breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

"จากทหารนาซีสู่มือกาวแมนฯ ซิตี้"

อัพเดตเมื่อ : February 27, 2022 5:36pm โดย : admin

แฟนบอลแมนฯ ซิตี้ เพิ่มขึ้นมากในช่วง 10 ปีมานี้จากการลงทุนของกลุ่มอาบู ดาบี และความสำเร็จที่ตามมา
ถามว่าใครรู้จัก เบิร์ต เทราท์มันน์ บ้าง?
หลายคนรู้จักดี เพราะศึกษาประวัติศาสตร์สโมสรที่ตัวเองชื่นชอบ แต่หลายคนก็อาจไม่รู้จัก
ขณะนี้ความวุ่นวายของโลกกำลังเกิดขึ้นซึ่งอาจกลายเป็นชนวนสงครามที่ขยายวงกว้าง
เราเคยผ่านตากับเรื่องราวของฟุตบอลที่ไปเกี่ยวพันกับฟุตบอลหลายครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่านักฟุตบอลเอง ก็อาจเคยผ่านการเป็นทหาร รับใช้ชาติบ้านเมืองของพวกเขาในสงครามมาก่อน
เบิร์ต เทราท์มันน์ ก็เช่นกัน เขาคือนายทวารระดับตำนานของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่เขาไม่ใช่คนอังกฤษ เขาคือชาวเยอรมัน ที่สำคัญ เขาเคยผ่านสงครามในฐานะทหารนาซี มาก่อน
"เบิร์ต" คือชื่อที่คนอังกฤษเรียกเขา หรือเป็นชื่อที่เขาเปลี่ยนเมื่ออยู่ที่อังกฤษแล้ว แต่เดิมทีเขาเกิดในเบรเมน, เยอรมัน ชื่อจริงคือ แบร์นฮาร์ด คาร์ล เทราท์มันน์
เด็กน้อยแบร์นฮาร์ด สนใจกิจกรรมต่างๆ มาแต่เด็ก เขาสมัครเข้าเป็นสมาชิก YMCA และสโมสรฟุตบอล เบลา อุนด์ ไวส์ (บลูแอนด์ไวท์)  เล่นฟุตบอลเป็นหลัก
ในปี 1933 ขณะอายุได้ 10 ขวบ ก็สมัครเข้าองค์กรสำหรับเยาวชนที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่โดยพรรคนาซี ชื่อว่า ยุงก์โฟล์ค (ยัง โฟล์ค) เป็นหนึ่งแขนงขององค์กรยุวชนฮิตเลอร์


 
เมื่อเติบโตขึ้นมาเขาเข้าฝึกวิชาด้านช่างยนต์ ก็พอดีกับสงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังก่อตัวขึ้น
ในปี 1941 ในวัย 18 ปี แบร์นฮาร์ด เทราท์มันน์ ก็ได้เข้าร่วมลุฟท์วัฟเฟ่อ (กองทัพอากาศ)ของเยอรมันในตำแหน่งพนักงานวิทยุ ต่อมาก็ถูกส่งไปเป็นพลร่ม ปฏิบัติภารกิจในโปแลนด์
ช่วงแรกเขาอยู่ห่างจากแดนหน้ามาก ยังไม่ค่อยได้ทำอะไรมากนัก กระทั่งเดือนตุลาคม 1941 เขาเข้าร่วมกองพลทหารราบที่ 35 ไปปฏิบัติการในดนีโปรเปตรอฟส์ค ในยูเครน
นั่นคือสมรภูมิชายแดนทางตะวันออกที่หนักมากเพราะเจอกับหน้าหนาวสุดโหด และเจอกับกองทัพโซเวียตขนานใหญ่
สุดท้ายฮิตเลอร์สั่งถอนกำลังโดยเขาเป็นหนึ่งใน 300 คนที่รอดกลับออกมาจากเดิมที่มีกำลังพลราว 1,000 นาย
ปฏิบัติการครั้งนี้ทำให้เขาได้รับเหรียญกล้าหาญกางเขนเหล็ก (Iron Cross) และเลื่อนยศมาเป็นจ่า และถูกส่งไปปฏิบัติการยังชายแดนตะวันตก ในฝรั่งเศส เพื่อยันกับการยกพลขึ้นบกของสัมพันธมิตร
ในปี 1945 เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนของกองทัพเยอรมันที่เหลือรอดจากการโดนสัมพันธมิตรปูพรมถล่มด้วยระเบิด เขาตัดสินใจหาทางกลับบ้านเกิดที่เบรเมน
ถ้าเจอทหารสัมพันธมิตรจะโดนจับไปทำอะไรบ้างก็ไม่รู้ ถ้าหนีทหารเจอทหารนาซีระดับสูง ก็โดนยิงทิ้งในข้อหาหนีทัพ เทราท์มันน์ พยายามหลีกไม่อยากเจอทั้งฝ่ายตัวเองและอริ
อย่างไรก็ตามไม่กี่วันต่อมาเขาก็โดนทหารสัมพันธมิตร 2 นายจับกุมตัวไว้ได้ที่โรงนาแห่งหนึ่ง เขาโดนเค้นข้อมูลและกลัวโดนยิงทิ้ง เขาหาจังหวะหนี แต่สุดท้ายก็ไปตกอยู่ในจับกุมของทหารอังกฤษ
เทราท์มันน์ กลายเป็นนักโทษเชลยสงคราม ถูกนำตัวมายังอังกฤษอยู่ในแคมป์ที่เอสเซ็กซ์ หลังสอบปากคำ พบว่าเขาไม่ได้ถูกบังคับเข้ากองทัพ ทำให้โดนจัดเป็นนักโทษประเภท C หมายถึงเป็นนาซีคนหนึ่ง
พบว่ากองพันของเขา 1,000 นายสุดท้ายเหลือรอดเพียง 90 คน และเขาคือหนึ่งในนั้น เขาถูกย้ายที่นอร์ธวิช และสถานะของเขาถูกลดมาเป็นนักโทษประเภท B คือ ไม่ใช่นาซี
เขาถูกส่งตัวต่อมายัง ฟอร์ท ครอสบี้ในไฮทาวน์ ใกล้กับลิเวอร์พูล ที่นี่เขาทำงานในฐานะเชลยสงคราม ตามฟาร์มต่างๆ
จากนั้นก็โอนต่อไปยังค่ายเชลยสงครามที่ 50 ใน แอชตัน อิน เมเกอร์ฟิลด์ อยู่ระหว่าง เซนต์ เฮเลนส์ กับ วีแกน (ปัจจุบันอยู่ในเขตเกรทเทอร์ แมนเชสเตอร์) และเขาก็อยู่ที่นี่จนถึงปี 1948
ระหว่างอยู่ในค่ายที่ แอชตัน อิน เมเกอร์ฟิลด์ ก็มีการแข่งขันฟุตบอลกันบ่อยครั้ง ช่วงแรกเขาเล่นเป็นนักเตะเอาท์ฟิลด์
จนกระทั่งเกมนัดหนึ่งเขาได้รับบาดเจ็บ เลยขอสลับตำแหน่งกับผู้รักษาประตู กึนเธอร์ เลือห์ร และจากนั้นเขาก็เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูมาตลอด
ด้วยชื่อ แบร์นฮาร์ด หรือสั้นๆ ว่า แบร์นด์ ไม่คุ้นเคยสำหรับคนอังกฤษ เขาเลยถูกเรียกว่า "เบิร์ต" แทนมานับแต่นั้น
ในปี 1948 ค่ายเชลยสงครามถูกยุบ เชลยสามารถกลับประเทศของตัวเองได้แต่ เบิร์ต เป็นอีกหนึ่งคนที่ปฏิเสธข้อเสนอในการกลับเยอรมัน
เขาทำงานในฟาร์มในมิลธอร์ป และจากนั้นก็ทำงานกู้ระเบิดในฮิวตัน, เมอร์ซี่ไซด์
พร้อมๆ กันนี้เขาก็เล่นฟุตบอลเป็นเรื่องเป็นราวกับสโมสร เซนต์ เฮเลนส์ ทาวน์ และเขาก็ได้แต่งงานกับ มาร์กาเร็ต ไฟรเออร์ ลูกสาวของเลขาฯสโมสร


 
ด้วยผลงานการเฝ้าประตูที่ยอดเยี่ยมของเขากับ เซนต์ เฮเลนส์  ทำให้ในปี 1949 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ติดต่อขอเซ็นสัญญาไปร่วมทีม
จากการเล่นให้ทีมระดับนอกลีก ภายในปีเดียว เบิร์ต เทราท์มันน์ ก็กลายมาเป็นนักเตะของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งขณะนั้นอยู่ใน ดิวิชั่น 1 หรือลีกสูงสุดของอังกฤษ
อันที่จริงแล้ว ในช่วงนั้นถือเป็นช่วงที่อังกฤษมีกฏ "ห้ามนักเตะต่างชาติ ที่ไม่ใช่บริติช มาเล่นในลีกฟุตบอลในบริเตน"
กฎนี้เริ่มต้นขึ้นในราวปี 1931 ซึ่งก่อนหน้านั้นในปี 1930 เฮอร์เบิร์ต แชพแมน กุนซือตำนานของอาร์เซน่อล พยายามจะเซ็นสัญญากับ รูดี้ ฮิเด้น ผู้รักษาประตูชาวออสเตรีย แต่โดนสหภาพผู้เล่นฟุตบอล และ ฟุตบอลลีก ประท้วง จนในที่สุดเกิดการออกฏ ห้ามไม่ใช่นักเตะต่างชาติ (นอกเหนือในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ในตอนนั้น) มาเล่นที่นี่
ทว่าก็มีข้อยกเว้น นั่นก็คือ หากบุคคลใด อาศัยในสหราชอาณาจักรเกินกว่า 2 ปี สามารถเล่นฟุตบอลได้ และ เทราท์มันน์ เองก็อยู่ในสหราชอาณาจักรเกิน 2 ปี ตั้งแต่ในฐานะเชลยสงคราม
การเซ็นสัญญาอดีตทหารเยอรมัน ที่เกี่ยวพันกับนาซี เข้ามาสู่ทีมในตอนแรกทำให้เกิดการประท้วงจากแฟนบอล
อย่างไรก็ตาม กัปตันทีมแมนฯ ซิตี้ ในเวลานั้นอย่าง เอริค เวสท์วูด ซึ่งตัวเขาเองก็เป็นทหารรับใช้กองทัพของพระราชินี และเป็นหนึ่งในทหารที่ผ่านสมรภูมิที่นอร์มังดี มาแล้วด้วย
เวสต์วูด ได้ออกมาประกาศว่า "ไม่มีสงครามในห้องแต่งตัว" หมายความว่า ไม่มีการแบ่งแยกอีกต่อไป นักฟุตบอลก็คือนักฟุตบอล
ในช่วงแรกเขาโดนกองเชียร์คู่แข่งตะโกนด่าอยู่เสมอ แต่ด้วยผลงานในสนามของเขาทำให้ค่อยได้รับการยอมรับทั้งจากนักเตะคู่แข่ง และกองเชียร์ในที่สุด
เบิร์ต เทราท์มันน์ ลงเฝ้าเสาให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทั้งสิ้น 15 ฤดูกาล ตั้งแต่ปี 1949 จนถึงปี 1964 รวม 545 นัด พาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ 1 สมัย
เขาเป็นเจ้าของสถิติลงเล่นให้ทีมเรือใบมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ตลอดกาล และอันดับ 2 ตลอดกาล หากนับเฉพาะเกมลีก (508 นัด)
จุดเด่นของเขาคือปฏิกิริยาที่รวดเร็ว เด่นในเรื่องการเป็น ช็อต สต๊อปเปอร์ หรือการเซฟลูกยิง แม้กระทั่ง เซอร์ แม็ทท์ บัสบี้ ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังบอกว่าเมื่อเผชิญหน้ากับ เทราท์มันน์ ให้ลูกยิงของเขาอย่าเพิ่งคิดว่าจะยิงมุมไหน ให้ยิงไปก่อนแล้วค่อยมาคิดทีหลัง


 
หลังแขวนถุงมือเลิกเล่น เขาหันมาคุมทีม เคยคุมทีมชาติพม่า, แทนซาเนีย, ไลบีเรีย, ปากีสถาน รวมไปถึงนอร์ธ เยเมน
เบิร์ต เทราท์มันน์ เสียชีวิตที่ ลา ยอซ่า ใกล้กับบาเลนเซีย ซึ่งเขาอาศัยอยู่ที่นั่นในช่วงท้าย เมื่อปี 2013 รวมอายุได้ 89 ปี

เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment