breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" เกมตำนาน 3 มาราโดน่า "

อัพเดตเมื่อ : April 01, 2021 5:58pm โดย : admin

กรานาด้า คือคู่แข่งทีมต่อไปของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ยูโรปา ลีก

นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรแห่งอันดาลูเซีย ที่ได้เข้าร่วมเล่นในฟุตบอลรายการยุโรป

พวกเขาเลื่อนชั้นกลับมาสู่ ลา ลีกา เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และจบอันดับ 7 ได้สิทธิ์เล่นยูโรปา ลีก แต่ก็ต้องเริ่มกันตั้งแต่รอบคัดเลือกรอบ 2 เลยทีเดียว

กรานาด้า เอาชนะ เตอูต้า ของแอลแบเนีย มาได้ 4-0 จากนั้นตามด้วยทุบ โลโคโมทีฟ ทบิลิซี่ แห่งจอร์เจียอีก 2-0 ในรอบคัดเลือกรอบ 3

กระทั่งด่านสุดท้ายเพื่อเข้ารอบแบ่งกลุ่ม ในเกมรอบคัดเลือกเพลย์ออฟ พวกเขาต้องดวลกับมัลโม่ ทีมดังของสวีเดน แน่นอน กรานาด้า ยังไม่พลาด เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 3-1

แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ กรานาด้า ลงสนามเจอกับ มัลโม่ ทั้งที่บนเส้นทางไม่น่าจะมาเจอกันได้เลย มันคือความบังเอิญ เพราะครั้งแรกที่ทั้งสองทีมเจอกัน มันคือเกมประวัติศาสตร์เกมหนึ่ง

มันเป็นเกมเดียวที่ 3 พี่น้องมาราโดน่า ได้ลงสนามร่วมทีมกันอย่างจริงๆ จังๆ

ปี 1987 ดีเอโก้ มาราโดน่า พาทีมคว้าแชมป์โลก และเพิ่งพา นาโปลี คว้าสคูเด็ตโต้ ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เขากำลังขึ้นสู่จุดสูงสุดของอาชีพนักฟุตบอล ทั้งฟอร์มการเล่น และสภาพร่างกาย

ในวัย 27 ปี ดีเอโก้ มาราโดน่า คือนักเตะอันดับ 1 ของโลก โดยไม่มีข้อโต้แย้ง ณ เวลานั้น

เป็นที่รู้กันว่า ดีเอโก้ ยังมีน้องชายอีก 2 คน และทั้งคู่ก็เอาดีด้านการเป็นนักฟุตบอลเหมือนพี่ชายผู้เกิดปี 1960

ราอูล "ลาโล่" มาราโดน่า เกิดปี 1966  และ อูโก้ มาราโดน่า เกิดปี 1969 ทั้งสองคน มีรูปร่างคล้ายพี่ชายคือ กระทัดรัด ไม่สูง และเล่นในตำแหน่งใกล้กัน ลาโล่ เป็นมิดฟิลด์ตัวรุกหรือหน้าต่ำ ส่วน อูโก้ เล่นเป็นมิดฟิลด์กลางสนาม

แน่นอนว่าด้วยนามสกุล มาราโดน่า ที่แปะอยู่หลังเสื้อ ทุกคนได้รับการจับตามองจากสื่อมาตลอด ต่อจาก ดีเอโก้ แล้ว ลาโล่ เป็นคนถัดไปที่โผล่เข้าสู่วงการ

ไม่แน่ใจว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้าย เพราะ ลาโล่ ถนัดซ้ายเหมือนพี่ชาย ยิ่งโดนเปรียบเทียบหนัก ครั้งหนึ่ง ดีเอโก้ เคยบอกกับสื่อว่า ลาโล่ นี่แหละคือคนที่เก่งที่สุดในบรรดา 3 คน

ลาโล่ เริ่มต้นอาชีพกับ โบคา จูเนียร์ส อีกหนึ่งสโมสรของพี่ชาย เขามีเท้าซ้ายที่ทักษะยอดเยี่ยมจริงๆ ถูกเรียกตัวติดทีมชาติอาร์เจนติน่าชุด ยู-18 แต่มันกลายมันนัดเดียวที่เขาได้สวมเสื้อสีฟ้าขาว

ชัดเจนว่าความกดดันและความหนักหน่วงของชื่อมาราโดน่า บนหลังเขามันกลายเป็นภาระไม่น้อย แม้เขาจะมีเท้าซ้ายที่ดี แต่เขาไม่เหมือนดีเอโก้ ตรงที่เขาขาดพละกำลังและความเร็วเหมือนที่ ดีเอโก้ มี

ดีเอโก้ มาราโดน่า ไม่ได้มีดีแค่ที่ทักษะฟุตบอล แต่ที่ทำให้เขาเป็นสุดยอดคือแม้รูปร่างเล็ก แต่เขากระชับทั้งตัว แน่น แกร่ง กล้ามเนื้อแข็งแรง มีความเร็วแม้จะตัวเล็ก

ลาโล่ เล่นกับ โบคา ได้แค่ 3 นัด เขาก็ย้ายไปหากินในสเปน และนี่เองคือจุดเริ่มต้นของเกมประวัติศาสตร์

ปี 1987 อัลฟอนโซ่ ซัวเรซ ประธานสโมสรผู้มีความทะเยอทะยานของ กรานาด้า ซึ่งขณะนั้นยังอยู่ใน เซกุนด้า ดิบิซิโอน ต้องการสร้างความกระหึ่ม เพื่อพาทีมเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดให้ได้

เป้าหมายของเขาคือการนำชื่อ "มาราโดน่า" มายังสโมสรให้ได้ แน่นอน เขาไม่ได้หมายถึง ดีเอโก้ แต่เขาจัดการเซ็นสัญญากับ ราอูล "ลาโล่" มาราโดน่า น้องชายคนรอง มาร่วมทีม

ถ้าเปรียบเป็นภาษาบ้านๆ คือ ในมุมมองของเขา นี่คือ ของก็อปเกรด เอ หรือ เกรดมิร์เรอร์ ที่ใกล้เคียงกับ ดีเอโก้ ที่สุด

ไม่มีการเปิดเผยว่าการซื้อขายตกลงกันได้ที่เท่าไหร่ บ้างก็ว่า 25 ล้านเปเซต้า (เทียบค่าเงินปัจจุบันราว 120,000 ยูโร) บางสื่อก็บอกว่าแพงกว่านั้นถึง 3 เท่า

อย่างไรก็ตามในการเจรจานี้ มี ดีเอโก้ เข้ามาร่วมเจรจาด้วย เขาอยากให้น้องชายมีอนาคต บอกกับกรานาด้า ว่าต้องการันตีให้ ลาโล่ น้องชายได้ลงเล่น แต่มีข้อแลกเปลี่ยนว่า เขาจะมาเตะเกมกระชับมิตรให้ กรานาด้า 1 นัด!

หลังจากย้ายมาแล้ว ลาโล่ ก็ลงสนามให้ทีมไปตามปกติ บังเอิญที่ผลงานของ กรานาด้า ดีมากในช่วงต้นซีซั่น อยู่ใกล้ๆ กับหัวตาราง ผลงานชนะติดต่อกันหลายนัด

กระทั่งวันดี-เดย์ ก็มาถึง 18 พฤศจิกายน 1987 เกมกระชับมิตรที่ ดีเอโก้ จะมาสวมชุดกรานาด้า ลงสนาม แต่มันไม่ได้มีแค่ ลาโล่ และ ดีเอโก้ ทว่ามีน้องชายคนสุดท้อง อูโก้ มาร่วมเล่นด้วย

ขณะนั้น อูโก้ อายุ 18 ปี เขาเริ่มต้นอาชีพมาตังแต่อายุ 16 โตมาจากอาร์เจนติโนส จูเนียร์ส สโมสรเดียวกับพี่ชายคนโตผู้เก่งกาจ และฝีเท้าไม่เลวเลย

มีข่าวว่า นาโปลี อยากได้ตัวไปร่วมทีม เพื่อให้เล่นร่วมกับพี่ชายของเขา แต่สุดท้าย เป็น อัสโคลี่ ที่คว้าตัว อูโก้ มาราโดน่า ไปได้

ในครั้งนั้น มันไม่ได้มีแค่ 3 พี่น้อง แต่ครอบครัวมาราโดน่า ทั้งหมดเดินทางมาเป็นสักขีพยานด้วย มันเป็นวันที่ กรานาด้า เฉลิมฉลอง แฟนบอลไปเฝ้ารอต้อนรับเหล่ามาราโดน่าถึงสนามบิน สนามของกรานาด้า เต็มเปี่ยมเพราะทุกคนอยากเห็นฟอร์มของ 3 พี่น้อง และแน่นอน ดีเอโก้ คือเป้าหมายสูงสุด ดีเอโก้ อาร์มันโด้ มาราโดน่า ในสีเสื้อ กรานาด้า

คู่แข่งของพวกเขาในวันนั้นคือ มัลโม่ นี่เอง ทำไมเป็นมัลโม่?

มัลโม่ ขณะนั้นเป็นทีมเก่งของสวีเดน คือเจ้าของแชมป์ลีก 3 สมัยติดภายใต้การคุมทีมของกุนซือชาวอังกฤษที่ชื่อ รอย ฮ็อดจ์สัน นั่นเอง

"มัลโม่ ระหว่างเบรกทีมชาติ ถูกขอให้พาทีมไปเล่นกับ กรานาด้า ทีมลีกรองของสเปน"

"ตอนนั้นเราไม่ได้ข้อมูลอะไรมากนักว่าทำไม มัลโม่ ถึงได้รับเชิญไปเล่นเกมอุ่นเครื่องกับกรานาด้า แต่เมื่อเราไปถึงนั่นถึงได้รู้ว่าเป็นเพราะดีเอโก้ มาราโดน่า จะมาเล่นเกมนี้ด้วย" รอย ฮ็อดจ์สัน มาเปิดเผยในภายหลัง

ดีเอโก้ ปกติสวมเบอร์ 10 วันนี้เขาสละเสื้อหมายเลขประจำตัวให้กับ ลาโล่ น้องชายผู้เป็นพระเอกของงาน ส่วนเขาเอาเบอร์ 9 มาใส่แทนและสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีม ขณะที่ อูโก้ น้องชายคนเล็ก สวมเบอร์ 8

แม้จะมี 3 พี่น้องลงเล่น แต่เป็น มัลโม่ ที่ได้ประตูนำไปก่อน แต่ด้วยความสามารถของ "มาราโดน่า" กรานาด้า ก็ตามตีเสมอได้ 1-1 ในจังหวะที่ ดีเอโก้ แทงให้ ลาโล่ หลุดเข้าไปยิงตุงตาข่าย

ในครึ่งหลัง มัลโม่ ออกนำไปก่อนอีกครั้งจาก มาร์ติน ดาห์ลิน ซึ่งขณะนั้นยังเป็นดาวรุ่ง วัย 19 ปี แต่ กรานาด้า ก็ตีเสมอได้อีกครั้ง หนนี้เป็นฟรีคิกระยะประมาณ 20หลา ดีเอโก้ มาราโดน่า เป็นคนปั่นเสียบโคนเสาเข้าไปอย่างเฉียบขาด 2-2

จากนั้น กรานาด้า เป็นฝ่ายแซงนำหนแรกของเกม มานาโล่ ดาวยิงประจำทีมหลุดไปยิงด้วยซ้าย  3-2 ดีเอโก้ มาราโดน่า วิ่งเข้าไปกอดดีใจกับเพื่อนร่วมทีมชั่วคราวรายนี้ มันเป็นประตูชัย จบเกมกรานาด้า ชนะ 3-2

ทุกอย่างชื่นมื่น แฟนบอลเต็มสนาม เมืองทั้งเมืองคึกคัก สามพี่น้องมาราโดน่า ใส่ชุดกรานาด้า ลงเล่นและทีมชนะ

ฟอร์มในลีกก็ยังเป็นไปได้ด้วยดี แต่แล้ว หลังจบเกมนี้มันเหมือนเป็นจุดหักเห ไม่น่าเชื่อว่ากรานาด้า จะแพ้ติดต่อกัน 9 นัด!

ลาโล่ ผลงานไม่เป็นไปได้ตามที่คาดหวัง เขาค่อยๆ หลุดออกจากทีม สุดท้ายจบฤดูกาลนั้น ไม่เพียง กรานาด้า จะไม่ได้เลื่อนชั้น แต่พวกเขาตกชั้นลงสู่เซกุนด้า เบ หรือลีกอันดับ 3 ด้วยซ้ำ

ลาโล่ มาราโดน่า ย้ายออกจากสเปน เขาไปหากินในญี่ปุ่นกับอวิสป้า ฟุกุโอกะ จากนั้นตระเวนเล่นให้หลายสโมสรทั่วทั้งทวีปอเมริกาใต้และอเมริกาเหลือ แค่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเลย เขาแขวนสตั๊ดในปี 1999  แต่หันมาเอาดีด้านงานทีวีในบ้านเกิดอาร์เจนติน่า

"เอล ปาอิส" สื่อดังของ สเปน ระบุเอาไว้ว่า "ลาโล่ เป็นนักเตะเทคนิคดี แต่ไม่กระรือรือร้น" นี่อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่ง นอกเหนือจากพละกำลังด้านร่างกายที่แตกต่างจากพี่ชายแล้ว เขายังไม่มีความกระหายและแรงกระตุ้นให้เอาจริงเอาจังในการจะเป็นผู้ชนะมากพอเหมือนพี่ชาย

ขณะที่อูโก้ น้องชายคนเล็ก อยู่กับ อัสโคลี่ ได้ 1 ปี เขาเคยปะทะฝีเท้ากับ ดีเอโก้ พี่ชายในอิตาลีด้วย เมื่ออัสโคลี่ เจอกับ นาโปลี จากนันก็ย้ายมาเล่นในสเปน กับ ราโย บาเยกาโน่ อยู่ 2 ปี แล้วย้ายไป ราปิด เวียนนา

ก่อนมาสร้างชื่อในญี่ปุ่นในช่วงปี 1995-1996 ตอนนั้นเจลีก เพิ่งเปิดได้ไม่กี่ปี และกำลังบูมสุดๆ โดยเล่นให้กับ อวิสป้า ฟุกุโอกะ ทีมเดียวกับ ลาโล่ แต่ผลงานของเขาดีกว่ามาก ก่อนจะโยกขึ้นเหนือเล่นให้ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร จนถึงปี 1998 และมาแขวนสตั๊ดด้วยวัยแค่ 30 กับ โตรอนโต้ อิตาเลีย ในแคนาดา

แม้จะไม่ได้มีเส้นทางอาชีพประสบความสำเร็จเหมือน ดีเอโก้ พี่ชายคนโต แต่ก็ยังดีกว่า ราอูล พี่ชายคนรอง อูโก้ เป็นคนใช้ชีวิตเงียบและสมถะที่สุดในบรรดา 3 พี่น้องชายของตระกูล มาราโดน่า

เกมกระชับมิตรระหว่าง กรานาด้า และ มัลโม่ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 1987 จึงเป็นครั้งเดียวที่สามพี่น้อง มาราโดน่า ได้มาร่วมเล่นในทีมเดียวกัน อย่างเป็นทางการ เป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้ มันคือเกมประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง

มาลองสร้างประวัติศาสตร์ เส้นทางของคุณเองที่ MYSBOBET บริการดี ดูแลฉับไว ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment