breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" นัดเดียวก็เพียงพอ "

อัพเดตเมื่อ : June 27, 2021 7:34pm โดย : admin

เมื่อฟุตบอลทีมชาติทัวร์นาเมนต์ใหญ่มาถึง มันเหมือนเวทีที่แฟนบอลทั่วโลกเฝ้าจับตา
นักเตะหลายคนสร้างชื่อจากเวทีเหล่านี้ ทำให้ได้ย้ายไปอยู่กับทีมที่ใหญ่กว่า บ้างก็ฝากความตราตรึงเอาไว้ไม่รู้ลืม
คาเรล โพบอร์สกี้ กับลูกชิพใส่โปรตุเกส ในยูโร 96 กลายเป็นหนึ่งในภาพที่ติดตาของแฟนบอล เขาอาจไม่ประสบความสำเร็จกับแมนฯ ยูไนเต็ด นักแต่หลังจากนั้นก็เรียกได้ว่าเป็นนักเตะที่มีเส้นทางอาชีพที่ดีคนหนึ่ง และติดทีมชาติสม่ำเสมอ
โอลิเวอร์ เบียร์โฮฟฟ์ ซึ่งภายหลังกลายเป็นกัปตันทีมชาติเยอรมัน ทำประตูให้กับทีมได้ถึง 37 ประตูจาก 70 นัด แต่ 2 ประตูของเขาที่ยิงใส่เช็ก ในนัดชิงยูโร 96 โดยเฉพาะลูกยิง "โกลเด้น โกล" ก็ทำให้แฟนบอลจดจำเขาได้
ผู้เล่นจำนวนหนึ่ง ขึ้นชื่อว่า One Goal Wonder กับทีมชาติ ทำนอง ยิงลูกเดียว หรือนัดเดียวแต่เป็นที่จดจำตลอดไป
โกปา อเมริกา รอบชิงชนะเลิศปี 1983 สมัยที่ยังเล่นกันแบบเหย้า-เยือน สองนัดเป็นการเจอกันของอุรุกวัยและบราซิล ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว อุรุกวัย คว้าแชมป์ด้วยผลประตูรวม 2-1
นัดแรกที่ มอนเตวิเดโอ อุรุกวัยชนะไป 2-0 มีแบ็กขวาที่ชื่อ วิคตอร์ ดีโอโก้ ทำประตูให้กับอุรุกวัยได้ในนาทีที่ 80 นั่นคือประตูสำคัญที่สุดท้ายจะทำให้พวกเขาได้แชมป์ แต่นั่นคือประตูเดียวที่เขาทำได้ในการเล่นทีมชาติในช่วงระยะเวลา 7 ปี
เรื่องทำนองนี้ มักเกิดกับกองหลังมากกว่าพวกตัวรุก อีกรายที่แฟนบอลจำได้ดีนั่นก็คือ โฮเซ่ หลุยส์ บราวน์ กองหลังทีมชาติอาร์เจนติน่า


 
เขาเป็นคนพังประตูให้ อาร์เจนติน่า ออกนำเยอรมันตะวันตก 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 1986 ซึ่งท้ายที่สุดแล้วอาร์เจนติน่า จะคว้าแชมป์โลกมาครองได้ด้วยการเฉือนชนะอินทรีเหล็ก 3-2
ประตูนั้นของ หลุยส์ บราวน์ คือประตูเดียวของเขากับทีมชาติ จากการลงเล่นทั้งหมด 36 นัดในช่วงเวลา 6 ปีเศษ ทั้งที่จริง สถิติการทำประตูของเขาตอนเล่นให้สโมสรถือว่าดีเลยทีเดียว ถ้ามองว่าเขาเป็นกองหลัง เพราะ 461 นัดในฟุตบอลสโมสร เขาทำได้ถึง 46 ประตูเลยทีเดียว
ซึ่งถ้าจะถามหาความคลาสสิก คงต้องเป็นที่ฝรั่งเศส
ฝรั่งเศส คว้าแชมป์เมเจอร์แรกคือ ยูโร 1984 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพเอง หนนั้นคนที่สร้างชื่อคือเพลย์เมกเกอร์กัปตันทีม มิเชล พลาตินี่ ที่ยิงไปถึง 9 ประตู คว้าดาวซัลโวไปครอง
ชื่อของ "สี่เหลี่ยมมหัศจรรย์" ซึ่งเป็น 4 มิดฟิลด์ของทีมชุดนั้น ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่ง ลงตัวที่สุด ประกอบด้วย ลูอิซ แฟร์กน็องเดซ, ฌอง ติกาน่า, อแล็ง ชิแรส และ มิเชล พลาตินี่
ทว่าในรอบรองชนะเลิศที่ฝรั่งเศสเจอกับโปรตุเกส มีนักเตะอีกรายที่โผล่ขึ้นมาโดดเด่น นั่นก็คือกองหลังนาม ฌอง ฟรองซัวส์ โดแมร์ก


 
ฌอง ฟรองซัวส์ โดแมร์ก ทำคนเดียว 2 ประตู ประตูแรกคือสกอร์ 1-0 ในนาทีที่ 24  จากฟรีคิกเต็มหลังเท้า แต่จากนั้น รุย จอร์เดา ก็ตีเสมอให้โปรตุเกส  1-1
เมื่อเกมใน 90 นาทีจบลงที่ 1-1 ต้องมีการต่อเวลา รุย จอร์เดา คนเดิมก็ทำประตูให้โปรตุเกส ออกนำในนาทีที่ 98
เรียกได้ว่าโอกาสตกรอบของฝรั่งเศสเริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แล้วในนาทีที่ 114 ฌอง ฟรองซัวส์ โดแมร์ก ก็เติมขึ้นมาในกรอบเขตโทษ ยิงซ้ำด้วยซ้ายเข้าไปเป็น 2-2 คนทำคนเดียว 2 ประตูเซฟชีวิตให้กับเจ้าภาพ ก่อนที่นาทีที่ 119 ฌอง ติกาน่า จะลุยไปเปิดให้กับ มิเชล พลาตินี่ ตะบันจ่อๆ เป็นประตูชัย 3-2 พาฝรั่งเศสเข้าชิง
ฌอง ฟรองซัวส์ โดแมร์ก ยิงให้ฝรั่งเศสแค่นัดเดียว 2 ประตูนี้เท่านั้น แต่เขาก็โดนเรียกติดทีมชาติเพียง 9 นัดเท่านั้นตลอดเส้นทางการค้าแข้ง
ที่คลาสสิกกว่า และแฟนบอลจำได้ติดตาที่สุดคือกองหลังอีกคนของฝรั่งเศส นั่นก็คือ ลิลิย็อง ตูราม
สำหรับกองหลังอย่าง โฮเซ่ หลุยส์ บราวน์ หรือแม้แต่  ฌอง ฟรองซัวส์ โดแมร์ก ยังเป็นกองหลังประเภทที่มักเติมขึ้นมาทำประตูให้เห็นอยู่เนืองๆ แต่สำหรับ ตูราม นั้นไม่ใช่เลย
พูดถึงความสามารถของการเป็นกองหลัง ตูราม มีครบ เรียกว่าในยุคนั้นเขาคือหนึ่งในกองหลังที่ดีสุดในโลก ไม่ว่าจะรับบทเป็นแบ็กขวาหรือเซนเตอร์ฮาล์ฟ
ตูราม เป็นกองหลังที่ไวมาก แข็งแกร่ง สมดุลร่างกายดีเยี่ยม และนิ่ง เข้าสกัดบอลได้ถูกที่ถูกเวลา ทว่าเรื่องของการขึ้นมาทำประตูถือว่าน้อยมากๆ
เขาเล่นให้ปาร์ม่า 5 ปี ทำได้ประตูเดียว ย้ายมายูเวนตุสเล่นอีก 5 ปี ก็ทำได้แค่ประตูเดียว พอมาแขวนสตั๊ดกับบาร์ซ่า 2 ปี ทำไม่ได้แม้แต่สักลูกเดียว


 
ส่วนกับทีมชาติฝรั่งเศส จริงๆ แล้ว ลิลิย็อง ตูราม ยังเป็นเจ้าของสถิตินักเตะที่ลงเล่นให้ทีมชาติมากที่สุดถึง 142 นัด ในระยะเวลา 14 ปี
ตลอด 14 ปีกับ 142 นัด ตูราม ทำประตูให้ทีมชาติได้แค่นัดเดียวเท่านั้น แต่มันเป็นนัดเดียวที่เขาทำ 2 ประตู และเป็น 2 ประตูสุดสำคัญ เนื่องจากมันเป็นใบเบิกทางให้ฝรั่งเศส เข้าไปชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก ฟร้องซ์ 98
ตูราม ที่เล่นเป็นแบ็กขวา วันนั้นมีผลงานที่ดีสุดในชีวิต ต้นเกม ฝรั่งเศส มีโอกาสหลายครั้งจาก ซีเนดีน ซีดาน แต่ก็ยังจบไม่ลง แล้วมาโดน ดาวอร์ ซูเคอร์ ยิงนำในนาทีที่ 46
ซึ่งก็เพียงนาทีเดียวให้หลัง ฝรั่งเศสก็ตีเสมอได้สำเร็จ ตูราม เติมขึ้นมาบีบสูง แซะบอลจาก ซโวนิเมียร์ โบบัน บอลกระฉอกมาเข้าทาง ยูริ จอร์เกฟฟ์ ที่เบิ้ลจังหวะเดียวเข้าเขตโทษ ตูราม ก็ทะลุเข้าไปยิงสวนตัว ดราเซน ลาดิช เข้าไปเป็น 1-1
มันเป็นประตูที่มีความเป็น ตูราม สุดๆ คือเริ่มต้นจากการใช้ความรวดเร็วแข็งแรงของเขา และความทุ่มเทของเขา แย่งบอลมาได้ ก่อนจะไปสุดด้วยการเข้าไปทำประตู
เช่นเดียวกับประตูแซงนำ 2-1 ในนาทีที่ 70 หนนี้ ตูราม ขึ้นมาบีบสูงอีกแล้ว เขาแซะบอลมาได้จาก โรเบิร์ต ยาร์นี่ บริเวณริมกรอบเขตโทษ แล้วตัดสินใจพาบอลเข้าไปล็อกยิงด้วยซ้ายเท้าข้างไม่ถนัด บอลพุ่งหนีมือนายด่านโครแอต เข้าไปทางเสาสองอย่างพอดิบพอดี
หลังจบเกม เพื่อนร่วมทีมพากันแบก ตูราม ขึ้นบ่าไปรอบสนาม เพราะแบ็กขวารายนี้ ที่ไม่เคยทำประตูให้ทีมชาติได้มาก่อนเลย จากการเล่น 37 นัดจะทำคนเดียว 2 ประตูพาฝรั่งเศสเข้าชิงชนะเลิศ
และไม่มีใครล่วงรู้ด้วยเช่นกันว่า ต่อจากนั้น 105 นัด ลิลิย็อง ตูราม ก็ไม่สามารถทำประตูให้กับทีมชาติได้อีกเลย
ส่วนใครต้องการเว็บไซด์ที่ดีที่สุด มาลองจอยกันที่ MYSBOBET รับรองให้คุณได้ใช้บริการสะดวกรวดเร็ว ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment