breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" ปาดหน้าคว้า รอย คีน "

อัพเดตเมื่อ : March 10, 2021 8:45pm โดย : admin

หน้าร้อนปี 1993 โลกฟุตบอล อาจจะเปลี่ยนไปตลอดกาลถ้าหากว่าเจ้าหน้าที่เอกสารที่ อีวู้ด พาร์ค ไม่ตรงต่อเวลา ตอกบัตรเลิกงานตามตารางงานปกติ
ถ้าเขาอยู่ดึกอีกสักหน่อย รอย มัวริซ คีน มิดฟิลด์ไอริชวัยย่าง 22  ปี คงเป็นนักเตะของ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ไปแล้ว ดังนั้น เมื่อเสียงนกหวีดยังไม่ดัง อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จึงมีโอกาสที่จะทำประตูสำคัญในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ สมกับ "เฟอร์กี้ ไทม์"
ฤดูกาล 1992/93 แมนฯ ยูไนเต็ด เพิ่งคว้าแชมป์ลีกสูงสุดหนแรกในรอบ 26 ปี แต่ขณะนั้นพวกเขาไม่สามารถสู้พลังเงินของ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ที่มีเศรษฐีโรงเหล็กอย่าง แจ็ค วอล์คเกอร์ หนุนหลังได้เลย
พวกเขาเอาชนะยูไนเต็ด ในการแย่งตัว อลัน เชียเรอร์ ไปได้ในปีก่อนหน้านั้น และทำท่าจะชนะอีกครั้งเมื่อ รอย คีน ยืนยันว่าเขาจะย้ายออกจากน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เมื่อทีมเจ้าป่าตกชั้น
เคนนี่ ดัลกลิช ซึ่งคุมทีมกุหลาบไฟในตอนนั้น เข้าพบกับ คีน ตอนจบฤดูกาล ขณะนั้น รอย คีน ยังไม่มีเอเย่นต์ด้วยซ้ำ มีเจ้าหน้าที่ของ PFA (สมาคมนักฟุตบอลอาชีพ) เบรนดัน แบตสัน มาเป็นพยายานในการเจรจาให้


 
คีน ยอมรับว่าเขาชอบ ดัลกลิช "เขาท่าทางฉลาด และบุคคลิกที่สบายๆ ทำให้ผมประทับใจ" หลังจากพูดคุย คีน ขอค่าเหนื่อย 500,000 ปอนด์ต่อปี (ตกราวสัปดาห์ละ 10,000 ปอนด์ ขณะนั้น) เท่ากับ เชียเรอร์ แต่สุดท้ายยอมรับได้ที่ 400,000 ปอนด์ต่อปี
ในช่วงเวลาที่กำลังเจรจาเรื่องสัญญา และค่าเหนื่อยกันนั้นเองที่ถือเป็นช่วงสำคัญ  เมื่อ ดัลกลิช โทรกลับไปที่ออฟฟิศในอีวูด พาร์ค เพื่อถามหาว่ามีเจ้าหน้าที่คนไหนอยู่บ้าง เพื่อจะได้พิมพ์เอกสารสัญญาขึ้นมา ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่แล้ว กลับบ้านไปหมด หรือไม่ก็เข้าผับหาเบียร์ดื่มหลังเลิกงาน คีน เลยจับมือกับ เคนนี่ ดัลกลิช และบอกว่าเดี๋ยวค่อยมาเซ็นสัญญากันวันจันทร์ก็ได้
ถ้า แบล็คเบิร์น ไม่มัวมาต่อรองเงิน 100,000 ปอนด์ต่อปี ในตอนนั้น ซึ่งสำหรับพวกเขาแล้ว ก็ไม่ได้ทำให้ขนหน้าแข้งร่วงอะไรมากมายนัก คีน คงตกลงโอเคกับ เคนนี่ ไปได้เรียบร้อยแล้วก่อนเวลาเลิกงาน หรือหากจะมีเจ้าหน้าที่สักคน อยู่เช็กโน่นนี่ หรือเอาถังขยะไปเททิ้งในวันทำงานสุดท้ายของสัปดาห์ แล้วอยู่ทันรับโทรศัพท์ของ เคนนี่ ดัลกลิช สัญญาคงได้ถูกร่างและส่งมาให้ คีน ได้เซ็นกันเดี๋ยวนั้นแล้ว
เมื่อยังไม่ได้เซ็นสัญญาสุดสัปดาห์นั้น คีน ก็กลับไปหาครอบครัวที่ คอร์ก, ไอร์แลนด์ และฉลองกันเต็มเหนี่ยว
รอย คีน ในปัจจุบัน Sober แล้ว คือไม่ดื่มแอลกอฮอล์อีกต่อไป แต่สมัยยังหนุ่ม คีน ก็เหมือนรุ่นพี่นักเตะ และหนุ่มไอริชทั่วไปคือเมาแหลก
เขาตื่นขึ้นมาแบบยังมึนๆ ตอนเช้าวันอาทิตย์เมื่อ แพ็ท พี่ชายของเขามาปลุก โดยบอกว่า เฟอร์กูสัน โทรเข้ามาหา
เฟอร์กี้ ตามหา รอย คีน อย่างไวเมื่ออ่านข่าวเกี่ยวกับเขาได้ไปคุยกับ แบล็คเบิร์น แล้วจากหน้าหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ ซึ่งแทบลอยด์บางฉบับพากันเขียนว่าเป้าหมายของ เฟอร์กี้ ไม่ใช่คีน แต่เป็นคนอื่นเช่น คาร์ลตัน พาล์เมอร์ กองกลางร่างโย่งของเชฟฯ เว้นส์ฯ
ทว่าทีมงานของ เฟอร์กี้ ตัดสินใจแล้วว่า รอย คีน คือเป้าหมายเดียวที่พวกเขาต้องการเข้ามาเสริมทัพ ซึ่งจริงๆ แล้ว เฟอร์กี้ เล็งคีนมานานตั้งแต่ปี 1990 เมื่อหนุ่มวัยเพียง 19 ปีในขณะนั้นโชว์ฟอร์มเป็นพระเอกให้แดนกลางฟอเรสต์ ในเกมบุกมาชนะถึง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 1-0
เฟอร์กูสัน บอกว่า ที่ยังไม่เข้าไปเจรจากับ คีน ตั้งแต่แรกเพราะได้รับปากกับ แฟรงค์ คลาร์ก กุนซือคนใหม่ของ ฟอเรสต์ เอาไว้แล้วว่าจะคุยกับ คีน ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากสโมสรเสียก่อน
ทว่าเมื่อได้คุยกับ คีน แล้วเฟอร์กี้ก็ถามทันทีว่าได้มีการเซ็นเอกสารใดๆ กับแบล็คเบิร์นแล้วหรือยัง คีน ที่ยังแฮงก์โอเวอร์อยู่ เคียงข้างด้วยสมาชิกในครอบครัวที่เป็นแฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด อยู่แล้ว ก็ตอบไปว่าเขายังไม่ได้เซ็นสัญญา


 
เข้าทางเฟอร์กี้ ที่รีบหยอดทันทีบอกว่า เราน่าจะมาคุยกันหน่อยนะ ซึ่งนับตั้งแต่ตอนนั้น คีน ได้เขียนเล่าไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติเล่มแรกเอาไว้ว่า "ผมไม่คิดจะเซ็นกับสโมสรอื่นอีกเลย"
วันต่อมา เฟอร์กี้ ไปรอรับ คีน ที่สนามบินแมนเชสเตอร์ แอร์พอร์ท และพาไปที่บ้าน ไปเล่นสนุ๊กเกอร์ด้วยกัน ระหว่างพูดคุยกันไป
"ผมชอบเขาในทันทีเลย เขาเยือกเย็น ตลก เป็นคนหนักแน่น และชัดเจนว่าเขากระหายที่จะคว้าแชมป์เพิ่มอีก"
และที่กลายเป็นประโยคที่สร้างอิมแพ็กท์ให้กับหนุ่มวัยย่าง 22 ในขณะนั้น ซึ่งเราก็มักได้ยินกันในภายหลังก็คือ เฟอร์กี้ บอกกับ คีน โดยตรงว่า จะมีหรือไม่มีคีน แมนฯ ยูไนเต็ด ก็จะก้าวไปครองวงการฟุตบอลอังกฤษอยู่ดี แต่ถ้ามี คีน พวกเขาก็สามารถคว้าแชมป์ยุโรปได้ด้วย
"เขาเหมือนเปิดทางเลือกไว้ แต่ก็กดดันคุณอยู่ในทีม" คีน อธิบายถึงวันนั้น
ซึ่งจะด้วยความมั่นใจใดๆ ก็ตาม คำพูดของเฟอร์กี้ ถูกพิสูจน์ว่าเป็นจริงในอีก 6 ปีต่อมา เมื่อ รอย คีน นำแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ในปี 1999 และแม้เขาจะไม่ได้ลงเล่นในนัดชิงเพราะติดโทษแบน แต่ฟอร์มในเกมรอบรอง เลกสองกับยูเวนตุสที่ ตูริน มันกลายเป็นหนึ่งในฟอร์มการเล่นของนักเตะสักคนจะมีได้ให้กับทีมใดสักทีม
 
คีน ได้ค่าจ้างน้อยกว่าที่ควรจะได้จากแบล็คเบิร์นถึง 25% ด้วยซ้ำ แถมพวกเขายังเสนอเงินให้ฟอเรสต์มากกว่าด้วย นั่นหมายถึง แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องรออีก 6 สัปดาห์กว่าดีลนี้จะเสร็จสมบูรณ์
เฟอร์กี้ บอกกับ คีน ว่าถ้าทั้งสองฝ่ายยังนิ่งในจุดยืนของแต่ละฝ่าย ดีลนี้จะต้องสำเร็จแน่ แล้วทั้งคู่ต่างก็แยกไปพักผ่อนในช่วงซัมเมอร์เบรก
เฟอร์กี้ เคยพลาดนักเตะขณะไปพักผ่อนหน้าร้อนมาก่อนแล้ว ที่ดังที่สุดคือ พอล แกสคอยน์ แต่กับ คีน เขาไม่กังวลใดๆ เลย "เมื่อเขามองตาผม ผมรู้ว่าผมกำลังคุยกับนักฟุตบอลที่จะไม่กลับคำพูด"
ยกเว้นว่า นี่เป็นสิ่งเดียวกันที่เขาได้รับปากไว้กับ เคนนี่ ดัลกลิช ซึ่งโมโหสุดขีดเมื่อ คีน โทรหา เขาถึงกับระเบิดออกมาว่า "ไม่มีใครทำแบบนี้กับ เคนนี่ ดัลกลิช แกมันก็แค่ไอเด็กเวรเมื่อวานซืน และแกอย่าคิดว่าจะลอยนวลไปเฉยๆได้นะ"
คีน จำเป็นต้องกลับคำใส่ใครสักคน เขาเลือกทำกับ เคนนี่ และนักเตะส่วนใหญ่รู้ดีว่าในโลกฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่ส่วนใหญ่จะตระหนักก็เมื่อเข้าสู่บั้นปลายอาชีพแล้ว ทว่าตอนนั้น คีน เพิ่ง 21
ดัลกลิช ถึงขนาดขู่ว่าจะตามไปเล่นงาน คีน ถึง ไอยา นาปา เมืองพักผ่อนในไซปรัส ซึ่ง คีน ไปพักผ่อนที่นั่นกับเพื่อน 3 คน "ผมมีช่วงเวลาที่สุดยอด ไม่มีใครในไซปรัสรู้หรือสนใจว่าเราคือใคร เป็นการพักผ่อนที่สบายใจสุดๆ"

 

ในแง่หนึ่ง นั่นอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ รอย คีน ได้พักผ่อนโดยไม่ต้องคิด กังวลอะไรมากมาย เพราะเมื่อเขากลายเป็นนักเตะของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทุกอย่างเปลี่ยนไป
ปีแรกกับทีม เขากังวลเรื่องเทคนิคฟุตบอลของเขา แต่การได้พูดคุยกับ ไบรอัน ร็อบสัน ขณะดื่มเบียร์ไปด้วย ทำให้ ร็อบสัน ให้ความเชื่อมั่นกับเขาว่า จงมั่นใจในการเปิดบอลของตัวเอง นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ รอย คีน เปลี่ยนแนวทางการเล่นจากแต่เดิมเป็นนักเตะพลังหนุ่มแบบบ็อกซ์ ทู บ็อกซ์ กลายมาเป็นกองกลางตัวรับที่ยืนต่ำ พร้อมบัญชาเกม เป็นคนออกบอลจากแนวรับ และหลายคนมองข้ามความสามารถด้านการเปิดบอลของ คีน ไปเพราะติดภาพเพียงว่าเขาเป็นกองกลางที่เข้าบอลหนัก
 
มองจากความสามารถของเขา และอิทธิพลที่มีต่อเกมของเขา ในฐานะกัปตันทีมผู้เรียกร้อง "ที่สุด" จากเพื่อนร่วมทีมทุกคนในทุกเกม มันคงเป็นเรื่องให้เราต้องมานั่งคิดว่า ฟุตบอลอังกฤษจะเปลี่ยนไปแค่ไหน หากว่าทั้งเขาและ อลัน เชียเรอร์ ในช่วงพีค ได้เล่นในทีมเดียวกัน
ซึ่งในยุคที่โลกลูกหนังเต็มไปด้วยเงินตรามากมายมหาศาล เรื่องราวการเซ็นสัญญาของ รอย คีน ในครั้งนั้นก็ย้ำเตือนว่าเป็นรายละเอียดเล็กน้อยแบบนี้เองที่เปลี่ยนโฉมมันไปตลอดกาล
ความสนุกไม่มีบิดพริ้ว มีพร้อมให้คุณแล้วที่ Sbobet777 บริการดี ดูแลฉับไว ชัดช้าทำไม ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777SBTZ หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
Facebook Comment