breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" ยูโร2008 ของอาร์ชาวิน "

อัพเดตเมื่อ : July 01, 2021 5:23pm โดย : admin

ยูโร 2020 ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่มีเกมการแข่งขันเล่นกันสนุกเกือบทุกคู่ เหตุการณ์ตื่นเต้น ดราม่า มีให้เห็นมาตลอด
อย่างไรก็ตามหากจะถามหายูโร ที่ฟุตบอลเกมรุกได้รับความนิยมที่สุด อาจจะต้องย้อนไปใน ยูโร 2008
นำโดยสเปน ทีมแชมป์ในบั้นปลาย ในวันที่ หลุยส์ อาราโกเนส นำทัพสเปน ชุดนั้นเน้นเกมรุกดุดันมากกว่าช่วงหลังที่เน้นพาสซิ่งมากขึ้น พวกเขามี 2 หัวหอกที่ติดท็อปของโลก ณ เวลานั้น ดาบิด บีย่า และ เฟร์นานโด ตอร์เรส คอยปิดบัญชี และดาวยิงจาก เรอัล มายอร์ก้า อย่าง ดาเนียล กีซ่า
แม้ฝรั่งเศส จะมีผลงานน่าผิดหวัง แต่ทีมอื่นๆ ก็เล่นกันสนุกไม่ว่าจะเป็น เช็ก, ตุรกี, โปรตุเกส, โครเอเชีย, เยอรมัน และ ฮอลแลนด์ กับรัสเซีย
รัสเซีย คือสุดยอดเซอร์ไพรส์แห่ง ยูโร 2008 ภายใต้การคุมทีมของ กุส ฮิดดิงค์ ยอดโค้ชดัตช์
ก่อนทัวร์นาเมนต์เริ่ม พวกเขามีข่าวร้ายเมื่อกองหน้าร่างยักษ์ที่น่าจะเป็นความหวังของทีมได้อย่าง พาเวล โปเกร็บเนียค ได้รับบาดเจ็บจนต้องถอนตัวก่อนยูโรเริ่มไม่นาน
อิกอร์ เดนิซอฟ มิดฟิลด์จอมลุยวัย 24 ปี ซึ่งควรจะเป็นกำลังหลักของทีม ก็ขอถอนตัวอ้างว่าไม่พร้อม เขาเป็นนักเตะที่มีปัญหาเรื่องความประพฤติมาตลอด
และอีกหนึ่งความเสียหายที่อาจส่งผลต่อผลงานของพวกเขาเลยก็คือ อันเดร อาร์ชาวิน ดาวเตะหมายเลข 10 ติดโทษแบน 2 เกมแรก แต่ ฮิดดิงค์ ก็เลือกที่จะหนีบเขามาด้วย
รัสเซีย เปิดมาด้วยการโดน สเปน ถล่มไปถึง 4-1 เป็นเกมที่ ดาบิด บีย่า ประเดิมด้วยการทำแฮททริกทันที


 
นัดต่อมา พวกเขาเจอกับกรีซ คู่ปรับที่เคยอยู่ร่วมกลุ่มเดียวกันมาแล้วเมื่อ 4 ปีก่อน ในยูโร 2004 และรัสเซีย เป็นทีมเดียวที่เอาชนะกรีซ ได้ในยูโรหนนั้น
คราวนี้ กรีซ ไม่เหนียวแน่นเหมือนเดิม รัสเซีย เลยเบียดเอาชนะไปได้ 1-0
รัสเซียชุด ยูโร 2008 จริงๆ แล้วมีนักเตะดีๆ หลายราย แบ็กสองข้างแข็งแกร่งทั้ง อเล็กซานเดอร์ อันยูคอฟ และ ยูริ ซีร์คอฟ ที่ภายหลังได้ย้ายมาเล่นกับเชลซี
เซนเตอร์มี เซอร์เก อิกนาเซวิช และ เดนิส โคโลดิน ที่มักเติมขึ้นมายิงไกลหนักหน่วง
ตรงกลางมี เซอร์เก เซมัค กัปตันทีม ร่วมกับ คอนสแตนติน ซีรียานอฟ กับ อิกอร์ เซมชอฟ ส่วนด้านข้างเป็นปีกรูปร่างอ้อนแอ้น ซึ่งได้มาเล่นกับเอฟเวอร์ตัน อย่าง ดินิยาร์ บิยาเลตดินอฟ และ ตัวคล่องตัวลุย ดมิทรี ทอร์บินสกี้
ข้างหน้าฝากความหวังไว้กับ โรมัน พาฟลูเชนโก้ ขวัญใจแฟนสเปอร์ส ในเวลาต่อมา
แต่รัสเซีย ก็ยังเหมือนขาดอะไรบางอย่างไปอยู่ ก่อนลงเตะรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายที่จะเจอกับสวีเดน
สวีเดน แห่งยูโร 2008 ถือเป็นช่วงปลายยุคทอง อันเดอร์ส สเวนส์สัน, ดาเนียล อันเดอร์สสัน, โอลอฟ เมลเบิร์ก, เฟร็ดดี้ ลุงเบิร์ก, เฮนริค ลาร์สสัน อายุเริ่มเยอะ บางคนเตรียมอำลาทีมชาติ จะมีตัวที่จะแบกทีมไปข้างหน้าต่อไปก็คือ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็เป็นทีมแกร่ง นัดแรก พวกเขาเอาชนะกรีซ แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด 2-0
นัดที่ 2 ชวดได้แต้มอย่างน่าเจ็บใจที่สุดเพราะโดน ดาบิด บีย่า พังประตูชัย 2-1 ในนาทีที่ 90+2 พวกเขาแพ้สเปน หวุดหวิด
หมายความว่านัดสุดท้ายต้องมาแย่งตั๋วเข้ารอบกับรัสเซีย
ซึ่งเกมนี้เองที่โลกลูกหนังจะได้รู้จักชื่อของ อันเดร อาร์ชาวิน เป็นครั้งแรก
คนที่ไม่ได้ตามฟุตบอลรัสเซีย ไม่ได้ดูทีมชาติรัสเซียเล่นสม่ำเสมอ แทบไม่มีใครรู้จักเลยว่า อาร์ชาวิน คือใคร ในตอนนั้น และการที่เขาโดนแบน 2 เกมแรก ทำให้เหมือนเป็นตัวละครลับที่จะโผล่มาในเกมสำคัญพอดี


 
พ้นโทษแบนกลับมา กุส ฮิดดิงค์ ก็ส่งเขาลงเป็นกองหน้าคู่กับ โรมัน พาฟลูเชนโก้ ทันทีในเกมกับสวีเดน
ว่ากันตามทรงตามฟอร์ม 2 เกมแรก สวีเดน ถูกยกให้เป็นต่อ พวกเขาขอแค่เสมอ ก็จะเข้ารอบ แต่การลงสนามของ อาร์ชาวิน ทำให้เกมรุกของรัสเซีย กลายเป็นอีกทีม
มันคือสิ่งที่รัสเซียขาดไปในก่อนหน้านั้น อาร์ชาวิน นำความดุดัน จัดจ้าน คล่องแคล่ว มาสู่แผงแนวรุก เขาสามารถพาบอลไปเอง ทำชิ่งกับเพื่อน เปิดบอล และมีจังหวะสับไกที่กดดันคู่แข่งได้ตลอด
ลงท้าย อาร์ชาวิน กับ พาฟลูเชนโก้ ก็ทำคนละประตูให้ทัพหมีขาวเอาชนะสวีเดน 2-0 ผ่านเข้ารอบตามสเปน ไปได้สำเร็จ เขี่ยสวีเดนตกรอบ
มาถึงรอบน็อคเอาท์ 8 ทีมสุดท้าย รัสเซีย เจอของแข็ง นั่นคือฮอลแลนด์
ฮอลแลนด์ที่มี มาร์โก แวน บาสเท่น คุมทีม ได้รับการยกย่องอย่างมากในยูโร 2008 "เพชฌฆาตพรายกระซิบ" คือลูกศิษย์ของ โยฮัน ครัยฟ์ มาก่อน เขาชื่นชอบบอลเกมรุก
ทัพดัตช์ นั้นคือทีมที่ถูกจับตามองสุดๆ จากผลงานรอบแบ่งกลุ่มที่เล่นได้ไร้ที่ติ ถล่ม อิตาลี 3-0, กระซวกฝรั่งเศสยับถึง 4-1 และปิดท้ายด้วยทุบโรมาเนีย นิ่มๆ 2-0
แนวรุกอย่าง รุด ฟาน นิสเตลรอย, ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท, เวสลี่ย์ สไนเดอร์, อาร์เยน ร็อบเบน, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่, เดิร์ค เค้าท์ และดาวรุ่งพุ่งแรงสุดๆ ในเวลานั้น อิบราฮิม อเฟลลาย สามารถสลับกันลงเล่นและเข้าทำได้อย่างน่าดูชม
แดนกลางมีตัวตัดเกมแกร่งๆ อย่าง ออร์ลันโด้ เอ็งเกลาร์ กับ ไนเจล เดอ ย็อง ส่วนนายทวารคือ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์
แน่นอนด้วยฟอร์มจากรอบแบ่งกลุ่ม ทุกคนมองว่า ฮอลแลนด์ชุดนี้สามารถไปถึงแชมป์ได้เลย การเจอกับรัสเซีย ที่แม้จะโชว์ฟอร์มเด่นเกมเจอสวีเดน แต่ก็คงจะต้านไว้ไม่ไหว
ทว่าคนลืมไป 2-3 อย่าง


 
หนึ่งคือกุนซือรัสเซียชื่อว่า กุส ฮิดดิงค์
สอง แม้แนวรุกฮอลแลนด์ จะยอดเยี่ยม แต่เกมรับพวกเขาไม่ได้ดีมากนัก โยริส มาไธเซ่น กับ อันเดร ออยเยอร์ ไม่ใช่เกรด เอ ขณะที่ คาลิด บูลาห์รูซ ก็ไม่เนี้ยบ
สาม อันเดร อาร์ชาวิน
รัสเซีย เป็นฝ่ายเล่นได้ดีจนเหลือเชื่อ เป็นฝ่ายออกนำก่อนจาก พาฟลูเชนโก้ แม้ว่าในช่วง 5 นาทีสุดท้าย ฟาน เนสเตลรอย จะโหม่งลูกฟรีคิกตีเสมอเป็น 1-1 แต่พอเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ ก็ไม่รอด
รัสเซีย ได้ 2 ประตูจาก ทอร์บินสกี้ ที่ได้บอลเปิดจาก อาร์ชาวิน และปิดท้ายจาก อาร์ชาวิน ที่ยิงด้วยตัวเองทำให้เอาชนะไปด้วยสกอร์ 3-1
มันเป็นเกมที่ อันเดร อาร์ชาวิน สะกดสายตาแฟนบอลทั่วโลก พล่านไปทั่ว ไว แข็งแรง   ทั้งเลี้ยง ทั้งส่ง ทั้งยิง เหมือนหมูป่าที่วิ่งตะลุยใส่ทุกอย่างที่ขวางหน้า
มาถึงรอบรองชนะเลิศ รัสเซีย เข้าไปเจอกับสเปน ที่เคยสอนบอลพวกเขามาแล้วในเกมแรก ตอนนี้ รัสเซัย มั่นใจขึ้นเพราะมี อาร์ชาวิน
อย่างไรก็ตาม สเปน ชุดนั้นแกร่งและดุเกินไป พวกเขาเฉียบคมเกินไป นอกจาก บีย่า กับ ตอร์เรส แดนกลางชุดนั้นยังสด และพีคสุดๆ มี มาร์กอส เซนน่า ตัดเกม ส่วนอีก 3 คนคือ อิเนียสต้า, ชาบี และ ดาบิด ซิลบา ในวัยที่ปราดเปรียวเหลือเกิน
ไม่มีอะไรต้านทานสเปนได้ ทัพกระทิงดุ เป็นฝ่ายย้ำแค้น รัสเซียอีกหนด้วยสกอร์ 3-0
แม้จะตกรอบ แต่รัสเซีย ได้รับการยกย่องอย่างมากกับฟอร์มของพวกเขาในครั้งนี้ นักเตะหลายคนของพวกเขาได้รับการเฝ้ามองและค่อยๆ ถูกดึงไปอยู่ในลีกใหญ่
ต้นปี 2009 หรือราวครึ่งปีหลังจากจบศึกยูโร อันเดร อาร์ชาวิน ก็ได้ย้ายมาแสดงฝีเท้าในพรีเมียร์ ลีก กับอาร์เซน่อล


 
ครึ่งฤดูกาลหลังนั้น อาร์ชาวิน โชว์ฟอร์มได้แจ่มสุดๆ สมราคานักเตะดาวเด่นจากยูโร ไฮไลท์คือการทำคนเดียว 4 ประตูใส่ลิเวอร์พูลที่แอนฟิลด์ ในเกมเสมอ 4-4
น่าเสียดายที่ฟอร์มแบบนั้นอยู่กับเขาได้ไม่นาน อาร์ชาวิน ย้ายมาตอนอายุ 28 ปีแล้วจากลีกรัสเซีย
มีการตั้งสมมุติฐานกันว่าฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก ใช้ร่างกายหนักมาก สภาพร่างกายของอาร์ชาวิน แม้จะแกร่ง แต่เจอบด กระแทกทุกสัปดาห์ก็ไม่ไหว เขาไม่ได้ถูกฝึกร่างกายมาตังแต่อายุน้อย
ที่สำคัญ แรงจูงใจของเขาคือเรืองที่เป็นเครื่องหมายคำถาม อยู่กับอาร์เซน่อล ได้ค่าจ้างมหาศาล แต่จากการเปิดเผยโดย มานูเอล อัลมูเนีย ดูเหมือนว่าอาร์ชาวิน เป็นคนเก็บตัว ไม่เปิดเผยอะไรให้เพื่อนร่วมทีมรู้เลย เขาเป็นคนเงียบๆ ปลีกวิเวก
อีกทั้ง อาร์ชาวิน มีความสนใจนอกสนามที่คนละขั้วกับฟุตบอลเขาจบแฟชั่น ดีไซน์ สนใจเรื่องแฟชั่น
ต่อจากนั้น เวนเกอร์ ยังจับเขาไปเล่นเป็นตัวริมเส้นในภายหลัง ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ตำแหน่งถนัด บวกกับอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นในช่วงหลังๆ ทำให้ อาร์ชาวิน ค่อยๆ เฟดหายไป
หากโลกลูกหนังรู้จักเขาเร็วกว่านี้ ได้ย้ายมาเล่นกับลีกใหญ่ๆ ตั้งแต่อายุยังน้อย และโฟกัสของเขาอยู่ที่ฟุตบอล บางที อาร์ชาวิน อาจกลายเป็นนักเตะรัสเซียที่เก่งสุดตลอดกาล
เพราะพรสวรรค์และฝีเท้าในช่วงพีคของเขาไม่มีข้อสงสัยเลย มันถูกแสดงออกมาแล้วในยูโร 2008 นั่นเอง
ส่วนใครต้องการเว็บไซด์ที่ดีที่สุด มาลองจอยกันที่ MYSBOBET รับรองให้คุณได้ใช้บริการสะดวกรวดเร็ว ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment