breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" 11 ปีที่รอคอย "

อัพเดตเมื่อ : March 21, 2021 7:23pm โดย : admin

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช คัมแบ็กกลับมารับใช้ทีมชาติสวีเดนอีกครั้งในภารกิจรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก โซนยุโรป ปลายเดือนนี้
ถือเป็นการกลับมาสวมเสื้อสีเหลืองของสวีเดนอีกครั้งในรอบเกือบ 5 ปี เพราะ อิบรา ประกาศเลิกเล่นทีมชาติตั้งแต่จบฟุตบอลยูโร 2016 ที่ฝรั่งเศส
ด้วยสภาพร่างกาย และผลงานของ ซลาตัน แม้จะวัย 39 ปีแต่ ยังเชื่อว่าตัวเขายังสามารถช่วยทีมได้ ขณะที่สมาคมฟุตบอลก็เห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกัน
การห่างหายไปนานถึงเกือบ 5 ปี ถือว่านานมากๆแต่ยังมีอีกหลายคนที่ห่างหายจากการติดทีมชาติไปนานกว่านั้น
ในฟุตบอลโลก ฟร้องซ์ 98 เชซาเร่ มัลดินี่ ตัดสินใจเรียก จูเซ็ปเป้ แบร์โกมี่ ปราการหลังจอมเก๋าตำนานอินเตอร์ มิลาน มาติดทีมเฉย ด้วยวัย 34 ย่าง 35 ปี
ก่อน ฟร้องซ์ 98 แบร์โกมี่ ห่างหายจากทีมชาติไปนานถึง 7 ปีเต็ม เพราะหนสุดท้ายที่ได้ติดทีมเกิดขึ้นเมื่อกลางปี 1991 ในฟุตบอลยูโร 92 รอบคัดเลือก
ทั้งที่ตอนนั้น แบร์โกมี่ ในวัย 27 ปี เป็นกัปตันทีมชาติ และเป็นหนึ่งในกองหลังที่แข็งแกร่งสุดในอิตาลี ติดทีมชาติลุยบอลโลกมา 3 สมัย คือปี 1982, 1986 และ 1990 โดยในปี 90 ที่อิตาลี เป็นเจ้าภาพเอง เขาเป็นกัปตันทีมด้วยซ้ำ
การเปลี่ยนแปลงโค้ชมาเป็น อาร์ริโก้ ซาคคี่ คือจุดสำคัญเพราะ ซาคคี่ ไม่เคยเรียก แบร์โกมี่ มาติดอีกเลยจนตัวเขาเองคิดว่าโอกาสรับใช้ชาติคงหมดไปแล้ว ก่อนได้รับโอกาสสุดท้ายจาก เชซาเร่ มัลดินี่
อย่างไรก็ดี ในประวัติศาสตร์ทีมชาติอังกฤษ เคยมีนักเตะที่ต้องรอนานถึง 11 ปีกับอีก 49 วัน กว่าจะถูกเรียกตัวกลับมาติดทีมชาติอีกครั้ง


 
เอียน คัลลาแฮน คือตำนานกองกลางของลิเวอร์พูล เป็นเจ้าของสถิตินักเตะที่ลงสนามให้กับทีมหงส์แดง มากที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยจำนวน 857 นัด!
คัลลาแฮน เป็นคนลิเวอร์พัดเลี่ยนแท้ๆ เกิดที่ย่านท็อกซ์เท็ธ ซึ่งเป็นย่านที่ถิ่นกำเนิดของแข้งลิเวอร์พูลหลายรายเช่น ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ หรือ เคอร์ติส โจนส์ ในทีมชุดปัจจุบัน
บิลล์ แชงคลี่ เข้ามาคุมลิเวอร์พูลในปี 1959 และไม่นานก็ดัน เอียน คัลลาแฮน ในวัย 17 ปีขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ ในช่วงนั้นลิเวอร์พูล ยังเป็นทีมที่เล่นอยู่ใน ดิวิชั่น 2 (ชปช. ในปัจจุบัน)
เมื่อเข้าสู่ปีที่ 3 กับทีมชุดใหญ่ คัลลาแฮน ก็กลายเป็นหนึ่งในขุนพลหลัก ช่วยทีมเลื่อนชั้นกลับสู่ ดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ และเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญช่วงก่อร่างสร้างทีมให้กลายเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จในยุคของ แชงคลี่
เขาได้รับการเรียกติดทีมชาตินัดแรกในวัย 24 ปี เป็นเกมกระชับมิตรเจอกับฟินแลนด์เมื่อเดือนมิถุนายน 1966  ก่อนอังกฤษจะลงทำศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพ
สุดท้าย คัลลาแฮน ก็มีชื่อเป็น 1 ใน 22 ขุนพลสิงโตคำรามของกุนซือ อัลฟ์ แรมซี่ย์ ในฟุตบอลโลกครั้งนั้น เป็น 1 ใน 3 นักเตะลิเวอร์พูลที่ติดทัพ อันประกอบไปด้วยตัวเขา, เจอร์รี่ เบิร์น กองหลังวัย 27 ปี และ โรเจอร์ ฮันท์ กองหน้าตัวเก่งวัย 27 ปีเช่นกัน
ในจำนวนนักเตะทั้ง 3 คนจากทีมหงส์แดง มีเพียง โรเจอร์ ฮันท์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวหลักของทีมชาติ ลงสนามในบทบาทกองหน้าตัวเป้า ไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศ
ขณะที่ เอียน คัลลาแฮน เองได้ลงสนามไปเพียงแค่ 1 นัด ในเกมรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายซึ่งอังกฤษเอาชนะฝรั่งเศสไป 2-0 (ฮันท์ ทำคนเดียว 2 ประตู)
ทีมสิงโตคำรามฝ่าด่านอาร์เจนติน่า และโปรตุเกส ในรอบน็อคเอาท์ จนเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งพวกเขาก็เอาชนะเยอรมันตะวันตกได้สำเร็จ 4-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ
แม้จะได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 22 ขุนพลชุดแชมป์โลกประวัติศาสตร์ แต่ในสมัยนั้น นักเตะที่ไม่ได้ลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศ จะไม่ได้รับเหรียญรางวัล
ยุคนั้น หากคุณไม่ได้มีชื่อเป็น 11 ตัวจริง ก็ให้เตรียมใส่สูทหล่อๆ เข้ามาเชียร์เพื่อนได้เลย เพราะต้องรอจนถึงฟุตบอลโลก 1970 ฟีฟ่า จึงจะมีกฎเรื่องการเปลี่ยนตัวเข้ามาใช้งาน สมัยนั้นยังเปลี่ยนตัวไม่ได้
อย่างไรก็ดี ทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษหรือ เอฟเอ ได้ทำเรื่องเป็นกรณีพิเศษให้ผู้เล่นที่แม้ไม่ได้ลงเล่นนัดชิงชนะเลิศครั้งนั้น ได้รับเหรียญแชมป์เป็นเกียรติประวัติ และรางวัลส่วนตัว ก่อนได้รับอนุมัติเมื่อปี 2009 นี่เอง ทั้ง คัลลาแฮน และเจอร์รี่ เบิร์น เลยเข้ารับเหรียญแชมป์ที่พวกเขาสมควรจะได้ในที่สุด



หลังจบทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกปี 1966 แม้ เอียน คัลลาแฮน จะยังเป็นกำลังหลักของลิเวอร์พูล ช่วยทีมคว้าแชมป์ลีก, เอฟเอ คัพ, แชริตี้ ชิลด์, ยูฟ่า คัพ และยูโรเปี้ยน คัพ แต่กว่าจะถูกเรียกกลับมาติดทีมชาติอีกครั้ง ก็ปาเข้าไปในปี 1977
จากหนุ่มสดวัย 24 ปี คัลลาแฮน กลับมาติดทีมอีกครั้งในฐานะมิดฟิลด์จอมเก๋าวัย 35 ปี ในเกมกระชับมิตรกับสวิตเซอร์แลนด์เมื่อเดือนกันยายนปี 1977 ก่อนที่ในอีก 1 เดือนต่อมา เขาจะลงเล่นอีกครั้งให้อังกฤษเอาชนะลักเซมเบิร์ก 2-0 ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก
นั่นคือนัดที่ 4 และนัดสุดท้ายของ เอียน คัลลาแฮน ในฐานะผู้เล่นทีมชาติอังกฤษ
อีกทั้งในฤดูกาล 1977/78 ยังเป็นฤดูกาลสุดท้ายของเขากับลิเวอร์พูลด้วย เขาฝากผลงาน 857 นัดกับ 68 ประตูไว้ในถิ่นแอนฟิลด์ พร้อมด้วยโทรฟี่แชมป์มากมาย
แม้จะอายุ 36 แต่ คัลลาแฮน ยังแกร่งพอที่จะย้ายไปเล่นในสหรัฐอเมริกากับทีม ฟอร์ท โลเดอร์เดล สไตรเกอร์ส 1 ปี แล้วกลับมาเล่นให้ สวอนซี ซิตี้ อีกถึง 2 ปีเต็มๆ กระทั่งไปจนถึงออสเตรเลีย กับทีมแคนเบอร์ร่า และ คอร์ก ยูไนเต็ด ในไอร์แลนด์ ก่อนกลับมาแขวนสตั๊ดกับ ครูว์ อเล็กซานดร้า ในปี 1982 ด้วยวัย 40 ปี


 
เอียน คัลลาแฮน ถูกจดจำในฐานะตำนานของลิเวอร์พูล เล่นให้สโมสร 19 ปีเต็มๆ เป็นเจ้าของสถิติลงเล่นมากนัดที่สุด
แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าเขาเป็นเจ้าของสถิตินักเตะทีมชาติอังกฤษที่มีระยะเวลาระหว่างการถูกเรียกตัวติดทีมชาติยาวนานที่สุดด้วย มันนานถึง 11 ปี กับอีก 49 วันเลยทีเดียว
ส่วนใครที่ยังมีเว็บไซต์อยู่นานๆ สนุกยาวๆบ้าง มาลองที่ MYSBOBET บริการดี ดูแลฉับไว ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment