breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" เอ็นโซ่ฮีโร่ของซิซู "

อัพเดตเมื่อ : November 29, 2020 7:45pm โดย : admin

"เมื่อผมเห็น ฟรานเชสโคลี่ เล่น เขาเป็นนักเตะที่ผมอยากเป็น เขาเป็นนักเตะที่ผมดูแล้วยกย่องที่โอลิมปิก มาร์กเซย เป็นไอดอลของผม"

"ตอนที่ผมเล่นเจอกับเขาสมัยผมอยู่กับยูเวนตุส...เอ็นโซ่ เป็นเหมือนพระเจ้า"

ซีเนดีน ซีดาน เคยเอ่ยถึง เอ็นโซ่ ฟรานเชสโคลี่ ฮีโร่ตลอดกาลของเขา จนเมื่อ ซีดาน มีลูกชายคนแรกก็ตั้งชื่อว่า เอ็นโซ่ แสดงให้เห็นว่าเขายกย่องอดีตจอมทัพทีมชาติอุรุกวัยมากแค่ไหน

ตอนที่ ซีดาน ยังเป็นดาวรุ่งอยู่ที่ กานส์ เขามักเดินทางมาชมเกมที่ โอลิมปิก มาร์กเซย แข่งอยู่เสมอ เพราะเขาเกิดและโตที่มาร์กเซย มีโอแอ็ม เป็นทีมโปรด ในฤดูกาล 1989/90 มาร์กเซย มีดาวเตะจากอุรุกวัยมาร่วมเล่นด้วย


ซีดาน ได้ชมลีลาของ เอ็นโซ่ ฟรานเชสโคลี่ ด้วยตาตัวเองใกล้ชิด และไม่แปลกใจที่เขาจะหยิบยืมท่าทาง ลีลาการเลี้ยงบอลมาจากไอดอลของเขา และผสมผสานเข้ากับพรสวรรค์ส่วนตัว

หนึ่งในมูฟที่ ซีดาน ใช้ได้ถนัดและเหมือนกับของ ฟรานเชสโคลี่ ที่สุดคือการสัมผัสบอลด้วยเท้าข้างหนึ่งเทน้ำหนักตัวไปทางนั้น หลอกตัวประกบให้เทตามแล้วดึงบอลมาเข้าเท้าอีกข้างอย่างรวดเร็วลื่นไหล ก่อนโยกร่างกายท่อนบนตามมาทันที ชนิดที่ตัวประกบดึงโมเมนตัมกลับมาไม่ทัน

ฟรานเชสโคลี่ อายุมากกว่า ซีดาน เกือบ 11 ปี หมายความว่าตอนที่ ซีดาน ก้าวขึ้นมาเป็นยอดนักเตะเป็นที่จับตาทั่วยุโรป ตอนนั้น ฟรานเชสโคลี่ ก็อยู่ในช่วงเต็มอิ่มแล้ว ก่อนที่เขาจะกลับไปยัง ริเวอร์ เพลท ต้นสังกัดที่เขาเคยเล่นและประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ก่อนย้ายมายุโรป

ตอนย้ายกลับไปเล่นในริเวอร์ เพลท ทีมดังของอาร์เจนติน่า ในปี 1994 ตอนนั้น ฟรานเชสโคลี่ อายุ 33 ปีแล้ว แต่เขายังเป็นผู้นำของนักเตะรุ่นใหม่ในทีม และนำทีมคว้าแชมป์ โกปา ลิเบร์ตาโดเรส ในปี 1996

ตอนนั้นเองที่เส้นทางอาชีพของ ซีดาน ก็ถึงจุดเปลี่ยนสำคัญเช่นกัน ซีดาน มีส่วนใน ยูโร 96 กับทีมชาติฝรั่งเศส แต่ก็ไม่ได้โชว์ฟอร์มโดดเด่นอะไรมากนัก ทว่ามันก็นำเขาไปสู่การย้ายทีมครั้งใหญ่

ยูเวนตุส ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นทีมเบอร์ 1 ของอิตาลี และเป็นทีมที่แข็งแกร่งสุดในยุโรป เพิ่งคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาหมาดๆ จัดการเซ็นสัญญา ซีดาน มาจากบอร์กโดซ์

เมื่อฤดูกาล 1996/97 เริ่มต้นขึ้น ซีดาน ก็สร้างแรงกระเพื่อมให้ ยูเวนตุส ได้ทันที เขากลายเป็นตัวหลักของทีม แต่โมเมนต์สำคัญกำลังรอเขาอยู่

ยุคนั้นยังไม่มี ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ แต่จะเป็นรายการที่เรียกว่า อินเทอร์คอนทิเนนทัล คัพ คือการนำแชมป์สโมสรยุโรป และอเมริกาใต้ มาเจอกัน

เวอร์ชั่นปี 1996 ถูกจัดขึ้นที่กรุงโตเกียว ในเดือนพฤศจิกายน และมันเป็นแม็ทช์ระหว่าง ยูเว่ กับ ริเวอร์ เพลท


