breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" ฮีโร่ปีเดียว "

อัพเดตเมื่อ : February 07, 2021 7:25pm โดย : admin

ในประวัติศาสตร์ช่วงหลังของ เรอัล มาดริด หากจะถามหาฮีโร่ผู้มากอบกู้สถานการณ์ของทีมยามคับขัน คนคนนั้นน่าจะเป็น ฟาบิโอ คาเปลโล่
ในปี 2006/07 คาเปลโล่ ก็ก้าวเข้ามาคุมทีมพา เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ ลา ลีกา ได้สำเร็จในช่วงโรยของ "กาลาคติกอส"เวอร์ชั่นแรก หลังจากโดนบาร์ซ่าทิ้งถึง 12 คะแนนในฤดูกาลที่ผ่านมา
ย้อนไป 10 ปีก่อนหน้านั้น มันก็เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันขึ้น
ฤดูกาล 1995/96 จากปีก่อนที่เคยได้แชมป์ อยู่ดีๆ เรอัล มาดริด ก็จบฤดูกาลเพียงแค่อันดับ 6 เท่านั้น ตามหลังอริร่วมเมือง แอตเลติโก้ มาดริด, บาเลนเซีย, บาร์เซโลน่า, เอสปันญ่อล และ เตเนรีเฟ่ เป็นการจบอันดับแย่ที่สุดในรอบ 19 ปี
ลอเรนโซ่ ซานซ์ ประธานสโมสรราชันชุดขาวต้องรีบแก้สถานการณ์ ในหน้าร้อนปี 1996 เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่ 1996/97
ขณะที่บาร์เซโลน่า เองก็มีการเปลี่ยนแปลง เซอร์ บ๊อบบี้ ร็อบสัน ได้รับการแต่งตั้งมาคุมทีม แถมพวกเขายังทุ่มเงินเป็นสถิติโลกคว้ากองหน้าวัย 19 ปีนามว่า โรนัลโด้ มาจากพีเอสวี
เรอัล มาดริด ติดต่อนำ ฟาบิโอ คาเปลโล่ มาจาก เอซี มิลาน เพื่อมาเป็นเทรนเนอร์คนใหม่ พวกเขาเองก็ลงทุนไม่น้อย แต่ไม่ใช่เป็นการทุ่มคว้าคนใดคนหนึ่ง
มาดริด เซ็น เปแดร็ก มิยาโตวิช มาจากบาเลนเซีย, ดาวอร์ ซูเคอร์ มาจากเซบีย่า นอกจากนั้น คาเปลโล่ เองยังรีเควสท์นำเอา คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ มาจากซามพ์โดเรีย, โรแบร์โต คาร์ลอส มาจากอินเตอร์ และ คริสเตียน ปานุชชี่ ศิษย์เก่าที่มิลาน


 
งานของ คาเปลโล่ คือการใช้งานแนวรุกที่มีให้ลงพร้อมกันให้ได้ เพราะนอกจาก มิยาโตวิช กับ ซูเคอร์ ที่ซื้อมาใหม่แล้ว พวกเขายังมี ราอูล กอนซาเลซ เด็กปั้นที่เก่งมาตั้งแต่อายุ 17  ขณะนั้นเขาเป็นหนุ่มวัย 19 ปีขวัญใจแฟนบอล
ทางแก้ของ คาเปลโล่ อาจไม่เป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ นัก แต่มันก็ได้ผลคือการถ่าง ราอูล กอนซาเลซ ออกไปทางซ้าย เพื่อเล่นร่วมกับแบ็กสายบุกที่เปี่ยมด้วยพลังและความเร็ว โรแบร์โต้ คาร์ลอส ส่วนข้างหน้าอาศัยความโฉบเฉี่ยวและเด็ดขาดของ มิยาโตวิช กับ ซูเคอร์ ที่จะได้บอลยาวจากแนวลึกจากการวางบอลของ เฟร์นานโด เอียร์โร่
ข้อได้เปรียบหนึ่งของ เรอัล มาดริด ในปีนั้นที่มีเหนือบาร์เซโลน่า คือการได้พักในเกมกลางสัปดาห์ ขณะที่บาร์ซ่า ต้องไปเตะ คัพ วินเนอร์ส คัพ แต่ทีมชุดขาวไม่มีบอลยุโรปให้ต้องเล่นเลย
แต่ก็ใช่ว่าปัญหาจะไม่มีให้กุนซืออย่าง ฟาบิโอ คาเปลโล่ ต้องแก้
ด้วยการที่ทีมมีดาวดังเต็มทีม หน้าร้อนนี้ก็เพิ่งสอยมาเพิ่มโดยเฉพาะ ซูเคอร์ และ มิยาโตวิช คู่นี้แม้เล่นกันคนละทีมชาติในผี 1996 แต่สมัยยูโกสลาเวียยังไม่แตกประเทศ ทั้งคู่เคยเล่นด้วยกันมาแล้วในทีมเยาวชน ช่วยกันพายูโกฯ คว้าแชมป์เยาวชนโลกปี 1987
พอเข้ามาเล่นด้วยกันในสโมสรเดียวเลยเข้าขาแต่พวกเขาจะเล่นกันเอง เมินเพื่อนร่วมแนวรุกที่อาจโดนปรามาสว่ายังเด็ก และเป็นเด็กถิ่นอย่าง ราอูล ไม่ค่อยจ่ายบอลให้ในหลายๆ จังหวะ
คาเปลโล่ สังเกตเห็นได้ทันที เขาจึงเข้ามาจัดการด้วยตัวเอง
"คนเป็นโค้ชต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเข้าไปจัดการ ผมเคยมีปัญหาเดียวกันนี้ที่ เรอัล มาดริด" คาเปลโล่ เคยเปิดเผยถึงเหตุการณ์ในคราวนั้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อ อินเตอร์ มิลาน ของลูชาโน่ สปัลเล็ตติ เจอปัญหาคล้ายๆ กัน
"ซูเคอร์ กับ มิยาโควิช ไม่ส่งบอลให้ราอูล ดังนั้นผมเรียกทั้งสองเข้ามาในออฟฟิศและเปิดเทปให้ดูในจังหวะนั้นๆ และผมบอกพวกเขาไปว่าถ้ามันยังเกิดขึ้นอีก พวกเขาจะไม่ได้ลงเล่นอีก... จากนั้น มันไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลย"
สำหรับ คาเปลโล่ ที่เคยคุมดาวดังคับฟ้ามาจนคุ้นมือที่ เอซี มิลาน อยู่แล้ว การมาทำงานที่ มาดริด จึงไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่น้อย เรื่องแบบนี้เขาจัดการได้สบาย
เมื่อเคลียร์ปัญหาในทีมเรียบร้อย "ดอน ฟาบิโอ" ก็พามาดริด เดินหน้าเก็บคะแนนเป็นกอบเป็นกำใน ลา ลีกา ก่อนจะมีชัยในศึก "เอล กลาสิโก้"  2-0 ในเดือนธันวาคม ยิ่งเป็นการเหวี่ยงโมเมนตัมในการลุ้นแชมป์ให้เทมาทางพวกเขา


 
ทว่างานของ มาดริด ก็ไม่ง่ายเพราะบาร์เซโลน่า เองมี ปู่บ็อบ คุมทีม บอลเกมรุกที่มี โรนัลโด้ ในสมัยที่พีคสุดขีดนำเป็นหัวหอกก็ไม่หยุดคว้าชัยชนะ
เดือนกุมภาพันธ์ บาร์ซ่า แพ้ถึง 3 นัดโดยเฉพาะการแพ้ย่อยยับต่อเตเนรีเฟ่ 0-4 ในเกมที่ "ย็อกก้า" สลาวิซ่า โยคาโนวิช ทำแฮททริกให้เจ้าถิ่น
ทว่า มาดริด เองก็มีสะดุดแพ้ให้ ราโย่ บาเยกาโน่ ทีมร่วมกรุงมาดริดเช่นกัน
การลุ้นแชมป์มาสนุกช่วงท้าย บาร์เซโลน่า เอาคืนมาดริดด้วยการเฉือนชนะ 1-0 ในเกมที่คัมป์ นู และคนพังประตูก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก โรนัลโด้
มาดริด ยังมาแพ้ให้ แอธเลติก บิลเบา อีกในนัดที่ 39 (ขณะนั้น ลา ลีกา มี 22 ทีมเตะ 42 นัด) ทำให้ใน 3 นัดสุดท้ายที่เหลือ เรอัล มาดริด มีแต้มมากกว่าบาร์ซ่า แค่ 2 แต้ม
หมายความว่าอะไร? หมายความว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้กับ 3 นัดชี้เป็นชี้ตายที่เหลือ
หากจะมีข้อได้เปรียบอีกอย่างสำหรับทีมของ คาเปลโล่ ที่มีเหนือ บ็อบบี้ ร็อบสัน ก็เห็นจะเป็นการที่สมัยนั้นลา ลีกา เตะกันยาว 42 นัด ในฤดูกาลที่ไม่ต้องเร่งจบเพื่อฟุตบอลโลกและยูโร มันจะไปจบเอาในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมิถุนายนโน่นเลย
ก็พอดีมิถุนายน 1997 ใน โกปา อเมริกา ทำการแข่งขันที่โบลิเวีย บราซิลเรียกตัว โรนัลโด้ ไปติดทีม นี่คือความหวังสูงสุดของบาร์ซ่า ทำให้พวกเขาไม่มีดาวยิงที่ทำไปแล้ว 34 ประตู ช่วยทีมใน 3 นัดสุดท้าย
แล้วมันก็ได้เรื่องทันทีเมื่อพวกเขาแพ้ให้กับ เอร์กูเลส 1-2 ขณะที่ มาดริด ไม่พลาดในการถล่มเอ็กซ์เตรมาดูร่า 5-0
เมื่อทีมชุดขาวเปิดเบร์นาเบว เอาชนะอริร่วมเมืองอย่าง แอตเลติโก้ มาดริด ได้ในเกมรองสุดท้าย 3-1 เท่ากับว่าพวกเขาคว้าแชมป์ ลา ลีกา ฤดูกาล 1996/97 ได้สำเร็จ แม้บาร์ซ่าจะมีชัยเหนือเบติส 3-0 ก็ตาม เนื่องจากแต้มห่างกันถึง 5 คะแนนกับเกมที่เหลือนัดสุดท้ายนัดเดียว


 
การจัดการของ ฟาบิโอ คาเปลโล่ ได้ผล สามแนวรุกตัวเก่งของพวกเขาช่วยกันยิงระเบิด ดาวอร์ ซูเคอร์ กดไป 25 ประตู, เปแดร็ก มิยาโตวิช 14 ลูก และ ราอูล กอนซาเลซ 21 ประตู
การเป็นเทรนเนอร์ที่บุคลิกแข็งกร้าว ขัดแย้งกับประธานสโมสร ทำให้หลังจากพาทีมคว้าแชมป์ ลา ลีกา ได้สำเร็จก็แยกทางกันทั้ง 2 ครั้ง คาเปลโล่ ไม่เคยทำให้ เรอัล มาดริด ผิดหวัง เขาเข้ามากอบกู้ชื่อเสียงของทีมเอาไว้ได้  ก่อนจะอำลาจากไปในทันที
หากคุณอยากมีความสนุกไม่รู้ลืม ขอให้ที่นี่เป็นทางเลือกของคุณไม่ใช่แค่ครั้งเดียวแน่นอน MYSBOBET รับรองติดใจ ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
———————————————
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด “ติดตาม” และเลือก “เห็นโพสต์ก่อน (See First) “
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
———————————————
Facebook Comment