breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" บิ๊กเดฟ ฮีโร่ของเอฟเวอร์ตัน "

อัพเดตเมื่อ : March 11, 2021 11:48pm โดย : admin

ผู้เล่นหลายคน กระโดดขึ้นลงระหว่าง ลีกสูงสุด กับลีกรอง สลับกัน แต่ก็ยังมีแชมป์ติดไม้ติดมือ บางคนมีเส้นทางชีวิตที่ไม่ธรรมดาแต่หนักแน่น
เดฟ วัตสัน คือหนึ่งในนั้น
ในฤดูกาล 2000/01 เอฟเวอร์ตัน ของกุนซือวอลเทอร์ สมิธ ทำผลงานได้ไม่ดีนัก จบอันดับ 16 ห่างจากโซนตกชั้น 8 คะแนน แต่มันเป็นฤดูกาลที่พวกเขามีนักเตะน่าสนใจหลายราย
มีนักเตะดาวดังต่างชาติ อเลสซานโดร ปิสโตเน่, นิคลาส อเล็กซานเดอร์สสัน, โธมัส กราเวอเซ่น, โจ แม็กซ์ มัวร์ และ อาเบล ซาเวียร์ ที่ดังในยูโร 2000
มีดาวรุ่งอย่าง ฟรานซิส เจฟเฟอร์ส, ไมเคิ่ล บอลล์, แดนนี่ คาดามาร์เทรี่, ลีออน ออสแมน, โทนี่ ฮิบเบิร์ต ผสมผสานพวกตัวเก๋า พอล แกสคอยน์, เดวิด เวียร์, เควิน แคมป์เบลล์, ดันแคน เฟอร์กูสัน
อีกทั้งในตอนนั้น เอฟเวอร์ตัน มีนักเตะนามสกุลวัตสัน อยู่ 2 คนซึ่งไม่ได้เป็นญาติอะไรกันเลย สตีฟ วัตสัน แบ็กจอมพลังที่ดังกับนิวคาสเซิ่ล ในยุคเควิน คีแกน
อีกคนคือ เดฟ วัตสัน นี่เอง ซึ่งขณะนั้นอายุ 39 ปีแล้ว เดฟ วัตสัน คือนักเตะที่ค้าแข้งกับทีมมายาวนานที่สุด ตั้งแต่ปี 1986
เดฟ วัตสัน เป็นกองหลังที่เล่นได้ทั้ง เซนเตอร์ฮาล์ฟ และแบ็กขวา เซ็นสัญญาอาชีพกับ ลิเวอร์พูล สมัยเป็นวัยรุ่นอายุ 17 ปี เขาอยู่ที่ แอนฟิลด์ เพียง 2 ปีแต่ไม่ได้รับโอกาสให้ลงสนามชุดใหญ่
กลับเป็น นอริช ซิตี้ ที่คว้าตัวเขาไปร่วมทีมในปี 1980 ด้วยค่าตัว 5 หมื่นปอนด์
วันบ็อกซิ่งเดย์ 26 ธันวาคม 1980 เดฟ วัตสัน ก็ได้โอกาสลงสนามเป็นเกมแรกในชีวิตนักเตะอาชีพ บนเวทีดิวิชั่น 1 เจอกับ อิปสวิช ทาวน์
นับแต่นั้น เขาก็ได้โอกาสลงสนามอย่างสม่ำเสมอ แม้จะเป็นดาวรุ่งอายุแค่ 19 แต่มีโอกาสโชว์ฝีเท้าถึง 18 นัด ทำได้ 3 ประตู
เขาสถาปนาเป็นแนวรับตัวจริงของทีมนกขมิ้นมาโดยตลอด ในยุคที่ นอริช ยังเป็นทีมโยโย่ ด้วยวัย 23 ปี วัตสัน ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นกัปตันทีม
แม้จะมีช่วงที่ตกลงไปเล่นใน ดิวิชั่น 2 แต่ วัตสัน ก็นำทีมกลับคืนลีกสูงสุดอีกหน ช่วงที่ดีที่สุดของเขาในฐานะกัปตันทีมนอริช เกิดขึ้นในปี 1984/85 แม้จะเป็นฤดูกาลที่หวานขมไปสักหน่อย
