breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" บาติโกล์ 'เพชฌฆาต' มืออาชีพ "

อัพเดตเมื่อ : February 11, 2021 7:47pm โดย : admin

กองหน้าตัวกลางในอุดมคติ รูปร่างแข็งแรง มีสัญชาติญานสุดยอด ฝีเท้าดีพอจะหนีตัวประกบได้  สามารถจบสกอร์ได้ทุกรูปแบบ ที่สำคัญ ลูกยิงต้องเต็มไปด้วยพลังและความแม่นยำ
เอาแค่จะมีกองหน้าคนไหนยิงแม่นยำและหนักหน่วงรุนแรงในคนเดียวกันยังหาได้ยากเลย  แต่คุณสมบัติทั้งหมดมีอยู่ในตัว กาเบรียล บาติสตูต้า
"บาติโกล์" เล่นฟุตบอลในยุคที่กองหลังเข้าบอลหนัก แรง แถม บวก โดยไม่มี VAR มาช่วย หรือใบเหลืองใบแดงไม่ได้แจกง่ายอย่างทุกวันนี้ ตลอดเส้นทางอาชีพเขาต้องดวลกับกองหลังมาทุกรูปแบบ นั่นทำให้เขาต้องฉีดยาแก้ปวดเพื่อลงเล่นมาตลอดอาชีพ
เอ็นข้อเท้าของเขาพังหมด อาการเจ็บส่งผลถึงการใช้ชีวิตหลังแขวนสตั๊ด มันปวดจนเขาเคยขอร้องให้หมอตัดขาทิ้งไป จะได้เลิกทรมาน
หลังเลิกเล่น เขาหันไปสนุกกับ โปโล และกอล์ฟ เขาเคยบอกเสมอว่าเขาไม่สนใจอยากกลับไปทำงานในวงการฟุตบอลอย่างการเป็นโค้ช หรือคุมทีม เพราะสำหรับเขา ฟุตบอลก็เป็นแค่งานที่ไว้ทำหาเงินเท่านั้น
กาเบรียล บาติสตูต้า ไม่ได้เป็นคนที่หลงไหลคลั่งไคล้ฟุตบอล ซึ่งมันน่าตลกตรงที่เขากลับทำได้ดีเหลือเกิน และยาวนานเหลือเกินในอาชีพที่เขาไม่ได้มีแพสชั่นอะไรด้วยนัก
ไม่น่าเชื่อว่าหนึ่งในกองหน้ามหากาฬที่สุดของโลกฟุตบอล ไมได้มีความหลงไหลหรือรักในเกมลูกหนังเหมือนนักเตะเกือบทั้งโลก สมัยเด็กเขาชอบวิทยาศาสตร์ อยากเป็นหมอมากกว่าจะเป็นนักกีฬา เขารักในการปั่นจักรยานแต่ก็ไม่ได้คลั่งไคล้กีฬา


 
บาติสตูต้า เริ่มกีฬาด้วยการชอบเล่นบาสเก็ตบอล เขาไม่ได้สนใจอะไรฟุตบอลเลย จนกระทั่งได้เห็น มาริโอ เคมเปส ฮีโร่ของชาติในฟุตบอลโลก 1978 ที่อาร์เจนติน่าเป็นเจ้าภาพเอง เขาก็เริ่มหันมามองฟุตบอลบ้าง
เขาเริ่มเตะบอลกับเพื่อนๆ ตามท้องถนนและเข้าสโมสร ปลาเตนเซ่ จูเนียร์ จนฟอร์มเข้าตาโดนเรียกไปติดทีมของเมือง(อำเภอ) เรกองกิสต้า ที่เขาอาศัยอยู่ และพาทีมคว้าแชมป์ระดับจังหวัดซานตา เฟ่
ในนัดชิงชนะเลิศนั่นเองทีมของเขาเอาชนะทีมเยาวชนของ นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ ไปได้ เขาทำ 2 ประตู และทำให้โค้ชของทีมนีเวลล์ส ในขณะนั้นสนใจในตัวเขาอย่างมาก โค้ชคนนั้นก็คือ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า นั่นเอง
บิเอลซ่า จัดการเซ็นสัญญากับเขาในทันที และพาเด็กหนุ่มเงียบ ขี้อาย รายนี้ออกจากครอบครัว ซึ่งอาศัยในอำเภอห่างไกลเข้าไปในเมืองโรซาริโอ ทันที
ด้วยวัย 17-18ปี มันไม่ใช่เรื่องง่ายของเขาในตอนแรก เพราะต้องอยู่ห่างครอบครัว และที่สำคัญแฟนสาว อิรีน่า เฟร์นานเดซ ที่เขาเพิ่งคบได้ปีเดียว(ภายหลังกลายมาเป็นภรรยาของเขา) ต้องนอนในห้องที่สนามของ นีเวลล์ส
อย่างไรก็ดี สายตาของ บิเอลซ่า แหลมคม กุนซือจอมปรัชญามองเห็นบางอย่างในตัวเด็กร่างผอม เงียบ และเก็บตัวคนนี้
ภายหลัง บาติสตูต้า ได้กล่าวขอบคุณเจ้านายของเขาคนนี้ ซึ่งต่อมาได้มาร่วมงานกันในนามทีมชาติชุดใหญ่ว่า "เขาคือคนที่สอนผมว่าจะซ้อมท่ามกลางวันฝนตกอย่างไร เขาสอนผมทุกอย่าง"
ความเชื่อมั่นที่ บิเอลซ่า มีในตัว บาติสตูต้า เริ่มเห็นผล เขาเริ่มพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทั้งฝีเท้าและร่างกายที่เติบโต แข็งแกร่งขึ้น เมื่ออายุ 19เขาก็ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ นีเวลล์ส ในปี 1988 เขาทำไป 7 ประตูจาก 24 เกมลีก
ผลงานของเด็กหนุ่ม ทำให้เขาได้ย้ายไปสู่หนึ่งในสองทีมที่ใหญ่สุดในอาร์เจนติน่า อย่าง ริเวอร์เพลทในฤดูกาล 1989/90 และแม้จะทำผลงานได้ไม่เลว แต่สโมสรกลับเปลี่ยนเทรนเนอร์กลางคัน ดาเนียล พาสซาเรลล่า เข้ามา และนั่นเหมือนจุดเปลี่ยน
พาสซาเรลล่า คือหนึ่งในฮีโร่ของเขาในสมัยฟุตบอลโลก 1978 เช่นกันในฐานะปราการหลังกัปตันทีมชุดแชมป์โลก แต่ พาสซาเรลล่า มองว่า บาติสตูต้า เอาแน่เอานอนไม่ได้และ ไม่มีวินัย  เริ่มจับเขานั่งสำรอง
เขาไม่ได้ใช้เวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ขณะที่เจ็บใจเมื่อต้องทำได้แค่นั่งดูเพื่อนลงเล่น บาติสตูต้า เลือกที่จะฝึกซ้อมอย่างหนัก ลับทักษะหลายอย่างโดยเฉพาะการจบสกอร์
ในที่สุด อยู่ที่นี่ได้แค่ฤดูกาลเดียวเขาก็ตัดสินใจย้ายทีมในปี 1990
"สิ่งที่ดีที่สุดที่ พาสซาเรลล่า จะสามารถพูดได้ก็คือยอมรับว่าเขาทำพลาดขณะที่เป็นโค้ชของผมที่ ริเวอร์เพลท หรือที่บอกว่าผมคือหายนะ และภายหลังผมพัฒนาขึ้นมา คนที่หนุนหลังผมตลอดมาไม่เคยสงสัยในความสามารถของผม คนเดียวที่สงสัยคือพาสซาเรลล่า" บาติโกล์ ให้สัมภาษณ์ในภายหลัง
อย่างไรก็ตาม พาสซาเรลล่า มีคำพูดที่ทิ้งเอาไว้ได้น่าสนใจ "เมื่อ บาติสตูต้า เจอทีมที่สามารถเล่นให้เข้ากับเขาได้ เขาจะกลายเป็นอาวุธร้าย" เป็นคำพูดที่จะถูกพิสูจน์ว่าเป็นความจริง


 
เรื่องของเรื่องคือ ทีมที่เขาย้ายไปอยู่ด้วยดันเป็น โบคา จูเนียร์ส อริตลอดกาลของ ริเวอร์เพลท
มีผู้เล่นจำนวนไม่น้อยที่เคยเล่นให้กับทั้งสองสโมสร แต่มีแค่ไม่กี่คนที่ย้ายสลับขั้วกันโดยตรง บาติสตูต้า คือหนึ่งในนั้นและอาจจะเป็นคนเดียวด้วยที่ย้ายจาก ริเวอร์เพลท มาโบคา และทำได้ดีกับทีมเหลืองน้ำเงิน
เพียงนัดแรก ประเดิมสนามให้โบคา ก็เป็นการเจอกับ ริเวอร์เพลท และ บาติสตูต้า ก็ทำประตูได้ทันที!
แม้กระนั้นฟอร์มในช่วงแรกของเขาก็ยังไม่ถึงกับยอดเยี่ยมนัก ด้วยฝีเท้าที่มีความเร็วใช้ได้ ทำให้เขาโดนจับไปยืนด้านขวาของแนวรุก
จนกระทั่ง โบคา เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ สโมสรดึง ออสการ์ ตาบาเรซ ยอดกุนซือชาวอุรุกวัยมาคุมทีม
ตาบาเรซ ที่ปัจจุบันยังเป็นกุนซือทีมชาติอุรุกวัย เป็นที่ 15 ติดต่อกันนี่เองที่เป็นคนทำให้คำพูดของ พาสซาเรลล่า เป็นจริง เมื่อเขาจับ บาติสตูต้า มาเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้า
บาติสตูต้า กดไป 13 ประตูให้โบคา พาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ทันที
ฟอร์มร้อนแรงแบบนี้เองทำให้เขาโดนเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในหน้าร้อนปี 1991 ช่วยอาร์เจนติน่าทำศึกโกปา อเมริกา ที่ชิลี และเขาทำ 6 ประตูจาก 6 นัดในทัวร์นาเมนต์นั้น
ประตูที่ทำได้รวมถึงประตูที่โขกใส่บราซิลในชัยชนะ 3-2 และประตูชัยเอาชนะโคลอมเบีย ในนัดชิงชนะเลิศ ฟอร์มสุดยอดของเขาที่ช่วยให้ทัพฟ้าขาวคว้าแชมป์โกปา อเมริกา หนนี้เองที่ทำให้ความสนใจจากยุโรปเดินทางมาถึง
ฟิออเรนติน่า เดินหน้าเข้ามา และเขาก็ตกลงย้ายไปฟลอเรนซ์ ทันที สำหรับนักฟุตบอลที่มองฟุตบอลเป็นแค่อาชีพหนึ่ง การที่ยุโรปกวักมือเรียกเป็นอะไรที่น่าสนใจ
เมื่อ บาติสตูต้า ก้าวเท้าลงเหยียบแผ่นดินอิตาลี ในฐานะกองหน้าอายุน้อยวัย 22 ปีจากอาร์เจนติน่า ตอนนั้นเองที่ตำนานเริ่มต้นขึ้น
เป็นสโมสรที่เขาจะอยู่นานถึง 9 ปี แม้ ฟิออเรนติน่า ตกชั้นเขาก็ไม่คิดย้ายทีมทั้งที่เขาสามารถทำได้จากการที่หลายสโมสรย่อมพร้อมจะจ่ายค่าตัวและค่าจ้างงามๆให้เขา
จนกระทั่งในช่วงท้าย ในปี 2000ด้วยวัย 31 ปีเขาถึงตัดสินใจโยกไปอยู่กับโรม่า เหตุผลเดียวคือต้องการเป็นแชมป์ให้ได้สักครั้งและทำได้สำเร็จ


 
ครั้งหนึ่งเขาถูกถามว่า ทำไมถึงไม่ย้ายไปอยู่กับทีมที่ใหญ่กว่าตอนที่ยังสดๆ อยู่กับฟิออเรนติน่า
"ถ้าผมย้ายไป มาดริดหรือมิลาน ผมคงยิงเกิน 200 ประตู แต่ผมคงจะเบื่อ"
อาจจะด้วยความที่ไม่มีแพสชั่น ไม่มีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ บาติสตูต้า ที่มองฟุตบอลเป็นเหมือนงานงานหนึ่ง เขาเลยต้องทำตัวให้เป็นมืออาชีพมากที่สุด นั่นคือหนึ่งในเหตุผลที่เขาประสบความสำเร็จกับงานงานนี้ของเขา
แม้จะไม่ได้รักฟุตบอลมากนัก แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่า บาติสตูต้า รักในการทำประตู มันคงเหมือนเซลล์ที่ทำยอดได้ตามเป้า, นักวิทยาศาสตร์ที่คิดค้นสูตรเคมีใหม่ๆ ได้สำเร็จ หรือพ่อครัวในร้านอาหารที่สามารถปรุงทุกออร์เดอร์ได้ทันเวลาในช่วงที่คนเต็มร้าน มันคือการปลดปล่อยความสะใจออกมา
เราถึงได้เห็นกองหน้าผมยาวเหมือนร็อคสตาร์ รูปร่างแข็งแรง กางมือสองข้างแล้วปั๊มเข้าออกพร้อมแหกปากอย่างสะใจทุกครั้งที่เขาส่งบอลกระแทกตาข่าย
ส่วนใครอยากหาเว็บไซด์ที่ทำให้คุณสนุกและมีโชค เดินไปกับเส้นทางของคุณเอง ต้องนี่เลยครับกับ Sbobet777 ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777SBTZ หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment