breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" ต้นกำเนิดสับขาหลอก "

อัพเดตเมื่อ : September 19, 2021 8:49pm โดย : admin

ในโลกฟุตบอล หนึ่งในเทคนิคที่ถูกนำมาใช้กันมากและบ่อยที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นการ "สับขาหลอก" ที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า "Stepover"
รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของท่านี้แตกต่างกันไปบ้างตามแต่คนใช้ จะซ้ายก่อนหรือขวาก่อนแล้วจะสับกี่ครั้ง จะโยกไหลโยกเอวหลอกยังไง เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล
แต่เอาเป็นว่าการก้าวเท้าทำท่าจะเตะบอลแต่ไม่เตะ เลือกที่ก้าวข้ามไปเพื่อให้คู่ต่อสู้เสียหลักหรือหลงทาง เป็นท่าที่นักเตะโดยเฉพาะแนวรุกใช้กันเป็นประจำ
ครั้งหนึ่ง เดนิลสัน อดีตเจ้าของสถิตินักเตะค่าตัวแพงสุดในโลก เคยถูกแซวว่าเป็นจอมสับ เพราะ เดนิลสัน สับแล้วสับอีก แต่บอลสุดท้ายไม่ค่อยน่าประทับใจ
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สมัยเป็นดาวรุ่งก็โดนแฟนด่าว่าเป็นจอมสับ เพราะสับขาซ้ายขวาๆ อยู่นั่น ก่อนจะค่อยๆ ปรับปรุงเทคนิคนี้ ผสมผสานกับการเล่นเป็นทีมมากขึ้น
แนวรุกจอมเทคนิคทั้งหลาย มักใช้ท่านี้กันคล่องทุกคน ซีเนดีน ซีดาน, หลุยส์ ฟิโก้, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, โรบินโญ่, เนย์มาร์ แต่คนที่สับขาได้เนียนและมีประสิทธิภาพที่สุดคงต้องยกให้ โรนัลโด้ เหยินใหญ่ หรือ R9
คำถามที่มีบางคนสงสัยอยู่บ้างว่าเทคนิคนี้ ใครเป็นคนใช้คนแรก หรือเป็นคนต้นคิด
เทคนิคเช่นการยิงจุดโทษด้วยการชิพเข้ากลางประตู ถูกเรียกว่า ปาเนนก้า เพราะคนคิดค้นและใช้คนแรกคือ อันโตนิน ปาเนนก้า ทีมชาติเชโกสโลวาเกีย
 
ท่าพิเศษอย่างการหนีบบอลด้วยเท้าสองข้างแล้วกระโดดหลบคู่แข่งถูกเรียกว่า "ลา เคาห์เตมินญ่า" ตามชื่อคนใช้คนแรกคือ เคาห์เตม็อก บลังโก้ ศูนย์หน้าตำนานทีมชาติเม็กซิโก
เทคนิคพวกนี้ชัดเจนในที่มาที่ไป ส่วนการ สับขาหลอก หรือ Stepover นั้นแตกต่างเพราะหาที่มาที่ไปไม่ง่าย
 

 
ในยุค 70s โค้ชชาวเยอรมันชื่อ คาร์ล-ไฮน์ซ เฮ็ดเดอร์ก็อทท์ ตีพิมพ์หนังสือชื่อ Neu Fussball Lehre (การฝึกสอนฟุตบอลสมัยใหม่) ในเล่มนี้มีบทฝึกที่เรียกว่า "ลูกเล่นกรรไกร" อยู่ด้วย นั่นก็คือการใช้เทคนิคสับขาหลอกนี่เอง
ฮันส์ โบนการ์ทซ์ มิดฟิลด์ตำนานของชาลเก้และไกเซอร์สเลาเทิร์น ก็ใช้เทคนิคนี้จนแฟนบอลรู้จักกันไปทั่วในยุค 70s
ขณะที่ในฮอลแลนด์ แฟนบอลรู้จักท่าสับขาหลอกเป็นอย่างดีเพราะคนที่นำมาใช้คือ พีท ไคเซอร์ ปีกซ้ายระดับตำนานของอาแจ็กซ์ ผู้ร่วมรุ่นกับ โยฮัน ครัยฟฟ์ ตั้งแต่ยุค 60s มาแล้ว
หลายคนเชื่อกันว่า พีท ไคเซอร์ นี่แหละคือคนที่ทำให้ท่าสับขาหลอกโด่งดัง เป็นคนแรกที่ใช้ท่านี้ ซึ่งยังผิดจากความจริงไปมาก
เบิร์ต ฟาน มาร์ไวก์ เทรนเนอร์ชื่อดัง สมัยเป็นนักเตะเขายอมรับว่าดู พีท ไคเซอร์ สับขาแล้วก็เคยก็อปปี้ ขอนำมาใช้เช่นเดียวกัน
หากจะถามว่าแล้ว พีท ไคเซอร์ ไปได้การสับขาหลอกมาจากไหน คำตอบน่าจะเป็น อาเบ เลนสตร้า
อาเบ เลนสตร้า คือชื่อสนามของฮีเรนวีน ซึ่งนั่นไม่แปลกเลยเพราะ เขาคือตำนานสโมสรฮีเรนวีน
เขาเกิดในปี 1920 ที่เมืองนี้ และเล่นให้ฮีเรนวีน บันทึกสถิติไม่แน่นอน แต่เขาลงเล่นให้สโมสรไปกว่า 500 นัด ยิงได้ 517 ประตู ผลงานในทีมชาติฮอลแลนด์ก็แจ๋วมาก 33 ประตูจาก 47 นัด
ในคลิปเก่าๆ เรายังสามารถหาดูได้ จะเห็นเขาใช้การข้ามหลอกในการล่อให้ตัวประกบเสียจังหวะ ซึ่งต้องถือว่าในยุคที่สนามฟุตบอลยังมีปลักยามฝนตก รองเท้าสตั๊ดที่หนาหนัก ลูกฟุตบอลหนังที่หนัก ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ในการเลี้ยงบอลพร้อมใช้เทคนิคได้อย่างคล่องแคล่วแบบนี้


 
เลนสตร้า เล่นฟุตบอลในช่วงปี 1940-1959 นั่นก็ยังช้ากว่าอีกหนึ่งคนที่ใช้การสับขาหลอก เขาก็คือ เอากุสโต้ อาเรนาส หรือฉายา "The Kid" มิดฟิลด์ชาวชิลี
เขาประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ลีกชิลีกับสโมสร เอเวอร์ตอน เด วินญ่า เดล มาร์ ในปี 1952 เขาถึงกับอ้างว่าเทคนิคนี้เป็นของเขาที่คิดค้นขึ้นมา
"การสับขาหลอกเป็นของผม ทุกคนที่เคยดูผมเล่นรู้เรื่องนี้ดี" เขากล่าว
ทว่าเขาก็ยังไม่ใช่คนแรกอยู่ดี เพราะหนึ่งในนักเตะชุดแชมป์โลก 1938 กับทีมชาติอิตาลีอย่าง อเมเดโอ เบียวาติ ก็เป็นที่รู้จักของแฟนๆ ว่าถนัดมากในการใช้ท่าสับขาหลอก
เขาเกิดในปี 1915 เล่นป็นมิดฟิลด์หรือกองหน้าโดยสร้างชื่อเป็นตำนานกับโบโลนญ่า ช่วยทีมคว้าแชมป์เซเรีย อา ถึง 3 สมัย
แม้แต่ วิตตอริโน่ ปอซโซ่ เทรนเนอร์ทีมชาติอิตาลีชุดแชมป์โลก 1938 ก็กล่าวถึงเรื่องนี้เอาไว้
"เบียวาติ ฝึกท่าสับขาหลอกจนสมบูรณ์แบบ ฝูงชนคาดหวังว่าจะได้เห็นท่านี้ทุกครั้งที่เขาพาบอลจากริมเส้นเข้ามา และคู่แข่งเองก็คาดเอาไว้เช่นกัน แต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี"
เบียวาติ นั้นเล่นฟุตบอลอาชีพปีแรกคือปี 1934 และพีคจนถึงปี 1947
แม้จะถือเป็นคนแรกๆ ที่ใช้การสับขาหลอก ในสนามอยู่เป็นประจำจนกลายเป็นเอกลักษณ์ แต่จากหลักฐาน เขาก็ไม่ใช่คนแรก
ลอว์เรนซ์ "ลอว์" อดัม เป็นชาวดัตช์ เกิดที่สุราบายา ในดัตช์ อีสต์ อินดีส หรืออินโดนีเซียปัจจุบัน ในปี 1908
ต่อมาเขาย้ายกลับฮอลแลนด์ และเริ่มเล่นฟุตบอลกับ ฮาเฟเฟ เดน ฮาก สโมสรในกรุงเฮก จากนั้นเมื่ออายุ 19 ปี ย้ายไปศึกษาที่ซูริค สวิตเซอร์แลนด์
ที่นั่นเอง อดัม ได้เริ่มอาชีพนักเตะอย่างจริงจัง เขาเล่นเป็นกองหน้าให้กับสโมสร กราสส์ฮอปเปอร์ส ซูริค ตั้งแต่ปี 1927
2 ปีต่อมา เขาได้ถูกเชิญให้ลงเล่นในนามทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่ง อดัม ก็ลงเล่นไป 1 นัด เป็นเกมเจอกับออสเตรีย
ให้หลังจากนั้น 1 ปี ฮอลแลนด์ เดินทางไปเตะกับสวิตเซอร์ หนนี้ ทีมดัตช์เชิญให้ ลอว์ อดัม เล่นให้กับพวกเขา ซึ่งถือเป็นประเทศแม่ที่แท้จริงของตัวเอง นับแต่นั้นมาเขาก็เล่นให้กับทีมชาติฮอลแลนด์มาตลอด โดยเล่นไปทั้งสิ้น 11 นัดยิง 6ประตู
ในเดือนตุลาคม 1932 หนังสือพิมพ์ดัตช์ชื่อ เฮท ฟาเดอร์ลันด์ (The Fatherland - แผ่นดินปิตุภูมิ) ได้ไปรายงานเกมทีมชาติระหว่าง ฮอลแลนด์กับเบลเยี่ยมที่กรุงบรัสเซลส์
เกมยังเสมอกัน 2-2 เหลืออีก 15 นาทีสุดท้าย ลอว์ อดัม พาบอลผ่านกองหลังแล้วจากนั้นก็จัดการพาบอลผ่านกัปตันทีมของเบลเยี่ยม นิโคลัส ฮอยดองค์ซ ด้วยเทคนิคซึ่งในหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวอธิบายว่า "ท่ากรรไกรอันเป็นที่รู้จักกันดี(ของเขา)"
การอธิบายท่าทางการสับขาหลอกพาบอลผ่านกองหลังของ ลอว์ อดัม แบบนี้แสดงให้เห็นว่าเขาเคยใช้เทคนิคนี้มาเป็นเวลานานและบ่อยจนทุกคนรู้จักกันดีแล้ว
ลอว์ อดัม จึงมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นนักเตะคนแรกที่ใช้เทคนิคสับขาหลอก หรือ Stepover ในเกมอย่างเป็นทางการ เพราะมีหลักฐานที่มาจากหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าว ที่วิเคราะห์ได้ว่าเขาใช้เทคนิคนี้มาตั้งแต่ก่อนปี 1932
มีการระบุว่า อดัม ได้ไอเดียนี้มาจากการดูนักเล่น สปีด สเกต ที่มักเล่นกันในหน้าหนาวบนพื้นแม่น้ำที่เย็นจนเป็นน้ำแข็ง ซึ่งนักสปีดสเกต จะใช้การสับขาแบบนี้เป็นประจำเวลาเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว
อดัม มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ จนต้องรีไทร์ตอนปี 1933 ด้วยวัยเพียง 25 ปี แต่จากนั้นเขาย้ายกลับสุราบายา ในอินโดนีเซีย และได้เล่นฟุตบอลในเกมกระชับมิตร
หลังจากทำ 2 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ เขาก็เดินออกจากสนามในนาทีที่ 53 พร้อมกับท่าทางเอามือกุมที่หน้าอก ผู้ตัดสินเดินเข้ามาถามอาการว่ารู้สึกไม่ดีหรือเปล่า เขาตอบทีเล่นทีจริงว่าไม่มีอะไร
จากนั้นเมื่อเกมจบลง ผู้ตัดสินเข้าไปในห้องแต่งตัวพบว่า ลอว์ อดัม ตัวเขียวไปแล้วท่ามกลางแพทย์ที่พยายามฉีดยาและปั๊มหัวใจ แต่ไม่ทันการ เขาถูกประกาศว่าเสียชีวิตหลังเกมจบ 1 ชั่วโมง ด้วยวัยเพียง 32 ปีเท่านั้น


 
ขณะที่ทางอาร์เจนติน่า พวกเขาก็อ้างว่าคนแรกที่คิดค้นการสับขาหลอก คือตำนานของโบคา จูเนียร์ส ที่ชื่อ เปโดร กาโลมิโน่
นักเตะในตำแหน่งปีกรายนี้เกิดปี 1892 เล่นฟุตบอลอาชีพให้โบคา ทีมแรกในปี 1911 ซึ่งทางอาร์เจนติน่า ระบุว่า กาโลมิโน่ ใช้เทคนิคสับขาหลอกมาตั้งแต่ยุคนั้น
มีการระบุว่า "ระหว่างการเลี้ยงบอล เขาทำท่าจะหยุด และยกขาข้ามลูกบอล แล้วจากนั้นก็เลี้ยงบอลต่อ ขณะนั้นคู่แข่งก็หยุดขาตายไปแล้ว"
ซึ่งทางอาร์เจนติน่า เรียกเทคนิคนี้ว่าเทคนิคปั่นจักรยาน อันเนื่องมาจากท่าทางการยกขาก้าวข้ามลูกบอลมันมีความคล้ายกับการยกขาปั่นจักรยานนั่นเอง
หมายความว่าหากการอ้างของฝั่งอาร์เจนติน่าแม่นยำและถูกต้อง เปโดร กาโลมิโน่ นี่เอง เป็นผู้คิดค้นและนำเทคนิค "สับขาหลอก" มาใช้ในการแข่งขันจริงเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ลูกหนัง
อยากพบความสนุก ไม่ซํ้าใคร ไม่เรื่องเยอะ โดนแล้วติดใจ มาลองที่ MYSBOBET รับรองบริการรวดเร็ว ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment