breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" ลูกเทวดาในรังผี "

อัพเดตเมื่อ : June 16, 2022 8:52pm โดย : admin

ทันทีที่ เอริค เทน ฮาก เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการเขาก็ถูกจับไปโยงว่าต้องการดึงอดีตลูกทีมมาร่วมทีมหลายราย
ไม่ว่าจะเป็น  ยูร์เรี่ยน ทิมเบอร์ หรือ แอนโทนี่ และที่มาแรงที่สุดคือ เฟรงกี้ เดอ ย็อง ซึ่งอยู่กับบาร์เซโลน่าในตอนนี้ ต่างก็เป็นตำแหน่งที่แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการเสริมทัพทั้งสิ้น
จริงๆ แล้วที่ผ่านมามีผู้เล่นหลายรายที่เคยเล่นให้กับทั้งอาแจ็กซ์ และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
บางคนเล่นกับยูไนเต็ดก่อนแล้วค่อยย้ายไปอาแจ็กซ์ บางคนก็ตรงกันข้าม บางคนก็ไม่ได้ย้ายโดยตรง นักเตะเหล่านั้นก็เช่น
เยสเปอร์ โอลเซ่น, เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, ยาป สตัม (เล่นกับอาแจ็กซ์ ปลายอาชีพ), ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, ดาเล่ย์ บลินด์
ยังมีนักเตะอีกรายที่เชื่อมโยง อาแจ็กซ์ กับแมนฯ ยูไนเต็ด และพ่วงบาร์เซโลน่า เข้าไปด้วยเลย นั่นก็คือ จอร์ดี้ ครัยฟ์
จอร์ดี้ ครัยฟ์ คือลูกชายของ "นักเตะเทวดา" โยฮัน ครัยฟ์ ตำนานของทั้งอาแจ็กซ์ และบาร์เซโลน่า
จอร์ดี้ เข้ามาเล่นในทีมเยาวชนของอาแจ็กซ์ ตั้งแต่อายุ 7 ขวบในปี 1981 ตอนที่ โยฮัน พ่อของเขาคัมแบ็กกลับมาเล่นให้อาแจ็กซ์
เมื่อ โยฮัน แขวนสตั๊ด ผันตัวมาเป็นผู้จัดการทีม ก็ได้ย้ายไปคุมบาร์เซโลน่าในปี 1988 เขาก็นำเอาลูกชาย จอร์ดี้ ในวัย 14 ขวบ ย้ายไปบาร์ซ่าด้วยกัน
หากจะมีเด็กหนุ่มที่โชคดีมากๆ ในวงการฟุตบอล จอร์ดี้ อาจจะเป็นหนึ่งในนั้นเมื่อผ่านทีมเยาวชนของทั้งอาแจ็กซ์ และบาร์ซ่า


 
เขาทะลุขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของบาร์ซ่าได้สำเร็จในปี 1994 ด้วยวัย 20 ปี และมีผลงานที่ไม่เลวเลย ตำแหน่งของเขาคือกองหน้าตัวต่ำ
หลังจบศึกยูโร 1996 จอร์ดี้ ครัยฟ์ คิดถึงการย้ายออกจากบาร์เซโลน่า หลังจาก โยฮัน พ่อของเขาไม่ลงรอยกับ โจเซป นูนเญซ ประธานสโมสรและอำลาตำแหน่งเทรนเนอร์หลังจากคุมทีมมา 8 ปี
ตอนแรก พ่อลูกได้ปรึกษากันว่าปลายทางควรเป็นที่ไหน อาแจ็กซ์ คือตัวเลือกที่น่าสนใจ การกลับบ้านไม่เลวร้ายนัก จนกระทั่ง ได้มีการติดต่อมาจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด....
"สุดสัปดาห์นั้น เราคิดแล้วว่า อาแจ็กซ์ จะเป็นก้าวต่อไป เราตั้งใจว่าจะเดินทางไปอัมสเตอร์ดัมตอนเช้าวันจันทร์เพื่อเซ็นสัญญา อาแจ็กซ์ตอนนั้นมี หลุยส์ ฟาน กาล คุมทีม"
"แต่แล้วน่าจะวันเสาร์ ก็มีโทรศัพท์มาจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งในขณะนั้นมีนักเตะอายุน้อยหลายคนในทีม ผู้จัดการทีมเฟอร์กูสัน ก็เป็นคนที่ให้โอกาส ให้เวลาลงเล่น ให้การพัฒนาแก่นักเตะอายุน้อยเหล่านี้ เราเลยคิดว่าเป็นความคิดที่ดีนะ ที่จะลองพูดคุยสักหน่อย"
ใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 1994/95 รอบแบ่งกลุ่ม จอร์ดี้ เคยดวลกับนักเตะปีศาจแดงมาแล้ว เมื่อบาร์ซ่า ที่มีโยฮัน คุมทีม อยู่กลุ่มเดียวกับแมนฯ ยูไนเต็ด
แมนฯ ยูไนเต็ด จับตาเขามาตั้งแต่ตอนนั้น และมาได้ดูใกล้ชิดในยูโร 96 ซึ่งเขายืนเป็นตัวริมเส้นด้านขวา ในระบบแนวรุก 3 คนของทีมชาติฮอลแลนด์
"มีบอร์ดบริหารบางคนแล้วก็ เฟอร์กูสัน เดินทางมาที่บาร์เซโลน่า แล้วเราก็นัดเจอกันที่บ้านของพ่อแม่ผม ผมต้องยอมรับว่าข้อเสนอมันดีมากๆ แผนการทำงานก็ดีมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผมมองไปที่นักเตะอายุน้อยๆ ในทีมอย่าง พี่น้องเนวิลล์ , มีนิคกี้ บัตต์, มี เดวิด เบ็คแฮม แล้วก็สโคลส์ มีนักเตะอายุน้อย 5-6 คนในทีมที่อายุเท่าๆกับผม ที่ทะลุขึ้นสู่ชุดใหญ่ และได้โอกาสลงเล่นเต็มที่"
"ผมมองว่าเรื่องนี้มันโน้มน้าวผมได้ แทนที่จะพบตัวเองไปอัมสเตอร์ดัม ผมกลับบินไปแมนเชสเตอร์ แทนหลังจากนั้น 2-3 วัน"


 
ซัมเมอร์ 1996 จอร์ดี้ ครัยฟ์ เลยกลายเป็นนักเตะคนใหม่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ย้ายมาพร้อมๆ กับ ไรมอนด์ ฟาน เดอ ฮาว, โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์, รอนนี่ ยอห์นเซ่น และ คาเรล โพบอร์สกี้
จอร์ดี้ ถือเป็นหนึ่งในนักเตะดัตช์รุ่นใหม่ที่น่าจับตามากในตอนนั้น ด้วยวัย 22 ปี เพราะผลงานกับบาร์ซ่า ถือว่าสอบผ่าน 54 นัดทุกรายการ ทำได้ 11 ประตู
อย่างไรก็ตาม เมื่อย้ายมาเล่นในอังกฤษ มันคือโลกที่แตกต่างออกไปเลย
"แน่นอน ในอังกฤษมันยาก คือ ฟุตบอลมันแตกต่างจากในสเปน อย่างในสเปน มันเป็นสไตล์เน้นผ่านบอลมากกว่า ปะทะกันน้อยกว่า ส่วนอังกฤษ คุณนึกออกมั้ย ทุกเกมคือการออกศึก ทุกเกมมีอาวุธที่แตกต่างกันในการเอาชนะ เช่น บางเกมเน้นบอลยาว บางเกมก็เน้นด้านข้าง บางครั้งก็เน้นตรงกลาง มันเป็นลีกที่หินมาก โดยเฉพาะด้านร่างกาย มีการเปลี่ยนรุกรับบ่อยมาก มันเป็นก้าวที่ยากลำบาก"
ปัญหาของ จอร์ดี้ คือ เขาเป็นแนวรุกภาคพื้นยุโรป  ทักษะดี เซนส์บอลดี แต่กลับขาดความ "สุด" ด้านใดด้านหนึ่ง
ในอังกฤษ โดยเฉพาะยุคนั้นที่เล่น 4-4-2 จะเล่นปีก เขาก็ไม่ได้จัดจ้านจี๊ดจ๊าด จะเล่นกองหน้า ก็ไม่ได้แข็งและไวพอที่จะเอาชนะกองหลังสไตล์อังกฤษ ส่วนตรงกลางในระบบ มิดฟิลด์ 2 คน ก็ต้องมีพลังงานล้นเหลือจริงๆ แต่ จอร์ดี้ ไม่ได้มีทั้งหมดนี้


 
"ระบบที่เราเล่นกันที่ยูไนเต็ด เน้นไปที่ 4-4-2 ตรงกลางมี 2 คนที่มีพลังร่างกายดีมาก แน่นอนมี รอย คีน แล้วหนึ่ง แล้วก็อีกคนมักเป็น นิคกี้ บัตต์"
"คุณมี ชไมเคิ่ล ที่ตัวใหญ่ แล้วก็เหมือนเป็นบอส ในกรอบ 18 หลา และเปิดบอลยาวได้ คือถ้าตั้งเกมได้ยาก ก็ยังเปิดยาวขึ้นมาได้ โดยมีตัวคอยเก็บบอลจังหวะสอง แล้วก็มีตัวเสริมจากด้านข้าง"
"แน่นอน ผมเข้ามาในฐานะปีก ซ้ายหรือขวาก็ได้ แต่เกมแรก ผมได้เล่นกองหน้า แต่ผ่านไป ผมไม่ใช่กองหน้าแบบที่จะไปปะทะกับเซนเตอร์ตัวใหญ่แข็งแรงได้ มันไม่ใช่แนวทางของผมที่จะเล่นในแบบนั้น ลงท้ายผมเลยได้เล่นปีกมากกว่า"
"แต่แน่นอนเมื่อคุณดูในทีมชุดนี้ คุณมี ไรอัน กิ๊กส์ อีกด้านเป็น เดวิด เบ็คแฮม คุณรู้ได้เลยว่ามันไม่ง่ายแน่ในการจะได้ลงสนามเยอะๆ พวกเขาน่าจะเป็น 2 นักเตะที่เก่งสุดๆ ในยุโรปตอนนั้น"
"ตรงกลาง เพราะมันมีแค่ 2 ตำแหน่ง มันต่างจากที่บาร์เซโลน่า ที่เรามักมี 3 หรือ 4 คน และตรงนี้คนที่จะเล่นต้องมีพลังร่างกายสูง ที่จะลงไปข้างหลังช่วยเกมรับ และต้องขึ้นไปข้างหน้าเพื่อช่วยเกมรุกด้วย"
"คนหนึ่งคือ รอย คีน สำหรับผมนะ คุณรู้ไหม น่าจะเป็นหนึ่งในเซอร์ไพรส์ใหญ่ของผมเลย เขาเป็นนักเตะที่น่าเหลือเชื่อสุดๆ เป็นนักเตะแบบที่ผมอยากมีไว้ในทีมของผม ในฐานะผู้นำ หรือคนที่จะเป็นแนวหน้าในการทำศึก"
"อีกคนเป็นนิคกี้ บัตต์ แต่ก็ยังมี พอล สโคลส์ ที่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นหน้าไปเติมเกมรุก เขาเก่งมากในการสอดขึ้นมาเล่นแถวสอง"
"กองหน้าขึ้นไปแบบนี้ เบ็คแฮม จะขึ้นมาครอส  กิ๊กส์ จะขึ้นมานี่ แล้วก็ พอล สโคลส์ ขึ้นมา อะไรก็ตามที่เขาเก็บตกได้จากตำแหน่งนี้ คุณรู้เลยว่ามันมักจบลงด้วยการเข้าไปกองก้นตาข่าย"
"ริมเส้น มีนักเตะ 2 สไตล์ เบ็คแฮม เขาแทบไม่ต้องเลี้ยงบอลด้วยซ้ำ เพราะเขามีลูกครอสที่มหัศจรรย์จริงๆ ครอสไปตรงนี้ตรงนั้นได้หมด เขาเลยไม่จำเป็นต้องไปถึงสุดเส้น เลี้ยงบอลแล้วถึงเปิด เขาไม่ต้องเลี้ยงบอลเลย"
"แล้วก็คุณมี ไรอัน กิ๊กส์ คนที่ผมคิดว่าถ้าเขาเล่นในสเปนนะ เขาจะเป็นนักเตะที่แฟนบอลชื่นชอบสุดๆ เพราะความสามารถของเขาในการเลี้ยงบอลเข้าออก มองหาบอลแนวลึกตรงพื้นที่ว่างตลอด นี่คือนักเตะที่ในสเปน แฟนบอลอยากเข้ามาชมในสนาม"
"ผมคิดว่ามันเป็นทีมที่มหัศจรรย์มากในปีแรกของผม ผมพูดได้ว่ามันเป็นเกียรติด้วยซ้ำ ที่ได้เล่นกับ เอริค คันโตน่า คนที่เป็นตำนานขึ้นหิ้ง แต่ในฐานะบุคคล เขาก็เป็นคนดีมากๆ"
"ส่วนแดนหน้า คุณมี แอนดี้ โคล แล้วก็ โซลชาร์ ยูไนเต็ดเป็นทีมที่ดีมากๆ มีนักเตะพรสวรรค์อายุน้อยมากมาย แล้วก็มีคนที่มีความเป็นผู้นำหลายคน พวกเขารู้วิธีปรับตัวในแต่ละเกม"
"สำหรับผม แรกเลยที่ผมมา เราเล่น 4-4-2 แต่บางครั้งก็เป็นแบบนี้ 4-4-1-1 สำหรับเกมยุโรป แต่โดยปกติแล้ว ด้วยคุณสมบัติของนักเตะในทีม มันมักลงเอยด้วย 4-4-2 นั่นแหละ สำหรับผม มันก็เหมือนการปรับตัวให้เข้ากับฟุตบอลที่แตกต่างออกไป"
ในฤดูกาลแรก เฟอร์กี้ เองพยายามให้โอกาส จอร์ดี้ ลงเล่นในหลากหลายตำแหน่ง ทั้งกองหน้า ทั้งปีก ทั้งมิดฟิลด์ตัวรุก แต่ไม่มีตำแหน่งที่เขาโดดเด่นที่สุดเลย รวมแล้วลงเล่น 22 นัดทุกรายการ เขาทำได้ 3 ประตู
อย่าว่าแต่ จอร์ดี้ เลยเพราะขนาดปีกแท้ๆ อย่าง คาเรล โพบอร์สกี้ ที่ดังมาจากยูโร 96 ก็เบียด เดวิด เบ็คแฮม ที่ทะลุขึ้นมาในฤดูกาลนั้นไม่ไหว
จอร์ดี้ อยู่กับแมนฯ ยูไนเต็ด ถึง 4 ปีด้วยกัน ก่อนที่จะตัดสินใจย้ายไปเล่นให้ อลาเบส ในฤดูกาล 2000/01 ด้วยวัย 26 ปี
ตลอดช่วงเวลาเหล่านี้ จอร์ดี้ ลงเล่นให้ปีศาจแดงทั้งสิ้น 58 นัด ทำได้ 8 ประตูตลอดช่วงเวลา 4 ฤดูกาล
"จากอายุน้อย เรียนรู้การเล่นแบบดัตช์ จากนั้นก็ย้ายไปบาร์เซโลน่า ทั้งในทีมเยาวชนและทีมชุดใหญ่ สุดท้ายก็มาถึงการเล่นแบบ 4-4-2 ซึ่งนำความสำเร็จมาให้มากมาย แม้ว่าอาจไม่ใช่ในแง่ส่วนตัว แต่ในแง่ทีม มันถือว่าดีมากๆ เป็นเวลาถึง 4 ปีที่นั่น ได้แชมป์มากมาย"
การได้เล่นกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มันกลายเป็นประสบการณ์ล้ำค่าของเขาในภายหลัง แม้ว่าจะไม่ได้รับโอกาสลงสนามมากนัก


 
เขานำเอาประสบการณ์นั้นมาใช้เมื่อตัวเองเลิกเล่นและหันมาเป็นโค้ชด้วยตัวเอง
"หลายๆ อย่างที่ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยทำ หลายๆ การตัดสินใจของเขา ผมนึกแว้บขึ้นมาได้หลายครั้ง เมื่อจำได้ถึงหลายๆสิ่งที่เขาเคยบอกผม ตอนที่ผมพูดกับนักเตะของผมเอง คุณนึกภาพออกเลยว่าผ่านมาเกือบ 30 ปีแต่ แนวคิดและแผนงานของเขายังสดใหม่ในทุกวันนี้"
"ผมคิดว่าตอนผมอายุน้อย ผมโชคดีมากที่ได้อยู่ภายใต้การโค้ชชิ่งของคุณพ่อผม คนที่อย่างที่พวกคุณรู้ ว่าเหมือนเป็นผู้ปฏิวัติฟุตบอล ผมบอกได้เลยว่าหลายคนเคยคิดว่าเขาบ้า ตอนเห็นไลน์อัพของเขา จนกระทั่งมายอมรับว่าหมอนี่อัจฉริยะ และเปลี่ยนหลายอย่างในโลกฟุตบอล"
"แต่ผมก็โชคดีเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่ามาก เป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ทำงานภายใต้โค้ช 2 คนนี้ ตั้งแต่อายุน้อย และได้เล่นให้กับ 2 สโมสรที่น่าเหลือเชื่อนี้"
จอร์ดี้ ครัยฟ์ เคยผ่านงานเป็นผู้อำนวยการกีฬาให้ เออีเค ลาร์นาก้า, มัคคาบี้ เทล อาวีฟ
จากนั้นกลายมาเป็นผู้จัดการทีมของ มัคคาบี้ เทล อาวีฟ ไปคุมทีม ฉงชิ่ง ลี่ฟาน ในจีน และ เสิ่นเจิ้น รวมถึงคุมทีมชาติเอกวาดอร์ ช่วงสั้นๆ
ปัจจุบัน เขากลับไปทำงานให้บาร์เซโลน่า หนึ่งในสโมสรที่ผูกพันมากที่สุดในฐานะที่ปรึกษาด้านกีฬา
รับชมคลิปเพิ่มความสนุกกับเรื่องน่ารู้ได้ที่ :: http://ow.ly/EMN830smaWh

เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment