breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" เมื่อ ซิเมโอเน่ โดนน็อค "

อัพเดตเมื่อ : January 18, 2022 6:20pm โดย : admin

ผู้จัดการทีมที่มีบุคคลิกห้าว  รอบจัด แพรวพราวในปัจจุบัน หลายคนเป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะ หนึ่งในนั้นคือ "โชโล่" ดีเอโก้ ซิเมโอเน่
ซิเมโอเน่ ย้ายมาสร้างชื่อในยุโรป ตั้งแต่อายุ 20 ปี เมื่อ ปิซ่า ทีมดังในอิตาลี คว้าตัวเขามาจาก เวเลซ ซาร์สฟิลด์ ในอาร์เจนติน่า เมื่อปี 1990
จากนั้นอีก 2 ปี เขาก็ถูกเซบีย่า ซื้อมาร่วมทีม และกลายเป็นกำลังหลักของทีมในแดนกลางได้ในทันที
บทบาทของ "โชโล่" ที่แฟนบอลจดจำมักเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ ที่เจ้าเล่ห์ รอบจัด ตุกติกควบคู่ไปกับฝีเท้าที่ดีด้วย และมีความเป็นผู้นำ
จริงๆ เขาไม่ใช่แค่มิดฟิลด์ตัวรับ ซิเมโอเน่ สามารถรับบทได้ทั้งตัวรุก และตัวรับ เพราะฟิต ขยัน อ่านเกมเก่ง และเก่งทั้งการแย่งบอลและการผ่านบอลตั้งเกม รวมถึงหลายๆ ครั้งก็มักสอดไปทำประตูได้ด้วย อย่างบทบาทของเขาสมัยเล่นให้ แอตเลติโก้ มาดริด
อย่างไรก็ตาม ซิเมโอเน่ มักถูกจำจากการเล่นที่มักติดภาพเป็นตัวร้าย ตัวแสบ ซึ่งเขาก็ไม่เคยปฏิเสธว่าจะใช้ "ศาสตร์มืด" เสมอเพื่อดึงความได้เปรียบมาสู่ทีม สำหรับเขาแล้ว ทำได้ทุกอย่างเพื่อชนะ แต่เมื่อเกมจบ มันก็จบแค่ในสนาม


 
เราคงจำภาพที่ในฟร้องซ์ 98 กันได้ดี เหตุการณ์กับ เดวิด เบ็คแฮม
ซิเมโอเน่ พุ่งเข้ากระแทกใส่ เบ็คแฮม อย่างแรงจากด้านหลังจนล้มแล้วตามไปทิ้งตัวใส่อีกนิด ทำเอา เบ็คแฮมน็อตหลุด ยกขาขึ้นมาดีดใส่ แม้ไม่แรง แต่มันอยู่ต่อหน้าผู้ตัดสิน คิม มิลตัน นีลเซ่น พอดี โชโล่ เลยทำท่าล้มให้ผู้ตัดสินเห็นทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น สุดท้ายเบ็คแฮม โดนแดง
โดยปกติแล้ว ซิเมโอเน่ มักจะเป็นฝ่ายเดินออกจากจุดเกิดเหตุ หรือจังหวะลึกลับแบบนี้ในฐานะผู้ชนะเสมอ
แต่ในเมื่อใช้ศาสตร์มืดแบบนี้ บางครั้ง กรรมก็ตามสนองเขาเช่นกัน และครั้งนี้ มันมาในรูปแบบของ โรมาริโอ
โรมาริโอ คือโคตรกองหน้าของยุค90s รูปร่างเล็ก กระชับ สูงเพียง 167 ซม. เท่านั้น แต่ที่ทดแทนรูปร่างคือความปราดเปรียว ทักษะฟุตบอลสุดยอดโดยเฉพาะสัมผัสบอลแรก และที่เด่นสุดคือการจบสกอร์ที่เฉียบคมสุดๆ ยิงได้ทุกรูปแบบ เกิดมาเพื่อเป็นดาวยิงอย่างแท้จริง
นอกจากฝีเท้าสุดยอดแล้ว โรมาริโอ ยังมาพร้อมกับการเป็นคนมั่นใจในตัวเองสูง อีโก้สูง และจุดเดือดต่ำ พร้อมงัดกับทุกคนไม่ว่าใครก็ตาม
โรมาริโอ ย้ายมาดังกับ พีเอสวี ไอน์ดโฮเฟ่น อยู่ถึง 5 ปี จนกระทั่งฤดูกาล 1993/94 เขาก็ย้ายมายังบาร์เซโลน่า ในยุคดรีมทีมของ โยฮัน ครัยฟ์
มาถึง โรมาริโอ ก็ยิงกระจุยกระจายทันที เพราะทีมดีอยู่แล้ว ตัวเองก็เทพ และในวันที่ 8 มกราคม 1994 ทุกคนก็พูดถึงแต่ชื่อ โรมาริโอ เพราะพี่แกระเบิดแฮททริกใส่ เรอัล มาดริด ช่วยให้บาร์ซ่า ขยี้อริตลอดกาลไปถึง 5-0


 
เกมนี้เองที่เป็นเรื่องเล่าที่ว่า ครัยฟ์ ให้สัญญากับ โรมาริโอ ว่าหากทำได้ 2 ประตู จะให้วันหยุดเพิ่ม 2 วัน เขาจะบินกลับไปงานคาร์นิวัลที่บราซิล ซึ่งแน่นอนว่า เขาทำ 3 ประตูและสัญญาต้องเป็นสัญญา
ภาพตัดไปที่อีก 1 สัปดาห์ให้หลัง นัดที่ 19 ของฤดูกาล หรือกลางฤดูกาลพอดี บาร์เซโลน่า ออกไปเยือนเซบีย่า ที่ ซานเชซ ปิซฆวน
ขณะนั้น โรมาริโอ กำลังตัวพองคับสเปน อีโก้พุ่งสูงจัด ยิ่งหลังจากกดแฮททริกใส่ มาดริด ยิ่งไปกันใหญ่
โยฮัน ครัยฟ์ มีวิธีควบคุมเรื่องเหล่านี้ ด้วยการดร็อป โรมาริโอ เป็นสำรอง
เกมเสมอกัน 0-0 และครึ่งหลังผ่านมาได้ 5 นาที มาโนโล่ ฆิเมเนซ โดนเหลือง-แดง ไล่ออกจากสนาม เซบีย่า เหลือ 10 คน แต่ บาร์ซ่า ก็ยังเจาะไม่เข้า
โรมาริโอ หงุดหงิด วอร์มอยู่ข้างสนาม กระหายอยากลงไปพิสูจน์ตัวเองว่าโค้ชดร็อปเขาทำไม
นาทีที่ 60 ครัยฟ์ ก็เปลี่ยน โรมาริโอ ลงแทน ฮริสโต้ สตอยช์คอฟ
ด้านของ เซบีย่า ที่มี ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ คุมแดนกลาง ก็สำเหนียกถึงอันตรายจากโรมาริโอได้ทันที
ซิเมโอเน่ เลยเริ่มใช้ศาสตร์มืด เพราะเขารู้ดีว่าแม้จะเก่งสุดยอด แต่หัวหอกบราซิลเป็นคนอารมณ์ร้อน จุดเดือดต่ำ
ว่าแล้วเขาก็เริ่มด่าทอ ยั่วโมโหใส่โรมาริโอ ซึ่งภายหลัง โรมาริโอ มาเผยว่า มีทั้งคำด่าเขาเป็นแมลงสาบ และมีลามไปจนถึงด่าบุพการี
ไม่เพียงแค่ด่า ในจังหวะหนึ่ง ซิเมโอเน่ วิ่งมาจากด้านหลังแล้วทำไปเตะใส่ข้อเท้าของ โรมาริโอ แบบเนียนๆ จนโรมาริโอ กระโดดโหยง
แน่นอนด้วยการไม่มี VAR อย่างทุกวันนี้ ผู้ตัดสินไม่ได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซิเมโอเน่ ลอยตัวจากการเล่นตุกติกครั้งนี้
หากเป็นนักเตะคนอื่น อาจพยายามหาทางเอาคืนด้วยการรอจังหวะเพื่อเสียบสกัด เตะคืน หรืออะไรก็ตาม แต่มันไม่ใช่สำหรับ โรมาริโอ


 
หลังจากจังหวะนั้นไม่นานนัก นาทีที่ 75 บาร์เซโลน่า ครอสบอลจากด้านซ้ายเข้าไปในเขตโทษ โรมาริโอ เจอช่องล้างแค้น เพราะเขาเม้มปากแน่น พุ่งมาจากด้านหลังแล้ว "ฮุกซ้าย" ใส่โหนกแก้ม ซิเมโอเน่ แบบเต็มๆ
น่าจะเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ ซิเมโอเน่ ไม่ต้องแกล้งเจ็บเพื่อจะทิ้งตัวลงไปนอน ช็อตนี้เขาเจ็บจริง นอนจริง เพราะโดนหมัดซ้ายของ โรมาริโอ เข้าไปจนน็อค
ผู้ตัดสินเห็นเหตุการณ์ ควักใบแดงแจกให้ โรมาริโอ โดยไม่ต้องคิดอะไรมากเลย แต่ โรมาริโอ ยังทำตัว อินโนเซนต์ ด้วยการยกสองมือชี้มาที่ตัวเองทำนอง "ผมเหรอ? ผมทำไรผิด?"
เกมนั้นจบลงที่ 0-0 และโรมาริโอ โดนลา ลีกา สั่งลงโทษแบนยาวถึง 5 นัดในทุกรายการ
แต่ก็พอดีกับจังหวะที่เขาต้องการ โรมาริโอ ใช้โอกาสนี้บินกลับบราซิล ไปผ่อนคลายริมชายหาดที่ โคปา คาบาน่า ในริโอ เด จาเนโร สมใจอยาก เรียกว่าไปชาร์จแบตในตัว และก็มีสื่อตามไปสัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์นี้ด้วย
"เขายั่วยุ ด่าผมและเตะผม ผมก็เลยสู้กลับ แล้วผู้ตัดสินก็เตะผมออกจากเกม" โรมาริโอ ให้สัมภาษณ์
ส่วน ฮริสโต้ สตอยช์คอฟ ก็สนับสนุนเพื่อนเต็มที่บอกว่าหมัดของ โรมาริโอ หมัดนั้นมันสวยยังกับหมัดของ ไมค์ ไทสัน เลยทีเดียว
การไม่มี โรมาริโอ มันดังพ้องกับผลงานของบาร์ซ่า ที่ฟุบลงเฉยเลย ในลีก  แพ้ 2 จาก 3 นัดถัดมาทันที
โรมาริโอ กลับมา เขาก็ทำ 2 ประตูทันที แต่เกมนี้ บาร์ซ่า ออกไปพ่าย เรอัล ซาราโกซ่า 3-6
ทว่าจากนั้น บาร์ซ่า ที่ได้ โรมาริโอ ที่คึกเต็มที่ก็เร่งเครื่อง ถล่มโอซาซูน่า 8-1 ตัวเขาทำแฮททริกได้สำเร็จ
บาร์ซ่า ไม่แพ้ใครอีกเลยในช่วงที่เหลือของฤดูกาล ชนะ 12 เสมอ 2 โดยเฉพาะไฮไลท์ในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล
มันเป็นเกมชี้ชะตาแชมป์ เบียดแย่งกับ เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่า  
คู่แข่งของบาร์ซ่า ในนัดสุดท้ายก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น เซบีย่า ของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ นี่เอง
เกมนี้ ซิเมโอเน่ ทำท่าจะเป็นตัวแสบของบาร์ซ่าอีก เมื่อยิงประตูพา เซบีย่า ออกนำไปก่อน แต่สุดท้าย กลายเป็น บาร์ซ่า ที่มารัวครึ่งหลัง ชนะไปถึง 5-2  ที่สำคัญ โรมาริโอ ทำได้ 1 ประตูด้วย
จบเกมนัดนี้ บาร์เซโลน่า ก็คว้าแชมป์ ลา ลีกา ไปครองได้สำเร็จ ด้วยการมีแต้มเท่า ลา กอรุนญ่า แต่เฮด ทู เฮด ที่เหนือกว่า
โรมาริโอ ได้รางวัล ปิชิชี่ หรือดาวซัลโว ลา ลีกา ด้วยจำนวนถึง 30 ประตู (จาก 33 นัด) และเขายังปิดฉากซัมเมอร์ดุจฝัน เพราะยิงช่วยทีมชาติบราซิลคว้าแชมป์โลกที่สหรัฐอเมริกา มาครองได้อีกด้วย

ร่วมรับชมคลิปประกอบเพิ่มความมันได้ที่ : http://ow.ly/gshA30s7wPp

 
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment