breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" สุดยอดคัมแบ็กแห่งเอฟเอ คัพ "

อัพเดตเมื่อ : November 13, 2020 3:32am โดย : admin

ตอนต้นพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2001/02 ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เคยนำแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึง 3-0 ในครึ่งแรก แต่สุดท้ายพลิกกลับมา 3-5 ถือเป็นเกมที่คนยังจำได้จนทุกวันนี้
ในยุคนั้นอย่างที่ รอย คีน เคยเล่าว่าเมื่อเจอกับ สเปอร์ส เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มักบอกว่า "เด็กๆ นั่นมันก็แค่ท็อตแน่ม"
สเปอร์ส อาจนำห่างแต่นั่นมันเป็นการเจอกับแมนฯ ยูไนเต็ด ในยุครุ่งเรือง และถือเป็นทีมที่สถิติข่มกันสุดๆ ในยุคนั้น
แต่ทีมไก่เดือยทอง ยังเคยพลาดท่าแบบสุดเหลือเชื่อให้กับอีกหนึ่งทีมในเมืองแมนเชสเตอร์ด้วย และถือเป็นหนึ่งในเกมที่ถูกยกว่าเป็น "สุดยอดการคัมแบ็ก" ในประวัติศาสตร์ เอฟเอ คัพ เลยด้วย เมื่อพวกเขาพลิกแพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2004
สเปอร์ส เจอกับ แมนฯ ซิตี้ ในฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบ 4 ของฤดูกาล 2003/04 เดิมที ซิตี้ ได้เป็นเจ้าบ้าน แต่เสมอกัน 1-1 ทำให้ต้องไปเตะรีเพลย์กันที่ ไวท์ ฮาร์ท เลน ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2004
เริ่มเกมมาเพียง 2 นาที สเปอร์ส ก็ตีปีกออกนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ เล็ดลี่ย์ คิง เติมขึ้นมาซัดเสยเพดานตาข่ายอย่างสุดสวย
จากนั้นในนาทีที่ 19 สกอร์ก็ขยับเป็น 2-0 บอลวางยาวเข้าเขตโทษ ร็อบบี้ คีน โชว์ทักษะดึงบอลลงนิ่มนวลแล้วดีดข้ามตัว อาร์นี่ อาราสัน นายทวารซิตี้ เข้าไป
สถานการณ์ของ ซิตี้ ย่ำแย่หนักเมื่อ  นิโกล่าส์ อเนลก้า หัวหอกตัวอันตรายสุดมีอาการบาดเจ็บต้องโดนเปลี่ยนออก จอน แม็คเคน กองหน้าสุดทื่อ ลงมาแทน
แถมก่อนหมดครึ่งแรก 2 นาที สเปอร์ส มาได้ฟรีคิกจากจังหวะที่ โจอี้ บาร์ตัน ไปยันใส่ ไมเคิ่ล บราวน์ ตรงหน้าเขตโทษและเป็น คริสเตียน ซีเก้ วิงแบ็กซ้ายเยอรมัน รับอาสาปั่นโค้งด้วยซ้ายเข้าไปตุงตาข่ายให้เจ้าถิ่นนำหายห่วง 3-0
ยังไม่พอ เพราะเมื่อจบครึ่งแรก ในตอนที่นักเตะทั้งสองทีมกำลังเดินกลับเข้าสู่ห้องแต่งตัว โจอี้ บาร์ตัน ที่หงุดหงิดตั้งแต่ช็อตเสียฟาวล์ เดินเข้าไปโวยวายใส่ผู้ตัดสิน ทำให้โดนแจกใบเหลือง กลายเป็นเหลือง-แดง โดนไล่ออกไปเลย
บาร์ตัน ในขณะนั้นเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงของทีมเรือใบ นั่นเป็นฤดูกาลแรกที่เขาได้เป็นตัวจริงของทีม ถือเป็นหนึ่งในเด็กปั้นที่มีอนาคต เป็นกองกลางฝีเท้าดี มีทีเด็ดรุกได้รับได้ยิงไกลดีเหมือนมิดฟิลด์ตามแบบฉบับอังกฤษ แต่ข้อเสียที่มีมาแต่ไหนแต่ไรก็คือเรื่องอารมณ์ร้อน ที่ก็แก้ไม่หายมาจนบั้นปลายอาชีพ
มันเป็นเกมที่สถานการณ์ทุกอย่างเป็นใจให้ สเปอร์ส อย่างที่สุด จนไม่รู้จะหาคำใดมาอธิบายความได้เปรียบ
หนึ่งเล่นในบ้าน
สอง ไม่ต้องรับมือ นิโกล่าส์ อเนลก้า ที่เจ็บโดนเปลี่ยนออกไปแล้ว
สาม บาร์ตัน โดนไล่ออก ซิตี้ เหลือแค่ 10 คน
และสี่ พวกเขานำห่างถึง 3-0 แบบสบายๆ
เรียกได้ว่าสกอร์จบเท่าไหร่ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ สเปอร์ส จะผ่านเข้ารอบต่อไปได้แน่นอน
หากนั่นคือสิ่งที่ควรจะเป็น เกมฟุตบอลคงขาดสีสันและเรื่องราวเล่าขานมากมายให้เราได้จดจำกัน เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอในกีฬาชนิดนี้ที่เรารัก
เหลือ 10 คน สกอร์ตาม 0-3 เควิน คีแกน กุนซือแมนฯ ซิตี้ ไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเพื่อเน้นแท็คติกอะไรอีกต่อไป สิ่งเดียวที่เขาทำคือสั่งให้ลูกทีมบุกแหลกเท่าที่จะทำได้
นาทีที่ 48 ประตูแรกก็ได้มาจริงๆ จากฟรีคิกที่ มิชาเอล ทานาร์ท เปิดเข้าไปในเขตโทษ ซิลแว็ง ดิสแต็ง โถมเข้ามาโหม่งย้อนศรผ่านมือ เคซี่ย์ เคลเลอร์ เข้าไปเป็น 1-3
ยังไม่มีอาการดีใจอะไรจากทางซิตี้ เพราะพวกเขารู้ดีว่าหนทางยังอีกยาวไกลหากหวังถึงการคัมแบ็ก
จริงๆ ความหวังนั้นมันควรจะสลายลงไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะต่อมาไม่นาน สเปอร์ส น่าจะได้ประตูที่ 4 สุดๆ จากฟรีคิกระยะที่ ซีเก้ ยิงเข้ามาแล้วในครึ่งแรก
หนนี้เขาก็ปั่นได้สวยเหมือนเดิมแต่ อาร์นี่ อาราสัน พุ่งปัดได้ปลายนิ้ว บอลเลยเปลี่ยนทางไปชนคาน กระดอนกลับมาโล่งๆ ตรงนั้น กุสตาโว่ โปเยต์ จมูกไว รีบตามเข้าไปโหม่งซ้ำแต่ อาราสัน ลุกขึ้นมาไวมาก พุ่งตะปบบอลได้บนเส้นประตูพอดิบพอดี
หากอาราสัน เซฟจังหวะนี้ไม่ได้ สกอร์ขยับเป็น 4-1 เชื่อว่าถึงตรงนั้นคงไม่มีอะไรให้หวังอีกแล้วสำหรับ ซิตี้
อย่างไรก็ดี ความหวังเมื่อยังไม่มอดดับ มันก็สามารถลุกโชนขึ้นมาได้ใหม่ เพราะในนาทีที่ 69 จังหวะเป็นใจให้ ซิตี้ บ้าง เมื่อ พอล บอสเวลท์ มิดฟิลด์ดัตช์เก็บตกด้วยการวอลเล่ย์จากแถวเส้น 18 หลา บอลกระดอนพื้นแล้วไปชนต้นขาของ แอนโธนี่ การ์ดเนอร์ กองหลังสเปอร์ส  เปลี่ยนทางเข้าประตูไปให้พวกเขาไล่มา 2-3
เรื่องคลาสสิกเกิดขึ้นจนได้ในนาทีที่ 80 แม้ แมนฯ ซิตี้ จะเล่น 10 คนแต่พวกเขาสู้ยิบตาแบบไม่มีอะไรต้องเสีย พวกเขายังมีอาวุธอันตรายอีกอย่างคือความเร็ว มันเป็นความเร็วของ ฌอน ไรท์ ฟิลลิปส์
จากบอลที่แทงออกขวา ไม่มีใครตาม ฌอน ไรท์ ได้ทัน เขาสปีดเข้าถึงบอลแล้วจิ้มผ่านตัว เคซี่ย์ เคลเลอร์ เข้าไปตีเสมอให้ แมนฯ ซิตี้ เป็น 3-3
จบตรงนี้ก็ถือว่าเหลือเชื่อแล้ว แต่เรื่องเหลือเชื่อกว่ายังมี เพราะในนาทีสุดท้ายของเกม ซิตี้ เป็นฝ่ายบุก บอลถูกจ่ายออกมาทางซ้าย มิชาเอล ทาร์นาท ตักยาวไปเสาสอง
ชื่อที่ทุกคนลืม และแทบไม่ได้คาดหวัง คนที่ลงมาแทน อเนลก้า ที่บาดเจ็บตั้งแต่ครึ่งแรก จอน แม็คเคน
บอลลอยโด่งไปเสาสอง จอน แม็คเคน โถมเข้ามาโขก บอลย้อนศรไปที่เสาแรก น้ำหนักมันพอดีให้มุดโคนเสาเข้าประตู แมนฯ ซิตี้ แซงนำ 4-3
นั่นคือประตูสุดท้ายของเกม แมนฯ ซิตี้ 10 คนตามหลัง 0-3 พวกเขาพลิกกลับมาชนะ 4-3
สำหรับ จอน แม็คเคน ฮีโร่ประตูชัยเกมนี้ เขาเคยเป็นเด็กฝึกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รุ่นเดียวกับ ฟิล เนวิลล์ แต่ไม่สามารถทะลุขึ้นชุดใหญ่ได้
เขาโดนปล่อยตัวไปอยู่กับ เปรสตัน นอร์ธเอนด์ และเล่นภายใต้การคุมทีมของ เดวิด มอยส์ ซึ่งเขามีผลงานการทำประตูที่ยอดเยี่ยมจน แมนฯ ซิตี้ ยอมควัก 5 ล้านปอนด์ซื้อตัวมาร่วมทีมในปี 2002
ด้วยดีกรีฟุตบอลที่โหดหินมากขึ้นบนพรีเมียร์ ลีก บวกอาการบาดเจ็บ ทำให้ จอน แม็คเคน มีผลงานน่าผิดหวัง ตลอด 3 ปี เขาลงตัวจริงในลีกให้ซิตี้ ไปแค่ 27 นัดเท่านั้น ในที่สุดโดนปล่อยไปให้ คริสตัล พาเลซ แล้วตระเวนเล่นฟุตบอลในระดับลีกรองไปเรื่อยๆ ก่อนมาแขวนสตั๊ดเมื่อปี 2015 นี่เองด้วยวัย 38 ปี
แม้จะพลิกโลกกลับมาเข้ารอบได้ด้วยการแซงชนะสเปอร์ส 4-3 ในเกมนี้ แต่เส้นทางของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ต้องหยุดทันทีในรอบต่อไป เมื่อพวกเขาแพ้ให้กับ อริร่วมเมืองอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด 2-4  ซึ่งเป็นทีมแชมป์ในบั้นปลายด้วย
ได้อ่านเรื่องราวประวัติศาสตร์การคัมแบ็กอันแสนคลาสสิคครั้งหนึ่งกันไปแล้ว ใครอยู่บ้านเบื่อๆไม่มีอะไรทำ ให้ MYSBOBET ช่วยคุณสิครับ รับรองว่าคุณลืมไม่ลงแน่นอน ที่นี้มีความสนุกพร้อมให้คุณเริ่มต้นแบบไม่ต้องรอตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment