breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" ชีวิตจริงของเด็กมหัศจรรย์ "

อัพเดตเมื่อ : January 01, 2021 3:51am โดย : admin

มักซิม ซิกัลโก้ เทพนักเตะในเกม แชมเปี้ยนชิพ เมเนเจอร์ เพิ่งเสียชีวิตไปด้วยวัยเพียง 37 ปี ซึ่ง Cheerball เคยเขียนเล่าเรื่องราวของกองหน้าจากเบลารุสผู้นี้ไปแล้ว
ในเกมแชมเปี้ยนชิพ เมเนเจอร์ หรือ CM ฤดูกาล 2001/02 นอกจาก มักซิม ซิกัลโก้ ซึ่งขณะนั้นอายุ 18 ยังมีอีกหนึ่งกองหน้าที่แฟนเกมรู้จักกันดีว่าเป็นสุดยอดเด็กมหัศจรรย์หรือ Wonder kid ด้วยวัยเพียง 16 ปี
เด็กคนนั้นชื่อว่า เชอร์โน แซมบ้า เป็นดาวรุ่งสังกัดมิลวอลล์ แต่ในชีวิตจริง หลายปีผ่านไป เราก็ไม่เคยเห็นโฉมหน้าของเขาโผล่ขึ้นมาในวงการลูกหนังระดับสูงจริงๆ จังๆ เลย
เชอร์โน แซมบ้า กลายเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่เรียกได้ว่าเป็น เทพCM ที่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตจริง
แซมบ้า มีเชื้อสายแกมเบีย พ่อของเขาเป็นอดีตนักเตะทีมชาติแกมเบีย และพาครอบครัวย้ายมาอยู่ในอังกฤษ ทำให้ เชอร์โน ในวัยเด็กเติบโตทางตอนใต้ของกรุงลอนดอน และเข้าเรียนใน เซนต์ โจเซปส์ แบล็คฮีธ อคาเดมี่ โรงเรียนในสังกัดคาทอลิก
ที่นี่เองที่ความสามารถทางฟุตบอลของ เชอร์โน ได้ฉายออกมา เขาทำสถิติ ยิงไป 132 ประตู จาก 32 นัดที่ลงเล่นให้ทีม ยู-13 ของโรงเรียน
จากนั้นอายุ 15 ปีเขาก็เซ็นเข้าสังกัดอคาเดมี่ของมิลวอลล์ ซึ่งถือเป็นสโมสรใกล้บ้าน ที่นี่ แซมบ้า ยังยิงประตูต่อเนื่อง ทำลายสถิติยิงประตูในระดับฟุตบอลโรงเรียนของอังกฤษ ซึ่งไมเคิ่ล โอเว่น เป็นเจ้าของเดิมสถิติเดิมลงได้ด้วย
วัยเพียงแค่นี้แต่ความดังโถมเข้าหาอย่างรวดเร็ว ชื่อของ เชอร์โน แซมบ้า กลายเป็นที่้ต้องการของสโมสรทั่วอังกฤษ แต่ที่เข้ามาหาก่อนใครอื่นเลยก็คือพวก "ตัวแทน" หรือเอเยนต์ ซึ่งตามติดเขาทั้งที่โรงเรียน, ตามไปถึงบ้าน เขาพยายามหลีกหนีความวุ่นวายเหล่านี้
เมื่อถูกถามถึง Stat หรือค่าพลังในเกม CM ว่ามันสูงขนาดนั้นเลยไหม สำหรับตัวเขาเอง แซมบ้า ตอบอย่างมั่นใจว่าใช่
"ผมเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองมาก เมื่อผมได้โอกาสลงสนามไปยิงประตู ผมจะลงไป รับบอล หลบกองหลัง 2-3 คนแล้วก็ยิงได้"
"ในตอนนั้น ผมดังขึ้นมาพอดี (ราวปี 2001) พวกเขาพากันทำนายว่าอนาคตของผมจะไปได้ไกลแค่ไหน"
ขณะนั้นสื่อพากันมองว่าเขาและเด็กมหัศจรรย์ที่รอวันแจ้งเกิดของเอฟเวอร์ตัน ที่ชื่อ เวย์น รูนี่ย์ จะพาอังกฤษเป็นแชมป์โลกในปี 2006
"ผมคิดว่าค่าพลังส่วนใหญ่พวกเขาใส่ให้ผมค่อนข้างถูกต้องนะ ผมดุดัน ความเร็วคือจุดเด่นของผม และผมชอบลงต่ำมาเอาบอล พลิกบอล และแหวกผ่านกองหลัง"
"แต่ค่าพลังการโหม่งนี่สิ (เต็ม 20) ผมไม่รู้ไปเอามาจากไหน เพราะนั่นคือจุดอ่อนที่สุดของผมเลย"
ในปี 2000 ลิเวอร์พูล กับแมนฯ ยูไนเต็ด พยายามจะเซ็นสัญญากับเขา ทั้งที่อายุยังไม่เต็ม 16 ปีดี เป็นหงส์แดง ที่ยื่นข้อเสนอ 2 ล้านปอนด์ให้กับ มิลวอลล์ ซึ่งสำหรับเด็กอายุแค่นั้นในปี 2000 ถือว่ามหาศาลมากๆ
ลิเวอร์พูลอาศัยไมเคิ่ล โอเว่น เป็นตัวโน้มน้าวให้ เชอร์โน แซมบ้า ย้ายไปร่วมทีม เขาก็ตกลงที่จะย้ายแต่สุดท้าย มิลวอลล์ กลับปฏิเสธข้อเสนอของลิเวอร์พูล สองสโมสรตกลงกันไม่ได้
นั่นอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยน หากเขาได้ไปอยู่ในสโมสรที่มีความเป็นมืออาชีพเข้มข้นกว่า สิ่งแวดล้อมที่แตกต่างไปจากย่านแถวบ้านที่มีแต่คนเอาอกเอาใจ มันอาจเปลี่ยนแปลงอนาคตเขาได้
เขาถูกคนรอบข้างพูดแต่คำหวานใส่ "นายจะเป็นเศรษฐีตอนอายุ 19 อย่าห่วงไปเลย" คำปลอบใจแบบนี้มีเข้ามาเมื่อสิ่งต่างๆ ไม่เป็นใจ แต่มันอาจไม่ใช่คำพูดที่เหมาะสมนักกับเด็กอายุแค่นั้น และอยู่ดีๆ ก็มีชื่อเสียงความดังพุ่งเข้ามาหา ทั้งที่ฝีเท้ายังต้องพัฒนาอีก
 "มีนักเตะบางคนในเกม ที่พวกเขาไม่แฮปปี้กับเรื่องนั้น (เรื่องที่ในเกมเก่งมาก) พวกเขาโทษเกมเสมอว่ามันทำให้ชีวิตจริงของพวกเขาเปลี่ยนไป ยกตัวอย่างนะ เฟร็ดดี้ อาดู นี่้ก็ใช่"
"แต่ผมไม่เห็นด้วยนะ ในฐานะคนคนหนึ่ง ไม่ว่าคุณตั้งเป้าจะทำอะไร คุณต้องเชื่อในการจะออกไปและทำมัน มันไม่มีหรอกที่เกมจะมาหยุดยั้งไม่ให้คุณทำในสิ่งที่คุณอยากทำ"
"ดังนั้น สำหรับผมนะ คุณโชคดีแล้วที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มนั้น (เทพในเกม) และคุณต้องแสดงให้เห็นว่าคุณเก่งจริง"
เชอร์โน แซมบ้า ไม่โทษว่าการที่เกม CM ให้ค่าพลังเขาสูงตั้งแต่เด็ก มีส่วนทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตจริง เขาโทษตัวเองกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัวมากกว่า
"แต่ผู้คนรอบตัวไม่ได้พูดในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผม คนรอบๆตัวผมพูดก็มีแต่พูดในสิ่งที่ผมอยากได้ยิน ซึ่งมันไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะผมยังอายุน้อยมาก"
"ผมเลยเหลิงนิดๆ ผมเก่งกว่าคนอื่นๆ และผมไม่ได้ทำงานหนักเพียงพอ ถ้าต้องเข้ายิม 1 ชั่วโมง ผมจะทำแค่ 10 นาทีแล้วก็เดินออกไป เพราะผมยังยิงประตูได้เสมอ และคนก็พูดในสิ่งที่ผมอยากได้ยิน"
"ย้อนไปผมหวังว่าพวกเขาจะพูดกับผมทำนองว่า 'นายเจ๋งสุด แต่ยังไงก็ตาม นายต้องซ้อมให้หนักด้วย นายต้องทุ่มเทให้มากกว่านี้' "
"ตอนนั้นผมมี ไนกี้ เป็นสปอนเซอร์ให้แล้วนะ ผมอยากได้อะไรก็ได้ แถวบ้านผม ถ้าผมเข้าร้านอาหารไปกับเพื่อนๆ ผมไม่ต้องจ่ายเงินเลย คนบอกผมว่าผมจะเป็นเศรษฐีตอน 19 คำพูดไร้สาระอะไรทำนองนั้น มันติดอยู่ในหัวผม ผมเลยเหลิง"
เราอาจจะหาคลิปการเล่นของ เชอร์โน แซมบ้า ดูได้ยาก แต่หากใครเคยดูจะพบว่าเขาเป็นกองหน้าที่มีศักยภาพจริงๆ รูปร่างดี ทักษะบอลดี อันตรายมากเมื่อหันหน้าเข้าหากรอบเขตโทษได้ เขาจะกระชากหลบแล้วหนีกองหลังได้ไม่ยาก และมีการจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยม
มักซิม ซิกัลโก้ ไม่มีเรื่องเหลวไหลนอกสนาม แต่อาการบาดเจ็บหนักตั้งแต่อายุ 20 ทำให้เขาไปไม่ถึงฝั่งฝัน ไม่ได้แสดงศักยภาพให้เห็นเหมือนในเกม ทั้งที่ในชีวิตจริงก่อนเจ็บถือว่าเป็นกองหน้าฝีเท้าดีของเบลารุสเลย เล่นกับทีมดังอย่าง ดีนาโม มินส์ค ด้วย
แต่ในเคสของ เชอร์โน แซมบ้า ถ้าจะเทียบใกล้เคียง คงเทียบได้กับ ราเวล มอร์ริสัน ที่มีพรสวรรค์สุดยอด แต่ไร้วินัย ไม่เอาจริงเอาจังกับการซ้อม จนฝีเท้าไม่พัฒนาอย่างที่ควรจะเป็น
ยังดีที่เชอร์โน แซมบ้า ไม่มีเรื่องนอกสนามเข้ามาให้ปวดหัวเพิ่มเหมือน ราเวล อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ไปก่อเรื่องยุ่ง และแม้จะไม่ได้เล่นในลีกสูงสุด แต่เขาก็เคยเล่นในสเปน กับกาดิซ และมาลาก้า เล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพกับพลีมัธ เคยติดทีมชาติอังกฤษชุดเยาวชนมาทุกชุด และเล่นให้ทีมชาติชุดใหญ่แกมเบีย 4 นัดทำได้ 1 ประตู
"ผมดังเร็วไปและนั่นนำมาซึ่งความกดดัน บางทีผมอาจเล่นได้ยาวนานกว่านี้  และได้เล่นในระดับสูงสุด"
เขาแขวนสตั๊ดในปี 2015 ด้วยอาการเจ็บในช่วงหลังๆ โดยเขาลงเล่นฟุตบอลอาชีพหนสุดท้ายกับ ทอนสเบิร์ก ในนอร์เวย์เมื่อปี 2012
"แต่มีกี่คนกันที่สามารถพูดได้ว่าพวกเขาทำตามเป้าหมายได้สำเร็จ? เป้าหมายของผมคือการเป็นนักเตะอาชีพ และเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของอังกฤษหรือแกมเบีย ซึ่งผมก็ทำมันได้"
"มันแค่เรื่องของความคาดหวังที่ถูกนำมาโยนใส่ตัวผม ทำให้ผมดูเหมือนมีเส้นทางอาชีพที่น่าผิดหวัง แต่ผมเล่นในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ, ผมเล่นในสเปน มีกี่คนที่พูดแบบนั้นได้?  ผมโอเคกับเส้นทางอาชีพของผมนะ"
ในช่วงท้ายของอาชีพ เชอร์โน แซมบ้า ได้รู้จักกับ ซาช่า เอมพัคเคอร์ เอเยนต์ชาวเยอรมัน ผู้ก่อตั้งSPOCS Global Sports บริษัทตัวแทนนักเตะ และได้เป็นหนึ่งในนักเตะในสังกัดของ เอมพัคเคอร์
ซาช่า เอมพัคเคอร์ เคยเป็นเอเยนต์ของ โม ซาลาห์ เขาเป็นคนดีล ซาลาห์ ย้ายมาอยู่กับเชลซีตอนปี 2014 ปัจจุบัน นักเตะดังๆ ในสังกัดก็เช่น มาร์ติน ดูบราฟก้า นายทวารของนิวคาสเซิ่ล, อับดุล ระห์มาน บาบา แบ็กซ้ายเชลซี , เอ็มบวาน่า ซามัตต้า กองหน้ากาลาตาซาราย
ท้ายที่สุด เชอร์โน แซมบ้า ก็ตัดสินใจทำงานให้กับ SPOCS Global Sports  ของ ซาช่า เอมพัคเคอร์ เขามุ่งมั่นจะเป็นที่ปรึกษาให้กับนักเตะดาวรุ่งรุ่นใหม่ ให้คำแนะนำที่เหมาะสม โดยใช้ประสบการณ์ของตัวเองเป็นบทเรียน
"ถ้าผมได้เจอกับ ซาช่า ตอนผมอายุน้อยๆ ผมคงได้เล่นกับบาร์เซโลน่าไปแล้ว"
"ตอนผมดังขึ้นมาใหม่ๆ ผมมีเอเยนต์ปลอมๆ หลายคน คนโน้นคนนี้เข้ามาเสนอนั่นนี่ให้ พวกเขาไม่ได้สนใจในตัวผมจริงๆเลย ผมเรียกพวกนี้ว่า เอเยนต์ธุรกรรม"
"ทั้งหมดที่พวกเขาสนใจคือตัวพวกเขาเอง และการปิดดีล พอเสร็จแล้วก็ไม่เคยติดต่อมาอีกเลย"
"ผมไม่มีใครสักคนที่จะโทรหาผมแล้วบอกว่า ไง เชอร์โน นายนอนหลับดีไหมเมื่อคืน? เรื่องเล็กๆน้อยๆ แบบนี้ คนที่สนใจความเป็นอยู่ของผม ไม่ใช่แค่การทำเรื่องย้ายทีม คือแค่มาดีลได้เงิน แล้วก็ไสหัวไปทำนองนั้น"
"แค่เป็นเพื่อนแล้วก็ให้คำแนะนำผม มองผมเป็นมนุษย์คนหนึ่งก่อน เป็นคนที่คุณจะปกป้อง ชี้แนวทางให้ และเดินหน้าไปด้วยกัน ผมไม่เคยมีแบบนั้นเลย และนี่เป็นแรงผลักดัน ในการจะเดินหน้าไปกับผู้เล่นรุ่นใหม่ พวกเขาจะได้มีในสิ่งที่ผมไม่มี"
"ผมต้องการเปลี่ยน DNA ของพวกตัวแทนนักเตะ เป็นเพื่อนกับนักเตะ ให้คำแนะนำ และเป็นเครือข่ายที่คอยสนับสนุน ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่มองตรงนี้ แต่มันสำคัญมากๆ กับนักเตะ เขาจะได้มีสมาธิกับเรื่องฟุตบอล"
"มันไม่ใช่แค่เรื่องเงินทอง ผมทำมันแล้ว ทำในสิ่งที่ผมต้องทำ มันเป็นการที่นั่งลงแล้วพูดว่า ว้าว ฉันเปลี่ยนใครบางคนได้สำเร็จ คนที่อาจกลายเป็นเชอร์โน แซมบ้า คนต่อไป"
เขาไม่ต้องการให้นักเตะรุ่นใหม่ต้องกลายเป็น เชอร์โน แซมบ้า คนใหม่ คนที่มีพรสวรรค์แต่ไม่ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมจนไม่สามารถเติมเต็มศักยภาพของตัวเองได้
และใครกำลังหาเว็บไซด์ที่เต็มไปด้วยศักยภาพ พร้อมบริการแบบฉับไวไม่ต้องรอให้หัวเสียนี่เลยครับกับ Sbobet777 ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777SBTZ หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment