breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" ริเกลเม่ ผู้กล้าท้าทายพระเจ้า "

อัพเดตเมื่อ : June 19, 2022 5:31pm โดย : admin

มีนักเตะหลายคนในโลกนี้ที่เคยเล่นร่วมกับทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่
ยกตัวอย่างก็เช่น  กาเบรียล ไฮน์เซ่, คาร์ลอส เตเวซ, มิราเล็ม เปียนิช, เคราร์ด ปีเก้, เปาโล ดีบาล่า, กอนซาโล่ อิกวาอิน, อังเคล ดิ มาเรีย,  เดโก้ และ เฮนริค ลาร์สสัน เป็นต้น
แต่ถ้าถามว่า  ใครคือผู้โชคดีสุดๆ ที่ได้เล่นกับ 2 เบอร์ 10 ที่เก่งสุดในประวัติศาสตร์ของอาร์เจนติน่า อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ และ ดีเอโก้ มาราโดน่า
รายชื่อผู้โชคดีเหล่านี้มีเพียงหยิบมือ  คิลี่ กอนซาเลซ, ฮวน เซบาสเตียน เวรอน, มาร์ติน ปาแลร์โม่, โรแบร์โต้ "ปาโต้" อับบอนดาซิเอรี่ และสุดท้าย ฮวน โรมัน ริเกลเม่
ในรายของ ริเกลเม่ เขาได้เล่นกับ มาราโดน่า แค่ 2 เกม เป็นเกมกระชับมิตรเมื่อปี 1997 ก่อนที่ มาราโดน่า จะแขวนสตั๊ด
ภาพทับซ้อนของทั้งสองคน รวมกันอยู่ที่ โบคา จูเนียร์ส เมื่อ ริเกลเม่ ในฐานะดาวรุ่งอายุ 18-19 กลายเป็นดาวดวงใหม่ของทีมในปี 1996/97
ขณะนั้น มาราโดน่า ย้ายกลับมาเล่นให้ โบคา อีกรอบ แต่สภาพร่างกายของเขาไม่เอื้อให้กลายเป็นตัวหลักแล้ว มาราโดน่า ลงสนามแค่น้อยนิด
เกมสุดท้ายในอาชีพของ มาราโดน่า คือการลงเจอกับ ริเวอร์ เพลท อริตลอดกาลของโบคา
ทีมตามอยู่ 0-1 และเขาโดนเปลี่ยนตัวออก ฮวน โรมัน ริเกลเม่ ได้ลงสนามไปแทน ก่อนที่เพลย์เมกเกอร์ดาวรุ่งจะโชว์ฝีเท้า พลิกเกมให้ โบคา กลับมาเป็นฝ่ายชนะ 2-1
มันคือสัญญานของการเปลี่ยนผ่านอย่างแท้จริง
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ริเกลเม่ กลายเป็นเจ้าของเสื้อเบอร์ 10 ที่ ลา บอมโบเนร่า สนามเหย้าอันเปี่ยมมนต์ขลังของ โบคา
เขานำทีมคว้าแชมป์ โกปา ลิเบร์ตาโดเรส ได้ถึง 2 สมัย ก่อนจะโบกมือลาเพื่อมาเล่นให้ยุโรปกับ บาร์เซโลน่า เมื่อปี 2002 ขณะนั้นเขาอายุ 24 ปีแล้ว
ที่บาร์ซ่า ริเกลเม่ เล่นให้ หลุยส์ ฟาน กาล ที่ไม่ได้ชอบเขาแต่แรก จับเขาไปเล่นปีก ซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งถนัด
เล่นอยู่ได้ปีเดียวก็ย้ายไปบียาร์เรอัล (ยืมตัวก่อนซื้อขาด) และ โรมี่ ก็กลายเป็นขวัญใจของเหล่าแฟนบอลเรือดำน้ำได้ในทันที


 
ปี 2005/06 เป็นปีที่เขาพีคสุดขีด น่าเสียดายที่เขายิงจุดโทษพลาดในรอบรองชนะเลิศ ชปล. ที่เจอกับอาร์เซน่อล ทำให้หมดโอกาสพาบียาร์เรอัล เข้าไปชิงชนะเลิศถ้วยใบใหญ่ยุโรปกับบาร์เซโลน่า ต้นสังกัดเก่า
ด้วยความที่เป็นคนไม่ขึ้นกับใคร มีความเป็นตัวตนสูงมาก เมื่อเขาฟอร์มตก ทำให้โดนดร็อปจากกุนซือมานุเอล เปเยกรินี่ สุดท้ายกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างตัวเขา, เปเยกรินี่ และประธานสโมสรเฟร์นานโด โรอิก
ลงเอยด้วยการที่ตอนต้นปี 2007 เขาโดนปล่อยยืมตัวกลับไปที่ โบคา จูเนียร์ส ต้นสังกัดที่สร้างชื่อในบ้านเกิด
เมื่อกลับสู่รากเหง้าของตัวเอง ริเกลเม่ ก็กลับมาเล่นฟุตบอลได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง เขาย้ายถาวรกลับมาที่โบคา ทันทีในฤดูกาล 2007/08 ขณะอายุเพียง 29 ปี
ช่วงเวลาดังกล่าว ริเกลเม่ ยังเล่นให้ทีมชาติอาร์เจนติน่าต่อเนื่อง แต่เมื่อ อัลฟิโอ บาซิเล่ ลาจากตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติ  ดีเอโก้ มาราโดน่า ก็ถูกแต่งตั้งเข้ามารับตำแหน่งแทนในเดือนพฤศจิกายน 2008
โดยไม่มีปี่ ไม่มีขลุ่ย ฮวน โรมัน ริเกลเม่ ออกมาประกาศว่าเขาจะไม่เล่นให้ทีมชาติอาร์เจนติน่าอีก หากมาราโดน่า ยังเป็นกุนซือ!
"ตราบใดที่มาราโดน่าเป็นโค้ช ผมจะไม่กลับไปเล่นทีมชาติ เราจูนกันไม่ได้เลย เราแทบไม่เห็นตรงกัน แนวทางของผมไม่เหมือนกับของเขา มันชัดเจนว่าเราทำงานร่วมกันไม่ได้หรอก"
นี่คือการพูดแบบตรงไปตรงมา ที่สร้างความช็อคให้กับวงการฟุตบอลอาร์เจนติน่าไม่น้อย
จะมีใครที่กล้าตัดกับเทพเจ้าลูกหนัง คนที่ชาวอาร์เจนติน่าบูชาอย่าง มาราโดน่า ได้แบบนี้
แม้ภายหลังเมื่ออาร์เจนติน่า ผ่านไปเล่นฟุตบอลโลก 2010 ได้แบบสุดดราม่า มีข่าวว่า มาราโดน่า ติดต่ออยากให้ ริเกลเม่ กลับมาเล่นให้ทีม แต่เขาก็ไม่กลับมาอีกเลย
ริเกลเม่ เล่นให้กับโบคา จูเนียร์ส ในช่วงที่เหลือของอาชีพค้าแข้งอีกถึง 7 ปี ก่อนแขวนสตั๊ดในปี 2014 ด้วยวัย 36 ปี


 
เมื่ออำลาการค้าแข้งแล้ว ริเกลเม่ ก็ทำงานให้กับโบคา ต่อ มีส่วนในการเลือกตั้งประธานสโมสร
สำหรับ โบคา มันก็เหมือนกับบาร์ซ่า หรือ เรอัล มาดริด นั่นคือมีพรรค มีขั้ว ในการลงสมัครเลือกตั้งประธานสโมสร
ความขัดแย้งระหว่าง มาราโดน่า กับ ริเกลเม่ เกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2019 เมื่อวาระการเลือกตั้งมาถึง
ฮวน โรมัน ริเกลเม่ ออกหน้าหนุน ฮอร์เก้ อามอร์ อาเมอัล อดีตประธานปี 2008-2011
ขณะที่ มาราโดน่า หนุนหลัง คริสเตียน กริเบาโด้ ซึ่งอยู่ในสายของ ดาเนี่ยล อัลเคลิชี่ ประธานคนปัจจุบันในเวลานั้นที่กำลังจะหมดวาระ
สำหรับแฟนบอล และสโมสรโบคา จูเนียร์ส แล้ว ทั้ง มาราโดน่า และ ริเกลเม่ ต่างได้รับการยกย่องทั้งคู่ เป็นฮีโร่ตลอดกาลของสโมสร
ดังนั้น การเลือกตั้งประธานสโมสรครั้งนั้น จึงแทบเหมือนการเลือกข้างว่าคุณจะอยู่ฝั่ง ริเกลเม่ หรืออยู่ข้างมาราโดน่า ?
โดยที่ มาราโดน่า เองก็ออกมาโจมตีแนวทางของ ริเกลเม่ ในครั้งนี้เช่นกัน เรียกว่าเป็นขั้วตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง
เดือนธันวาคมปี 2019 การโหวตมาถึงปรากฏว่า ฮอร์เก้ อามอร์ อาเมอัล  ที่มี ริเกลเม่ หนุนหลังและเป็นทีมงาน ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนโหวต 52.84% ขณะที่ กริเบาโด้ ที่มี มาราโดน่า สนับสนุนได้คะแนนโหวตเพียง 30.6%


 
ฮวน โรมัน ริเกลเม่ ได้รับการแต่งตั้งให้ขึ้นมาเป็นรองประธานสโมสรเบอร์ 2 (รองประธานเบอร์ 1 คือ มาริโอ เปร์โกลินี่) ทำงานร่วมกับ ฮอร์เก้ อามอร์ อาเมอัล อย่างเป็นทางการจนถึงทุกวันนี้
ด้วยประวัติศาสตร์ช่วงหลัง ผลงานของ ริเกลเม่ ในฐานะนักเตะยังติดตาแฟนบอลรุ่นใหม่ เพราะเพิ่งผ่านไปสดๆร้อนๆ
พวกเขามองว่า ริเกลเม่ คือตำนานที่แท้จริงของสโมสร ป้ายผ้ายกย่องว่าเขาคือเบอร์ 1 ตลอดกาลของโบคา มีให้เห็นใน ลา บอมโบเนร่า
มุมมองของแฟนบอลโบคารุ่นหลังคิดว่า ริเกลเม่ เหนือกว่า มาราโดน่า
ขณะที่ มาราโดน่า นั้นดังกับ อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส มากกว่า  เขามาเล่นให้โบคา แค่ปีเดียว (1981) แล้วก็ย้ายไปนาโปลีเลย ตอนที่กลับมาอีกครั้งในปี 1995 ก็หมดสภาพแล้ว ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่
ผิดกับ ริเกลเม่ ที่แม้จะโตมาจาก อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส เหมือนกัน แต่ย้ายมาโบคา ตั้งแต่อายุ 15 ก่อนจะขึ้นชั้นมาเป็นกำลังหลักให้ทีมชุดใหญ่ถึง 6 ปี เป็นกำลังหลักพาทีมได้แชมป์โกปา ลิเบร์ตาโดเรส ถึง 2 สมัย ถึงได้ย้ายไปยุโรป
แล้วตอนที่กลับมาจากยุโรป ก็กลับมาตอนยังพีค ไม่ได้กลับมาแบบหมดสภาพ แถมกลับมาก็ได้แชมป์ โกปา ลิเบร์ตาโดเรส ได้ทันทีอีกต่างหาก
แฟนบอลรุ่นใหม่มองที่สถิติตัวเลข มองที่จำนวนแชมป์ ว่า ริเกลเม่ นั้นเหนือกว่า มาราโดน่า ซึ่งก็ไม่ผิด
แต่แฟนบอลที่สนับสนุนมาราโดน่า มองลึกไปที่ Context หรือบริบทของช่วงเวลาด้วย
แม้ มาราโดน่า จะเล่นให้โบคา ปีเดียวก่อนย้ายไปนาโปลี แต่ตอนนั้น โบคา ซบเซาอย่างหนัก การมาของ มาราโดน่า เหมือนจุดประกายความหวังให้ทีม ทำให้แฟนบอลกลับมาคึกคัก และคว้าแชมป์ทั่วประเทศได้อีกครั้งหลังจากร้างรามานานมากๆ
ไม่เพียงแค่นั้น เพราะการตัดสินใจเลือกโบคา ของมาราโดน่า คือการบอกปัด ริเวอร์เพลท อริตลอดกาลของพวกเขา แสดงให้เห็นถึงความรักที่ มาราโดน่า มีต่อโบคา ชื่อของสโมสรดังกระฉ่อนไปอยู่ในระดับโลกก็ตอนนั้น
การกลับมาอีกครั้งของ มาราโดน่า ตอนยุค 90s ก็เหมือนฮีโร่ที่คืนรัง และสร้างแรงกระเพื่อมให้ทีมได้อย่างมากโดยเฉพาะในปีแรกที่กลับมาคือปี 1995/96
มาติอัส บัลโด้ นักข่าวฟุตบอลแห่งบัวโนส ไอเรส ที่เกาะติดโบคามายาวนาน ให้ความเห็นเอาไว้ว่า
"ปัญหาทุกวันนี้คือคุณมีพวกคนหนุ่มสาวที่พูดกันในโซเชียลมีเดีย คุณนึกออกใช่มั้ยว่าเป็นยังไง ประวัติศาสตร์ไม่สำคัญแล้ว มีแค่แชมป์ที่สำคัญ ใช่ พวกเขาคิดว่ามาราโดน่ายิ่งใหญ่กับสิ่งที่ทำในทีมชาติ แต่ไม่ใช่เพราะสิ่งที่ทำกับโบคา พวกเขาไม่ยอมรับว่ามาราโดน่าคือหนึ่งในไอดอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร"
สุดท้ายแล้ว ความเป็นขั้วตรงข้ามกันระหว่าง ริเกลเม่ กับ มาราโดน่า ก็ลงเอยด้วยชัยชนะที่ดูจะเอนเอียงไปทาง ริเกลเม่ มากกว่า
มีไม่กี่คนนักที่กล้าท้าทาย "พระเจ้า" อย่าง ดีเอโก้ มาราโดน่า อย่างเปิดเผย
ฮวน โรมัน ริเกลเม่ คือคนคนนั้น เขาเป็นคนที่เชื่อมั่นในความคิดของตัวเองอย่างที่สุดเช่นกัน


 
อย่างไรก็ตาม ริเกลเม่ ก็คือหนึ่งในผู้โชคดีไม่กี่รายที่ได้เล่นร่วมกับทั้ง มาราโดน่า และ ลิโอเนล เมสซี่
สุดท้ายแล้ว ทั้งหมดคือทำเพื่อฟุตบอล ฟุตบอลของอาร์เจนติน่า
ในวันที่ดีเอโก้ มาราโดน่า เสียชีวิต 20 พฤศจิกายน 2020 ริเกลเม่ ก็โพสต์คลิปวิดีโอสั้นๆ ลงทางอินสตาแกรมของตัวเอง
แคปชั่นว่า El Prime 10 หรือ "เบอร์ 10 อันดับ 1"
มีข้อความอยู่ในคลิปนั้น ที่เขียนว่า
"ไม่เคยมีใครและจะไม่มีใครอีกที่เล่นฟุตบอลได้เหมือนอย่างที่เราเห็นเขาเล่น มันสวยงามเหลือเกิน ขอบคุณดีเอโก้"
"ขอให้เขาได้พักผ่อนอย่างสงบ ขอส่งความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวมาราโดน่าด้วย"
ภาพสุดท้ายในคลิปคือภาพดาวรุ่งที่ชื่อ ริเกลเม่ ยืนโอบกอดกับ ดีเอโก้ มาราโดน่า ซึ่งต่างก็อยู่ในสีเสื้อ โบคา จูเนียร์ส ย้อนไปในปี 1996
ร่วมรับชมคลิปเพิ่มความสนุกในการอ่านได้ที่ :: http://ow.ly/KuLc30smhpw
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment