breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" ทำไมยูงทอง ? "

อัพเดตเมื่อ : July 21, 2020 8:36pm โดย : admin

นาทีนี้ข่าวของ ลีดส์ ยูไนเต็ด ยังแรงอย่างต่อเนื่อง เมื่อพวกเขาคัมแบ็กสู่ พรีเมียร์ ลีก ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี
สำหรับลีดส์ ถือเป็นเมืองบ้าฟุตบอลอย่างแท้จริง เมืองนี้มีทีมฟุตบอลอาชีพทีมเดียวเท่านั้น ซึ่งก็คือ ลีดส์ ยูไนเต็ด
แฟนลีดส์ได้ชื่อว่าเป็นแฟนบอลที่คลั่งไคล้ลูกหนัง เชียร์ทีมแบบสุดทาง ไม่ว่าจะอยู่ในลีกไหน ผลงานอย่างไรก็ตาม
ในยุค ฮูลิแกนเฟื่องฟูในทศวรรษที่ 70s กลุ่มฮาร์ดคอร์ของลีดส์ที่ชื่อว่า ลีดส์ ยูไนเต็ด เซอร์วิซ ครูว์ ก็ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มฮูลิแกนกลุ่มใหญ่ แต่ดุเดือดที่สุดกลุ่มหนึ่งในอังกฤษ
แม้แต่ในประเทศไทยเองก็มีกลุ่มแฟนบอลลีดส์อยู่ไม่น้อย โดยมากมักเป็นผู้ใหญ่ ที่ตามเชียร์ตั้งแต่ยุค 70s - 80s
ทุกวันนี้ ลีดส์ ที่เรารู้จักมีสัญลักษณ์เป็นดอกกุหลาบแห่งยอร์คเชียร์สีขาว พ้องกับชุดแข่งเหย้าที่เป็นสีขาว แต่ทำไม ฉายาที่นักข่าวรุ่นใหญ่ของไทยถึงตั้งฉายาพวกเขาว่า "ยูงทอง"
แม้แต่กระทั่งในอังกฤษ พวกเขาก็มีฉายาว่า "เดอะ ไวท์ส" ที่แปลว่าสีขาว และ "เดอะ พีค็อคส์" ซึ่งก็แปลว่านกยูงอยู่ด้วย
นกยูงมาจากไหน
เราต้องลองย้อนไปในประวัติศาสตร์ของ ลีดส์ กันก่อน
ลีดส์ ยูไนเต็ด ก่อตั้งสโมสรในปี 1919 ช่วงแรกพวกเขามีชุดแข่งเป็นสีน้ำเงินขาวเหมือนของ ฮัดเดอร์สฟิลด์ เนื่องจากช่วงนั้น ฮิลตัน คราวเธอร์ ประธานสโมสรฮัดเดอร์สฟิลด์ (ทีมในยอร์คเชียร์ใกล้กัน) อยากรวมสองสโมสรไว้ด้วยกันเลย และภายหลังเขาก็อำลามาเป็นประธานสโมสรลีดส์ด้วย
ตามมาด้วยในปี 1934 พวกเขาก็เปลี่นชุดแข่งมาเป็นเสื้อสีน้ำเงิน-เหลืองทองแบบครึ่ง-ครึ่ง
ช่วงแรก สโมสรฟุตบอลต่างๆ ยังไม่ค่อยมีตราสโมสรใช้งานกัน เสื้อแข่งก็เป็นเสื้อเรียบๆ ไม่มีอะไรมาแปะทั้งนั้น
ยกเว้นในเกมสำคัญๆ อย่างนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ บางสโมสรจะใช้ "ตราประจำเมือง" หรือ Coat of Arms มาใช้แทนตราสโมสร
ในฤดูกาล 1960/61 ลีดส์ ก็แต่งตั้งให้ ดอน เรวี่ ซึ่งตอนนั้นเป็นนักเตะวัย 33 ปี ขึ้นรั้งตำแหน่งควบ Player/Manager เมื่อเดือนมีนาคม 1961
เรวี่ ที่ภายหลังจะกลายมาเป็นหนึ่งในกุนซือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสร ได้มีแนวคิดให้สโมสรเปลี่ยนชุดแข่งจาก น้ำเงิน-เหลืองทอง มาเป็นสีขาวล้วน ได้แรงบันดาลใจมาจาก เรอัล มาดริด และพวกเขาก็ใช้ชุดสีขาวล้วนเป็นสีหลักมานับแต่นั้น
ช่วงนี้เองพ้องกับช่วงที่ ลีดส์ มีตราสโมสรเป็นครั้งแรก พวกเขายังหยิบยกเอา ตราประจำเมือง ที่มีรูปนกฮูก 2 ตัว มาเป็นหลักของการออกแบบ แล้วเพิ่มตัวอักษรชื่อสโมสรลงไป
จากนั้นในปี 1964 พวกเขาเปลี่ยนอีกครั้ง หนนี้เป็นรูปนกฮูกดื้อๆ เลย แรกๆ พวกเขาถูกเรียกว่า The Owls ด้วยซ้ำไป
ดีไซน์ของการออกแบบเปลี่ยนไปอีกหลังปี 1965 มาเป็นแค่ตัวอักษรสีทอง L U F C เท่านั้นเอง
มาสู่ยุคดิสโก้ ช่วงปี 1970s ยุคฮูลิแกนเฟื่องฟู ลีดส ก็เปลี่ยนตราสโมสรอีก หนนี้เป็นตัวอักษร L U ออกแบบให้ซ้อนกันอยู่เหมือนรอยยิ้มอ้วนๆ ป้อมๆ มีการปรับเล็กๆ น้อยๆ แต่ยังคงคอนเซปต์เดิมมาจนปี 1978-1980 เห็นจะได้
พอเข้าสู่ยุค 80s นี่เอง ตัวละครหลักของเราก็ออกโรง ด้วยการคิดใหม่ทำใหม่ ตราสโมสรหลักของพวกเขาแม้ยังคงความกลม และสีน้ำเงินเหลือง แต่พวกเขาอาศัยโครงสร้างของตราที่เป็นวงกลม มาทำเป็นแพนหางของนกยูง ออกแบบให้เป็นนกยูงเสียเลย พวกเขาใช้ตรานี้อยู่ 3 ปีระหว่างปี 1981-1984
ช่วงนี้เองที่ฉายา The Peacocks ของพวกเขาเริ่มเป็นที่รู้จัก ก็พอดีกับในเมืองไทย หนังสือพิมพ์ฟุตบอลต่างประเทศเริ่มขึ้น โดยเฉพาะในเครือสยามกีฬา คอลั่มนิสต์รุ่นใหญ่เลยตั้งฉายาตามตราสโมสรของพวกเขาตอนนั้นว่า "ยูงทอง"
คุณ ย.โย่ง นักข่าวและนักพากย์ฟุตบอลในตำนานก็เป็นแฟนลีดส์ ยูไนเต็ด ด้วยเช่นกัน
ปี 1984 ลีดส์ ได้ปรับเปลี่ยนตราสโมสรอีกครั้ง หนนี้ไม่มีนกยูงเหลืออีก พวกเขาดึงเอาเอกลักษณ์ของแคว้นยอร์คเชียร์คือ ดอกกุหลาบขาวแห่งยอร์ค ที่สีพ้องกับชุดแข่งของพวกเขา มาเป็นตัวละครหลักในการออกแบบ
แม้จะเปลี่ยนจากนกยูงมาเป็นกุหลาบ แต่ฉายา "ยูงทอง" มันติดลมบนไปแล้ว จึงใช้ ยูงทอง ต่อมานับแต่นั้น
เรื่องบ้าๆ ที่แฟนลีดส์ งงว่าเกิดขึ้นได้ยังไง ในปี 2018 เมื่อสโมสรมีแผนจะเปลี่ยนดีไซน์ตราสโมสรใหม่ เลยเผยแพร่แบบที่ได้รับการคัดเลือกออกมาทางสื่อออนไลน์
เป็นรูปแฟนบอลเสื้อขาวยกกำปั้นขึ้นทาบไปที่อก ด้านบนมีคำว่า LEEDS UNITED
ใครเห็นก็ว่าตาย ดีไซน์แบบนี้น่ะ ซึ่งมันก็ตายจริงๆ เพราะเผยแพร่ไอเดียนี้ไม่นานก็โดนสาวกลีดส์ รุมถล่มเละจนต้องล้มโต๊ะ ขยำแผนนี้ทิ้งไปโดยทันที
ไหนๆ จะเปลี่ยน เอา นกยูง กลับมายังจะดีกว่า อย่างน้อยจะได้เรียก "ยูงทอง" ได้เต็มปาก
ส่วนใครเคยโดนล้มโต๊ะมาแล้วอยากลองเปลี่ยนไปหาเว็บไซด์ที่ไว้ใจได้ต้องนี่เลย Sbobet777 ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbt หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment