breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" เรื่องตลกไม่ออกของแมนฯ ซิตี้ "

อัพเดตเมื่อ : March 07, 2021 2:39pm โดย : admin

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับมามีผลงานสุดยอดในฤดูกาลนี้ ฟอร์มของพวกเขานาทีนี้กวาดตาทั่วยุโรปต้องบอกว่าไม่เป็นรองใคร
สำหรับคนที่เพิ่งดูบอลมาไม่เกิน 10 ปี คงนึกภาพไม่ออกว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนโดนเทคโอเวอร์ 2 ครั้งภายในเวลาไม่กี่ปี จะเปลี่ยนพวกเขาไปตลอดกาล
ทุกวันนี้ แมนฯ ซิตี้ คือทีมที่ขุมกำลังแข็งแกร่ง การเงินมั่นคง มีสนามใหญ่โต สนามซ้อมมาตรฐานทันสมัย ฐานแฟนบอลก็กระจายไปทั่วโลก และประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องมาหลายปี
หากย้อนไปในยุค 80s-90s-2000s  เป็นช่วงเวลา 20 กว่าปีแห่งความหดหู่ของเหล่า "เดอะ ซิตีเซ่นส์"
ทีมเรือใบเคยมีสถานะเป็นทีมโย-โย่ คือขึ้นชั้น ตกชั้น สลับไปมาอยู่ตลอดเวลา ประกอบกับในช่วงเวลาเดียวกัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อริร่วมเมือง กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่ง เป็นมหาอำนาจของวงการลูกหนังอังกฤษ มันยิ่งน่าเจ็บปวด
ในปีที่แมนฯ ยูไนเต็ด คว้า 3 แชมป์ปี 1998/99 แมนฯ ซิตี้ เล่นอยู่ใน ดิวิชั่น 2 หรือเทียบกับสมัยนี้คือ ลีก วัน ช่างเป็นอะไรที่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง
ที่มันคลาสสิกสุดขีดคือในฤดูกาล 1995/96 นั่นเป็นบทสรุปของ แมนฯ ซิตี้ ยุคตกต่ำได้เป็นอย่างดี เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันผิดที่ผิดทางไปหมดจนแทบเป็นเรื่องขำขัน
ฤดูกาลดังกล่าว แฟนบอลมักจำได้ว่าเป็นปีที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แซงนิวคาสเซิ่ลจากที่ตาม 12 แต้ม เข้าป้ายเป็นแชมป์พรีเมียร์ ลีก และทำดับเบิ้ลแชมป์ได้สำเร็จ เมื่อ เอริค คันโตน่า ถอยหลังวอลเล่ย์ใส่ลิเวอร์พูลในนัดชิง เอฟเอ คัพ ที่เวมบลีย์ ทว่ากับ แมนฯ ซิตี้ มันตรงกันข้าม


 
แมนฯ ซิตี้ ต้องหนีตายเมื่อมาถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาล ก่อนเกมนัดที่ 38 ทีมที่ต้องลุ้นหนีตายตามหลักปฏิบัติ มีด้วยกัน 3 ทีมคือ โคเวนทรี, เซาธ์แฮมป์ตัน และ แมนฯ ซิตี้ โดยที่ โบลตัน กับ คิวพีอาร์ ตกชั้นไปเรียบร้อยแล้ว
ก่อนแข่ง 3 ทีมหนีตายมี 37 คะแนนเท่ากัน แต่ แมนฯ ซิตี้ เสียเปรียบกว่าใครเพื่อน เพราะโคเวนทรี กับเซาธ์แฮมป์ตัน ผลต่างประตูได้เสีย -18 แต่ แมนน ซิตี้ -25 หนทางเดียวจึงเป็นการต้องคว้าผลการแข่งขันให้ "ดีกว่า" ทีมใดทีมหนึ่ง ในอีก 2 ทีมที่เหลือ
ขณะที่ เซาธแฮมป์ตัน เปิดรัง เดอะ เดลล์ เจอกับ วิมเบิลดัน, โคเวนทรี ก็เล่นในบ้านเจอกับลีดส์ ยูไนเต็ด แต่ แมนฯ ซิตี้ งานหนักกว่าใครเพื่อน เพราะต้องรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล
แมนฯ ซิตี้ ขณะนั้นมีผู้จัดการทีมเป็น อลัน บอลล์ อดีตมิดฟิลด์ชุดแชมป์โลกปี 1966 กับทีมชาติอังกฤษผู้ล่วงลับ (บอลล์ เสียชีวิตในปี 2007 อายุ 61 ปี)
ขุมกำลังของพวกเขาถือว่าไม่เลว ซิตี้ นั้นสนิทสนมกับแข้งเยอรมันมาช้านานตั้งแต่ยุค เบิร์ต เทราท์มันน์ จนมาถึงช่วงนี้ที่มี มิชาเอล ฟรอนท์เซค เป็นกองหลัง, ไอเค่ อิมเมล เป็นนายทวาร และดาวยิงอย่าง อูเว่ รอสเลอร์
นอกจากนั้นยังมี จอร์จี้ คินคลัดเซ่ ปีกตัวเก่งชาวจอร์เจีย, ไนเจล คลัฟ อดีตแข้งลิเวอร์พูล ลูกชายของ ไบรอัน คลัฟ, ปีเตอร์ บีกรี ปีกดีกรีทีมชาติอังกฤษชุดยู-21 ไปจนถึง ไนออล  ควินน์ ดาวยิงร่างโย่ง
เกมเปิดมา ลิเวอร์พูล ก็ออกนำอย่างไว จากการสกัดเข้าประตูตัวเองของ สตีฟ โลมาส และก่อนหมดเวลาครึ่งแรกไม่กี่นาที สกอร์ก็เป็น 2-0 สำหรับทีมหงส์แดง จาก เอียน รัช
แมนฯ ซิตี้ กับภารกิจหนีตาย พวกเขาไม่ยอมแพ้ อูเว่ รอสเลอร์ ยิงจุดโทษไล่มาในนาทีที่ 71 ก่อนที่ คิท ไซมอนส์ ปราการหลังจะขึ้นมาพังประตูตีเสมอ 2-2 ในนาทีที่ 78
ด้วยความที่จริงๆ ลิเวอร์พูล ไม่มีอะไรต้องลุ้นแล้ว แมนฯ ซิตี้ กำลังมีโมเมนตัมที่ดี พวกเขาควรพยายามหาทางคว้าชัยชนะให้ได้ก่อนเพื่ออย่างน้อย การันตีว่าพวกเขาได้ผลการแข่งขันที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
อย่างไรก็ดี ในช่วงท้ายเกม ความไม่เอาไหนก็เกิดขึ้น จนกลายเป็นเรื่องตลกเมื่อมองย้อนไป
ในยุคนั้นมือถือเป็นของหายากและราคาแพง แถมอันใหญ่ ไม่มีใครพกไปสนามฟุตบอล ดังนั้นการจะเช็กผลการแข่งขันคู่อื่นๆ อาจจะต้องอาศัยฟังวิทยุเอาจากเครื่องเล่นเทปพกพา หรือพวกซาวน์ดอะเบาท์ ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีใครพกไปดูบอลเช่นกัน


 
แต่ก็เป็นตอนท้ายเกมนั่นเองที่มีกลุ่มแฟนกลุ่มเล็กๆ ดันไปเช็กผลมาจากวิทยุ ฟังผิด ว่าเกมคู่ของ เซาธ์แฮมป์ตัน โดน วิมเบิลดัน บุกมานำ นั่นทำให้ผลเสมอก็เพียงพอสำหรับการอยู่รอดของแมนฯ ซิตี้
ข่าวลือนี้ก็แพร่ไปทั่วสนามอย่างไวแบบปากต่อปากจนมาถึงทีมงานข้างสนามของ อลัน บอลล์
มันตลกตรงที่ทีมงานเองก็ไม่มีการเช็กผลให้ชัดเจน เพราะพอเข้าสู่ช่วงท้ายเกม อลัน บอลล์ ก็สั่งนักเตะให้เน้นตั้งรับ เล่นรัดกุม ขอแค่ไม่แพ้ พวกเราจะอยู่รอด
นาทีสุดท้าย ผู้ตัดสินทดเวลา 3 นาที อลัน บอลล์ ก็สั่งให้ สตีฟ โลมาส ถ่วงเวลาตรงมุมธง
ไนออล ควินน์ เป็นคนที่เข้าไปเช็กผลทางการรายงานสดของช่อง สกายสปอร์ตส์ แล้วถึงได้รู้ว่าเซาธ์แฮมป์ตัน ไม่ได้ตามอยู่อย่างที่คิด เลยรีบวิ่งมาบอกเจ้านาย
อลัน บอลล์ รู้ตัว รีบสั่งให้ลูกทีมพยายามเอาบอลมาบุกอีกครั้ง แต่นั่นก็สายไปแล้ว เพราะช่วงทดเวลาบาดเจ็บกำลังนับถอยหลัง และจบเกมพวกเขาก็ได้ผลเสมอ 2-2
ปรากฏว่าอีก 2 คู่ ลงเอยด้วยการเสมอเช่นกัน ด้วยสกอร์เดียวกันคือ 0-0 นั่นทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องตกชั้นไปอย่างเจ็บปวด ชนิดที่เรียกได้ว่าทำตัวเองแท้ๆ


 
"มันก็พูดได้เต็มปากว่าผมไม่ได้มีความทรงที่ดีนักกับฉากนัดสุดท้ายของซีซั่น สถานการณ์ที่เกิดกับซิตี้ ตอนนั้นคือหนึ่งในตัวอย่าง อลัน บอลล์ , ขอพระเจ้าประทานการพักผ่อนให้กับวิญญานของเขา, เขาบอกเราว่าเสมอก็พอให้เราอยู่รอดแล้ว"
"ถ้ามันไม่ใช่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายตอนนั้น มันคงตลกสุดๆ ที่ได้เห็นบิ๊กไนออล วิ่งแบบกึ่งเปลือยออกมาจากห้องแต่งตัวบอกว่าผลเสมอมันไม่พอนะ"
"มันเป็นการวิ่งที่เร็วที่สุดของ ไนออล เท่าที่ผมเคยเห็นมาเลย เขาบอกเราว่าเราต้องเอาชนะ มันเลยวุ่นวายกันใหญ่ อลัน ได้รับข้อมูลผิดๆ มาเพราะเขาคิดว่าเซาธ์แฮมป์ตัน ตามหลังอยู่ และผมก็ได้บอลตรงมุมธง บังบอลเพื่อฆ่าเวลา"
"มันเป็นเรื่องหนักมาก เพราะสัปดาห์ก่อนหน้านั้นผมเพิ่งทำประตูชัยในเกมกับแอสตัน วิลล่า แล้วทำให้เรายื้อมาได้จนนัดสุดท้าย"
 
"การตกชั้นก็เจ็บปวดมากพออยู่แล้ว แต่ตกชั้นแบบนั้นมันยิ่งเจ็บหนักเข้าไปอีก"
"ผมอยู่กับสโมสรมาตั้งแต่อายุ 12 ดังนั้นสำหรับผมมันยิ่งเจ็บปวดเป็นพิเศษ"
 
สตีฟ โลมาส ผู้ได้รับคำสั่งจาก อลัน บอลล์ ให้ฆ่าเวลาตรงมุมธงวันนั้น ให้สัมภาษณ์ในภายหลัง
เป็นอย่างไรกันบ้างกับเรื่องสนุกที่นำมาฝากกัน อย่าลืมมาติดตามความมันต่อได้ที่ MYSBOBET รับรองติดใจ บริการยอดเยี่ยม ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
 
———————————————
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด “ติดตาม” และเลือก “เห็นโพสต์ก่อน (See First) “
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
———————————————
Facebook Comment