เขานำ นอริช คว้าแชมป์ มิลค์ คัพ ตามสปอนเซอร์ในสมัยนั้น ซึ่งก็คือ ลีก คัพ หรือคาราบาว คัพ ในทุกวันนี้ได้สำเร็จ เป็นโทรฟี่ใบที่ 2 ของทีมนับแต่ปี 1962
ทว่า สิ้นสุดฤดูกาลนั้น นอริช กลับต้องตกชั้น อย่างไรก็ดี ปีถัดมา เดฟ วัตสัน ก็ช่วยทีมนกขมิ้นคว้าแชมป์ ดิวิชั่น 2 โปรโมตกลับสู่ ดิวิชั่น 1 ได้ทันควัน แต่มันกลับกลายเป็นปีสุดท้ายของเขากับสโมสร
ซัมเมอร์ 1986 วัตสัน ก็โดน เอฟเวอร์ตัน ในยุครุ่งเรืองคว้าตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 9 แสนปอนด์ ซึ่งถือว่าแพงไม่น้อย
ปีแรกที่อยู่กับ ท็อฟฟี่ เขาก็มีส่วนช่วยทีมคว้าแชมป์ ดิวิชั่น 1 มาครองได้ทันที
ไม่มีใครรู้ ว่าท้ายที่สุดแล้ว เดฟ วัตสัน จะอยู่กับ เอฟเวอร์ตัน นานถึง 15 ปี จนกระทั่งแขวนสตั๊ดในปี 2001 ขณะอายุอีกไม่กี่เดือนก็จะครบ 40 ปี
ที่ทำให้เขาเป็นที่จดจำในฐานะขวัญใจแฟนท็อฟฟี่คือการเป็นฮีโร่ในศึก เมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บี้
ช่วงครึ่งหลังของทศวรรษที่ 80s ถือเป็นยุคทองของวงการฟุตบอลเมอร์ซี่ไซด์ เพราะทั้งเอฟเวอร์ตัน และลิเวอร์พูล ต่างก็แข็งแกร่ง
เหตุการณ์ที่เฮย์เซล สเตเดี้ยม เมื่อปี 1985 ที่แฟนบอลลิเวอร์พูล มีส่วนเกี่ยวข้อง ทำให้สโมสรจากอังกฤษโดนแบนจากรายการยุโรปถึง 5 ปี มันเป็นช่วงว่างเปล่าของฟุตบอลอังกฤษ น่าเสียดายเพราะหลายคนมองว่า เอฟเวอร์ตัน ที่ได้แชมป์ ดิวิชั่น 1 ในช่วงนั้น 2 สมัย มีโอกาสลุ้นแชมป์ยุโรปได้เลย
อย่างไรก็ดี การดวลกันของ ลิเวอร์พูล และเอฟเวอร์ตัน ยังคงเข้มข้นเสมอ หนึ่งในนั้นคือนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ในปี 1989
ช่วงเวลาดังกล่าว ความศักดิ์สิทธิ์และคุณค่าของ เอฟเอ คัพ ยังสูงมาก นี่คือแชมป์เกียรติยศที่ทุกทีมอยากได้มาครอง
เดฟ วัตสัน ลงสนามเป็นกองหลังตัวจริงให้เอฟเวอร์ตัน แต่เป็นลิเวอร์พูล ที่เอาชนะไปได้ 3-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ
เกมนี้เองที่สร้างแฟนบอลในเมืองไทยจำนวนไม่น้อย ให้เลือกเชียร์ ลิเวอร์พูล หรือไม่ก็เอฟเวอร์ตัน ไปเลย
อย่างไรก็ตาม วัตสัน ก็ชำระแค้นได้ในอีก 2 ปีต่อมา มันเป็นเกม เอฟเอ คัพ รอบ 5 ในเดือนกุมภาพันธ์ 1991
เกมแรกเตะกันที่แอนฟิลด์ เสมอกัน 0-0 ทำให้ต้องรีเพลย์ ซึ่งก็ยังกินกันไม่ลง เสมอกันไปสุดมัน 4-4 ที่กูดิสัน พาร์ค
ซึ่งหลังจากเกมนี้เพียง 2 วัน เคนนี่ ดัลกลิช ก็ประกาศก้าวลงจากตำแหน่งผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล โดย "คิง เคนนี่" ให้เหตุผลว่าเขาแบกความกดดัน และความทุกข์ที่สั่งสมมาตลอดตั้งแต่เหตุการณ์ฮิลล์สโบโร่ห์ เมื่อปี 1989
แน่นอนว่าเมื่อเสมอกัน ในยุคนั้น เอฟเอ คัพ ต้องรีเพลย์กันจนกว่าจะมีทีมแพ้ชนะ ในเกมรีเพลย์นัดนี้เองที่ เดฟ วัตสัน กลายเป็นฮีโร่ เขาพังประตูชัยให้ เอฟเวอร์ตัน เอาชนะลิเวอร์พูล 1-0  
ผลงานของ เดฟ วัตสัน กับเอฟเวอร์ตัน ใน เอฟเอ คัพ ยังยอดเยี่ยมอีกครั้ง  เมื่อเขาพาทีมเข้าชิงชนะเลิศในปี 1995
เกมนี้เขาสวมปลอกแขนกัปตันทีมทัพท็อฟฟี่ พลิกล็อกเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ 1-0  และได้รับการโหวตให้เป็น แมน ออฟ เดอะ แม็ทช์ ในนัดนี้ด้วย
สำหรับเส้นทางอาชีพของ เดฟ วัตสัน ถือว่าดีได้เท่าที่นักเตะสักคนจะมี หากมีเรื่องน่าเสียดายคงเป็นการที่ว่าในช่วงทศวรรษที่ 80s ที่เขาอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดของชีวิต เคยติดทีมชาติทั้งสิ้นแต่ 12 นัดและ นัดสุดท้ายกับทีมสิงโตคำรามของเขา เกิดขึ้นใน ยูโร 1988 ด้วยอายุเพียง 27 ปีเท่านั้น
เอฟเวอร์ตัน ได้แชมป์ ลีกสูงสุดครั้งสุดท้ายในปี 1987 และได้แชมป์เมเจอร์ครั้งสุดท้ายคือ เอฟเอ คัพ ปี 1995 ซึ่ง เดฟ วัตสัน มีส่วนร่วมทั้ง 2 แชมป์นี้
จริงๆ แล้วในปี 1997 ตอนที่ โจ รอยล์ ลงจากตำแหน่งในช่วงปลายฤดูกาล วัตสัน ในวัย 35 ปี ยังเคยคุมทีมขัดตาทัพเองอยู่ 7 นัดด้วยซ้ำ
เรียกได้ว่าไม่มีอะไรที่เขาจะทำให้เอฟเวอร์ตันได้ไปมากกว่านี้อีกแล้ว เขาลงสนามให้ เอฟเวอร์ตัน รวมทุกรายการ 528 นัด เป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลลำดับที่ 3 เป็นรองเพียง เนวิลล์ เซาธอลล์ กับ ไบรอัน ลาโบน สองคนเท่านั้น
จากอดีตเด็กปั้นของลิเวอร์พูล ย้ายไปเริ่มต้นอาชีพกับนอริช และกลับมาเมอร์ซี่ไซด์ เล่นให้ เอฟเวอร์ตัน อยู่ถึง 15 ปี ก่อนแขวนสตั๊ดไปหลังจบฤดูกาล 2000/01 นั่นเอง
ส่วนใครกำลังหาเว็บไซด์ที่อยู่มาอย่างยาวนาน การันตีความมั่นคงล่ะก็นี่เลย MYSBOBET ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment