breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" แบล็ค แพนเทอร์ "

อัพเดตเมื่อ : August 25, 2021 6:05pm โดย : admin

นักฟุตบอลอาชีพในฝรั่งเศสทุกวันนี้มีเชื้อสายแอฟริกันมากมาย ยิ่งเมื่อมองลงไปในทีมชาติ ทั้งชุดเล็กชุดใหญ่ กว่าครึ่งด้วยซ้ำที่เป็นนักเตะผิวสี หรือไม่ก็เป็นแอฟริกันเหนือเชื้อสายอาหรับ
ผู้เล่นเหล่านี้มีสถานะเป็นซูเปอร์สตาร์ ได้รับการยอมรับ บ้างประสบความสำเร็จได้ย้ายไปเล่นให้ทีมใหญ่ทั่วยุโรป กินค่าจ้างมหาศาล
แต่ในยุคก่อน ทุกอย่างไม่ได้ง่ายขนาดนั้น การเป็นนักเตะอาชีพ อย่าว่าแต่นักฟุตบอลแอฟริกันเลย นักฟุตบอลชาวฝรั่งเศสเองก็ยังลำบาก เพราะค่าจ้างน้อยนิด แถมความได้เปรียบเรื่องสัญญาอยู่กับสโมสรทั้งหมด
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในปี 1961 ต่อปี 1962 เมื่อมีนักเตะอาชีพ 2 คน ร่วมกันก่อตั้ง UNFP สหพันธ์นักฟุตบอลอาชีพแห่งชาติขึ้น เพื่อต่อรองกับสโมสร ในเรื่องรายได้และผลประโยชน์ที่พวกเขาควรได้รับ
หนึ่งในนั้นคือ ชุสต์ ฟงแตน ยอดดาวยิงจากแร็งส์ ซึ่งอยู่ในช่วงปลายอาชีพในวัย 29 ปี เขากำลังเล่นฟุตบอลฤดูกาลสุดท้าย ฟงแตน เป็นเจ้าของสถิติยิง 13 ประตู จากแค่ 6 นัดให้กับทีมชาติฝรั่งเศสในฟุตบอลโลก 1958 เป็นสถิติยิงเยอะสุดในฟุตบอลโลกครั้งเดียว ที่ยืนยงมาถึงทุกวันนี้


 
อีกคนคือ เออแชน เอ็นโจเลีย "เดอะ แพนเทอร์" กองหน้าชาวแคเมอรูน  ผู้เคยกล่าวเอาไว้ว่า "ผมกลายมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพด้วยความบังเอิญ"
เออแชน เอ็นโจเลีย เกิดในปี 1931 ที่บาตูชี่ ประเทศแคเมอรูน ที่ตอนนั้นยังตกอยู่ในการปกครองของฝรั่งเศสและอังกฤษ
เดิมที เออแชน ไม่ได้มีความคิดที่จะเป็นนักเตะอาชีพ เขาตั้งหน้าตั้งตาเรียนหนังสือ อยากศึกษาในระดับสูงๆ เข้าไว้ แต่เขามีงานอดิเรก ก็คือการเล่นฟุตบอล เขาเล่นให้ทีมสมัครเล่นท้องถิ่นที่ชื่อ ว็องต์ ลาลาน กระทั่งปี 1951
เอ็นโจเลีย นามสกุลของเขาเป็นภาษาท้องถิ่นแปลว่า "แพนเทอร์" หมายถึงเสือดาว หรือเสือดำ พอดี
ด้วยวัย 20 ปี เขาก็ย้ายมายังฝรั่งเศสเพื่อเรียนต่อที่ โรอานน์ เขาตั้งใจเรียนมาก แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งงานอดิเรกที่เขารักคือการเล่นฟุตบอล
เหมือนเดิม เขาเข้าร่วมเล่นในสโมสรสมัครเล่นท้องถิ่น และเกมแรกที่เขาลงสนาม ปรากฏว่า เอ็นโจเลีย ยิงไปคนเดียว 12 ประตู
 
เมื่อสโมสรของเขาสมัครเข้าร่วมแข่งใน เฟรนช์ คัพ (มีทีมเข้าร่วมจากทุกระดับในประเทศยิ่งกว่า เอฟเอ คัพ เสียอีก) ฝีเท้าของเขาก็ถูกจับตาโดย ปิแอร์ การ์นิเย่ร์ แมวมองของ แซงต์ เอเตียน
เขาเป็นคนรูปร่างแข็งแรง มีความเร็ว อึดทนวิ่งไม่มีหมด และที่สำคัญมีเทคนิคการเล่นกับบอลที่ดีด้วย เขายิงแฮททริกได้ในเกมนั้น
ปิแอร์ การ์นิเย่ร์ แจ้งกับ ฌอง สแนลล่า ผู้จัดการทีมของสโมสรให้ลองมาดูเด็กคนนี้ และในที่สุด สโมสรก็จัดการเซ็นสัญญา เออแชน เอ็นโจเลีย มาร่วมทีมในปี 1954 เขาย้ายมายัง แซงต์ เอเตียน พร้อมเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่นั่นด้วย
ฌอง สแนลล่า ไม่รีบร้อนให้เด็กหนุ่มวัย 23 ปีลงเล่น เพราะเขาไม่เคยผ่านเกมระดับอาชีพมาก่อน แต่หลังจากค่อยๆ ปรับตัว เอ็นโจเลีย ก็ลงประเดิมเกมแรกเจอกับตูลูส เขาทำ 2 ประตูทันที
ในตอนนั้น แซงต์ เอเตียน กำลังสร้างทีมน่าตื่นตาตื่นใจ เพราะนอกจาก เอ็นโจเลีย ในทีมยังมีแข้งจากแอฟริกาอีกคน คือนักเตะหนุ่มแอลจีเรียน ที่ชื่อว่า ราชิด เมคห์ลูฟี่ ซึ่งสุดท้ายแล้วจะเป็นเจ้าของสถิติยิงประตูมากสุดอันดับ 2 ตลอดกาลของสโมสรที่ 150 ประตู
ทั้งคู่เล่นเข้าขากันอย่างดี และในฤดูกาล 1956/57 ก็ช่วยกันยิงจน แซงต์ เอเตียน คว้าแชมป์ลีก เอิง มาครองได้สำเร็จ นั่นเป็นแชมป์ลีกสมัยแรกของสโมสร โดยที่ เอ็นโจเลีย ยิงไป 29 ประตูจาก 32 นัด
แซงต์ เอเตียน ถึงทุกวันนี้ก็เป็นทีมที่ได้แชมป์ลีก เอิง มากสุด 10 สมัยด้วยกัน แต่แชมป์ของพวกเขาเกิดขึ้นในช่วงปลายยุค 50s เรื่อยมาจนถึงปี 1980  จากนั้นไม่เคยได้แชมป์ลีก เอิง อีกเลย


 
เรียกได้ว่ารากฐานจากทีมที่มี เอ็นโจเลีย เป็นหัวหอกส่งผลอย่างมากที่ยุคนั้นพวกเขาคือทีมใหญ่ในฝรั่งเศส
แม้จะทำผลงานในฐานะนักฟุตบอลอาชีพได้เป็นอย่างดีแต่ เอ็นโจเลีย ยังไม่ทิ้งการเรียน เขาสมัครเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยใน ลียง ซึ่งเป็นเมืองในแคว้นเดียวกัน
ปัญหาคือเขาต้องเดินทาง ทั้งซ้อม ทั้งแข่ง และเข้าเรียน นั่นทำให้ในที่สุดเขาตัดสินใจย้ายไปซบ โอลิมปิก ลียง ซึ่งถือเป็นอริของ แซงต์ เอเตียน ในปี 1959
อยู่กับ ลียง  2 ฤดูกาล ทำได้ 21 ประตูจาก 50 นัด ความมุ่งมั่นทะเยอทะยานในฐานะนักฟุตบอลอาชีพของเขาลดลงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ฤดูกาล 1961/62 ซึ่งเป็นฤดูกาลสุดท้ายในอาชีพ เออแชน เอ็นโจเลีย ย้ายมาปารีส มาอยู่กับ ราซิ่ง คลับ ปารีส แต่ลงเล่นได้แค่ 2 นัดเขาก็ประกาศรีไทร์ด้วยวัย 30 ปี
หากนักเตะทั่วไปแขวนสตั๊ด นั่นอาจเป็นจุดสูงสุดครั้งสุดท้าย แต่ไม่ใช่สำหรับ เอ็นโจเลีย เพราะความยิ่งใหญ่ของเขาเริ่มหลังจากนั้น
เรย์มงด์ โกปา ยอดดาวยิงอีกคนของฝรั่งเศสเคยกล่าวไว้ว่า "เรา นักฟุตบอล ก็คือทาสดีๆ นี่เอง"
พอแขวนสตั๊ด เอ็นโจเลีย ก็จับมือกับ ชุสต์ ฟงแตน และนักกฏหมาย ฌักส์ แบร์กทร็องด์  ก่อตั้งสหพันธ์นักฟุตบอลอาชีพแห่งชาติ ขึ้น เพราะอย่างที่บอกว่าในยุคนั้น ความได้เปรียบทุกอย่างอยู่กับสโมสรและเจ้าของสโมสร
สหพันธ์นักฟุตบอล ก็เหมือนองค์กรของอาชีพอื่นๆที่มีหน้าที่เป็นตัวแทน ต่อรอง และปกป้องผลประโยชน์ให้กับคนอาชีพนั้นๆ จนนักฟุตบอลมีความเป็นอยูที่ดีขึ้น
เออแชน เอ็นโจเลีย มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มันมาจากการที่เขาศึกษาเล่าเรียนอย่างตั้งใจ และความที่ต้องการให้เกิดความยุติธรรมกับเพื่อนร่วมอาชีพ
ชุสต์ ฟงแตน ถึงกับยอมรับว่า "เออแชน มีไอเดียใหม่ๆ มาทุกๆ 30 วินาที"
คนหนึ่งเป็นฝรั่งเศสผิวขาว อีกคนเป็นแอฟริกันผิวดำ จากแคเมอรูน แต่ทั้งคู่ก็ทำให้อาชีพนักฟุตบอลได้มีอำนาจต่อรองมากขึ้น
ในช่วงทศวรรษที่ 60s ก็พอดี แคเมอรูน บ้านเกิดของเขาได้รับเอกราชอย่างเต็มรูปแบบ สมาคมฟุตบอลแคเมอรูน ก่อตั้งขึ้นในปี 1959 แน่นอนว่าเขาไม่มีโอกาสได้รับใช้ชาติในฐานะนักฟุตบอล แต่เขาทำได้ไกลกว่านั้น
เขามาทำงานด้านการทูต ไปประจำการยังประเทศต่างๆ ทั่วยุโรป รวมถึงในสหรัฐอเมริกาด้วย เขาไม่ลืมเกมฟุตบอลที่เขารัก  เอ็นโจเลีย มองว่าฟุตบอลนี่แหละคือเครื่องมือสำคัญในการโปรโมตทวีปแอฟริกา และสามารถพัฒนาลีกอาชีพในทวีปนี้ได้
แต่ด้วยเรื่องการเมืองภายในประเทศที่ยุ่งเหยิง ต่างฝ่ายต่างแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ เขาโดนขัดแข้งขัดขาในเริ่องไอเดียต่างๆ ที่เสนอขึ้นไป


 
จนกระทั่ง วิลเลี่ยม เอ็นโจเลีย ลูกชายของเขาที่เป็นนักฟุตบอลเช่นเดียวกัน ก็ไม่ได้ลงเล่นให้ทีมชาติแคเมอรูน ส่วนหนึ่งมาจากการที่ว่า วิลเลี่ยม คือลูกของ เออแชน เอ็นโจเลีย (วิลเลี่ยม เล่นให้ แบรสต์, เปแอสเช, ล็องส์ และก็อง ในยุค 80s)
เออแชน เอ็นโจเลีย เสียชีวิตที่ดูอาล่า เมืองใหญ่ในแคเมอรูนบ้านเกิดเมื่อปี 2006 ด้วยวัย 75 ปี
เรื่องราวและความดีที่เขาสร้างเอาไว้ไม่ค่อยได้รับการพูดถึง เขาเป็นนักเตะแอฟริกันรุ่นแรกๆ ที่มาสร้างชื่อในฝรั่งเศส ถึงขั้นที่เรียกได้ว่าเป็นระดับ "สตาร์"ของลีก
แต่สิ่งที่เขาได้ทำเอาไว้นอกสนามต่างหากที่ปูทางให้กับนักฟุตบอลรุ่นหลังในฝรั่งเศส ไม่ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะมีเชื้อชาติใด สีผิวใด ก็ตาม
นามสกุลของเขาเป็นภาษาท้องถิ่นคือ "แพนเทอร์" เขาคือฮีโร่ของนักฟุตบอลรุ่นหลัง เหมาะกับการตั้งฉายาว่า แบล็ค แพนเทอร์ จริงๆ
อยากได้พื้นที่สร้างความสนุก ความมันส์แบบโดนใจ ไร้กังวล MYSBOBET รับรองบริการรวดเร็ว ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment