breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" เมื่อบุนเดสลีกาชอบเด็กอเมริกัน "

อัพเดตเมื่อ : July 31, 2020 6:53am โดย : admin

บุนเดสลีกา ได้ชื่อเป็นลีกที่ให้โอกาสนักเตะต่างชาติเยอะ พอๆ กับการปั้นเด็กขึ้นมาเองอย่างเท่าเทียมกัน
ไม่เว้นแม้แต่นักเตะเอเชียที่โดยเฉพาะหลังจากปี 2010 เป็นต้นมา มีผู้เล่นเอเชียจำนวนมากหลั่งไหลไปค้าแข้งในเยอรมัน โดยเฉพาะญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
ช่วงหลังมานี้ เทรนด์ที่นิยมกันมากคือนักเตะดาวรุ่งชาวอังกฤษ มักเลือกทางเดินไปเล่นในเยอรมันเพื่อฝึกฝน ขัดเกลาชั้นเชิงลูกหนังที่นั่น
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นทีมที่นิยมล่าตัวเด็กดาวรุ่งไว้มาก เจดอน ซานโช่ ดังเป็นพลุแตก ล่าสุดเพิ่งเซ็น จู๊ด เบลลิงแฮม ไปร่วมทีมอีกคน

อีกหนึ่งชาติที่มีนักเตะไปเล่นในเยอรมันมากก็คือสหรัฐอเมริกา
สำหรับอเมริกันชนแล้วกีฬา "ซอคเก้อร์" ไม่ใช่กีฬาที่ได้รับความนิยมมากนัก แม้ในช่วงหลังจะเริ่มดีขึ้น เพราะเมเจอร์ลีกโตขึ้นและทีมชาติมีผลงานที่ดีในรายการต่างๆ แต่ก็ยังเป็นรองกีฬาอย่าง อเมริกันฟุตบอล, บาสเก็ตบอล หรือเบสบอล
นักฟุตบอลจากอเมริกา จึงมักโดนมองข้าม หรือเชิงดูถูกจากพวกยุโรปไม่น้อย ซึ่งถ้าพูดเรื่องคุณภาพฝีเท้า แน่นอนว่ายังสู้นักฟุตบอลในยุโรปไม่ได้ เพราะที่ทวีปแห่งศิลปวิทยาการนี้ ฟุตบอลคือกีฬายอดนิยม ลีกใหญ่ในโลกรวมตัวกันที่ยุโรป
ทว่าบุนเดสลีกา ดูเหมือนจะเป็นลีกที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นจากอเมริกา มาทดลอง มากที่สุดแล้ว
ซูเปอร์สตาร์ของทีมชาติในยุค 90s อย่าง เอริค วีนัลด้า ก็มาลองเล่นกับ ซาร์บรุคเค่น และ โบคุ่ม ถือว่าสอบผ่านในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่น่าประทับใจ เพราะมาตรฐานยังห่างกันเยอะ
เคลาดิโอ เรย์น่า สมัยนั้นเล่นฟุตบอลในระดับคอลเลจ ติดทีมชาติใน USA94 ที่เป็นเจ้าภาพเอง จึงได้โดน  ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ดึงมาร่วมทัพ

จากนั้นมี แฟรงกี้ เฮย์ดุ๊ค และแลนดอน โดโนแวน ที่มาเริ่มต้นกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก
เคย์ซี่ เคลเลอร์ มือกาวจอมเก๋าเล่นในอังกฤษ สเปน มาแล้ว ก่อนมาลองในเยอรมันที่ กลัดบัค ในช่วงปลายอาชีพ
อย่างไรก็ดี ในยุคนี้ ผู้เล่นหลายคนไม่ใช่แค่ตัวประกอบ หรือมาลองของอีกต่อไป นักเตะอเมริกันหลายเป็นขุนพลตัวหลัก หรือไม่ก็ได้ลงเล่นสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วง 10 ปีหลังมานี้ และในช่วง 4-5 ปีหลัง พบว่าดาวรุ่งอเมริกัน มีที่มีทางในบุนเดสลีกามากขึ้นเรื่อย
ทำไมบุนเดสลีกาถึงสนใจนักเตะอายุน้อยชาวอเมริกัน และทำไมนักเตะหนุ่มอเมริกันจึงมองบุนเดสลีกาเป็นปลายทางที่น่าสนใจ
ในฤดูกาล 2019/20 ที่เพิ่งจบลงไป และสโมสรมีนักเตะอเมริกันที่เป็นตัวหลักอยู่ก็อย่างเช่น
จอห์น แอนโธนี่ บรู้คส์, โวล์ฟสบวร์ก
ทิโมธี ชานด์เลอร์, แฟรงค์เฟิร์ต
 อัลเฟรโด้ โมราเลส,  ดุสเซลดอร์ฟ
ไทเลอร์ อดัมส์ , แอร์เบ ไลป์ซิก
เวสตัน แม็คเคนนี่, ชาลเก้
โจวานนี่ เรย์น่า, ดอร์ทมุนด์
จอช ซาร์เจ้นท์,  เบรเมน

ในจำนวนนี้มีแค่ ไทเลอร์ อดัมส์ คนเดียวที่เคยเล่นบอลอาชีพใน เมเจอร์ลีก ซอคเก้อร์ โดยเขาเล่นกับ นิวยอร์ค เร้ดบุลล์ การย้ายมา แอร์เบ ไลป์ซิก จึงไม่แปลก เพราะเป็นทีมร่วมเครือข่าย อยู่ในอาณาจักรเร้ดบูลล์ เหมือนกันอยู่แล้ว
หลายคนย้ายมาอยู่กับทีมเยาวชนของสโมสรในเยอรมันเลย และเติบโต เรียนรู้ฟุตบอลที่นี่เลย
สาเหตุแรก ลองยกตัวอย่างเทียบกับลีกอังกฤษ แม้อเมริกันชนจะพูดภาษาเดียวกับชาวอังกฤษ แต่อุปสรรคใหญ่หลวงของอังกฤษคือเรื่องใบอนุญาตการทำงานหรือ Work Permit
แม้จะเป็นชาติตะวันตก เจริญ ร่ำรวยแค่ไหน แต่ USA คือดินแดนนอกทวีปยุโรป เมื่อไม่ใช่สมาชิก EU การมา "ทำงาน" ในอังกฤษจึงยุ่งยากโดยเฉพาะนักฟุตบอล และยิ่งเป็นนักฟุตบอลดาวรุ่งที่ยังไม่มีประวัติการเล่นให้ทีมชาติยิ่งเป็นเรื่องยาก
ผิดกับเยอรมัน ที่ไม่ต้องใช้ใบอนุญาตนี้ ขอเพียงมีเงื่อนไข 2-3 ข้อคือ อายุ16 ปีขึ้นไป, มีรายได้แน่นอน และได้รับการรับรองว่าเป็นนักกีฬาอาชีพโดยองค์กรการกีฬาแห่งเยอรมัน
เรื่องนี้ทำให้ง่ายต่อนักเตะอเมริกันที่จะมายังบุนเดสลีกา และง่ายสำหรับสโมสรในบุนเดสลีกา ที่จะคว้าตัวดาวรุ่งอเมริกัน ที่มีแวว ดูมีพรสวรรค์ด้วย
สาเหตุที่สอง คือเรื่องที่ว่า ตามกฏหมายแล้ว ในอเมริกา สโมสรจะไม่มีสิทธิ์ในการเรียกร้องค่าชดเชย หากว่านักเตะอายุน้อยย้ายไปเซ็นกับสโมสรอื่น ก่อนที่จะเซ็นสัญญานักเตะอาชีพ
ยกตัวอย่าง คริสเตียน พูลิซิช หรือ โจวานนี่ เรย์น่า บุตรชายของ เคลาดิโอ เรย์น่า ที่ดอร์ทมุนด์ได้มาฟรีๆ แต่พวกเขาขาย พูลิซิช ให้เชลซีด้วยค่าตัวมหาศาล

อย่างไรก็ดี ข้อได้เปรียบตรงนี้จะหายไปแล้ว เพราะมีการแก้กฏไปเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ตอนนี้สโมสรในอเมริกา สามารถเรียกร้องค่าชดเชยจากสโมสรอื่นได้แล้ว
ซึ่งก็ต้องเข้าใจสโมสรในอเมริกาด้วย ไม่อย่างนั้นปั้นเด็กมาหลายปี โดนทีมในยุโรป ทีมในบุนเดสเซ็นไปหมด แบบ "ฟรีๆ"
แน่นอนว่าสองสาเหตุนี้ทำให้มัน "ง่าย" ในการที่อเมริกันดาวรุ่งจะมายังบุนเดสลีกา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะประสบความสำเร็จที่นี่
เรื่องนี้ เยอรมันก็มีข้อได้เปรียบ เพราะระหว่างที่นักเตะอเมริกันมาเพื่อปรับตัว เรียนรู้ภาษาเยอรมัน โดยทั่วไปแล้ว เยอรมันมีการใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่คุยอังกฤษได้ดี
จากนั้นยังมีเรื่องของความเหมือนระหว่าง อเมริกัน และเยอรมัน ตรงที่เป็นชาติที่ทำอะไรมี "โครงสร้าง" มี "แบบแผน"
โค้ชจะฝึกและสอนชัดเจนในแต่ละเกมว่า นักเตะแต่ละคนต้องเล่นตรงไหน มีหน้าที่อย่างไร ซึ่งมันก็พอจะสอดคล้องกับอเมริกันฟุตบอล และคนอเมริกัน คุ้นเคยกับทัศนคติ ทำหน้าที่ของตัวเองแบบนี้อยู่แล้ว
บุนเดสลีกา ยังเป็นลีกที่เล่นกันเร็ว ไม่เอื่อย เกมเปลี่ยนไปมาไว อาศัยทั้งความแข็งแรงด้านร่างกาย ซึ่งเข้ากับนักกีฬาอเมริกัน
สตีฟ เชรุนโดโล่ อีกหนึ่งนักเตะอเมริกัน ที่เล่นอยู่กับฮันโนเวอร์หลายปี ออกมาบอกว่า ในเยอรมัน จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน

สภาพจิตใจ
สภาพร่างกาย
เทคนิค
และ แท็คติก
นักเตะอเมริกันส่วนใหญ่ปรับตัวและทำได้ดีใน 3 จาก 4 ส่วน มีส่วนเดียวที่พวกเขายังเป็นรองนักเตะยุโรป คือเรื่องความเข้าใจด้านแท็ตติก
ทว่าทีมในเยอรมัน พวกเขาเชื่อว่าจะสามารถสอนให้ดาวรุ่งเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ได้ อย่าลืมว่าส่วนใหญ่ย้ายมาตอนอายุยังน้อย เป็นวัยที่พร้อมเรียนรู้ และทีมในเยอรมันก็พอใจกับความกระตือรือร้นของดาวรุ่งอเมริกันในเรื่องนี้ด้วย
นอกจากการอพยพครั้งใหญ่ของดาวรุ่งอเมริกันในช่วงไม่กี่ปีหลังแล้ว ย้อนไปก่อนหน้านี้ ก็มีนักเตะอเมริกันหลายคนที่เล่นในบุนเดสลีกา ด้วยเงื่อนไขพิเศษ คือพวกนี้เป็น "ลูกครึ่ง"
อาจจจะมีพ่อหรือแม่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งเป็นอเมริกัน อีกฝั่งเป็นเยอรมัน พวกนี้ส่วนมากเกิดและโตในเยอรมันอยู่แล้ว เพียงแต่เลือกที่จะเล่นให้ทีมชาติสหรัฐอเมริกา อาจจะด้วยฝีเท้าเองไม่ถึงกับเกรด A ที่ DFB จะเรียกมาติดทีมชาติ บางคนเล่นให้เยอรมันมาแล้วในช่วงทีมเยาวชน แต่พอขึ้นชุดใหญ่ ไม่ไหว ไปเล่นให้อเมริกาดีกว่า
หลายๆ คนมักมีคุณพ่อเป็นชาวอเมริกัน ถ้าจะให้เจาะจงลงไปก็คือ มักเป็น "ทหาร" อเมริกันที่มาประจำการในเยอรมัน และได้พบรัก แต่งงานกับสาวเยอรมัน มีลูกด้วยกัน
ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา อเมริกามาตั้งฐานทัพในเยอรมันจำนวนมาก มีทหารประจำการราว 34,000 คนเลยทีเดียว ที่หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันมาทำหน้าที่ แม้ว่าจะมีการโยกย้ายเอาทหารออกจากเยอรมัน ไปยังโปแลนด์ บ้างในช่วง 2 ปีหลังตามทิศทางของการเมือง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอดหลายสิบปีหลัง ทหารอเมริกันไม่น้อยที่มีลูกกับผู้หญิงเยอรมัน และจำนวนไม่น้อยเลยที่ลูกของพวกเขากลายมาเป็นนักฟุตบอล
ยกตัวอย่างก็เช่น ฟาเบียน จอห์นสัน , เจอร์เมน โจนส์, ทิโมธี ชานด์เลอร์, อัลเฟรโด้ โมลาเรส, ดาวิด เยลล์เดลล์, แดนนี่ วิลเลี่ยมส์ เป็นต้น

ในช่วงยุค 90s จนถึงต้น 2000s นักเตะอเมริกันโดนมองข้าม โดนประเมินฝีเท้าต่ำ ซึ่งรุ่นพี่หลายคนได้แผ้วถางทางทำให้รุ่นหลังๆ ได้รับการยอมรับมากขึ้น ประกอบกับปัจจัยหลายอย่างที่กล่าวมา ทำให้ยุคนี้ ผู้เล่นอเมริกัน สามารถยืดอกได้อย่างภูมิใจ เมื่อพวกเขามีส่วนร่วมในบุนเดสลีกาอยู่อย่างสม่ำเสมอและมั่นคงในทุกสัปดาห์

ได้อ่านเรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนกันแล้ว ใครอยู่บ้านเบื่อๆไม่มีอะไรทำ ให้ MYSBOBET ช่วยคุณสิครับ รับรองว่าคุณลืมไม่ลงแน่นอน ที่นี้มีความสนุกพร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment