breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" ยูโร 96 ประตูสู่อังกฤษ "

อัพเดตเมื่อ : July 28, 2020 11:43pm โดย : admin

เมื่อฟุตบอลลีกสูงสุดของอังกฤษเปลี่ยนชื่อและการจัดการมาเป็นพรีเมียร์ ลีก ในปี 1992 ตอนนั้นมีนักเตะต่างชาติเข้ามาหากินบ้างแล้ว
นิยามคำว่าต่างชาตินี้ ในเชิงฟุตบอลหมายถึงนักฟุตบอลที่อยู่นอกเหนือเกาะบริเตนและเกาะไอร์แลนด์ ซึ่งรวมคนทั้งสหราชอาณาจักรกับไอริช เอาไว้ทั้งหมด
แม้จะมีเข้ามาบ้าง แต่ก็เป็นจำนวนที่น้อยมาก และยิ่งถ้านับพวกแข้งต่างชาติที่ลงเล่นแบบเห็นน้ำเห็นเนื้อ พอจะโผล่หน้าลงสนามบ่อยหน่อยยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่
ในฤดูกาล 1995/96 มีนักเตะต่างชาติแค่ 13 คนเท่านั้นที่ลงสนามเกิน 10 นัดให้กับทีมท็อป 5 ในพรีเมียร์ ลีก
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีแค่ 2 รายคือ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล กับ เอริค คันโตน่า ส่วนลิเวอร์พูลไม่มีเลยสักคน
หนึ่งในอุปสรรค นอกเหนือจากเรื่องความรู้ และเครือข่ายแมวมองยังต่างประเทศ ก็คือเรื่องของกฎ
กฎของพรีเมียร์ลีก กำหนดไว้ว่า ในรายชื่อนักเตะในวันแม็ทช์เดย์ (รวมตัวจริงและตัวสำรอง) ห้ามมีนักเตะนอกเหนือเกาะบริเตนและไอร์แลนด์ เกินกว่า 3 คน
อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนมาถึงเอาในเดือนธันวาคม 1995 เมื่อกฏบอสแมน ถูกนำมาใช้
กฏนี้ทำให้นักเตะที่หมดสัญญากับสโมสรหนึ่งๆ สามารถย้ายทีมไปสโมสรอื่นได้เลยโดยที่สโมสรเดิมไม่สามารถเรียกร้องเงินชดเชยใดๆ ได้ ไม่สามารถเหนี่ยวรั้งเอาไว้ได้
อีกหนึ่งผลกระทบจากกฎบอสแมนก็คือ ทำให้ลีกต่างๆ ในชาติที่เป็นสมาชิกของ EU ต้องเปิดกว้างให้นักเตะชาติอื่นๆ ใน EU ด้วยกัน สามารถย้ายไปเล่นได้ โดยห้ามจำกัดโควต้า เพราะขัดกับกฏแรงงานของ EU
อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนก็คือ กลางปี 1996 มี ยูโร96 จัดขึ้นในอังกฤษ
หนึ่งในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมที่สุดทัวร์นาเมนต์หนึ่งจนถึงตอนนี้ ในเมืองไทยเราตอนนั้น โปสการ์ดทายผลไปยังหนังสือพิมพ์หัวใหญ่เจ้าหนึ่ง ที่จะจัดเป็นประจำทุกทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ทำสถิติสูงสุดนับ 100 ล้านใบ
ตอนนั้นผู้เล่นต่างชาติ 308 คนเดินทางมาอังกฤษ ในฐานะตัวแทนของทีมชาติต่างๆ 14 ชาติ ยกเว้น สก็อตแลนด์กับอังกฤษ ที่ถือเป็นเด็กถิ่นอยู่แล้ว
หมายความว่าเป็นโอกาสดีที่แมวมองของสโมสรต่างๆ  ในอังกฤษ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ไม่ต้องจ่ายค่าเครื่องบินที่พัก มีนักเตะเป็นร้อยๆ คนมาเล่นให้ดูถึงบ้านแล้ว
ด้วยผลกระทบ 2 อย่างนี้คือ กฎบอสแมน และยูโร 96 ทำให้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของพรีเมียร์ ลีก เพราะเมื่อฤดูกาล 1996/97 ก็มีผู้เล่นต่างชาติย้ายมาค้าแข้งในอังกฤษมากมาย
โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ โดนเชลซีเซ็นเข้ามา จานลูก้า วิอัลลี่ แม้ไม่ติดทีมชาติอิตาลี แต่ก็โดนเซ็นเข้ามาด้วย, ฟร้องค์ เลอเบิฟ ที่มากับฝรั่งเศส ก็โดนเชลซีเซ็น จนเดือนพฤศจิกายน จานฟรังโก้ โซล่า ก็ตามมา
(แม้กระทั่งปิแอร์ลุยจิ กาซิรากี้ ก็ย้ายมาเชลซี แต่ให้หลังจากนั้น 2 ปี)
อาร์เซน่อล แม้ไม่ได้เซ็นตัวฝรั่งเศสในยูโร96 แต่เขาก็คว้า 2 แข้งเฟร้นช์เข้ามาคือ เรมี่ การ์ด และ  ปาทริค วิเอร่า
แม้กระทั่งมิดเดิลสโบรช์ ก็ยังคว้า ฟาบริซิโอ ราวาเนลลี่ มาร่วมทีมแบบสุดเซอร์ไพรส์ ตอนนั้น ราวาเนลลี่ คือกองหน้าระดับแชมป์ยุโรปของยูเวนตุสและเป็นตัวทีมชาติ
ขณะที่สองยักษ์แห่งนอร์ธเวสต์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล  ก็ไม่อยู่นิ่ง
แอนฟิลด์ กับ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ถูกใช้เป็นสังเวียนจัดการแข่งขันในกลุ่ม ซี
กลุ่มนี้ประกอบด้วย เยอรมัน, อิตาลี, รัสเซีย และสาธารณรัฐเช็ก
เช็ก ตอนนั้นถือเป็นม้ามืดสุดๆ พวกเขาเริ่มด้วยการแพ้เยอรมัน 0-2 จากนั้นพลิกชนะอิตาลี 2-1 เกมที่พาเวล เนดเวด แจ้งเกิดจนได้ย้ายไปลาซิโอ และนัดสุดท้ายเสมอรัสเซีย 3-3
จากนั้นพวกเขาพลิกชนะโปรตุเกส 1-0 ในรอบ8 ทีมสุดท้าย และเอาชนะฝรั่งเศสในการดวลจุดโทษในรอบตัดเชือก ทะลุเข้าไปถึงนัดชิงฯ
ในนัดชิงชนะเลิศพวกเขาก็เกือบทำเซอร์ไพรส์เมื่อขึ้นนำเยอรมันไปก่อน 1-0 แต่มาโดนทีเด็ดของ โอลิเวอร์ เบียร์โฮฟฟ์ ยิงประตูโกลเด้นโกล
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นเซ็น ยอร์ดี้ ครัยฟ์ บุตรชายของโยฮัน ที่ติดทีมชาติฮอลแลนด์มาด้วยในทัวร์นาเมนต์นี้
ตามมาด้วยเป้าหมายในสาธารณรัฐเช็ก ปีศาจแดงเลือก คาเรล โพบอร์สกี้ ตัวรุกผมยาวสลวย ที่ดังชั่วข้ามคืนจากลูก "ล็อบ"  หรือลุกชิพข้ามหัว วิคเตอร์ บาย่า น็อคโปรตุเกสตกรอบ
ด้านลิเวอร์พูล พวกเขาจิ้มไปที่อีกหนุ่มหล่อมาดเท่ ผู้เล่นร่วมกับ โพบอร์สกี้ ในบทบาทสองมิดฟิลด์ตัวรุกอยู่ด้านหลัง พาเวล คูก้า ที่มีนามว่า พาทริค แบร์เกอร์ คนที่ยิงจุดโทษให้่เช็ก ออกนำเยอรมันในนัดชิงนั่นเอง
น่าเสียดายที่เส้นทางของหนุ่มเซอร์ทั้งสองคนแตกต่างกัน
คาเรล โพบอร์สกี้ นั้น มาเจอตอ เพราะเริ่มต้นด้วยการเป็นสำรองก่อน แต่แค่นัดแรกของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่ หนุ่มวัย 21 ที่ชื่อ เดวิด เบ็คแฮม ดันยิงครึ่งสนามใส่วิมเบิลดัน
 ประตูนี้กลายเป็นสปริงบอร์ดชั้นดีให้หนุ่มเบ็คส์ ซึ่งตามตำแหน่งในทีมแล้วทับกันกับ โพบอร์สกี้ อีกทั้ง โพบอร์สกี้ เองก็มีปัญหาในการปรับชีวิตให้เข้ากับในอังกฤษด้วย
เขาอยู่ได้เพียงปีครึ่งก็ย้ายไปเบนฟิก้า และไปมีเส้นทางชีวิตนักเตะที่ดีขึ้นอีกครั้งที่นั่น
ทางด้าน พาทริค แบร์เกอร์ ตรงกันข้าม เขายิงประตูได้ตั้งแต่เริ่มแรก ปรับตัวได้เร็ว และสนุกกับชีวิตในอังกฤษ ท่ามกลางวัฒนธรรมของเหล่าสเกาเซอร์
ลงท้ายแล้ว แบร์เกอร์ จะอยู่กับทีมนานถึง 7 ปี ภาพที่เขาสวมเบอร์ 15 ผมหยักศกยาวประบ่า ยิงบอลด้วยเท้าซ้ายข้างถนัด เต็มไปด้วยความรุนแรงแม่นยำ เป็นภาพที่เหล่าแฟนหงส์ยังคงจำได้ไม่ลืม
ยูโร 96  เป็นช่วงเวลาที่ฟุตบอลยังคงคลาสสิก มันคือประตูเชื่อมนักเตะต่างชาติมายังพรีเมียร์ ลีก จริงๆ
ส่วนใครอยากหาเว็บไซด์ที่เชื่อมต่อความสนุกได้ก็ต้องนี่เลย Sbobet777 ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbt หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment