breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" พลิกล็อกระดับโลก "

อัพเดตเมื่อ : January 31, 2022 10:31pm โดย : admin

หนึ่งในเกมที่พลิกล็อกที่สุดของวงการฟุตบอลเกิดขึ้นในฟุตบอลโลก 1990 นัดเปิดทัวร์นาเมนต์
อาร์เจนติน่า เจ้าของแชมป์ปี 1986 ประเดิมทัวร์นาเมนต์เจอกับแคเมอรูน ทีมจากแอฟริกาที่เพิ่งผ่านเข้ามาเล่นรอบสุดท้ายครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2
ทีมฟ้าขาว นำมาโดยนักเตะที่ดีที่สุดในโลก ณ ตอนนั้น ดีเอโก้ มาราโดน่า
มาราโดน่า ในวัย 29 ปี กำลังอยูในช่วงพีคสุดขีด จบฤดูกาล 1989/90  เขาเพิ่งพา นาโปลี คว้าสคูเด็ตโต้ สมัยที่ 2 มาครองได้สำเร็จ และเป็นปีที่เขาทำประตูได้เยอะสุดในกัลโช่ ของตัวเองด้วย 16 ประตูจาก 28 นัด
นอกจากเสือเตี้ย ดาวดังในทัพฟ้าขาวก็เต็มทีม อาเบล บัลโบ, เคลาดิโอ คานิกเกีย, โรเบร์โต้ เนสเตอร์ เซนซินี่ ก็เล่นในอิตาลี
ยังมี ฮอร์เก้ บูร์รูชาก้า, เซร์คิโอ บาติสต้า, ออสการ์ รุจเจรี่ ที่ต่างเป็นตัวประสบการณ์
ส่วน "สิงโตทรหด" แคเมอรูน นักเตะของพวกเขาเล่นในลีกภายในประเทศเป็นส่วนใหญ่ กับพวกตัวมีชื่อ เล่นในลีกฝรั่งเศส
ทว่านักเตะที่ดังที่สุดของพวกเขาคือ โรเจอร์ มิลล่า ในวัย 38 ปี ขณะนั้นเขาสังกัดทีม แซงต์ ปิแอร์รัวส์ ในเรอูนิยง
มิลล่า เคยมาโด่งดังในฝรั่งเศสแล้ว เขาเล่นกับ โมนาโก, บาสเตียน, แซงต์ เอเตียน และ มงต์เปลลิเยร์ รวมแล้วเป็น 10 ปี
เขาติดทีมชาติแคเมอรูนหนแรกมาตั้งแต่ปี 1973 พอปี 1988 ด้วยวัย 36 ปี เขาก็อำลาทีมชาติ
อย่างไรก็ตามเมื่อมีฟุตบอลโลก 1990 ท่านประธานาธิบดีของประเทศ ปอล บีย่า ก็โทรไปหา มิลล่า ด้วยตัวเองให้กลับมาเล่นให้แคเมอรูนอีกครั้ง ซึ่งเขาก็ตกลง นั่นทำให้เขาได้มาเล่นใน อิตาเลีย 90 ด้วย
โรเจอร์ มิลล่า ออกสตาร์ทด้วยการเป็นตัวสำรองก่อน แต่เพื่อนๆ ร่วมทีมของเขาสู้สุดใจขาดดิ้น
ภายใต้การคุมทีมของโค้ชชาวโซเวียต วาเลรี่ เนปอมนิอาชี่ วิธีการหยุดยั้งนักเตะทักษะดีของอาร์เจนติน่าคือ "เกมหนัก"


 
นักเตะแคเมอรูน ไล่หวดแข้งอาร์เจนติน่า โดยเฉพาะ มาราโดน่า ที่โดนหนักเป็นพิเศษ
แน่นอนว่าการเล่นแบบนี้สุ่มเสี่ยงต่อการโดนผู้ตัดสินแจกใบแดง
และแล้วนาทีที่ 61 ใบแดงก็มาจนได้ อองเดร กาน่า บียิค โดนผู้ตัดสินไล่ออก แต่มันเป็นจังหวะที่่น่าถกเถียงไม่น้อย เพราะ บียิค โดนมองว่าไล่เหยียบเท้า เคลาดิโอ คานิกเกีย จากด้านหลัง
แคเมอรูนเหลือ 10 คนดูจากสภาพแล้วไม่น่ารอด แต่พวกเขายังเล่นกันได้เหนียวแน่น
โธมัส เอ็นโคโน่ นายด่านที่สังกัดเอสปันญ่อล คือหนึ่งในกุญแจสำคัญ เขามีทัวร์นาเมนต์ที่ยอดเยี่ยมมาก และผลงานของเขาไปประทับใจเด็กชายวัย 12 ขวบชาวอิตาลี ชาติเจ้าภาพเข้าอย่างจัง
เด็กคนนั้นโตมามี เอ็นโคโน่ เป็นไอดอล และต้องการเล่นเป็นผู้รักษาประตู เด็กคนนั้นก็คือ จานลุยจิ บุฟฟ่อน นั่นเอง
10 คนของ แคเมอรูน มาได้ประตูออกนำในนาทีที่ 67 เมื่อพวกเขาได้ฟรีคิกทางซ้าย บอลเปิดเข้าไปโดนสกัดลอยโด่ง ฟรองซัวส์ โอมัม บียิก ได้เทกตัวโขกกดลงพื้น เนรี่ ปุมปิโด้ นายทวารอาร์เจนติน่า ตะปบบอลไม่อยู่ ทะลักเข้าประตูไปเหลือเชื่อ
อาร์เจนติน่า บุกหนัก นาทีที่ 88 แคเมอรูน ต้องทำทุกทางเพื่อหยุดยั้งการพาบอลควบขึ้นมาของ เคลาดิโอ คานิกเกีย หนนี้เป็นเบนฌาแม็ง มาสแซ็ง ที่กระโดดใส่ทั้งตัว และแน่นอน มันเป็นใบแดง
อย่างไรก็ตาม 9 คนของแคเมอรูน ก็สามารถยันสกอร์นำ 1-0 ไว้ได้จนจบเกม มันเป็นชัยชนะของทีมเล็กๆ จากแอฟริกาที่โดนมองข้าม


 
ก่อนเกม นักเตะแคเมอรูนบางส่วน ไม่มั่นใจว่าจะรับมือกับ อาร์เจนติน่า ที่มีมาราโดน่า อยู่หรือเปล่า แต่สุดท้ายพวกเขาทำได้
ยุคนั้น นักข่าว สื่อ คนนอก ไม่ได้มีข้อมูลให้ศึกษาได้ง่ายเหมือนทุกวันนี้ มันเลยเกิดคำถามจากสื่อยุโรป ที่ถามกับทีมแคเมอรูน เอาไว้อย่างไม่น่าเชื่อ
"เราเกลียดมากเมื่อพวกนักข่าวยุโรปถามเราว่า เรากินลิงอยู่ไหม หรือใช้หมอผีหรือเปล่า? เราเป็นนักฟุตบอลที่แท้จริง และเราพิสูจน์ให้เห็นแล้วคืนนี้"
"ไม่มีใครคิดว่าเราจะทำอะไรในเกมนี้เมื่อเจอกับมาราโดน่าได้ แต่เรารู้ว่าเราทำได้" ฟรองซัวส์ โอมัม บียิก ฮีโร่ผู้พังประตูชัยกล่าว
มีการพูดถึงการเล่นแรงของนักเตะแคเมอรูน เซ็ปป์ แบล็ตเตอร์ ซึ่งนั่งเป็นเลขานุการของฟีฟ่า ถึงกับออกมาแสดงความผิดหวังการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน
อย่างไรก็ตาม คนที่มีน้ำใจนักกีฬาที่สุด หาใช่ใครไม่ แต่เป็น "เสือเตี้ย" มาราโดน่า นั่นเอง
"ผมไม่คิดว่าพวกเขามีเจตนาที่จะอัดเราให้เจ็บเพื่อชนะเกมหรอก ผมไม่สามารถเถียงได้ และผมไม่สามารถหาข้ออ้างได้ ถ้าแคเมอรูนชนะ มันเป็นเพราะพวกเขาคือทีมที่ดีกว่า"
ไม่เพียงเท่านั้น มาราโดน่า ยังปล่อยมุก กระทบชิ่งไปถึงคนอิตาเลี่ยนเจ้าภาพอีกต่างหาก
"ผมเป็นคนรักษาการเหยียดผิวของชาวอิตาเลี่ยนนะ เพราะทั้งสนามตะโกนเชียร์แคเมอรูนใหญ่เลย มันดีใช่ไหมล่ะ?"
ที่มาราโดน่า เอ่ยแบบนั้นก็เพราะเกมนี้เตะที่ ซาน ชิโร่ ซึ่งในการชิงชัยสคูเด็ตโต้ ฤดูกาลที่เพิ่งจบไป นาโปลี ของเขาเบียดเข้าป้ายเป็นแชมป์ ด้วยการมีแต้มมากกว่า เอซี มิลาน 2 คะแนน
นั่นหมายความว่า อาร์เจนติน่าของ มาราโดน่า คือคู่แข่งของแฟนบอลส่วนใหญ่ในสนามวันนั้นนั่นเอง
ในเกมต่อมา อาร์เจนติน่า เอาชนะโซเวียต 2-0 และเสมอโรมาเนีย 1-1 เข้ารอบไปได้


 
ขณะที่ แคเมอรูน ก็เอาชนะโรมาเนีย 2-1 จากการเหมา 2 ประตูของ โรเจอร์ มิลล่า ที่ลงมาเป็นตัวสำรองอีกครั้ง และนั่นทำให้เขาเป็นนักเตะอายุเยอะสุดที่ทำประตูได้ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ด้วยวัย 38 ปี
แม้ว่าเกมสุดท้าย แคเมอรูน จะแพ้โซเวียต 4-0 แต่แต้มก็มากพอที่จะทำให้พวกเขาเข้ารอบเป็นแชมป์กลุ่ม
ทีมหมอผีแคเมอรูน หรือฉายาจริง สิงโตทรหด ยังได้ผลงานของ โรเจอร์ มิลล่า ที่ทำคนเดียวอีก 2 ประตูในการต่อเวลาพิเศษ เอาชนะโคลอมเบียไป 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย
มันน่าเสียดายตรงที่เกมรอบ 8 ทีมพวกเขาไปถึงต่อเวลาอีกครั้ง แต่หนนี้ โดนทีเด็ดของ แกรี่ ลินิเกอร์ ยิงจุดโทษให้อังกฤษเอาชนะไป 3-2
ส่วนอาร์เจนติน่า พวกเขามีเกมที่เป็นรองบราซิลในรอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ทีเด็ดของ มาราโดน่า และ คานิกเกีย ก็พลิกสถานการณ์ให้พวกเขาเอาชนะไป1-0
จากนั้นก็ดวลจุดโทษชนะ ยูโกสลาเวีย และเจ้าภาพอิตาลี ทั้ง 2 รอบ ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าพวกเขาโดนเยอรมันตะวันตกล้างแค้น จบเพียงรองแชมป์เท่านั้น
สำหรับ โรเจอร์ มิลล่า จากที่เลิกเล่นทีมชาติไปแล้ว โดนขอให้กลับมาช่วยชาติ เขาก็ยังเล่นต่อแม้จะจบฟุตบอลโลก 1990 ไปแล้ว
โรเจอร์ มิลล่า มาสร้างชื่ออีกครั้งในฟุตบอลโลก 4 ปีต่อมาใน USA94
เขาทำประตูให้แคเมอรูนได้ ในเกมแพ้รัสเซีย 1-6 นั่นทำให้เขาทำลายสถิติของตัวเอง กลายเป็นนักเตะที่อายุเยอะสุดที่ลงเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย (เพิ่งโดน ฟาริด มอนดราก้อน ของโคลอมเบียทำลายในปี 2018) และเป็นนักเตะอายุเยอะสุดที่ทำประตูได้ด้วยวัย 42 ปี

เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment