breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" ไอ้เด็กเวย์น ยูโร2004 "

อัพเดตเมื่อ : February 15, 2022 6:07pm โดย : admin

ใน Amazon Prime ล่าสุดมีสารคดีของ เวย์น รูนี่ย์ ออกฉายตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
มีหลากหลายเรื่องราวตลอดอาชีพการเป็นนักเตะของ รูนี่ย์ ที่แฟนบอลยังจดจำได้เป็นอย่างดี
เขาโด่งดังขึ้นมาตั้งแต่อายุ 16 ปีเศษ ในฤดูกาล 2002/03 แจ้งเกิดด้วยลูกยิงไกลปิดวิญญานช่วยเอฟเวอร์ตันเอาชนะอาร์เซน่อล
จากนั้นชื่อของ "เวย์น รูนีย์" ในอังกฤษ กลายเป็นเด็กเทพคนใหม่ ถูกยกไปเทียบกับ ไมเคิ่ล โอเว่น ตอนดาวรุ่งหรือ โกลเด้นบอย คนใหม่ของอังกฤษ
ถัดมา ก็เริ่มติดทีมชาติชุดใหญ่ โดย รูนี่ย์ ไม่เคยเล่นให้ทีมชุด ยู-21 ของอังกฤษเลยแม้แต่นัดเดียว เรียกว่าก้าวกระโดดด้วยผลงานกับสโมสร
ทุกคนรู้กันว่าก้าวย่างสำคัญของ รูนี่ย์ คือการย้ายจากเอฟเวอร์ตัน มาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในซัมเมอร์ปี 2004 หลังจากจบยูโร 2004 ได้ไม่นาน
เฟอร์กี้ ซื้อรูนี่ย์ มาทั้งที่ยังไม่ฟิตสมบูรณ์ด้วยซ้ำ เขาเจ็บมาจากยูโร ซึ่งหลายคนมองว่า หากเขาไม่เจ็บ อังกฤษสามารถไปได้ไกลในทัวร์นาเมนต์นั้น


 
ถามว่าทำไม การไม่มีดาวรุ่งอายุ 18 ปีคนเดียวส่งผลต่ออังกฤษขนาดนั้นเลยหรือ? คำตอบคือ "ใช่"
ไม่มีใครคาดคิดว่า รูนี่ย์ จะเปรี้ยงปร้างขนาดนั้น แต่ที่แฟนบอลทั้งโลกได้เห็นไอ้เด็กห้าวคนนี้ ลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ครั้งแรกในชีวิต ด้วยวัยแค่นั้น
มันพาลทำให้นึกถึง เปเล่ ในฟุตบอลโลก 1958, นึกถึง ไมเคิ่ล โอเว่น ในฟุตบอลโลก 1998
สิ่งที่ สเวน โกรัน อีริคส์สัน ให้สัมภาษณ์หลังอังกฤษเตะรอบแบ่งกลุ่มจบทั้ง 3 นัดก็คือ
"ผมจำไม่ได้ว่ามีนักเตะคนไหนสร้างอิมแพ็กท์ได้ขนาดนี้นับแต่เปเล่ ในฟุตบอลโลก 1958 รูนี่ย์ยอดเยี่ยมจริงๆ ไม่ใช่แค่ยิงประตู แต่เขาเล่นฟุตบอลดีด้วย เขาเป็นนักฟุตบอลที่ครบเครื่อง"
ถ้าใครยังจำ รูนี่ย์ เล่นในยูโร 2004 ได้ คำพูดของ สเวน ไม่เกินเลยแต่อย่างใด
อังกฤษอยู่ร่วมกลุ่มกับ โครเอเชีย, ฝรั่งเศส และสวิตเซอร์แลนด์
แม้จะมีนักเตะดังเต็มทีม แต่อังกฤษยังโดนหมางเมินในทัวร์นาเมนต์สำคัญเช่นเดิม เพราะ ไม่มีใครคิดว่าอังกฤษคือ Real contender สำหรับการคว้าแชมป์
ไม่เหมือนพวก ฝรั่งเศส, เยอรมัน, ฮอลแลนด์, อิตาลี หรือแม้แต่สาธารณรัฐเช็ก ที่แข็งโป๊กในตอนนั้น
เกมแรกของอังกฤษก็เจอของแข็งเลย นั่นก็คือฝรั่งเศส แชมป์เก่าจากยูโร 2000 ที่นำโดย ซีเนดีน ซีดาน, ปาทริค วิเอรี่, เธียร์รี่ อองรี, ดาวิด เทรเซเก้ต์, โรแบร์ ปิแรส
อังกฤษให้ เวย์น รูนี่ย์ เป็นตัวจริงทันที คู่กับ ไมเคิ่ล โอเว่น
ก่อนเกม เมื่อ ลิลิย็อง ตูราม ปราการหลังทีมชาติฝรั่งเศส ซึ่งถือว่าเป็นกองหลังระดับท็อปของโลก แม้เวลานั้นจะอายุ 32 ปีแล้วก็ตาม เขาถูกสัมภาษณ์เกี่ยวกับ รูนี่ย์ ซึ่งถือว่าถูก Hype มากๆ อยู่ในอังกฤษ
"ผมสงสัยว่า รูนี่ย์ จะช่วยอังกฤษได้มากแค่ไหน เขายังอายุน้อยมาก น้อยเกินไปสำหรับการแข่งขันที่หนักอย่างนี้ เขาขาดประสบการณ์ในระดับทีมชาติ ดังนั้นสำหรับอังกฤษในการจะพึ่งพาเขาให้ยิงประตู มันอันตรายเกินไป"
"รูนี่ย์ ไม่ใช่ไมเคิ่ล โอเว่น ซึ่งเป็นนักเตะที่ทำได้ดีกว่ามากในการประเดิมทีมชาติอังกฤษ ดาวรุ่งเอฟเวอร์ตันรายนี้เก่งนะ แต่เขาไม่ใช่เปเล่"
นี่คือการให้สัมภาษณ์ของ ตูราม ที่เหมือนเป็นการดูถูก รูนี่ย์ อยู่ในที
เกมนั้นออกสตาร์ทมา ทุกคนได้เห็นเด็ก 18 ที่ห้าวเกินตัว เจอกับเหล่าแชมเปี้ยนอย่างฝรั่งเศสโดยไม่กลัว


 
ตูราม เจอเข้าไปตั้งแต่หัววัน รูนี่ย์ วิ่งเข้าชาร์จใส่จนลงไปนอนหงาย เป็นการเปิดใส่รุ่นใหญ่ก่อนเลย
"การให้สัมภาษณ์นั่นมันติดอยู่ในหัวผม" รูนี่ย์ ยอมรับในภายหลังว่าการสัมภาษณ์ของ ตูราม ทำให้เขายิ่งกระหายเต็มที่
แฟรงค์ แลมพาร์ด พาอังกฤษออกนำก่อน 1-0 ในครึ่งแรก มันเป็นเกมที่อังกฤษเล่นได้ดีมากๆ เมื่อเทียบว่าเจอคู่แข่งอย่างฝรั่งเศส
รูนี่ย์ พล่านไปทั่วด้วยพลัง ความเร็ว และทักษะ เขาแตะหลอก โรแบร์ ปิแรส นิ่มๆ วิ่งไปพักบอลแล้วทำท่ามาราโดน่าเทิร์น หนี ซีดาน จนซีดาน ต้องพยายามเสียบสกัดแต่ก็เอาไม่อยู่
และช็อตสำคัญมาถึงในนาทีที่ 72 เมื่ออังกฤษเตะหวดยาวจากแดนตัวเองขึ้นมา รูนี่ย์ ฉีกไปด้านซ้าย กระดกข้ามหัว ตูราม แล้วเบียดชนะก่อนสปีดหนีไปดื้อๆ เข้าเขตโทษไปโดน ซิลแวสต์ร เสียบล้มในเขตโทษ
อังกฤษได้จุดโทษ พวกเขามีโอกาสเอาชนะฝรั่งเศส  แต่ทว่ากัปตันทีมอย่าง เดวิด เบ็คแฮม ยิงไม่เข้า
ผลสุดท้าย อังกฤษก็โดนค่อนขอดว่าเจอทีมใหญ่แล้วก็ไปไม่เป็นเหมือนเดิม
พวกเขามาโดน ซีดาน ตีเสมอในนาทีที่ 90+1 เท่านั้นไม่พอ แทนที่จะได้สักแต้ม แต่นาที 90+3 มาเสียจุดโทษ และเป็น ซีดาน ที่สังหารไม่พลาด ช่วยฝรั่งเศสแซงชนะ 2-1
เกมต่อมา อังกฤษเจอสวิตเซอร์แลนด์ มันคือเกมแจ้งเกิดของ รูนี่ย์ อย่างแท้จริง
เขาประเดิมประตูแรกด้วยการเทกตัวโหม่งลูกเปิดของ ไมเคิ่ล โอเว่น เข้าไปในนาทีที่ 23 จากนั้นนาทีที่ 75 สปีดขึ้นมาเอาบอลทางด้านซ้ายหน้าเขตโทษแล้วแต่งหาช่องหลอกยิงยัดเสาแรกทันที
บอลพุ่งชนเสา เยิร์ก ชตีล นายด่านสวิส พุ่งปัดแต่จังหวะนรกเพราะบอลเด้งเสามาโดนหัวเขาเข้าประตูไป
รูนี่ย์ ทำคนเดียว 2 ประตูในเกมที่ทำให้ทั้งโลกรู้จักเขามากขึ้น ก่อนที่เจอร์ราร์ด จะมาฝังเป็น 3-0
เยิร์ก ชตีล นายทวารของ สวิตเซอร์แลนด์ กล่าวถึง เวย์น รูนี่ย์ ที่เขาได้สัมผัสตัวเป็นๆ ในเกมวันนั้นเอาไว้แบบนี้
"เวย์น รูนี่ย์ ยังไม่ดังขึ้นมาจริงๆ จังๆ ตอนนั้น เราคุยกันถึง เดวิด เบ็คแฮม และคนอื่นๆ นั่นคือพวกนักเตะที่คุณรู้จักดี"
"ตอนที่เราเล่นเจออังกฤษ รูนี่ย์ยังเป็นวัยรุ่นอยู่เลย แต่หลังจากเกมกับเรา รูนี่ย์เป็นที่รู้จักทั่วทั้งโลก"
 
"เขาเป็นนักเตะที่เล่นดุดันจริงๆ ผมจำได้มีช็อตนึงที่บอลวางยาวมา ผมออกมาหาบอลแล้วเขาทิ้งเท้าขวาใส่ผมเลย ผมแบบ 'ไอเชี่ยนี่!'"
"แต่เขาเป็นแบบนั้นเองแหละ นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาเป็นเขา เขามีเทคนิคดี เขาเร็ว และผมจำได้ว่าประตูที่ 2 เขาทะยานเติมขึ้นมาแล้วยิงบอลเด้งหัวผมเข้าด้วย"
 
"ผมไม่ใช่คนแบบที่จะคิดมากนักเกี่ยวกับทีมอื่นๆ หรือว่านักเตะคนไหนที่พวกเขามี เบ็คแฮม, เจอร์ราร์ด, ซีดาน, ต็อตติ มันไม่สำคัญ นักเตะคนเดียวไม่เคยเป็นประเด็นสำหรับผม แต่หลังเกมนี้ ผมรู้ดีเลยว่า เวย์น รูนี่ย์ คือใคร"
เกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มคือบทพิสูจน์ เพราะต้องเจอกับโครเอเชีย ของแข็ง ซึ่งเสมอฝรั่งเศสมาได้ 2-2 ในนัดก่อน
โครเอเชีย นำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 5 จากนิโก้ โควัช แต่นาทีที่ 40 รูนี่ย์ ก็โชว์เซนส์บอล เมื่อตามเข้าเขตโทษไปโหม่งบอลไปตรงเสาสองให้ พอล สโคลส์ โฉบมาจากด้านหลังทิ้งตัวขวิดบอลตีเสมอเป็น 1-1
เท่านั้นไม่พอ ทดเจ็บครึ่งแรกอังกฤษก็แซงนำ 2-1 สโคลส์ จิ้มบอลมาถึง รูนี่ย์ ไอ้เด็กนรกแต่งบอลแล้วกระหน่ำเต็มข้อจาก 25 หลา บอลพุ่งเสียบตาข่ายหมดจด
นาทีที่ 68 รูนี่ย์ ทำชิ่งกับ โอเว่น แล้วหลุดเดี่ยวจากเกือบกลางสนาม ลากบอลเข้าไปยิงผ่านมือนายด่านโครแอตแบบเลือดเย็น ให้อังกฤษหนี 3-1
เด็กคนนี้ทำไปแล้ว 4 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ใน 3 เกมแรกบนเวทีใหญ่ครั้งแรกของตัวเอง ขณะที่อายุ 18 ปีเท่านั้น
อังกฤษทุบโครแอตเกมนี้ไป 4-2 พวกเขาผ่านเข้าไปเจอกับเจ้าภาพโปรตุเกส  ที่มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยืนทางปีกซ้าย ซึ่งอีกเดือนต่อมา ทั้งคู่จะได้ร่วมทีมเดียวกันที่แมนเชสเตอร์
อังกฤษที่กำลังคึกสุดขีด มิดฟิลด์อย่าง เจอร์ราร์ด, แลมพาร์ด, สโคลส์ พร้อมทำประตูได้ทุกคน มี เบ็คแฮม เป็นตัววางบอล ฟรีคิก
ด้านหน้าอาศัยความเจนจัดของ โอเว่น และที่เหนือสิ่งอื่นใด ความสดใหม่ที่ทำให้ทุกคนคึกคึกคือ เวย์น รูนี่ย์


 
น่าเสียดาย เกมผ่านไปแค่ 27 นาที รูนี่ย์ ก็โดน จอร์ช อันดราเด้ ปราการหลังเจ้าภาพย่ำเข้าให้ จนผลปรากฎในภายหลังว่ากระดูกเท้าแตก
รูนี่ย์ ต้องเปลี่ยนตัวออกทันที และอังกฤษก็ดูเหมือนจะขาดสีสันลงไปถนัดตา พวกเขายื้อกับโปรตุเกสไปจนถึงจุดโทษ หลังเสมอ 2-2 ใน 120 นาที
และอีกครั้งที่จุดโทษทำพิษกับพวกเขา อังกฤษแพ้ 5-6 ตกรอบอย่างน่าเจ็บใจ
อังกฤษตกรอบก็จริง แต่อนาคตสดใส เพราะนักเตะพลังหนุ่มกำลังคึกคักเต็มที่ และพวกเขามีเพชรน้ำเอกที่เรียกได้ว่าเป็นของจริงอย่าง เวย์น รูนี่ย์
พวกเขาฝันถึง ฟุตบอลโลก 2006 และยูโรในครั้งต่อๆ ไป เวย์น รูนี่ย์ คือฝันร้ายของคู่แข่งแน่นอน
น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ผลงานทีมชาติของ รูนี่ย์ ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ไม่เคยเปรี้ยงปร้างได้อย่าง ยูโร 2004 อีกเลย
ส่วนใหญ่ มาจากจังหวะที่ผิดพลาดเสมอ
ก่อนฟุตบอลโลก 2006 เพียง 2 เดือน รูนี่ย์ บาดเจ็บเท้าอีกครั้งในการรับใช้ต้นสังกัดแมนฯ ยูไนเต็ด
อังกฤษเร่งฟื้นฟูร่างกายเขาเต็มที่ สุดท้าย รูนี่ย์ ก็ติดทีมไป แต่ไม่อยู่ในสภาพเต็ม 100 เขายิงไม่ได้เลย และมาเป็นแพะ เพราะโดนไล่ออก ในเกมกับโปรตุเกสอีกต่างหาก เกมที่ทำให้อังกฤษตกรอบด้วยการดวลจุดโทษเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ 2 ติดต่อกัน
ยูโร 2008 รูนี่ย์ พีคสุดในอาชีพทั้งประสบการณ์และร่างกาย ในวัย 23 ปี แต่อย่างที่ทุกคนทราบ สตีฟ แม็คลาเรน ดันทำทีมตกรอบคัดเลือก แพ้คาเวมบลีย์ต่อโครเอเชีย 2-3 ในนัดสุดท้ายซึ่งชี้ชะตาการผ่านเข้ารอบ  ซึ่งในเกมกับโครแอต รูนี่ย์ ได้รับบาดเจ็บ ไม่ได้มีส่วนช่วยทีมด้วย หากมีเขา อังกฤษอาจจะไม่แพ้ และทำให้รูนี่ย์ อดไปโชว์ตัวในรอบสุดท้าย
ฟุตบอลโลก 2010 รูนี่ย์ โดนเพ่งเล็งว่าผลงานไม่ดี จริงๆ ในยุคของ ฟาบิโอ คาเปลโล่ อังกฤษก็เล่นไม่น่าประทับใจอยู่แล้ว แถมเป็นช่วงที่กองหน้าขาดแคลน คาเปลโล่ ต้องใช้งาน เอมิล เฮสกีย์ เป็นกองหน้าตัวเป้าคู่กับ รูนี่ย์ อังกฤษตกรอบโดย รูนี่ย์ ทำประตูไม่ได้เลย
ยูโร 2012 รูนี่ย์ ไปโดนไล่ออกในเกมรอบคัดเลือกนัดสุดท้ายกับมอนเตเนโกร แบบที่หลายคนมองว่าไม่น่าแดง นั่นทำให้เขาโดนแบน 2 นัดแรกของ ยูโรรอบสุดท้าย
เขากลับมาลงเจอ ยูเครน ในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม และทำประตูชัยให้ทีมชนะ 1-0 ได้ทันที เป็นการสิ้นสุดการรอคอย ทำประตูในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ของเขาตั้งแต่ยูโร 2004
เกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย อังกฤษพ่ายให้กับอิตาลี ในการดวลจุดโทษ ในเกมที่ 120 นาทีอังกฤษเป็นรองชัดเจน รูนี่ย์ ยิงจุดโทษของตัวเองเข้า สื่ออังกฤษโจมตีเขาอีก คาเปลโล่ ก็ซ้ำด้วยการบอกว่า รูนี่ย์ เล่นดีแต่กับแมนฯ ยูไนเต็ด
ฟุตบอลโลก 2014 ในยุคของ รอย ฮ็อดจ์สัน แท็คติกเปลี่ยนไป เขาไม่ใช่กองหน้าตัวหลักของทีมอีกแล้ว ในวัย 28-29 รูนี่ย์ โดนถ่างไปเล่นริมเส้นบ้าง เล่นหน้าต่ำบ้าง และในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มก็โดนดร็อปเป็นเพียงตัวสำรอง
แน่นอน รอย ฮ็อดจ์สัน ทำอังกฤษได้ห่วยแตก แพ้อิตาลี แพ้อุรุกวัย และเสมอคอสตาริก้า 0-0 ตกรอบแรกแบบสบายๆ


 
หลังจากนั้น รูนี่ย์ กลายเป็นกัปตันทีมชาติต่อจาก สตีเว่น เจอร์ราร์ด โดยที่ รอย ฮ็อดจ์สัน ยังคงอยู่
เขานำทีมลุยยูโร 2016 ที่ฝรั่งเศส เขาทำได้ 1 ประตู ในเกมที่ควรจะชนะสบายๆ แต่สุดท้ายพลิกแพ้ไอซ์แลนด์ 1-2 อย่างที่เรารู้กัน
ต่อมา รูนี่ย์ ประกาศอำลาทีมชาติในเดือนสิงหาคม 2017 ปิดโอกาสในการไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย  ทิ้งผลงาน 120 นัด 53 ประตู เป็นดาวยิงตลอดกาลของทัพสิงโตคำราม
นับจาก ยูโร 2004 แล้วแทบทุกทัวร์นาเมนต์ต่อมา รูนี่ย์ แทบไม่เคยอยู่ในจุดที่เขาพร้อมเต็มที่ที่จะแสดงศักยภาพเลย
นั่นทำให้ เวย์น รูนี่ย์ กับ ยูโร 2004 เป็นสุดยอดภาพจำของแฟนบอลสิงโตคำรามอย่างแท้จริง

เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment