breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" โรงละครแห่งความฝันของ เซร์คิโอ ตอร์เรส "

อัพเดตเมื่อ : October 16, 2020 12:56am โดย : admin

คนที่รักฟุตบอล อย่างน้อยสักครั้งหนึ่งในชีวิตที่ใฝ่ฝันอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ โดยเฉพาะได้ในค้าแข้งในยุโรป ในลีกที่มีมาตรฐานสูง เช่นในอังกฤษ

มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในการจะก้าวไปถึงจุดนั้น ขนาดเด็กอังกฤษเอง เปอร์เซนต์ที่จะได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพยังมีน้อย นึกภาพว่าเป็นคนต่างชาติ มันจะยากสักแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้มีพื้นฐาน ไม่ได้มาจากแพลทฟอร์มของทีมเยาวชนสโมสรหลักๆ ในบ้านเกิด

เรื่องราวของ เซร์คิโอ ตอร์เรส อาจทำให้คุณอมยิ้ม กับเรื่องราวที่เหมือนในบทภาพยนตร์ของเขา

เซร์คิโอ ตอร์เรส เกิดที่ มาร์ เดล ปลาต้า ในอาร์เจนติน่า เขาทำงานอยู่ในโรงผลิตอิฐบล็อกของคุณพ่อ ควบคู่ไปกับการเล่นให้สโมสร กิลเมส ในบ้านเกิดซึ่งเป็นทีมท้องถิ่นระดับดิวิชั่น 4

ความฝันของ ตอร์เรส ก็เช่นเดียวกับเด็กหนุ่มชาวอาร์เจนติน่าที่รักฟุตบอล คือเขาอยากเป็นนักเตะอาชีพ เพียงแต่เขามองไปที่ยุโรป

อาจจะด้วยฝีเท้าที่ยังเทียบตัวเทพๆ ในบ้านเกิดไม่ได้ เขาอาจไม่ได้ฝันถึงการก้าวไปเล่นระดับท็อป แต่เพียงเป็นลีกมาตรฐานในยุโรปบ้างก็เพียงพอแล้ว เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

ในเดือนพฤศจิกายนปี 2003 เซร์คิโอ ตอร์เรส ก็เริ่มต้นก้าวแรกบนเส้นทางสู่ความฝันของเขา ขณะนั้นเขาอายุได้ 22 ปี

เอเยนต์ชาวแคเมอรูน เป็นคนเดินเรื่องพาเขามายังประเทศอังกฤษ เขาใช้เงินเก็บจำนวนมากเป็นค่าตั๋วเครื่องบิน เขามาอังกฤษโดยที่พูดอังกฤษไม่ได้แม้แต่คำเดียว ช่วงแรกมาลงที่ทางตอนใต้ของกรุงลอนดอน เขาต้องอาศัยร่วมกับเอเยนต์ชาวแคเมอรูน ต้องแบ่งเตียงนอนร่วมกับญาติคนหนึ่งของเอเยนต์รายนี้

ในความเป็นนักเตะละติน เป็นแข้งอาร์เจนติน่า ขึ้นชื่อเรื่องทักษะฟุตบอล และเทคนิคที่ดี เขามองว่า เขาก็มีดีพอที่จะเริ่มต้นในอังกฤษได้ไม่ยาก แม้จะไม่ใช่ทีมในลีกใหญ่ก็ตาม

เมื่อมาอยู่ในอังกฤษได้ 2-3 สัปดาห์ บททดสอบแรกของเขาก็มาถึง เซร์คิโอ ตอร์เรส ได้เข้ารับการทดสอบฝีเท้ากับ ไบรตัน หนึ่งในเมืองที่น่าจะเหมาะสมกับชาวอาร์เจนติน่ามากๆ เพราะเป็นเมืองชายทะเลทางตอนใต้ อากาศอุ่น บรรยากาศคึกคัก

เพียงช่วงแรกที่ทดสอบฝีเท้า ตอร์เรส ก็รู้ทันทีว่าระดับของนักฟุตบอลอาชีพที่แท้จริงเป็นอย่างไร

"ผมไม่คิดว่ามันจะแตกต่างอะไรกันมากมาย แต่ผมคิดผิดถนัด ผมไม่เหลือซากเลย ผมแทบไม่เคยคิดว่าฟุตบอลต้องใช้ร่างกายขนาดนี้ ไม่เคยคิดว่านักฟุตบอลอาชีพนั้นเร็ว และแข็งแรงแค่ไหน กับการที่ทุกคนใส่ชุดเหมือนกัน ความเป็นมืออาชีพของทุกสิ่งทุกอย่าง ผมนี่แบบ "ว้าวว"

"หลังจาก(ทดสอบ) 2 สัปดาห์ ผู้จัดการทีมบอกผมว่า 'ฟังนะ นายเป็นนักฟุตบอลที่ดี นายมีเทคนิคดีมากๆ แต่นายไม่แข็งแกร่งและเร็วพอสำหรับฟุตบอลอังกฤษ นายจะต้องพัฒนาตรงนี้ถ้านายอยากมีเส้นทางอาชีพที่นี่' ในตอนนั้นแน่นอนมันเจ็บปวด ผมเอามันมาคิด และเขาพูดถูก"

แม้จะถูกปฏิเสธ และเผชิญความจริงที่น่าใจหาย แต่ ตอร์เรส ไม่ถอดใจ ตรงกันข้าม เขากลับหลงรักความเป็นมืออาชีพของฟุตบอลอังกฤษ เขาโทรบอกพ่อแม่ว่า เขาจะยังไม่กลับอาร์เจนติน่า

หลังจากพักอยู่กับเอเยนต์แคเมอรูน 2 เดือน ก็มีปากเสียงกัน ทำให้เขาต้องย้ายออกมา และได้ไปขอพักกับเพื่อนนักเตะอาร์เจนติน่า ที่เคยรู้จักกันตั้งแต่ที่บ้านเกิด ซึ่งชวนเขาไปเล่นกับโมลซี่ย์ และเบซิ่งสโต๊ค ทีมระดับนอกลีก

แม้มันจะเป็นจุดเริ่มต้นนับ1 แต่รายได้มันไม่เพียงพอในการยังชีพแน่นอน ฟุตบอลระดับนั้นคือกึ่งอาชีพ ทำให้เขาตัดสินใจทำงานตอนกลางวันที่ร้าน Boots

โชคดีที่มีแฟนบอลรายหนึ่งที่รักนักฟุตบอล เลยให้พวกเขาไปพักอยู่บ้านได้ แต่เมื่อครอบครัวมาเยือน ทั้งคู่ก็ต้องย้ายออกไปหาที่นอนที่อื่น

กระทั่งกุนซือของเบซิ่งสโต๊ค รู้ข่าว ก็บอกว่า ถ้านอนได้ ก็ไปในนอนในห้องประชุมของสโมสรได้เลย ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทั้งคู่เลยนอนในห้องประชุมอยู่ 3 เดือน ตื่นตั้งแต่ตี 5 ไปทำงานช่วงเย็นก็มาเตะบอลซ้อมบอล

กราฟชีวิตของเขาเริ่มไต่ขึ้น ในหน้าร้อนปี 2005 เมื่อลงเล่นให้กับเบซิ่งสโต๊ค เตะช่วงปรีซีซั่นกับ วีคอมบ์ วันเดอเรอร์ส ทีมงานของวีคอมบ์ ประทับใจในฝีเท้าของเขา เลยเชิญให้ไปทดสอบฝีเท้า หนึ่งเดือนต่อมา เขาก็ได้รับสัญญาฉบับแรกในฐานะนักฟุตบอลอาชีพจากวีคอมบ์ ในวัย 24 ปี

แม้จะเป็นทีมในลีก ทู แต่นั่นคือฟุตบอลระดับอาชีพ เขาได้สัญญานักเตะอาชีพแล้ว เขาโทรบอกพ่อแม่ทันที "ความฝันของผมเป็นจริง" เขาบอก

เซร์คิโอ ตอร์เรส อยู่กับ วีคอมบ์ 3 ปี ช่วยทีมได้เพลย์ออฟเลื่อนชั้น ได้ผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ ลีก คัพ ได้ปะทะกับ เชลซี ของโชเซ่ มูรินโญ่

ช่วงเวลานี้ เขากลายเป็นขวัญใจแฟนบอล  แม้กระทั่งทุกวันนี้เขาก็ยังผูกพันกับสโมสร "พวกเขาเป็นสโมสรที่ยอดเยี่ยม ผมแฮปปี้ที่พวกเขาได้เลื่อนชั้นสู่ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ผมยังติดต่อกับบางคนที่สโมสรอยู่เลยตอนนี้ ผมมีความสุขกับพวกเขาด้วย"

อีกก้าวสำคัญของเขามาถึง หลัง 3 ปีที่ วีคอมบ์ เขาก็ถูก ปีเตอร์โบโร่ห์ เซ็นไปร่วมทีมพ่วงกับ รัสเซลล์ มาร์ติน ด้วยราคา 200,000 ปอนด์ เมื่อปี 2008

ภายในปีแรก เขาก็ช่วยปีเตอร์โบโร่ห์ เลื่อนจาก ลีก วัน สู่ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ทันที นั่นคือลีกระดับ 2 ของประเทศ

อย่างไรก็ดี ความทุกข์ของ ตอร์เรส คือเขาเข้ากับ ดาร์เรน เฟอร์กูสัน กุนซือของปีเตอร์โบโร่ห์ไม่ค่อยได้ ลูกชายของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นกุนซือหนุ่มไฟแรงในเวลานั้น และมีวิธีการคุมทีมที่ค่อนข้างเฮี้ยบ วินัยเข้มมาก

"ผู้จัดการทีมบอกผมว่าผมจะต้องไปเล่นปีกขวา และผมไม่คิดว่ามันคือตำแหน่งที่ผมเล่นได้ดีที่สุด ผมชอบเล่นปีกซ้ายหรือตรงกลางมากกว่า ผมเลยมีการถกเถียงกับผู้จัดการทีม"
 
เขารู้สึกว่าการที่ ปีเตอร์โบโร่ห์ ได้เลื่อนชั้น เขาไม่ค่อยมีส่วนสำคัญมากนัก เมื่อเริ่มเข้ากับเจ้านายไม่ได้ เข้าคิดถึงการกลับบ้านเกิดเลยทีดียว

"ผมจบด้วยการซึมเศร้าหดหู่ เพราะผู้จัดการทีมไม่ค่อยคุยกับผมมากนัก ผมไม่รู้สึกว่าถูกรัก และผมพบว่ามันยากมากหลังจากผ่าน 2 ผู้จัดการทีมที่สนิทกับนักเตะที่ วีคอมย์ อย่าง พอล แลมเบิร์ต และ จอห์น กอร์แมน

"นั่นคือครั้งที่ใกล้เคียงที่สุดที่ผมอยากกลับบ้าน ผมไม่อยากออกไปซ้อม ไม่อยากแตะลูกบอลเลย ซึ่งไม่เคยเกิดกับผมมาก่อน ผมไม่มีความสุขเลย"

"โชคดี ปีก่อนหน้านั้นผมพบกับแฟนของผม ซึ่งตอนนี้เป็นภรรยาของผม เธอเคยอยู่ในเยอรมัน และย้ายมาอยู่อังกฤษกับผม เธอคือกุญแจสำคัญที่ผมอยู่ต่อ 'หลังจากทำงานหนักมาทั้งหมดนี้จนเธอมาถึงตรงนี้เธอจะเสียใจแน่ถ้าเธอกลับบ้าน เธอต้องผ่านช่วงนี้ไปให้ได้' ขอบคุณเธอในที่สุดผมก็อยู่ต่อ"

หน้าร้อนปี 2010 เซร์คิโอ ตอร์เรส ในวัย 29 ปี ก็ได้ข้อเสนอจาก ครอว์ลี่ย์ ซึ่งเป็นทีมในระดับคอนเฟอเรนซ์ แต่กำลังมีเงินทุนหนา และกำลังทุ่มสร้างทีมอย่างมีอนาคต

มันเป็นเรื่องไม่ง่ายในการตัดสินใจจะลดดีกรีลงไปเล่นในระดับนอกลีกอีกครั้ง แต่ในที่สุดเขาก็ตอบตกลง เพราะมันอยู่ใกล้ไบรตัน บรรยากาศของเซาธ์โคสต์ ดึงดูดเขา

ที่ ครอว์ลี่ย์ มีกุนซือชื่อ สตีฟ อีแวนส์ ตอนแรก ตอร์เรส งงมากกับกุนซือคนนี้ เพราะตะโกนด่านักเตะ พูดหยาบใส่ ด่าใส่ตลอด เป็นคนโผงผางมาก จนเขาตัดสินใจเข้าไปเปิดอกคุย

"หลังผ่านไป 2-3 สัปดาห์ ผมเข้าไปคุยกับเขา และผมบอกว่า 'สตีฟ ผมไม่คิดว่าผมจะเล่นให้คุณได้ วิธีที่คุณพูดกับผม ผมไม่คิดว่าคุณชอบผม' เขายืนขึ้นแล้วบอกว่า 'โอเค ฉันไม่ได้ชอบแก แต่ฉันโคตรรักแกเลยหวะ' แล้วเขาก็เดินมากอดผม"

"เขาบอกว่า 'อย่าเอาไปคิดเป็นเรื่องส่วนตัวสิ ฉันเป็นแบบนี้ ฉันมีแพสชั่นกับเกมและนายต้องรับมันให้ได้' หลังจากนั้น เราก็เข้ากันได้ดีมากๆ"

เซร์คิโอ ตอร์เรส กลายเป็นกำลังหลักช่วย ครอว์ลี่ย์ ทาวน์ เลื่อนชั้น 2 ปีติด จากคอนเฟอเรนซ์ มาสู่ลีก ทู และจาก ลีก ทู สู่ ลีก วัน ก่อนอำลาไปในปี 2014

อย่างไรก็ตาม ระหว่างอยู่กับครอว์ลี่ย์ เขาก็ได้เดินขึ้นสู่จุดสูงสุดบนอาชีพนักฟุตบอลอาชีพของเขา

เราอาจค้นพบว่า นักเตะดังๆ ที่เรารู้จัก ฝันอยากคว้าแชมป์ลีก อยากคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือได้ไปเล่นฟุตบอลโลก ทว่ากับนักเตะที่เดินทางจากอาร์เจนติน่า ในรูปแบบของนักบอลสมัครเล่น และทีมใหญ่สุดที่เขาเคยเล่นด้วยคือปีเตอร์โบโร่ห์ ฝันของเขามันง่ายกว่านั้น

แต่ไม่ต้องสงสัยเลย กว่าความฝันแสนง่ายของเขาจะมาถึงนี้ เส้นทางของเขาไม่ได้ง่ายเลย อย่างที่เล่าให้อ่านกันมา

จุดสูงสุดในอาชีพของเขาคือการได้เดินนำทีมครอว์ลี่ย์ ทาวน์ มาเตะกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หนึ่งในสนามฟุตบอลที่ใหญ่สุดในยุโรป หนึ่งในสนามที่ใครๆ ก็อยากมาเยือนสักครั้ง

มันเป็นเกม เอฟเอ คัพ รอบ 5 เมื่อกุมภาพันธ์ 2011 เขาได้เดินลงสนามของโรงละครแห่งความฝันต่อหน้าแฟนบอล 75,000 คน

เกมนั้น เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ส่งสำรองลงเพียบ แม้แต่ เบเบ้ และ กาเบรียล โอแบร์กต็อง ทว่า ครอว์ลี่ย์ ก็สู้เต็มที่ พวกเขาแพ้เจ้าถิ่นไป 0-1 จากประตูชัยของ เวส บราวน์

ทว่าสำหรับ เซร์คิโอ ตอร์เรส มันคือความทรงจำที่สว่างสไวที่สุดในอาชีพนักฟุตบอล

"ผมจำได้ว่ายืนในอุโมงค์และคิดถึงทุกอย่างที่ผมได้ผ่านมาจากวันแรกๆ ของผมในอังกฤษ แชร์เตียงนอนที่บ้านของเอเยนต์ ต้องนอนในห้องประชุม ตื่นตี 5 ปั่นจักรยานไปทำงาน ความพยายามทั้งหมดนี้สัมฤทธิ์ผล หลายอย่างเข้ามาในหัวผม"

"พ่อผมมาจากอาร์เจนติน่าเพื่อมาดูเกมนี้โดยเฉพาะ ครอบครัวผมดูถ่ายทอดสด หลังจบเกม พ่อบอกว่า 'พ่อภูมิใจในตัวแกนะลูกชาย' ทุกอย่างมันคุ้มค่า งานหนักทั้งหมดตั้งแต่ตอนแรก นั่นคือเหตุผลที่ผมบอกกับคนอื่นเสมอว่า 'อย่าหยุดเชื่อมั่น เพราะคุณไม่รู้หรอกว่าอะไรรอคุณอยู่ข้างหน้า'"

"ฟุตบอลคือเกมของความเห็น มันเต็มไปด้วยความผิดหวัง แต่คุณต้องมีจิตใจเข้มแข็งและเดินหน้าต่อ"

"แน่นอนเลย นั่นคือจุดสูงสุดของอาชีพผม"

เซร์คิโอ  ตอร์เรส ย้ายไปเล่นกับ ไวท์ฮอล์ค ในปี 2014 และในปี 2017 ย้ายไปยัง อีสต์บอร์น โบโร่ห์ อีกหนึ่งทีมแดนใต้แถบเซาธ์โคสต์  พร้อมรับบทเป็นโค้ชทีมเยาวชนและผู้ช่วยผู้จัดการทีมไปด้วย

เขาบอกว่าเขามีความสุขเสมอเมื่อได้สอนเด็กๆ มอบความหวังและแรงบันดาลใจให้คนเท่าที่จะทำได้ เพราะเขาเองก็เคยผ่านเรื่องราวมามากมายกว่าจะถึงตอนนี้

ครั้งหนึ่งเขาถูกถามว่าอดทนผ่านมาได้อย่างไร ทั้งนอนในห้องประชุมสโมสร ตื่นแต่เช้าตรู่ไปทำงาน ตอนเย็นกลับมาซ้อมฟุตบอล อดทนอย่างมากกว่าจะได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ

"เรามีความสุข ผู้คนคิดว่า 'นายทำได้ไง?' ผมไม่รู้ ในตอนนั้น คุณยังหนุ่ม และคุณแค่อยากพัฒนา ผมพยายามประหยัดเงิน ซึ่งผมก็ไม่ค่อยมีหรอก มีหลายคนที่ช่วยผมตลอดเส้นทางจนผมได้สัมผัสถึงความฝันของผม"

แม้ไม่ได้สัมผัสเกียรติยศแชมป์ใดๆ แต่สำหรับหนุ่มจาก มาร์ เดล ปลาต้า มายังอังกฤษเพื่อตามหาความฝันนักฟุตบอลอาชีพ ตอนนี้เขาอยู่ในอังกฤษมา 17 ปีแล้ว เซร์คิโอ ตอร์เรส ทำสำเร็จแล้วจริงๆ

แม้จะไม่ได้ขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดแต่อย่างน้อยการมาเยือนโรงละครแห่งความฝันคือความสำเร็จชั้นยอดของ ตอร์เรส แต่หากใครอยากประสบความสำเร็จรวดเร็วทันใจละก็ให้ Sbobet777 ช่วยคุณสิ รับรองว่าชื่อนี้การันตีความสำเร็จและมั่งคั่ง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777SBTZ หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

Facebook Comment