มันคือฝันที่เป็นจริงของ ซีดาน เพราะเขาจะได้ดวลกับฮีโร่ตลอดกาลของเขา "อิล ปรินซิเป้" เจ้าชายแห่งอุรุกวัยนามว่า เอ็นโซ่ ฟรานเชสโคลี่

ถือเป็นเกมที่รวมดาวอย่างแท้จริง เพราะผู้เล่น 11 คนแรกของทั้งสองทีมเกมนั้น เป็นนักเตะที่เราจะรู้จักกันเป็นอย่างดีทุกคน

อันเจโล่ เปรุซซี่ เฝ้าเสาให้ ยูเว่ แนวรับมี โมเรโน่ ตอร์ริเชลลี่, ชิโร่ แฟร์ราร่า, เปาโล มอนเตโร่ คนบ้านเดียวกับฟรานเชสโคลี่ และ แซร์โจ้ ปอร์รินี่

แผงมิดฟิลด์มี ดิดิเย่ร์ เดช็องส์ ยืนต่ำ ด้านข้างเป็น อันเจโล่ ดิลิวิโอ กับ วลาดิเมียร์ ยูโกวิช โดยมี ซีดาน เป็นเพลย์เมกเกอร์อยู่หลังคู่หน้า อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ กับ อเลน บ็อคซิช

ขณะที่ ริเวอร์ เพลท ก็ขนนักเตะระดับสตาร์ของอาร์เจนติน่ามาเต็มพิกัด

โรเบร์โต้ โบนาโน่ เฝ้าเสา กองหลังมี เอร์มัน ดิอาซ, เซลโซ่ อยาล่า ตำนานปารากวัย, เอดูอาร์โด้ เบริซโซ่ และ ฮวน ปาโบล โซริน ที่เคยมาเล่นกับยูเว่ ช่วงสั้นๆ ก่อนย้ายกลับบ้านเกิด

แดนกลาง เลโอนาร์โด้ อาสตราด้า ตัดเกม ข้างๆ มี โรเบร์โต้ มอนเซร์ราต กับ เซร์คิโอ เบร์ตี้ แล้วก็แน่นอนมี เอ็นโซ่ ฟรานเชสโคลี่ เป็นเพลย์เมกเกอร์ ส่วนคู่หอกเป็น ฮูลิโอ ครูซ กับ อาเรียล ออร์เตก้า แถมข้างสนามยังมี มาร์เซโล่ ซาลาส ที่เพิ่งย้ายทีมมาอีกด้วย

เกมที่เต็มไปด้วยดาวดังนี้มีประตูเกิดขึ้นแค่ประตูเดียว มาจากฝีเท้าของ อเล็กซ์ เดล ปิเอโร่ ในช่วงท้ายเกม

อย่างที่ ซีดาน ได้กล่าวไว้ เมื่อได้เจอกันในสนาม สำหรับสายตาของเขาแล้ว ฟรานเชสโคลี่ เป็นเหมือนพระเจ้า

มีความเชื่อมโยงหลายอย่างระหว่าง ซีดาน และ ฟรานเชสโคลี่ มากกว่าแค่ที่ว่า ซิซู ตั้งชื่อลูกของเขาตามฮีโร่ที่เขายกย่อง

ฟรานเชสโคลี่ เคยเล่นในมาร์กเซย บ้านเกิดของซีดาน จากนั้นไปเล่นในอิตาลี

ซีดาน ก็เช่นกัน หลังสร้างชื่อในฝรั่งเศสก็โยกไปเล่นใน กัลโช่ เซเรีย อา ยุคที่รุ่งเรืองสุดขีด และเขาก็ได้ดวลกับฮีโร่ของเขาในสนาม

กระทั่งอีก 10 ปีต่อมา เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น ในฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศ ช่วงต่อเวลาพิเศษ มันเป็นเกมสุดท้ายในอาชีพของ ซีดาน

ทุกคนช็อคเมื่อ ซีดาน โขกใส่ มาร์โก มาเตราซซี่ จนโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม สุดท้าย ฝรั่งเศสแพ้ในการดวลจุดโทษ

ในบรรดาแฟนบอลที่เฝ้าชมเกมนี้อยู่และช็อคกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก็มี เอ็นโซ่ ฟรานเชสโคลี่ รวมอยู่ด้วย

"ผมรู้สึกเสียใจกับเขา ถ้าเขาไม่ได้โมโหจนน็อตหลุด เขาคงยิ่งถูกวางไว้ยิ่งใหญ่กว่านี้อีกในประวัติศาสตร์ฟุตบอล เขายิ่งใหญ่อยู่แล้วหละ แต่มันคงยิ่งใหญ่กว่าเดิม เพราะฝรั่งเศสคงจะเป็นแชมป์โลกแน่ และมันคงเป็นการอำลาการค้าแข้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์" ฟรานเชสโคลี่ ใหัสัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์นั้น

ตอนทั้งคู่เจอกันในปี 1996 ซีดาน ได้เล่าทุกอย่างให้ ฟรานเชสโคลี่ ฟังว่ายกย่องเขาแค่ไหน และตั้งชื่อลูกชายที่เกิดในปี 1995 ตามชื่อเขา และสุดท้าย ฟรานเชสโคลี่ ก็มอบเสื้อริเวอร์ เพลท ตัวนั้นให้กับซีดาน

เสื้อริเวอร์ เพลท ตัวนั้น ซีดาน รักมาก ซีดาน จะใส่เสื้อตัวนี้นอนทุกครั้งเวลาเดินทางไปเข้าแคมป์ทีมชาติฝรั่งเศส

"ผมคลั่งเขามาก จนผมศึกษาการเคลื่อนไหวของเขาทั้งหมด ทุกอย่างที่เขาทำ ผมพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ผมสามารถเล่นได้เหมือนเขา" ซีดาน ยอมรับว่าเขาตั้งใจเลียนแบบ ฟรานเชสโคลี่ แต่ด้วยพรสวรรค์ส่วนตัว ในภายหลัง ซีดาน ได้ก้าวข้ามฮีโร่ของเขาไปแล้วด้วยซ้ำ

ความเป็นอัจฉริยะ แต่บางครั้งก็อารมณ์ร้อน มันก็ยังมีความเชื่อมโยงกันจนได้ เพราะก่อนหน้าเหตุการณ์โขกสะท้านโลกของซีดาน ในปี 2006 ย้อนไปเกือบ 20 ปีก่อน เอ็นโซ่ ฟรานเชสโคลี่ ก็เคยทำแบบเดียวกันนี้มาแล้ว

"เราต่างก็มีช่วงเวลาที่บ้าคลั่งในชีวิตเรา ผมเฮดบัตต์ในนัดชิงชนะเลิศ โกปา อเมริกา ปี 1987 ที่เจอกับชิลี และโดนไล่ออก"

"เกมก่อนหน้านั้นที่เจอกัน เฟร์นานโด อาสเตนโก้ (นักเตะชิลี) ไล่เตะผม และผมก็กล้ามเนื้อฉีก มันเลยเป็นเหมือนความแค้นที่มีอยู่แล้ว"

"อาสเตนโก้ ไม่ได้เตะผมในนัดนี้ เขาเตะ อันโตนิโอ อัลซาเมนดี้ แต่เขายื่นหน้าเข้ามาหาผม แบบนี้ (ฟรานเชสโคลี่ ทำท่าให้ดู) และผมก็ตั้งใจโขกไปให้โดนเขา จริงๆ มันไม่โดนเขาหรอก แต่เขาก็ลงไปนอนกลิ้งทันที ผมรู้สึกเหมือนฆ่าตัวตายแท้ๆ"

"ผมไม่อะไรเลยถ้ามันเป็นเกมทั่วๆ ไป แต่นี่มันเป็นเกมนัดชิงชนะเลิศ ถ้าคุณโดนไล่ออกในเกมปกติ คุณก็ยอมรับมันได้ แต่มันเกิดขึ้นในเกมสำคัญแบบนี้"

ความแตกต่างคือ ในปี 1987 แม้ ฟรานเชสโคลี่ จะโดนไล่ออกตั้งแต่นาทีที่ 27 แต่สุดท้าย อุรุกวัย ก็เอาชนะชิลีได้ 1-0 ทั้งที่จบเกมด้วย 9 คนเพราะท้ายเกม โฮเซ่ เปร์โดโม่ มาโดนใบแดงอีกราย

อุรุกวัยที่ไม่มี ฟรานเชสโคลี่ จนจบเกมสามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ผิดกับฝรั่งเศสในปี 2006


สำหรับฟรานเชสโคลี่ เขามั่นใจว่าหากเกมนั้น ซีดาน ไม่น็อตหลุดจนโดนไล่ออก ฝรั่งเศส คงเป็นแชมป์ไปแล้ว

"ใช่ พวกเขาแพ้จุดโทษ และมันก็เกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีซีดานในสนามก็ตาม แต่ผมเชื่อว่าเขาสร้างความแตกต่างให้ฝรั่งเศสได้เหมือนที่ มาราโดน่าทำในปี 1986 กับอาร์เจนติน่า"

นี่คือความเชื่อมโยงที่น่าเหลือเชื่อของยอดเพลย์เมกเกอร์แห่งยุค  ต่างทศวรรษ

ปัจจุบันนี้ ทั้งสองคนรู้จักสนิทสนมกันเป็นอย่างดี ติดต่อกัน เดินทางไปมาหากันอยู่บ้างและ ฟรานเชสโคลี่ ก็เคยพบปะกับครอบครัวของ ซีดาน โดยเฉพาะบุตรชายคนโตของครอบครัว ผู้ที่ถูกตั้งชื่อตามเขาว่า เอ็นโซ่ นั่นเอง

พบกับเส้นทางสู่ความสำเร็จด้วยตัวคุณเอง อย่าลืมสัมผัสกับ Sbobet777 ด้วยนะครับ รับประกันเลยว่าความสำเร็จและมั่งคั่งรอคุณอยู่ ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777SBTZ หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment