breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" พาเลซ-ไบรตัน คู่แค้นต่างเมือง "

อัพเดตเมื่อ : December 06, 2020 11:29pm โดย : admin

ความเป็นอริกันของสโมสรฟุตบอล เมื่อเจอกันกลายเป็นเกมที่เข้มข้นซึ่งเราเรียกกันติดปากว่า "ดาร์บี้แม็ทช์" มักเป็นการเจอกันของทีมที่มีที่ตั้งอยู่ในเมืองเดียวกันหรือเขตใกล้กัน  ไม่เช่นนั้นก็เป็นทีมที่ชิงดีชิงเด่น แย่งความสำเร็จกัน

นิวคาสเซิ่ล-ซันเดอร์แลนด์, อาร์เซน่อล-สเปอร์ส, ลิเวอร์พูล-เอฟเวอร์ตัน ในลักษณะของทีมในถิ่นเดียวกัน
แมนฯ ยูไนเต็ด-ลิเวอร์พูล ในฐานะทีมที่แย่งความสำเร็จ ส่วน  แมนฯ ยูไนเต็ด-แมนฯ ซิตี้ มีทั้งสองเหตุผลที่จะทำให้มันกลายเป็นดาร์บี้แม็ทช์

 ความขัดแย้ง ความเป็นอริกันระหว่าง คริสตัล พาเลซ กับ ไบรตัน ไม่สามารถจัดอยู่ในแบบหนึ่งแบบใดได้ แต่มันก็เป็นไปแล้วที่พวกเขามองอีกฝ่ายเป็นคู่อริ

พาเลซ อยู่แถบครอยดอน ทางลอนดอนตอนใต้ ส่วน ไบรตัน อยู่ทางใต้ แม้จะเชื่อมกันด้วยทางรถไฟ และทางหลวง แต่ระยะทางมันไม่ได้ใกล้กันเท่าไหร่เลย

มันถูกเรียกว่าเป็น "ดาร์บี้แม็ทช์แห่ง M23" ตามชื่อทางหลวงที่เชื่อมระหว่างทางใต้ของลอนดอนกับไบรตัน

เจ้าถิ่นแห่งเซลเฮิร์สท์ พาร์ค น่าจะมองเรดดิ้ง หรือวัตฟอร์ด เป็นอริมากกว่า เพราะเจอกันบ่อยแถมไม่ห่างกันเท่าไหร่ด้วย

หากจะมีสักทีมที่พาเลซ มองว่าเป็นอริอยู่บ้างและตั้งอยู่ในลอนดอนด้วยกันก็เห็นจะเป็นมิลวอลล์ แต่มันก็ไม่ได้เข้มข้นเหมือนกับที่พวกเขามองไบรตัน

จุดเริ่มต้นคงต้องย้อนไปในทศวรรษที่ 70s เมื่อ พาเลซ แต่งตั้ง เทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์ มาคุมทีมในปี 1976 ไม่กี่เดือนต่อมา ไบรตัน ก็ตั้ง อลัน มัลเลอรี่ เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่เช่นกัน

ขณะนั้น ทั้งคู่เป็นหนุ่มวัย 33-34 แต่มีความขัดแย้งกันอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งคงต้องย้อนไปอีก 10 ปีก่อนหน้านั้น เมื่อทั้ง เวนาเบิ้ลส์ และ มัลเลอรี่ เป็นเพื่อนร่วมทีมกันที่ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

"ผมไม่รู้ว่ามันเริ่มขึ้นมาได้ยังไงเหมือนกัน ผมว่าบางทีอาจเป็นเพราะผมได้เป็นกัปตันทีมท็อตแน่ม ก่อนหน้าเขาละมั้ง" อลัน มัลเลอรี่ ให้สัมภาษณ์ถึงจุดเริ่มต้นความขัดแย้งระหว่างเขากับ "เอล เทล" เวนาเบิ้ลส์

"ผมแน่ใจว่า เทอร์รี่ อยากเป็นกัปตันทีม แต่ บิลล์ นิโคลสัน มอบปลอกแขนให้ผม และเขาเป็นรองกัปตัน ผมนึกเหตุผลอื่นไม่ออกจริงๆ แต่มันเป็นความขัดแย้งที่ยังเป็นมิตรกันอยู่ เราไม่เคยเป็นศัตรู เราเคยแชร์ห้องพักด้วยกันที่ท็อตแน่ม และผมยังเจอเขาอยู่บ้างจนเดี๋ยวนี้"

บังเอิญว่าในช่วงปี 1976 ทั้ง พาเลซ และไบรตัน อยู่ในช่วงที่กำลังมุ่งมั่นทะเยอทะยานที่จะยกระดับทีมให้ดีกว่าเดิม ความคาดหวังที่ทั้งสองสโมสรมีในตัว 2 กุนซือหนุ่มก็คือ พาทีมเลื่อนชั้นจาก ดิวิชั่น 3 ให้ได้ภายในปีเดียว

ผลก็คือ ทั้งสองคนทำได้สำเร็จเหมือนกัน แต่มันมีดราม่าเข้ามาเกี่ยวข้องโดยเมื่อซัมเมอร์ปี 1977 มาถึง ความเป็นอรินั้นก็ได้รุนแรงจนฝังลึกเกินกว่าจะถอดถอน

ฤดูกาล 1976/77 พวกเขาเจอกันถึง 5 ครั้งด้วยกัน

1) ครั้งแรกในเดือนตุลาคม ที่ โกลด์สโตน กราวน์ด สนามเก่าของไบรตัน จบลงด้วยสกอร์ 1-1 โดยก่อนลงเล่นเกมนี้ ไบรตันของมัลเลอรี่ เป็นจ่าฝูง แต่หลังจากเล่นไปได้หน่อยเดียวก็มีการปาระเบิดควันลงมาในสนามจนมัลเลอรี่ ต้องไปบอกให้แฟนบอลสงบลง

พระเจ้าทรงเห็นเป็นของสนุก เพราะเมื่อ เอฟเอ คัพ ปีนั้นจับสลากออกมาปรากฏว่าทั้งคู่ต้องเจอกันเองตั้งแต่รอบแรก

2) เกมมีขึ้นวันที่ 20 พฤศจิกายน จบลงด้วยสกอร์ 2-2 นั่นหมายความว่าต้องมีการรีเพลย์ ซึ่งหลังจบเกมนี้ อลัน มัลเลอรี่ เริ่มมีอารมณ์ค้างคา เพราะโดนตีเสมอในช่วงท้ายเกม "ยกให้พวกเขาไป พวกเขามาแค่เพื่อเสมออยู่แล้ว พวกเขาพยายามเล่นให้เสมอเต็มที่ ก็เสมอไป เดี๋ยวเกมที่ คริสตัล พาเลซ ดูสิจะเล่นแบบนี้ไหม" เขาบอก

3) นัดรีเพลย์ที่พาเลซ เป็นเจ้าบ้านบ้าง เตะขึ้นอีก 3 วันให้หลัง ซึ่งรูปเกมยังเหมือนเดิมคือ ไบรตัน เล่นได้ดีกว่า แต่ พาเลซ ก็เน้นรัดกุมไม่ให้แพ้ไว้ก่อนเหมือนเดิม แล้วก็แน่นอน มันจบลงด้วยผลเสมออีกครั้ง ด้วยสกอร์1-1

สมัยก่อน เอฟเอ คัพ จะเตะรีเพลย์กันจนกว่าจะมีทีมชนะ หมายความว่าต้องมีนัดรีเพลย์นัดที่ 2 ณ สนามเป็นกลาง แต่ด้วยสภาพอากาศย่ำแย่ช่วงหน้าหนาวปลายปี ทำให้เกมต้องเลื่อนไปถึง 2 ครั้ง

4) ในที่สุด ก็มาลงเอยเตะกันวันที่ 6 ธันวาคม โดยมี สแตมฟอร์ด บริดจ์ ของเชลซี เป็นสังเวียนตัดสิน ซึ่งก็เป็นเกมนี้เองที่ความเป็นอริได้จุดติดขึ้นและไม่มีวันดับอีกเลย

พอล โฮลเดอร์ ทำประตูให้ พาเลซ ออกนำในนาทีที่ 18 แต่จากนั้นไม่นาน ไบรตัน ก็ส่งบอลเข้าประตูไปได้ แต่โดนผู้ตัดสินยกเลิก เนื่องจากมองว่า ปีเตอร์ วอร์ด ใช้แขนสัมผัสบอลก่อนทำประตู ซึ่งเรื่องนี้ในภายหลัง จิม แคนน่อน ของพาเลซ มาสารภาพว่าเขาเป็นคนผลัก ปีเตอร์ วอร์ด เองทำให้แขนของวอร์ดไปโดนบอล

หากนั่นว่าน่าโมโหแล้วสำหรับไบรตัน แต่เหตุการณ์ในนาทีที่ 78 นั้นยิ่งกว่า

แบร์รี่ ซิลค์แมน ของพาเลซ ทำฟาวล์ คริส แคททลิน ในกรอบเขตโทษ และไบรตัน ได้จุดโทษ ไบรอัน ฮอร์ตัน สังหารไม่พลาด

แต่เดี๋ยวก่อน... เพราะแทนที่จะให้เป็นประตู ผู้ตัดสินดันให้ ฮอร์ตัน ยิงใหม่เพราะเห็นว่ามีนักเตะเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนเท้าสัมผัสบอล แม้ทุกคนจะเห็นตรงกันหมดว่า นักเตะที่เข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนมีแต่นักเตะพาเลซทั้งสิ้น หมายความว่ามันต้องเป็นประตู ไม่ต้องยิงใหม่

เมื่อยิงใหม่ กลายเป็นว่าลูกยิงของ ฮอร์ตันถูกนายด่าน พอล แฮมมอนด์ เซฟเอาไว้ได้ เกมเลยจบลงด้วยสกอร์ 1-0 เป็นชัยชนะของพาเลซ แบบน่ากังขาและสร้างความโมโหให้แฟนไบรตันอย่างมาก

จบเกม อลัน มัลเลอรี่ ปรี่เข้าไปหาผู้ตัดสิน รอน แชลลิส ทันที ซึ่งการทำหน้าที่ของเขาในวันนั้นทำให้เขาได้รับการขนานนามว่า "แชลลิส ออฟ เดอะ พาเลซ" หรือ แชลลิสคนของพาเลซ

"ผมโมโห แต่มันไม่ใช่เพราะเราแพ้ มันเป็นเพราะการตัดสินที่ให้ ไบรอัน ฮอร์ตัน ต้องยิงจุดโทษใหม่ หลังเกมผมเข้าไปหาเขา และถามเขาว่าทำไมตัดสินแบบนั้น เขาบอกว่ามันเป็นเพราะมีการเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่มันเป็นนักเตะพาเลซนะที่เข้าไปในกรอบเขตโทษ ไม่ใช่นักเตะไบรตัน มันเป็นการตัดสินที่เลวร้ายสุดๆ"

ด้วยความหงุดหงิดพลุ่งพล่าน มัลเลอรี่ รีบเดินออกจากสนามทันที "ตอนที่ผมเดินเข้าไปในอุโมงค์ทางเดินเข้าห้องแต่งตัว มีกาแฟร้อนๆ ขว้างมาใส่ผมจากกลุ่มกองเชียร์พาเลซ ผมเลยควักเอาเศษเหรียญในกระเป๋าออกมากำ แล้วโยนลงพื้น และก็ตะโกนใส่ไปว่า พวกแกมีค่าแค่นี้แหละโว้ย คริสตัล พาเลซ! ผมตะโกนใส่ใครก็ตามที่ขว้างกาแฟใส่ผม"

มัลเลอรี่ ทำแบบนี้พร้อมด้วยโชว์นิ้วแถมกลับไปยังกองเชียร์พาเลซอีก ก่อนมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรีบเดินมานำทางเขาเข้าห้องแต่งตัวไป เขาโดนสั่งปรับ 100 ปอนด์ ในข้อหาทำให้เกมเสื่อมเกียรติ และโดนทัณฑ์บน เขาตัดสินใจเขียนจดหมายไปยัง เรย์ บอยล์ ประธานสโมสรพาเลซ เพื่ออธิบายว่า คำพูดเขาถูกบิดเบือน เพราะเขาไม่เคยพูดว่าพาเลซ "เป็นขยะ"

"ผมไม่คิดว่าเป็นแค่เพราะเกมเอฟเอ คัพ ที่เป็นชนวนความเป็นอริ ผมคิดว่ามันเป็นเพราะความเป็นอริกันระหว่างผู้จัดการทีมของพวกเขา(เวนาเบิ้ลส์) กับตัวผม นั่นคือที่ซึ่งความเป็นอริเริ่มต้น เพราะเราอยู่ในดิวิชั่นเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน คือพยายามกลับสู่ดิวิชั่น 1 ให้ได้ในเวลาเดียวกัน ผมเคยรู้สึกว่ามันยากในการทำความเข้าใจว่าพวกเขามีปัญหาอะไรหนักหนา พอร์ทสมัธกับไบรตัน ห่างกันแค่ 20ไมล์, อาร์เซน่อล กับสเปอร์ส ห่างกัน 3 ไมล์ แต่การที่คุณขัดแย้งกับทีมที่ห่างกัน 45 ไมล์ นี่มันฟังดูงี่เง่านะ"

5) การเจอกันนัดที่ 5 นัดสุดท้ายของฤดูกาลนั้น เกิดขึ้นในเดือนมีนาคม หนนี้ พาเลซ เปิดบ้านเอาชนะไป 3-1 ซึ่งเกมนี้ต้องถือว่า เวนาเบิ้ลส์ มาด้วยแทคติกเหนือชั้น เขาสั่งประกบแบบแมนมาร์คกิ้ง นักเตะของไบรตันถึง 5 คน ทำให้แม้ว่าเกมก่อนๆ ที่เจอกันไบรตันจะเล่นได้ดีกว่า ทรงดีกว่า แต่มันไม่ใช่ในเกมนี้

แท็คติกของ เวนาเบิ้ลส์ ถูกนักข่าวเขียนยกย่องว่า "แน่นอนนี่คือคนที่มีเซนส์เรื่องแท็คติกที่เหมาะจะเป็นกุนซือทีมชาติอังกฤษในอนาคต" ซึ่งแน่นอนว่า ในภายหลังพวกเขาทำนายได้ถูกต้อง

บทสรุปของฤดูกาล ทั้งสองทีมได้เลื่อนชั้น แต่ต่างก็ไม่ใช่ทีมแชมป์ลีก เพราะนั่นคือตำแหน่งของ แมนส์ฟิลด์ ทาวน์

ช่วงนั้นจริงๆ ตราสโมสรของ ไบรตัน เป็นรูปโลมา พวกเขาถูกเรียกว่า The Dolphins แต่ในปี 1978 พวกเขาเปลี่ยนเป็น The Seagulls เป็นรูปนกนางนวล  ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นการตอบโต้ พาเลซ ที่ตั้งชื่อตัวเองตามโลโก้ใหม่ที่เป็นนกอินทรี

หลังจากผ่านไป 1 ฤดูกาลใน ดิวิชั่น 2 ทั้งสองทีมก็ทุ่มเทเอาจริงในการเลื่อนสู่ดิวิชั่น 1 ในปี 1978/79 หนนี้ ไบรตัน มีงบเสริมทัพเป็น 2 เท่าของพาเลซ  พวกเขาเตะครบจบโปรแกรมของตัวเองด้วยการเป็นอันดับ 1 ของตาราง

แต่อีกสัปดาห์ต่อมา พาเลซ ที่ยังมีเกมตกค้าง จากการที่เกมกับ เบิร์นลี่ย์ ถูกเลื่อนมาก่อนหน้านี้ ก็เก็บชัยชนะได้สำเร็จ ทำให้ พาเลซ แซงเข้าป้ายเป็นแชมป์ลีกแทนด้วยการมีแต้มมากกว่าอริของพวกเขา 1 แต้ม

ปี 1980 เทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์ อำลาพาเลซ ไปคุม คิวพีอาร์ และมีผลงานดีจนในที่สุดปี 1984 ก็โดน บาร์เซโลน่า เซ็นสัญญาไปคุมทัพเลยทีเดียว ที่นั่นเขาพาบาร์ซ่าคว้าแชมป์ ลา ลีกา หนแรกในกรอบกว่าทศวรรษ ก่อนจะได้รับเกียรติยศสูงสุดในการเป็นผู้จัดการทีมชาติอังกฤษในปี 1994-96

ส่วน อลัน มัลเลอรี่ แยกทางจากไบรตัน ในปี 1981 เพื่อไปคุม ชาร์ลตัน แอธเลติก อยู่ 1 ปี และในปี 1982 เขากลับได้รับการแต่งตั้งมาคุมทีมที่เขาเคยเป็นอริที่สุด...คริสตัล พาเลซ

ได้รับรู้เรื่องราวในโลกลูกหนังที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนกันไปแล้ว แต่หากใครอยากมีเงินใช้จ่ายด้วยวิธีง่ายๆแบบไม่เพ้อฝัน ลองพิจารณา Sbobet777 ดูสิครับ รับประกันเลยว่าเจอความสำเร็จและมั่งคั่ง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777SBTZ หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

---------------------------------------------

เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "

https://www.facebook.com/cheerball/

 
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน

---------------------------------------------

Facebook Comment