breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" ตำนานแห่งดันดี "

อัพเดตเมื่อ : March 18, 2021 6:54pm โดย : admin

เมื่อปลายปีที่ผ่านมาช่วงวันบ็อกซิ่ง เดย์ วงการลูกหนังสก็อตแลนด์ ต้องพบกับข่าวเศร้า เมื่อจิม แม็คลีน อดีตผู้จัดการทีมดันดี ยูไนเต็ด จากไปด้วยวัย 83 ปี
 
จิม แม็คลีน คือผู้จัดการทีมที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยกย่องว่าเป็นคู่แข่งที่ต่อกรด้วยยากลำบากที่สุด
 
"คู่แข่งของผมในอังกฤษคือ โชเซ่ มูรินโญ่, ราฟา เบนิเตซ, อาร์แซน เวนเกอร์ เสมอ แต่เชื่อผมเถอะ คู่แข่งที่ร้ายกาจที่สุดในเกมฟุตบอลของผมคือ จิม แม็คลีน"
 
ตลอด 12 ปีในการคุมทีมในบ้านเกิดสก็อตแลนด์ เฟอร์กี้ ดวลอยู่กับ แม็คลีน มาตลอดทั้งที่ เซนต์ เมียร์เรน และ อเบอร์ดีน
 
แม็คลีน มีเส้นทางคล้ายกับ เฟอร์กี้ อยู่อย่างตรงที่เคยเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมชาติสก็อตแลนด์ของบรมกุนซือ จ็อค สตีน


 
น่าทึ่งตรงที่ จิม แม็คลีน ตลอดเส้นทางการคุมทีม 22 ปี ตั้งแต่ปี 1971 จนถึงปี 1993 เขาคุมทีมทีมเดียวนั่นคือ ดันดี ยูไนเต็ด
 
ตอนที่ จิม แม็คลีน ในวัย 34 ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีม ดันดี ยูไนเต็ด นั้นทีมมีสถานะเป็นรองอริร่วมเมืองอย่าง ดันดี เอฟซี ด้วยซ้ำ แต่เขากลับพลิกชะตาสโมสรไปอย่างสิ้นเชิง
 
ดันดี ยูไนเต็ด ของ จิม แม็คลีน คว้าแชมป์ สก็อตติช ลีก คัพ 2 สมัยในปี 1980 และ 1981 และพาทีมคว้าแชมป์ สก็อตติช พรีเมียร์ดิวิชั่น ได้สำเร็จในปี 1982/83 ซึ่งยังคงเป็นแชมป์ลีกสมัยเดียวของสโมสรมาจนถึงทุกวันนี้
 
ช่วงนั้นเองที่ ดันดี ยูไนเต็ด ของ แม็คลีน ขับเคี่ยวแย่งความสำเร็จกับ อเบอร์ดีน ที่มี เฟอร์กี้ คุมทัพ เรียกว่าทำเอา 2 ทีมเมืองกลาสโกว์ต้องหลุดเฟรมไปช่วงหนึ่ง
 
วงการฟุตบอลสก็อต เคยเฟื่องฟูในช่วงปลายยุค 60s จนถึงกลาง 70s แต่หากนับรวมผลงานในทีมชาติด้วย ก็ต้องถือว่ายุค 80s คือยุคทองของลูกหนังแดนวิสกี้ เพราะเต็มไปด้วยนักเตะฝีเท้าดี ทีมชาติก็เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกต่อเนื่อง
 
หากว่า สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด คือสัญลักษณ์ของ ลิเวอร์พูล, พอล สโคลส์ คือสัญลักษณ์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ฟรานเชสโก้ ต็อตติ คือ โรม่า ในฐานะคนที่เกิดที่นั่น โตที่นั่น และเล่นฟุตบอลให้สโมสรท้องถิ่นมาตลอด
 
วงการฟุตบอลสก็อตแลนด์เองก็มีนักเตะลักษณะนั้นอยู่ 1 รายนั่นก็คือ  เดวิด แนรี่ย์ เขาคือสัญลักษณ์ของ ดันดี ยูไนเต็ด นี่คือขุนพลคู่กายของ จิม แม็คลีน มาโดยตลอด ร่วมงานกันที่ ดันดี ยูไนเต็ด นานถึง 19 ปี


 
เดวิด แนรี่ย์ คือกองหลังผู้เกิดที่ ดันดี และเล่นให้กับ ดันดี ยูไนเต็ด โดยเซ็นสัญญากับสโมสรตั้งแต่อายุ 16 ปี ในปี 1972 และอีกเพียง 1 ปีให้หลังเขาก็ได้โอกาสลงเล่นชุดใหญ่ทันที
 
แปลกที่เกมแรกสำหรับสโมสรของ แนรี่ย์ ไม่ใช่ตำแหน่งกองหลังที่เขาถนัด และเป็นที่รู้จัก แต่เขาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรุก นัดเจอกับ ฟัลเคิร์ก ในปี 1973
(ซึ่งเฟอร์กี้ เพิ่งย้ายออกจากการเป็นนักเตะ/โค้ช ของฟัลเคิร์ก ไปอยู่กับ อายร์ ยูไนเต็ด พอดี)
 
เขาเล่นให้กับ ดันดี ยูไนเต็ด นานถึง 21 ปี ในช่วงเวลาดังกล่าวว่ามีช่วงทศวรรษที่ 80s ที่พวกเขาเป็นทีมใหญ่ สู้กับ เรนเจอร์ส, เซลติก รวมถึง อเบอร์ดีน ของเฟอร์กี้ได้สนุก
 
แนรี่ย์ เป็นกำลังสำคัญช่วยให้ทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ได้สำเร็จในฤดูกาล 1982/83 รวมถึง สก็อตติช ลีก คัพ 2 สมัยในปี 1979 และ 1980
 
นอกจากนั้น แนรี่ย์ ยังเกือบได้สัมผัสเกียรติยศระดับยุโรปด้วย เมื่อนำลูกทีมเข้าชิงชนะเลิศ ยูฟ่า คัพ ได้ในปี 1987 แต่ทว่า พ่ายให้กับ โกเตนบอร์ก จากสวีเดนไป 1-2 หลังเล่นกันครบ 2 นัด
 
ในปี 1994 หลังจากที่เจ้านายอย่าง จิม แม็คลีน ก้าวลงจากตำแหน่งกุนซือ 1 ปี เดวิด แนรี่ย์ ในวัย 38 ปีก็อำลาทีมไปเช่นกัน
 
เขารับใช้สโมสร 21 ปีเต็ม  เขาเป็นนักเตะที่ลงสนามให้สโมสรมากที่สุดด้วยจำนวน 872 นัด ทำได้ 36 ประตู
 
แม้ว่าเขาจะมีรูปร่างเล็กสำหรับปราการหลังตัวกลาง (183 ซม.) แต่การอ่านเกมและการเคลื่อนที่ของเขาทำให้สามารถยืดระยะเวลาการค้าแข้งออกไปได้นาน
 
เมื่อออกจาก ดันดี ยูไนเต็ด เขากลับเซ็นสัญญากับ เรธ โรเวอร์ส ในเดือนเมษายน 1994 ช่วงปลายฤดูกาล 1993/94 เขาเข้าไปช่วยประคองจน เรธ โรเวอร์ส เลื่อนชั้นจาก ดิวิชั่น 1 สู่ พรีเมียร์ ลีก ได้ในฤดูกาลนั้น
 
มิหนำซ้ำ ในปี 1994/95 เขายังอาศัยประสบการช่วย เรธ โรเวอร์ส คว้าโทรฟี่ได้ทันทีด้วย เป็น สก็อตติช ลีก คัพ ที่เขาถนัด ด้วยการดวลจุดโทษชนะ เซลติก หลังเสมอในเวลา 2-2 และเขาได้รับเลือกเป็น "แมน ออฟ เดอะ แม็ทช์" อีกต่างหาก
 
แนรี่ย์ เป็นนักเตะจาก ดันดี ยูไนเต็ด คนแรกที่ติดทีมชาติสก็อตแลนด์ชุดใหญ่ เขามีส่วนในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2 สมัยคือ 1982 และ1986


 
แน่นอนว่า แฟนบอลทั่วโลกรู้จัก เดวิด แนรี่ย์ ดีจากฟุตบอลโลก 82 ที่สเปน  
 
เขาคือคนที่พังประตูแรกของเกมนัดที่ สก็อตแลนด์ เจอกับ บราซิล แม้สุดท้าย ทัพตาร์ตัน จะแพ้ไปด้วยสกอร์ 1-4 ก็ตาม
 
นั่นเป็นประตูแรกและประตูเดียวในการรับใช้ทีมชาติของ เดวิด แนรี่ย์ จากจำนวนทั้งสิ้น 35 นัด
 
ในฟุตบอลโลกปี 1986 เดวิด แนรี่ย์ ก็ติดทีมอีกครั้ง เขาลงสนามเป็นตัวจริง 2 จาก 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม และนั่นทำให้เขาเป็นหนึ่งในนักเตะไม่กี่คนที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับ 2 ยอดกุนซือแห่งสก็อตแลนด์ ผู้เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอด จิม แม็คลีน และ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นั่นเอง

ตำนานคือตำนาน แต่หากคุณอยากเป็นตำนานกำตังค์ในแบบตัวเอง ลองมาที่ Sbobet777 บริการดี ดูแลฉับไว ชักช้าทำไม ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777SBTZ หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
Facebook Comment