breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" เมื่อลิเวอร์พูลไม่ยอมซื้อคันโตน่า "

อัพเดตเมื่อ : February 13, 2022 6:50pm โดย : admin

ความผิดพลาดของลิเวอร์พูล ในเชิงการบริหารและการตัดสินใจเรื่องฟุตบอลในช่วงรอยต่อระหว่าง 80s-90s ทำให้พวกเขาร้างแชมป์ลีกมานาน 30 ปี
ระหว่างช่วงเวลาเหล่านี้ แน่ล่ะว่าพวกเขาได้แชมป์บอลถ้วยเป็นระยะๆ แต่สิ่งที่หล่อเลี้ยงแฟนบอลเอาไว้คือความหวังที่จะกลับมาผงาดเป็นแชมป์อังกฤษให้ได้อีกครั้ง
กว่าที่หงส์แดงจะได้สยายปีกเต็มภาคภูมิอย่างในช่วง 2-3 ปีหลัง พวกเขาก็ผ่านช่วงเวลากระเสือกกระสน หาความชัดเจนไม่เจอมาก่อน
หลังความยิ่งใหญ่ของ บ็อบ เพสลี่ย์ ส่งต่อมาที่ โจ เฟแกน และมาถึงมือของ เคนนี่ ดัลกลิช
เมื่อ ดัลกลิช อำลาตำแหน่ง รอนนี่ มอแรน คุมทีมชั่วคราว แล้วส่งไม้ต่อให้กับ แกรม ซูเนสส์ ในเดือนเมษายนปี 1991
หลายคนเชื่อว่าช่วงเวลานั้นเองคือช่วงขาลงของ "เดอะ เร้ด แมชชีน" ที่เคยเกรียงไกรในยุค 80s แล้ว


 
หนวดหิน ซูเนสส์ ก็เคยเป็นหัวใจหลักในแดนกลางของลิเวอร์พูล เขาเป็นมิดฟิลด์ขาลุย เล่นหนัก พร้อมบวก แต่ก็มีทักษะฟุตบอลที่ดี เบสิคฟุตบอลแน่น และมีความเป็นผู้นำ
ซูเนสส์ ย้ายออกจากลิเวอร์พูลไปเล่นในอิตาลีกับซามพ์โดเรีย และปลายอาชีพก็กลับสก็อตแลนด์บ้านเกิดมาเล่นกับ เรนเจอร์ส
ที่ ไอบร็อกซ์ พาร์ค เขาเป็นทั้งนักเตะ/ผู้จัดการทีม ของ เรนเจอร์ส และเขาสามารถนำเรนเจอร์ส กวาดแชมป์สก็อตติช พรีเมียร์ลีก ได้ถึง 3 สมัย และสก็อตติช ลีก คัพ อีก 4 สมัย
ในฐานะคนที่เคยเป็นเด็กหงส์มาก่อน รู้จักสโมสรดี และมีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันจับต้องได้ ซูเนสส์ กลายมาเป็นนายใหญ่แห่งแอนฟิลด์แทนที่ "คิง เคนนี่"
ตอนนั้น ซูเนสส์ ยังหนุ่มแน่น อายุเพียง 38 ปีเท่านั้น แต่เขาก็ต้องเผชิญกับปัญหาหลายอย่างทีเดียว
เขามองว่าห้องแต่งตัวไม่มีความเป็นหนึ่งเดียว นักเตะบางคนสร้างปัญหา เขาก็ต้องหาทางทำให้เกิดเสถียรภาพในทีมก่อน
ฤดูกาลแรกแบบเต็มตัวที่ ซูเนสส์ คุมทีมคือปี 1991/92
ในฟุตบอลยุโรปปีนั้น ลิเวอร์พูล ได้เล่นในยูฟ่า คัพ และพวกเขาต้องเจอกับ โอแซร์ ทีมจากฝรั่งเศสในรอบ 2 ซึ่งเตะกันช่วงปลายเดือนตุลาคม 1991 และต้นเดือนพฤศจิกายน 1991
"ตอนผมเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลและเราเจอโอแซร์ ในคัพ วินเนอร์ส คัพ (Fact : จริงๆคือ ยูฟ่า คัพ) เราออกไปแพ้ 0-2 เรากลับมาที่บ้านเอาชนะพวกเขา 3-0" ซูเนสส์ เริ่มเล่าถึงความหลัง
"หลังจบเกม เทอร์รี่ ลิตเติ้ลวูด ซึ่งเคยดูแลเลาน์จของนักเตะและเลาน์จของผม ในเรื่องความปลอดภัย เขาก็เดินมาเคาะประตูห้องผมแล้วบอกว่ามีเพื่อนคุณรออยู่ด้านนอกคนนึง เขาเป็นเพื่อนสนิทของคุณน่ะ เขาอยากคุยกับคุณ"
"ผมบอก 'ใครกันล่ะ?' เขาตอบว่า 'มิเชล พลาตินี่ น่ะครับ' คือไม่ใช่เพื่อนสนิทของผมแน่ หนเดียวที่ผมได้เผชิญหน้ากับเขาก็แค่ตอนที่ผมดวลกับเขาตอนที่ผมยังเล่นในอิตาลี"
"เขาก็เข้ามาในห้องและบอกผมว่า 'ผมมีนักเตะมาเสนอให้คุณคนนึง เขาเป็นปัญหาในฝรั่งเศสเลยหละ แต่เขามีพรสวรรค์จริงๆ และเขาเหมาะกับสโมสรของคุณที่สุด'"
"ผมบอกว่า 'คืองี้นะมิเชล ผมกำลังพยายามดับไฟอยู่ในตอนนี้ ผมพยายามเขี่ยพวกที่หัวดื้อออกไปอยู่ ผมต่อกรกับห้องแต่งตัวอยู่ สิ่งสุดท้ายที่ผมต้องการคือนักเตะที่อาจทำความยุ่งเหยิงนี่แหละ' "


 
นักเตะที่ มิเชล พลาตินี่ เสนอให้ลิเวอร์พูลซื้อตัวมาเล่นก็คือ เอริค คันโตน่า
พลาตินี่ ในเวลานั้นเขาเป็นกุนซือทีมชาติฝรั่งเศส และเขาชื่นชอบในฝีเท้าของ ก็องโต้ อย่างมาก
เพียงแต่มันเป็นช่วงที่ไม่ดีเอาเสียเลยเพราะ คันโตน่า มีเรื่อง มีปัญหา ย้ายไปไหนในฝรั่งเศสก็มีแต่ทำให้เกิดความยุ่งเหยิง
นโปเลียนลูกหนังรู้ดีว่า คันโตน่า คงเล่นในฝรั่งเศสไม่ได้แน่ การย้ายมาอังกฤษอาจเป็นทางออกที่ดีสำหรับตัวนักเตะ ที่จะได้มีเกมเล่นต่อเนื่อง
เพียงแต่ ซูเนสส์ ก็ปฏิเสธโอกาสที่จะเซ็นกับ เอริค คันโตน่า ไป เมื่อมองแล้วว่าบุคลิกอย่างนี้ อาจนำมาซึ่งปัญหาในห้องแต่งตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่เขายังปวดหัวแก้ไม่ตกอยู่เลย
จากการพูดคุยครั้งนั้นมาอีก 2 เดือน ในเดือนมกราคม 1992 เอริค คันโตน่า ก็เซ็นกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่ซึ่งเขาช่วยทีมยูงทองคว้าแชมป์ได้สำเร็จ
ตัดกลับมาที่ลิเวอร์พูล อีก 1 เดือนให้หลัง คือกุมภาพันธ์ 1992 แกรม ซูเนสส์ ก็ซื้อนักเตะมาเสริมทีมจนได้
ไม่ใช่ดาวดังจากทีมในภาคพื้นทวีปยุโรป แต่เป็นนักเตะจากดันเฟิร์มลิน สโมสรในสก็อตติช ลีก นามว่า อิสต์วาน คอซม่า ด้วยค่าตัว 300,000 ปอนด์
ซูเนสส์ เคยเห็นฝีเท้าของกองกลางทีมชาติฮังการี่ รายนี้เป็นอย่างดีจากตอนที่เขาคุม กลาสโกว์ เรนเจอร์ส และเชื่อว่า คอซม่า จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมได้
อิสต์วาน คอซม่า เป็นมิดฟิลด์ที่แฟนบอลดันเฟิร์มลินชื่นชอบมาก ในทีมชุดนั้นเขาได้เล่นร่วมกับ เดวิด มอยส์ ด้วย
เพียงแต่เมื่อมาเล่นในอังกฤษ มันไม่ได้สวยหรูอย่างในสก็อตแลนด์
เขาประเดิมในฐานะตัวสำรองในเกมเอฟเอ คัพ ที่เสมอกับอิปสวิช 0-0 จากนั้นก็ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงให้ทีมในเกมลีกที่เจอกับนอริช ซิตี้
คอซม่า โดนเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 74 และลิเวอร์พูลแพ้ 0-3
กองกลางฮังการี่ รายนี้ได้เป็นตัวจริงให้ลิเวอร์พูลแค่ 3 เกม และทั้ง 3 เกมลิเวอร์พูลยิงประตูไม่ได้เลย
หนเดียวที่เขาทำผลงานได้ดีคือใน ลีก คัพ รอบ 2 เมื่อวันที่ 22 กันยายน 1992
ลิเวอร์พูล เล่นในบ้านเจอกับเชสเตอร์ฟิลด์ ทีมระดับดิวิชั่น 4 และเป็นฝ่ายตามหลังถึง 0-3!
คอซม่า ลงมาเป็นสำรองและเปิดบอลให้ รอนนี่ โรเซนธาล กับ มาร์ค ไรท์ ทำคนละประตู เกมนั้นจบที่ 4-4
ด้วยความที่แทบไม่ได้ลงเล่น ทำให้ในปีต่อมาเขาไม่สามารถต่อใบอนุญาตการทำงานหรือเวิร์ค เพอร์มิตได้ ในที่สุดก็ถูกปล่อยออกจากทีมในซัมเมอร์ปี 1993
เขาย้ายกลับไปอุจเปสต์ ทีมดังในบ้านเกิดและสร้างชื่อขึ้นมาได้อีกครั้งที่นั่น
รวมแล้ว อิสต์วาน คอซม่า อยู่กับลิเวอร์พูลปีครึ่ง ลงเล่นไปแค่ 10 นัดในทุกรายการ


 
ตรงกันข้ามกับ เอริค คันโตน่า หลังจากช่วยลีดส์ คว้าแชมป์ ก็ย้ายไปเป็นตำนานที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
"แน่นอน เอริค ก็มาที่นี่ทดสอบฝีเท้ากับ เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ และจากนั้นก็เซ็นกับลีดส์ และที่เหลือคือประวัติศาสตร์ เมื่อเขาย้ายไปยูไนเต็ด มันเป็นทีมหนุ่ม มีนักเตะอายุน้อยที่ต้องการใครสักคนแบบเขาเพื่อจะได้ดูเป็นแบบอย่าง ผมคิดว่า เอริค คือหนึ่งในนักเตะแบบที่ว่านี้"
ซูเนสส์ เอ่ยถึงเหตุการณ์หลังจากที่เขาไม่ได้เซ็นกับหัวหอกรายนี้
มองในมุมของ ซูเนสส์ ณ เวลานั้น เขาไม่ต้องการเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้ห้องแต่งตัวมันยุ่งยากไปมากกว่าเดิม ซึ่งก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล
ไม่มีใครกล้าการันตีว่า ก็องโต้ ย้ายมาหงส์แดงแล้วจะประสบความสำเร็จ ลิเวอร์พูลจะยิ่งใหญ่
เพียงแต่เมื่อมองย้อนไป คงมีข้อสงสัยว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างหากพวกเขาตัดสินใจเซ็น เอริค คันโตน่า มาร่วมทีม
ประวัติศาสตร์ฟุตบอลน่าจะเปลี่ยนโฉมไปมหาศาลเลยทีเดียว ไม่เพียงแค่ ลิเวอร์พูลทีมเดียว แต่นั่นมันจะกระทบชิ่งไปถึง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยอย่างแน่นอน

เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment