breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" มาราโดน่าที่ถูกลืม "

อัพเดตเมื่อ : August 11, 2021 8:09pm โดย : admin

ในอาร์เจนติน่าเมื่อมีนักเตะพรสวรรค์เกิดขึ้นมาสักคน ก็มักโดนจับไปเทียบกับ ดีเอโก้ มาราโดน่า อย่างช่วยไม่ได้
ตลอดระยะเวลา 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมามีดาวรุ่งอาร์เจนไตน์มากมายที่โดนยกว่าเป็น "มาราโดน่าคนใหม่"
แต่มันไม่ใช่แค่เพียงนักเตะอาร์เจนติน่าเท่านั้น ในส่วนอื่นของโลก ตลอดยุค 80s และ 90s หากนักเตะสักคนมีทักษะชั้นยอด เล่นฟุตบอลได้น่าตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะเล่นเป็นหมายเลข 10 ก็จะโดนตั้งฉายาว่า "มาราโดน่า" ไปด้วย
คาบสมุทรบอลข่าน เป็นแหล่งรวมของเพชรจากยุโรปตะวันออกมากมายหลายคน ทั้งจากฝั่งทะเลดำ และทะเลอีเจี้ยน ฮริสโต้ สตอยช์คอฟ ของบัลแกเรีย, จอร์จี้ ฮาจี้ จากโรมาเนีย รายนี้ถูกตั้งฉายาว่า "มาราโดน่าแห่งคาปาร์เที่ยน"
ส่วนอีกรายที่หลายคนแทบไม่รู้จัก เขาได้รับฉายาว่า "มาราโดน่าแห่งกรีซ" นั่นก็คือ วาซิลิส ฮัตซิปานายิส


 
ด้วยรูปร่างที่สูงกว่ามาราโดน่าตัวจริงแค่ไม่กี่เซนติเมตร, ผมเป็นลอนยาว เหมือนมาราโดน่าสมัยหนุ่มๆ และมีเท้าซ้ายอัจฉริยะเหมือนๆ กัน แฟนบอลชาวกรีก เลยเรียกเขาแบบนั้น
อันที่จริง ฮัตซิปานายิส เกิดก่อนมาราโดน่า เล่นฟุตบอลมาก่อนมาราโดน่าด้วยซ้ำ แต่เส้นทางชีวิตของเขามันเต็มไปด้วยคำว่า "ถ้าหากว่า..."
เอาเป็นว่า เริ่มต้นตั้งแต่ตอนเกิดเลยก็แล้วกัน แม้จะเป็นชาวกรีก 100% แต่พ่อและแม่ของเขา หนีภัยสงครามและการเมืองจากประเทศกรีซ ไปอยู่ในทาชเคนท์ ในอุซเบกิสถาน ซึ่งยังเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต และให้กำเนิด วาซิลิส ในเดือนตุลาคม 1954
เขาเป็นนักฟุตบอลที่มีพรสวรรค์มาตั้งแต่เด็ก เขาถนัดซ้าย เลี้ยงบอลได้คล่องแคล่ว  ลูกฟุตบอลติดเท้า จนได้รับความสนใจจากสโมสรใหญ่แห่งอุซเบกิสถาน นั่นก็คือสโมสร ปักห์ตากอร์ ตั้งแต่อายุ 17 ปี
อุปสรรคแรกก็คือ ในโซเวียตขณะนั้น หากนักเตะอยากจะเล่นฟุตบอลอาชีพบนลีกระดับสูง จำเป็นต้องมีสัญชาติโซเวียต นั่นทำให้ วาซิลิส ฮัตซิปานายิส ยื่นเรื่องขอสัญชาติ และได้รับอนุมัติ
เขาได้ลงเล่นให้กับปักห์ตากอร์ ตั้งแต่อายุไม่เต็ม 18 ปีดี มีผลงานโดดเด่น พาทีมเลื่อนชั้นสูงลีกสูงสุดของโซเวียตได้ทันทีในปีแรก
ต้องบอกว่าลีกโซเวียตยุคนั้น เต็มไปด้วยทีมระดับหัวกะทิ เพราะไม่ใช่แค่สโมสรจากรัสเซีย แต่ยังมีทีมใหญ่จากยูเครน, จอร์เจีย ไปจนถึงเบลารุส ด้วย
ต่อมา เขาถูกเรียกตัวติดทีมชาติโซเวียต รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี และได้รับการโปรโมตให้ขึ้นมาเล่นทีมชาติชุดใหญ่ทันทีในปี 1975 ด้วยวัยเพียง 20 ปีเพื่อลงเล่นรอบคัดเลือกโอลิมปิก
ยุคนั้น ฟุตบอลโอลิมปิกไม่มีการกำหนดอายุ แต่ห้ามนักเตะที่เล่นฟุตบอลอาชีพเข้าร่วม ทว่าของโซเวียต และยุโรปตะวันออกในค่ายคอมมูนิสต์บางประเทศ นักเตะจะรับเงินจากรัฐบาล เพราะสโมสรก็มักเป็นทีมขององค์กรต่างๆ ของรัฐบาล เลยถูกตีความว่าเป็นนักเตะสมัครเล่น
วาซิลิส ฮัตซิปานายิส ลงเล่นทีมชาติโซเวียตนัดแรกก็ทำประตูได้ทันทีในเกมเอาชนะยูโกสลาเวีย 3-0 เมื่อปี 1975
แต่ในปีเดียวกันนั้นเอง เรื่องราวทางการเมืองและสงครามในประเทศกรีซ สงบลง ทางครอบครัวของเขารู้ว่าสามารถกลับไปยังดินแดนมาตุภูมิได้แล้ว ครอบครัวเลยย้ายกลับไปที่กรีซ
แม้ว่า ปักห์ตากอร์ อยากรั้งให้เขาค้าแข้งอยู่ต่อไป โซเวียต ก็อยากให้เขาเล่นให้ทีมชาติของพวกเขาต่อ โดยบอกว่ามาตรฐานฟุตบอลกรีซ ตอนนั้น ต่ำเกินกว่าฝีเท้าของเขา
ทว่าเลือดชาวกรีก ในตัวของ วาซิลิส เรียกร้องให้เขากลับ สุดท้าย เขาเลยอำลาโซเวียต อำลาทาชเคนท์และอุซเบกิสถาน เพื่อกลับบ้านที่แท้จริงของเขาในปี 1975 ด้วยวัย 21 ปี
ผลงานที่เขาทิ้งไว้กับปักห์ตากอร์คือ 96 นัด 22 ประตู จากตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกหรือปีกซ้าย


 
เขาได้รับการยกย่องในโซเวียต ณ เวลานั้นว่าเป็นนักเตะที่เก่งที่สุด เป็นรองเพียง โอเล็ก บล็อคกิ้น เพียงรายเดียว
ซึ่งต้องบอกว่า บล็อคกิ้น เป็นหนึ่งในนักเตะเลือดยูเครน ที่เก่งสุดตลอดกาล เล่นให้โซเวียตและดีนาโม เคียฟ ยิงกระจาย และได้บัลลง ดอร์ ในปี 1975 ด้วย ดังนั้น การเป็นรองเพียงนักเตะระดับนี้ บ่งบอกถึงมาตรฐานฝีเท้าของ วาซิลิส ฮัตซิปานายิส ได้เป็นอย่างดี
เมื่อกลับมาถึงกรีซ เขาเข้าร่วมสโมสรอิราคลิส ทีมในเขตเทสซาโลนิกิ เพียงนัดแรก เขาก็ทำให้แฟนบอลเจ้าถิ่นต้องตาค้าง
อดีตกลุ่มอุลตร้าส์ของ อิราคลิส ให้สัมภาษณ์ว่าในยุคโน้น เขายังเป็นเด็ก และทุกครั้งที่อิราคลิส เล่นในบ้าน ทุกคนอยากไปสนาม ไปก่อนเวลาแข่งเพื่อเฝ้าดูการวอร์มอัพของ วาซิลิส ฮัตซิปานายิส และเป็นช่วงเวลาที่ไม่อยากให้เกม 90 นาทีจบลงเพราะทุกคนรู้ว่าจะไม่ได้เห็นลีลาการเล่นของนักเตะคนโปรดไปอีก 1 สัปดาห์
จอร์จอส ฟอยรอส กองหลังรุ่นราวคราวเดียวกัน เคยเป็นทั้งคู่แข่งตอนเล่นให้อาริส และมาเป็นเพื่อนร่วมทีมตอนย้ายมาอยู่กับอิราคลิส พูดถึง วาซิลิส ฮัตซิปานายิส เอาไว้ว่า
ในตอนนั้น ทีมต่างๆ ในลีกกรีซ จะหาวิธีหยุดยั้ง วาซิลิส เจ้าของเสื้อหมายเลข 10  ด้วยการส่งแนวรับที่เก่งที่สุดตามประกบ ส่วนตัวเขาเอง ไม่เคยเข้าสกัด วาซิลิส ได้เลย อีกอย่างการพุ่งเข้าสกัดถ้าพลาดคือเสียหน้า เพราะจะโดนหลอกหัวทิ่มทันที เขาจะวิ่งประคอง และภาวนาให้ วาซิลิส ผ่านบอลออกจากเท้า เพราะหากเลือกที่จะลากจี้ ไม่มีใครเอาอยู่
ในปี 1976 หลังจากย้ายกลับมากรีซได้ไม่ถึงปี ฮัตซิปานายิส ก็โดนเรียกตัวไปเล่นให้ทีมชาติชุดใหญ่ นั่นคือครั้งแรกที่แฟนบอลทั้งประเทศจะได้ชมฝีเท้าของเขา ในยุคที่การสื่อสารยังไม่รวดเร็ว โทรทัศน์ไม่ได้มีทุกบ้าน การถ่ายทอดสดไม่ได้ครอบคลุม และไม่มีอินเทอร์เน็ต
มันเป็นเกมเจอโปแลนด์ในเดือนพฤษภาคมปี 1976 แฟนบอลกรีก ถึงได้รับรู้ว่าพวกเขามีแข้งพรสวรรค์ระดับนี้อยู่ด้วย ฟุตเวิร์ค ทักษะ การไปกับบอล ความเฉลียวฉลาด จนน่าทึ่ง
น่าเสียดาย เป็นอีกครั้งที่โชคชะตาเล่นตลก ในยุคนั้น การเล่นให้ทีมชาติหนึ่งไปแล้ว จะไม่สามารถโอนย้ายมาเล่นให้อีกประเทศหนึ่งได้ ไม่เหมือนทุกวันนี้ที่มีข้อยกเว้นให้มากมาย
เท่ากับว่า วาซิลิส ฮัตซิปานายิส ลงเล่นให้ทีมชาติได้แค่นัดเดียว จนกระทั่งในปี 1999 ตอนที่เขาแขวนสตั๊ดไปนานหลายปี วาซิลิส ในวัย 45 ปี ก็ได้รับเชิญมาเล่นเป็นนัดพิเศษ ในเกมที่กรีซ อุ่นแข้งกับ กาน่า โดยเขาลงสนามไป 20 นาที
ฝีเท้าระดับนี้ แม้ว่าจะโชคร้าย ไม่ได้เล่นให้ทีมชาติชุดใหญ่ของโซเวียต และมาเล่นให้กรีซ ก็ไม่ได้ แต่ทำไมไม่ไปค้าแข้งยังต่างแดน


 
อย่าว่าแต่ต่างแดน เพราะแม้แต่จะย้ายไปอยู่ทีมใหญ่กว่าในประเทศก็เป็นเรื่องยาก
แม้จะมีสโมสรอย่าง อาร์เซน่อล, ลาซิโอ, ปอร์โต้ รวมถึง สตุ๊ทการ์ท สนใจอยากได้ วาซิลิส ไปร่วมทัพ แต่ก็ติดที่เรื่องสัญญาที่ซับซ้อน
สมัยนั้น การทำสัญญานักเตะที่ผูกพันธ์กับสโมสร สัญญาจะเอนเอียงเข้าทางฝั่งสโมสร เรายังไม่มีกฏบอสแมน อีกอย่างสโมสรอิราคลิส ก็คิดหนักหากจะปล่อยเขาออกไป
หากให้เทียบ ก็เหมือนกับ ลิโอเนล เมสซี่ กับบาร์เซโลน่า ในตอนนี้ คือสำหรับแฟนบอล อิราคลิส แล้ว เขาก็เหมือนพระเจ้า
เขาไม่อยากทำร้ายจิตใจแฟนบอลที่ยกย่องเขาอย่างที่สุด ทางสโมสรเองก็ "ไม่กล้า" ที่จะขายนักเตะเบอร์ 1 ของทีมออกไป เพราะกลัวกระแสต่อต้านจากแฟนบอล ซึ่งรับประกันได้ว่ามีแน่
อิราคลิส ไม่ใช่ทีมใหญ่ แม้จะมีนักเตะอันดับ 1 แต่ขุมกำลังโดยรวมไม่ได้ดีมากมายอะไร เขาพาทีมได้แชมป์ กรีก คัพ 1 สมัย ด้วยการเอาชนะโอลิมเปียกอส ยักษ์ใหญ่ไปในการดวลจุดโทษ หลังเสมอ 4-4 (เขาทำ 2 ประตู) และได้รองแชมป์อีก 2 สมัย
นอกจากนั้นยังเป็นแชมป์ บอลข่านส์ คัพ  1 ครั้ง รายการนี้เป็นการนำสโมสรจากประเทศในคาบสมุทรบอลข่าน มาแข่งกัน
เวทีระดับฟุตบอลสโมสรยุโรป เป็นสิ่งที่เขาไฝ่หา และกว่ามันจะมาถึง มันก็เป็นนัดสุดท้ายในการเล่นฟุตบอลอาชีพของเขาแล้ว
มันเกิดขึ้นใน ยูฟ่า คัพ รอบแรกปี 1990 วันที่ 19 กันยายน ซึ่งเขาลงเล่นเต็มเกมให้ อิราคลิส เสมอบาเลนเซีย 0-0 ในบ้าน ก่อนออกไปแพ้ที่เมสตาย่าน 0-2 ซึ่งเกมนี้เขาเป็นตัวสำรองไม่ได้ใช้
นั่นคือเกมสุดท้ายก่อนที่ วาซิลิส ฮัตซิปานายิส จะแขวนสตั๊ดด้วยวัย 36 ปี
เขาลงเล่นให้ อิราคลิส ทังสิ้น 15 ปีเต็ม นับตั้งแต่ย้ายกลับมาจากโซเวียต ไม่เคยได้โยกย้ายสโมสรเลยด้วยเหตุผลอย่างที่บอกไว้แล้ว


 
ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักมากขึ้นในปี 1984 ขณะอายุ 30 ปีเมื่อถูกเลือกติดทีมรวมดาราโลก ไปเตะกับ นิวยอร์ค คอสมอส โดยทีมชุดนั้นมีซูเปอร์สตาร์อย่าง ฟรานซ์ เบ็คเค่นเบาเออร์, มาริโอ เคมเปส, เควิน คีแกน, ปีเตอร์ ชิลตัน, ฌอง มารี พัฟฟ์, อูโก้ ซานเชซ, รุด โครล และ เฟลิกซ์ มากัธ เป็นต้น
ในปี 2003 ครบรอบการก่อตั้ง ยูฟ่า ครบ 50 ปี สมาคมฟุตบอลกรีก ก็เลือกให้เขาเป็น "นักเตะยอดเยี่ยมอันดับ 1 ในรอบ 50 ปี" ของประเทศกรีซ ซึ่งเขายอมรับว่าเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมากที่ทุกคนยังไม่ลืมเขา สิ่งที่เขาทำในสนามยังเป็นที่รับรู้แม้ว่าจะผ่านมานานหลายปีแล้วก็ตาม
วาซิลิส ฮัตซิปานายิส ยอมรับว่าเขาเสียดายที่ไม่ได้ย้ายไปเล่นยังต่างแดน ในเวทีที่ใหญ่ขึ้น หากย้อนเวลากลับไปได้ เขาคงทำบางอย่างที่แตกต่างออกไปจากเดิม เพื่อให้ได้ไปเล่นยังทีมใหญ่ๆ ในยุโรปบ้าง
"ผมเสียใจที่ไม่สามารถลงเล่นรับใช้ทีมชาติกรีซได้มากกว่าเพียงแค่นัดเดียว และผมเสียใจที่ไม่ได้ไปเล่นยังต่างแดน ผมอยากจะลองไปเล่นในลีกที่แข็งแกร่งกว่า การได้ไปสนุกกับฟุตบอลในระดับนั้น ถ้าผมหมุนเข็มนาฬิกากลับไปได้ ผมก็คงจะะทำบางอย่างที่แตกต่างไปจากเดิม"
จากที่อ่านกันมาแล้วคงอยากเห็นฟอร์มของ "มาราโดน่าแห่งกรีก" มีคลิปให้ดูตามลิงค์เลยครับ ::  http://ow.ly/iFvA30rQt3t
อยากได้พื้นที่สร้างความสนุก ความมันส์แบบโดนใจ MYSBOBET รับรองบริการรวดเร็ว ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment