breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" ดราม่าแชมป์วินาทีสุดท้าย "

อัพเดตเมื่อ : May 18, 2022 4:31pm โดย : admin

ชาลเก้ 04 คว้าแชมป์ลีกา 2 เยอรมัน ได้เลื่อนชั้นกลับสู่ บุนเดสลีกา หลังจากพลาดท่าตกชั้นไปเมื่อปีก่อน
พูดถึงชาลเก้ แล้วก็ทำให้นึกถึงการลุ้นแชมป์ที่ระทึกที่สุดครั้งหนึ่งของวงการฟุตบอลยุโรป
ลีกใหญ่ๆ เคยผ่านการตัดสินแชมป์แบบสุดดราม่า ตื่นเต้นเหลือเชื่อมาแล้วทั้งนั้น แม้กระทั่งพรีเมียร์ ลีก เองก็เคยมีเหตุการณ์ 93:20 ของ เอล กุน ที่ยิงพา แมนฯ ซิตี้ เป็นแชมป์เมื่อปี 2012
บุนเดสลีกา เยอรมันก็เช่นเดียวกัน ย้อนไปในปี 2000/01 เคยมีเหตุการณ์ลักษณะคล้ายๆ แบบนี้เกิดขึ้น
ปีนั้น บาเยิร์น มิวนิค ของเทรนเนอร์อ็อตต์มาร์ ฮิทซ์เฟลด์ เบียดลุ้นแชมป์กับ ชาลเก้ 04 ที่มี ฮูบ สตีเฟ่นส์ คุมทีม
แชมป์หนสุดท้ายก่อนหน้านี้ของชาลเก้ คือปี 1958 ยุคที่ฟุตบอลอาชีพในเยอรมัน ยังไม่ได้ใช้ระบบลีก ยังไม่ได้ควบรวมกันเป็นบุนเดสลีกาด้วยซ้ำ (ปีแรก 1963)
ทีมราชันสีน้ำเงิน ในฤดูกาลนั้นมีทีมที่ดีมาก นายทวาร โอลิเวอร์ เร็ค กองหลังอย่าง โทมัส ไฮโต้ และ โทมัส วัลด็อค สองแข้งโปล, อีฟส์ ไอเกนเราค์, จอมเก๋า โอลาฟ โธน, ตัวริมเส้นตีนซ้ายหนัก ยอร์ก โบห์เม่
กองหน้าถือเป็นทีเด็ดเลยคือ เอ็บเบ้ ซานด์ ดาวยิงโคนม และ เอมิล เอ็มเพนซ่า ซึ่งเป็นหนึ่งในดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งเบลเยี่ยมที่ยิงระเบิดทั้งคู่ ผนวกกับ เกรัลด์ อซาโมอาห์ กองหน้าเชื้อสายกาน่า ที่เล่นดีจนสุดท้ายติดทีมชาติเยอรมัน
ชาลเก้ ถือเป็นทีมที่สถิติดีที่สุดของลีกในเชิงประตู เพราะพวกเขายิงได้เยอะที่สุด และเสียน้อยที่สุดด้วย ผลต่างประตูของพวกเขาดีที่สุดในลีก


 
ก่อนเกมนัดสุดท้ายมาถึง บาเยิร์น มีแต้มนำชาลเก้อยู่ 3 คะแนนก็จริง แต่ชาลเก้ ได้เปรียบเรื่องผลต่างประตู ที่ดีกว่า 3 ลูก
หนทางที่ชาลเก้ จะเป็นแชมป์คือ พวกเขาต้องชนะ และหวังว่า บาเยิร์น จะแพ้
โปรแกรมนัดสุดท้าย บาเยิร์น ไปเยือนสิงห์เหนือฮัมบูร์ก ทีมอันดับ 13
ส่วนชาลเก้ เล่นในพาร์คสตาดิโอนของตัวเอง แฟนบอลเต็มสนาม เจอกับอุนเทอร์ฮัคคิ่ง ที่ตกชั้นไปแล้ว
ตามโปรแกรม ดูเหมือนว่า ชาลเก้ น่าจะชนะได้ค่อนข้างแน่ แต่ บาเยิร์น ยังไม่ชัวร์ เพราะฮัมบูร์ก เน้นตลอดเมื่อเจอ บาเยิร์น และพวกเขามีดาวยิงประจำฤดูกาลบุนเดสลีกาอย่าง เซอร์เก บาร์บาเรซ อยู่ด้วย
บ่ายของวันที่ 19 พฤษภาคม 2001 เสียงนกหวีดเริ่มเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลเริ่มขึ้น
ภายใน 30 นาทีแรกของเกม แฟนบาเยิร์น ยิ้มกริ่ม เพราะแม้พวกเขาจะยังทำอะไร ฮัมบูร์กไม่ได้ แต่ที่ชาลเก้ เจ้าถิ่นดันโดนทีมตกชั้นอย่างอุนเทอร์ฮัคคิ่ง นำถึง 2-0
แต่นาทีที่ 44 และ 45 ก่อนหมดครึ่งแรก ชาลเก้ ก็ได้ 2 ประตูรวดตีเสมอ 2-2 จาก นิโค่ ฟาน แคร์กโฮเฟ่น และ เกรัลด์ อซาโมอาห์
จบครึ่งแรก ฮัมบูร์ก ยังเสมอ บาเยิร์น 0-0 ส่วน ชาลเก้ เสมอ อุนเทอร์ฮัคคิ่ง 2-2 ดูตาม Real time บาเยิร์น ยังคงเป็นแชมป์
ในครึ่งหลัง นาทีที่ 70 แฟนชาลเก้ เซ็งกันอีกรอบ เพราะบุกอยู่ดีๆ มาโดน อุนเทอร์ฮัคคิ่งยิงนำ 3-2 เข้าให้อีก
หนนี้ พวกเขาใช้เวลาไม่นาน ยิง 2 ประตูรวดใน 2 นาที  นาทีที่ 73 ก็ตีเสมอสำเร็จ 3-3 นาทีต่อมา พวกเขาก็แซงนำเป็นครั้งแรกของเกม 4-3 และทั้งสองประตูมาจาก ยอร์ก โบห์เม่
นั่นหมายความว่า บาเยิร์น มิวนิค ต้องระมัดระวังให้ดี ถ้าโดน ฮัมบูร์ก ยิงขึ้นมาบ้านแตกเอาได้ง่ายๆ
เข็มนาฬิกาเดินไปเรื่อยๆ เข้าสู่ท้ายเกม


 
นาทีที่ 89 เอ็บเบ้ ซานด์ ทำให้ ชาลเก้ นำห่าง อุนเทอร์ฮัคคิ่ง 5-3 เป็นการการันตี 3 คะแนนของพวกเขาแน่ๆ แต่กระนั้น แฟนบอลก็ต้องภาวนาให้เกิดปาฏิหาริย์ที่ฮัมบูร์ก
นาทีสุดท้ายของเกม ปาฏิหาริย์ ดูเหมือนจะมีจริง เมื่อฮัมบูร์ก ได้บุกใส่ บาเยิร์น บอลงัดออกมาทางด้านซ้าย มาเร็ค ไฮน์ซ กองหน้าเลือดเช็ก เปิดโค้งเข้าไปในเขตโทษ เซอร์เก บาร์บาเรซ ดาวยิงตัวเก่งเทกตัวโหม่งสะบัดลงพื้น บอลเบียดโคนเสาสองเข้าไปโดย โอลิเวอร์ คาห์น ได้แค่เหลียวมอง ฮัมบูร์ก ออกนำบาเยิร์น 1-0 !
ตอนนั้นแฟนบอลชาลเก้ เฮกันลั่นสนาม และเมื่อเสียงนกหวีดในสนามของพวกเขาดังยาวจบเกม แฟนบอลก็เฮกันลงไปในสนามเพื่อเฉลิมฉลองกับชัยชนะและผลการแข่งขันในวันสุดท้าย พวกเขากำลังจะเป็นแชมป์
ยกเว้นอยู่นิดเดียว นั่นคือเกมที่ ฮัมบูร์ก ยังไม่จบ
มีการถ่ายทอดช่วงทดเวลาบาดเจ็บของเกมนั้นมาที่จอยักษ์ในสนามของชาลเก้ด้วย แฟนบอลและทีมงานของชาลเก้ ทุกคนก็ลุ้นไปด้วยกัน
กลับไปที่ บาเยิร์น พวกเขาต้องทำทุกทางเพื่อตีเสมอให้ได้ เพราะถ้าแพ้ แชมป์หลุดมือทันที
ในการทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้าย สเตฟาน เอ็ฟเฟ่นแบร์ก ดีดบอลทะลุขึ้นหน้า เปาโล แซร์จิโอ กองหน้าบราซิลวิ่งตีคู่ไปกับ โทมัส อูฟาลูซี่ กองหลังของฮัมบูร์ก
เปาโล แซร์โจ้ พยายามแตะบอลให้ได้ แต่ อูฟาลูซี่ ถึงก่อนเขาดีดบอลคืนไปให้ผู้รักษาประตู และผู้รักษาประตูดันใช้มือรับบอล
แง่หนึ่ง มันอาจมองได้ว่าเป็นการสกัด แต่ในแง่หนึ่ง มองได้เช่นกันว่าเป็นการเจตนาจ่ายบอลคืนให้ผู้รักษาประตู
ผู้ตัดสินมาร์คุส แมร์ค มองเป็นอย่างหลัง เท่ากับเป็นการฟาวล์โดยผู้รักษาประตู ที่ใช้มือรับบอลจากการคืนหลังของพวกเดียวกัน กลายเป็นฟรีคิก 2 จังหวะของ บาเยิร์น ในกรอบเขตโทษ
ความบังเอิญก็คือ ผู้รักษาประตูฮัมบูร์กในนัดนี้คือ มาธิอัส โชเบอร์ ซึ่งพวกเขาไปยืมตัวมาจากชาลเก้
ทุกอย่างถูกหยุดนิ่ง ฤดูกาลบุนเดสลีกา กำลังจะถูกตัดสินด้วยฟรีคิก 2 จังหวะลูกนี้
ถ้าบาเยิร์น ยิงไม่เข้า ชาลเก้จะเป็นแชมป์
ถ้า บาเยิร์น ยิงเข้า พวกเขาจะกระชากถาดแชมป์กลับคืนมาจากมือชาลเก้
สเตฟาน เอ็ฟเฟ่นแบร์ก ยืนอยู่กับ โอเว่น ฮาร์กรีฟส์ และอีกคนที่ยืนอยู่ทำท่าจะเป็นคนยิงคือปราการหลังชาวสวีเดน พาทริค แอนเดอร์สสัน


 
การยิงฟรีคิกลักษณะนี้จะว่ายากก็ยาก เพราะคนมันออกันอยู่เต็มหน้าปากประตู และระยะมันใกล้ แต่จะว่าง่าย มันก็พูดได้ ถ้ามีพวกยิงแรง เท้าหนักและยิงแม่นๆ
เสียงนกหวีดให้สัญญานจากผู้ตัดสินดังขึ้น เอ็ฟเฟ่นแบร์ก เขี่ยสั้นๆ พาทริค แอนเดอร์สสัน วิ่งเข้ามากดเต็มแรง บอลพุ่งเรียดแหวกกลุ่มนักเตะเข้าประตูไปอย่างพอดิบพอดี
มันกลายเป็นประตูตีเสมอ 1-1 ทำให้บาเยิร์น คว้าแต้มสำคัญ แต้มที่พวกเขากระชากแชมป์กลับมาครองอย่างสุดดราม่า และมันเป็นประตูเดียวในฐานะนักเตะ บาเยิร์น ของ พาทริค แอนเดอร์สสัน ด้วย
ภาพที่นักเตะบาเยิร์น กอดกันกลม ทีมงานข้างสนาม ทั้งเทรเนอร์ อ็อตต์มาร์ ฮิทซ์เฟลด์ และนักเตะสำรอง ไปจนถึงพวกผู้บริหารอย่าง อูลี่ เฮอเนส ดีใจสุดขีด เป็นสิ่งที่เข้าใจได้
ผู้ตัดสิน มาร์คุส แมร์ค เป่านกหวีดจบเกมทันทีหลังจากการฉลองสุดเหวี่ยงของนักเตะเสือใต้ เป็นการยืนยันแชมป์ของ บาเยิร์น อย่างเป็นทางการ
มันคือการลุ้นแชมป์ที่ระทึกที่สุด ดราม่าที่สุดในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกา
ในขณะเดียวกัน ชาลเก้ ใจสลาย แฟนบอลที่ลงมาเต็มสนาม ทีมงานโค้ช และผู้บริหาร รูดี้ อัสเซาเออร์ เหมือนวิญญานหลุดจากร่าง


 
นั่นคือครั้งที่ชาลเก้ เข้าใกล้แชมป์บุนเดสลีกามากที่สุด อันที่จริง พวกเขาเป็นแชมป์ไปเป็นระยะเวลาราว 4 นาที
แชมป์กลับไปเป็นของ บาเยิร์น มิวนิค แต่ผลงานของพวกเขาในฤดูกาลนั้น ทำให้สื่อต่างยกว่าพวกเขาคือ Meister der Herzen หรือแชมป์ในใจของทุกๆคน
อ่านให้สนุกได้อรรถรสขึ้นอย่าลืมชมคลิป :: http://ow.ly/i4zc30sjORu

เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment