มักพลาดท่า
ดูอย่างลิเวอร์พูลยุคนี้ หากไม่เสริม เวอร์จิล ฟาน ไดค์ กับ อลิสซง เบ็คเคอร์ ลำพังแค่ 3 กองหน้านั่นไม่มีทางประสบความสำเร็จได้เด็ดขาด
ทีมเป็นแชมป์ อาจไม่ต้องยิงเยอะมาก หากพวกเขาเล่นได้เหนียวแน่น ภาษาบ้านๆ เรียกบอลชัวร์ ชนะแค่นัดละลูกสองลูก แต่ชนะบ่อยๆ แพ้ยาก ก็มีโอกาสเป็นแชมป์เหมือนกัน
แต่ก็ไม่ได้คาดหมายว่าเกมรุกจะยิงได้น้อยจนรู้สึกประหลาด เกมฟุตบอลลีกสูงสุด 20 ทีมเตะกันสัก 38 นัด หากยิงได้สัก 60 ลูกแล้วคว้าแชมป์ก็ถือว่าน้อยแล้ว แต่ยังอยู่ในข่ายทำใจได้ เฉลี่ยนัดละราวๆ 1.5 ประตู
ทว่ายังมีปรากฏการณ์เกิดขึ้นเมื่อทีมที่ได้แชมป์ลีก มีอัตราเฉลี่ย ยิงนัดละไม่ถึง 1 ประตู จากทั้งหมด 26 นัดใน 1 ฤดูกาล พวกเขายิงแค่ 25 ประตูเท่านั้น และได้แชมป์ไปครอง
ทีมนั้นคือ เอไอเค  ฟุตบอล หรือ เอไอเค โซลน่า ที่เราคุ้นหูกัน พวกเขาคว้าแชมป์ลีกออลสเวนส์คาน สวีเดน ในปี 1998 ด้วยการยิง 25 ประตูเท่านั้นจาก 26 นัด
นี่คือเรื่องราวของพวกเขา
หลังจบฤดูกาล 1997 เอไอเค จบอันดับ 8 จากทั้งหมด 14 ทีมในออลสเวนส์คาน สถานการณ์ไม่ค่อยสวย สเตฟาน โซเดอเบิร์ก ผู้อำนวยการกีฬา ตัดสินใจแยกทางกับ เอริค ฮัมเร็น (ในภายหลังเขามาคุมทีมชาติสวีเดนและปัจจุบันคือเทรนเนอร์ทีมชาติไอซ์แลนด์)
จากนั้นเข้ามีแผนเดินทางไปญี่ปุ่นไปหากุนซือคนใหม่
ที่ญี่ปุ่น มีกุนซือเชื้อสายสก็อตติช ที่ไปบุกเบิกทำงานตั้งแต่ เจ-ลีก ก่อตั้ง กับการคุมทีมซานเฟรสเช่ ฮิโรชิม่า และในปี 1997 เขาคุม วิสเซล โกเบ อยู่
สจ๊วร์ต แบ็กซ์เตอร์ วัย 45 ปีตอนนั้น เขามีประสบการณ์มากมาย ทั้งในฐานะนักเตะหรือกุนซือ โดยเฉพาะในสวีเดนเอง เขาเคยค้าแข้งกับ ลันด์สโครน่า, เฮลซิงบอร์กส์ มาแล้ว และเคยคุมทีม โอเรโบร, ฮาล์มสตัดส์ มาแล้วเช่นกัน
แบ็กซ์เตอร์ ตัดสินใจรับงาน กลับไปสวีเดนอีกครั้ง เขาบอกว่า ดูขุมกำลังแล้ว ทีมทีมนี้ไม่เลวเลย
อย่างไรก็ดี มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องทีมค่อนข้างเยอะก่อนฤดูกาลจะเปิด
แม็กนุส เฮดแมน โกล์คนเก่งย้ายไปโคเวนทรี, แกรี่ ซุนด์เกร็น ไปซาราโกซ่า, พาสคาล ซิมพ์สัน ที่ยิง 2 ประตูใส่บาร์ซ่าใน คัพ วินเนอร์ส คัพ ฤดูกาลที่ผ่านมา ย้ายไปวาเลเรนก้า, ดิ๊ก ลิดมัน กองหน้าประสบการณ์สูงแขวนสตั๊ด
อย่างไรก็ดีพวกเขายังมีนักเตะที่ถือว่าเป็นทีเด็ดอยู่ โยฮัน มอลบี้ เซนเตอร์จอมแกร่ง (ที่หลังจากปีนี้เขาย้ายไปเป็นตำนานเซลติก), ปราการหลังที่กำลังพุ่งขึ้นมา โอลอฟ เมลเบิร์ก และ พาทริค เอ็งลุนด์
กองหน้ามีนักเตะเชื้อสายบอสเนีย เนบอยซ่า โนวาโควิช ที่ทักษะเยี่ยม ประสบการณ์สูง รวมถึงดาวในฝัน อันเดอร์ส ลิมพาร์
ลิมพาร์ ขวัญใจแฟนบอลอาร์เซน่อล เขาเกิดในโซลน่า เรียกว่าเป็นเด็กเอไอเค แต่เกิดเลย แต่เขาไม่เคยเล่นให้ทีมนี้ เขาเป็นดาวดังของทีมชาติ ย้ายไปดังในพรีเมียร์ ลีก แต่ตอนนั้นเขาย้ายกลับมาร่วมทีมบ้านเกิดจนได้ ขณะอายุ 33 ปีแล้ว
เรียกว่าโดยรวมๆ แม้ขุมกำลังจะไม่ได้ดีที่สุด แต่ถือว่าสมดุลดีมากๆ
สจ๊วร์ต แบ็กซ์เตอร์ มีวิชั่นของเขา ในเวลานั้นทีมในสวีเดน เล่น 4-4-2 แทบทุกทีม และวิธีการเล่นบอลของสวีเดนคือ ส่งบอลให้แบ็กที่เติมขึ้นมาสูงและครอสเข้ากลาง ซึ่งสะท้อนจากการเล่นของทีมชาติ ที่ก็เล่นกันแบบนี้
เขามีความคิดว่า ต้องทำให้แตกต่าง หากทำแบบเดียวกัน แน่นอน ทีมที่มีนักเตะเก่งกว่าย่อมได้เปรียบ และจะชนะอยู่ดี
นักเตะเอาด้วยกับเขาทันที และในช่วงปรีซีซั่น ผลงานของพวกเขาโอเค ทว่าเมื่อเอาเข้าจริง เกมแรกก็น่าผิดหวัง
เจอกับเทรลเลบอร์ก พวกเขานำ 1-0 มีโอกาสยิง 23 หน แต่โดนตีเสมอ 1-1 ท้ายเกม จากโอกาสยิงของคู่แข่งทั้งเกมแค่ 3 หน
10 นัดแรก ชนะ 2 เสมอ 6 แพ้ 2 ผลงานแบบนี้ไม่น่าใช่ผลงานทีมแชมป์แน่ๆ
สิ่งหนึ่งที่เป็นจุดแข็งของ เอไอเค ก็คือเหล่า "แบล็ค อาร์มี่" แฟนบอลของพวกเขาดุดัน เชียร์โหด ในบ้านจึงเป็นป้อมปราการ อีกจุด นักเตะของพวกเขามีทั้งเด็กหนุ่มที่กำลังห้าว และตัวประสบการณ์ที่มีบุคลิกเก๋าเกมรอบจัด
ในเกมกับ โกเตบอร์ก ยักษ์ใหญ่ที่กวาดแชมป์เป็นว่าเล่นในยุค 90s ถือเป็นจุดเปลี่ยน แบ็กซ์เตอร์ยืนต่อหน้าลูกทีมก่อนเกมและบอกว่า "ฟังนะพวกแก ไม่มีรอมชอมแล้ว เราทำในสิ่งที่เราจะทำ หรือไม่งั้นฉันต้องไปแน่" นักเตะตอบกลับมาว่า "ไม่ต้องห่วงเราหรอก เราเอาด้วยแน่" จากนั้น พวกเขาก็ชนะ 1-0 และนั่นกลายเป็นสกอร์หลักของพวกเขา
นับแต่ชัยชนะนัดนั้น ความเชื่อมั่นของเอไอเค มาทันที พวกเขารันยาว และหลังจากความพ่ายแพ้ 2 นัดในช่วงแรกที่ว่านั้นแล้ว พวกเขาก็ไม่แพ้ใครอีกเลยจนมาถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาล
ตอนนั้น พวกเขามี 43 แต้ม แต่เฮลซิงบอร์ก ทีมแย่งแชมป์มี 44 ปัญหาคือ ทั้งสองทีมเจอทีมอ่อนชั้นกว่า โดยเฉพาะ เฮลซิงบอร์ก เจอกับฮัคเค่น ที่ตกชั้นไปแล้ว
เป้าหมายเดียวคือ ไอเอเค ต้องชนะ และต้องให้ เฮลซิงบอร์กไม่ชนะ ปาฎิหาริยเกิดขึ้นจริงเมื่อ ฮัคเค่น พลิกชนะเฮลซิงบอร์ก 2-1 ขณะที่พวกเขาเอาชนะออร์ไกรท์ได้สำเร็จ หมายความว่า เอไอเค คว้าแชมป์ได้สำเร็จจริงๆ
2 ประตูของ ฮัคเค่น มาจาก มัทธิอัส ลาร์สสัน กองหน้าตัวเก่งของพวกเขา ซึ่งในงานฉลองแชมป์แฟนบอลเชิญ ลาร์สสัน มาร่วมลฉลองด้วย และ คลาสสิกคือ เขาก็มาจริงๆ
ฤดูกาลนั้น เอไอเค ลงเล่น 26 นัด ชนะ 11 เสมอ 13 แพ้ 2 ยิงได้แค่ 25 ประตู แต่พวกเขาเสียแค่ 15 ลูกเท่านั้น
พวกเขาไม่ใช่ทีมที่เอาแต่เน้นเกมรับ ไม่เลย  ไม่ใช่ หากเรามองที่สถิติคงอาจดูได้แบบนั้น ว่านี่คือทีมที่ไปตั้งรถบัสแล้วรอสวนกลับ
วิธีการที่ แบ็กซ์เตอร์ ใช้จริงๆ ก็คือ ทีมของเขาจะปล่อยให้เซนเตอร์คู่แข่งได้บอลเพื่อเล่นขึ้นมาจากแดนหลังจากนั้นเพรสซิ่งเข้าใส่อย่างดุดัน เมื่อบอลถูกสกัดมามั่วซั่วแดนกลางจะเก็บได้และโจมตีเร็วทันที
วิธีนี้เอง ทำให้พวกเขาสร้างสรรค์โอกาสได้เยอะ แต่ติดตรงทีจบกันไม่ค่อยคม ทว่าข้อดีคือ พวกเขาเสียประตูน้อยมากๆ
มันเป็นวิธีที่ในสวีเดนตอนนั้นไม่มีทีมไหนเล่น และไม่มีทีมไหนชอบเจอกับการเล่นแบบนี้ นี่้คือเคล็ดลับความสำเร็จของ เอไอเค
ตลอด 2 ฤดูกาลที่ แบ็กซ์เตอร์ คุม เอไอเค ทั้งหมด 52 นัดในลีก พวกเขาเสียแค่ 29 ลูกเท่านั้น
ปีต่อมา เอไอเค เสียเพียง 14 ประตู และยิงได้มากขึ้นตามที่มันควรจะเป็นถึง 42 ประตู แต่น่าเสียดาย หนนี้พวกเขาจบเพียงแค่พระรอง
เฮลซิงบอร์ก เอาคืนได้สำเร็จ เข้าป้ายเป็นแชมป์ด้วยการมีแต้มมากกว่า เอไอเค 1 คะแนน
อย่างไรก็ตาม สถิติน่าทึ่งของ เอไอเค แห่งโซลน่าในฤดูกาล 1998 นั้น ไม่มีใครลืมลงจริงๆ
กับสถิติลงเล่น 26 นัด ยิงได้แค่ 25 ประตู แต่...เป็นแชมป์ !!!
และใครกำลังหาเว็บไซด์ที่สนุกแบบลืมไม่ลงล่ะก็ต้องนี่เลย MYSBOBET ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment