breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

" กฎนี้เพื่อเบ็คแฮม "

อัพเดตเมื่อ : June 30, 2022 7:43pm โดย : admin

แกเร็ธ เบล เป็นนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์รายล่าสุดที่ย้ายไปเล่นในเมเจอร์ ลีก ซอคเก้อร์ สหรัฐอเมริกา
แน่นอนว่าดาวเตะระดับท็อป ย่อมไม่เคยมี "ความฝัน" ที่จะเล่นในเมเจอร์ ลีก ในขณะที่ตัวเองยังอยู่ในช่วงพีค สภาพร่างกายสด ฟิตเปรี้ยะ
ด้วยมาตรฐานฟุตบอลที่ยังห่างชั้นจากยุโรปหลายขุม ทำให้นักเตะดัง นักเตะเก่งจากยุโรป ที่แม้เลยช่วงพีคของอาชีพไปแล้ว ก็ยังไปหากินในสหรัฐได้แบบสบายๆ
บางคนถึงกับกลับมาเล่นในยุโรปได้อีกด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างเช่น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
เมเจอร์ ลีก อาจโดนมองเป็น "สถานีปลายทาง" ของนักเตะดัง แต่สำหรับวงการฟุตบอลที่นั่น มันคือของดีแล้ว แม้จะยอมรับว่าไม่ได้ของดี ที่มาในช่วงที่ดีสุดก็ตาม
อย่างน้อย มันช่วยเพิ่มความคึกคัก ให้นักเตะที่นั่นได้เรียนรู้ และเป็นแรงดึงดูดทั้งเรื่องรายได้ และดึงดูดให้นักเตะเกรดดีๆ ที่อาจจะชั้นเชิงรองลงมาหน่อย สนใจจะย้ายมาเล่นในสหรัฐเพิ่มมากขึ้น
อย่างที่ทราบกันว่า USA คือเจ้าพ่อเรื่องเอนเตอร์เทน และการโฆษณา ถ้าเป็นเรื่องของการทำให้ "คนหันขวับ" มามอง อเมริกา คือผู้เชี่ยวชาญอันดับ 1 ของโลก ในทุกๆ มิติของสังคม ไม่เว้นแม้แต่วงการกีฬา
ซอคเก้อร์ คือของแสลงของพวกเขา อเมริกา อาจเป็นเจ้าโลกในกีฬาหลากหลายประเภท แต่นั่นไม่ใช่ฟุตบอล (ชาย)


 
อีกทั้ง เมเจอร์ ลีก ซอคเก้อร์  (MLS) ก็เป็นลีกกีฬาอาชีพที่เป็นเกรดรอง ห่างชั้นจาก NFL (อเมริกันฟุตบอล), NBA (บาสเก็ตบอล), MLB (เบสบอล)
การจะทำให้ MLS ดังขึ้นมา ทั้งเรื่องความสนใจ และมาตรฐานเกมการแข่งขัน จำเป็นจะต้องดึงเอานักเตะสตาร์มาร่วมทีมให้ได้
พวกเขาเคยทำสมัยเป็นลีกฟุตบอลอเมริกาเหนือ ในยุค 70s ที่มีการดึงเอาแข้งอย่าง เปเล่, ฟรานซ์ เบ็คเค่นเบาเออร์, จอร์จ เบสต์, บ็อบบี้ มัวร์ ไปเล่น แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จในระยะยาว
จนกระทั่งมาในช่วงกลางยุค 2000s
สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือ เรื่องของเงินๆ ทองๆ
ด้วยการที่ MLS เป็นลีกที่เงินไม่ได้เยอะนัก แต่ก็ยังใช้มาตรฐานแบบกีฬาอเมริกาคือ มี Salary Cap หรือเพดานเงิน ที่จะใช้ในแต่ละปี
แล้วเพดานค่าจ้างเหล่านี้ก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดินเหลือเกิน ทั้งทีมต่อปี ราว 2 ล้านกว่าเหรียญ
ขณะที่ซูเปอร์สตาร์ใน NBA รับคนเดียว ปีละ 20-30-40 ล้านเหรียญเข้าไปแล้ว
หนึ่งในคนที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงเรื่องเหล่านี้คือ เดวิด เบ็คแฮม
เบ็คแฮม อาจไม่ได้มีฝีเท้าระดับสุดยอดที่จะลุ้นคว้าบัลลง ดอร์ ทุกๆ ปี แต่ เบ็คส์ มีวันนี้ได้ ไม่ใช่แค่หน้าตาอย่างเดียว
เขาโดน Underrated ด้วยซ้ำ ชื่อเสียงกับหน้าตาของเขา มันกลบความสามารถเชิงฟุตบอลของเขา
เบ็คส์ โดนมองว่ามีดีแค่เปิดบอลกับฟรีคิก แต่นี่คือนักเตะประเภทที่อาจจะเก่งแค่ 2-3 อย่าง แต่เขาเชี่ยวชาญ 2-3 อย่างที่ว่า ชนิดขั้นสุด เป็นนักเตะมีทีเด็ด ดีกว่านักเตะที่ทำได้ 7-8 อย่าง แต่ไม่โดดเด่นแม้แต่อย่างเดียว
นอกจากนั้น เขายังมีความเป็นผู้นำ, ฟิต, ทำงานเป็นทีม และมันสมองด้านฟุตบอลของเขาเพียวๆ ก็ไม่เป็นรองใคร


 
ทั้งหมดทั้งมวลของเบ็คแฮม มันทำให้เขากลายเป็น "แม่เหล็ก" ในโลกลูกหนัง
ชื่อเสียงของเบ็คแฮม มันหมายถึงรายได้มหาศาล และนั่นคือสิ่งที่จะมีผลอย่างมากต่อที่ไหนก็ตาม ที่เขาย่างกรายเข้าไปใช้ชีวิต
หลังออกจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้ว เดวิด เบ็คแฮม มีส่วนโดยอ้อม ต่อกฏทางการเงิน ถึง 2 ประเทศ จนถูกนำมาเรียกกันว่า กฎของเบ็คแฮม เลยทีเดียว
เราย้อนไปในปี 2005 ก่อน ตอนนั้น เบ็คแฮม มาเล่นในสเปน กับ มาดริด ได้ 2 ปีแล้ว
สเปน มีแนวคิดที่จะดึงดูดคนเก่งระดับหัวกะทิ พวกคนทำงานในระดับสูง เงินเดือน รายได้สูงๆ ให้ทำงานในสเปน ได้ต่อไป พวกเขาจึงมีพระราชกฤษฎีกา เกี่ยวกับ "ภาษี" ออกมาในปี 2005
คร่าวๆ คือ เดิมที หากคนต่างชาติ มาพักอาศัยทำงานในสเปน 183 วันขึ้นไปต่อปี พวกเขาจะถูกให้กลายเป็น ผู้พักอาศัยที่ต้องเสียภาษีให้รัฐบาลสเปน
รายได้ทุกทาง ไม่ว่าจะรายได้จากในสเปน หรือรายได้อื่นๆ ที่รับมาจากประเทศอื่นๆ ทั่วโลก จะถูกนับเข้ามาคิดตอนจ่ายภาษีทั้งหมด
ภาษีเป็นอัตราก้าวหน้าด้วย อาจจะเริ่มต้นที่ 24% ไปจบที่ 43% เลยทีเดียว
เจอแบบนี้ ทำให้คนเก่งๆ รายได้สูง อาจไม่อยากมาทำงานในสเปนแบบยาวๆ เพราะโดนคิดภาษีทุกทางจนเหงื่อตก
พระราชกฤษฎีกาใหม่ในตอนนั้นจึงออกมาช่วย ด้วยการให้คนเหล่านี้ สามารถเลือกได้ว่าจะเป็นผู้พักอาศัยแบบเสียภาษีในสเปน หรือไม่
หากไม่ .. พวกเขาจะมีทางเลือกในการเสียภาษี นั่นคือรายได้ที่มาจากนอกสเปน จะไม่ถูกนำมาคิดภาษี จะต้องจ่ายภาษีเฉพาะรายได้ที่มาจากในสเปนเท่านั้น แถม จะคิดแบบภาษีคงตัวคือที่ 24% อีกต่างหากด้วย
โดยจะอนุญาตให้คิดภาษีแบบเอื้อประโยชน์แบบนี้เป็นระยะเวลา 6 ปีแรกของการมาทำงานในสเปน
คนที่จะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้คือพวกคนต่างชาติรายได้สูง ที่มาทำงานในสเปน โดยเฉพาะพวกนักเตะต่างชาติตัวดังๆ นั่นเอง และ เบ็คแฮม คือหนึ่งในนั้น


 
นั่นทำให้กฎหมายการเสียภาษีแบบนี้ถูกเรียกว่า "กฎหมายเบ็คแฮม" หรือ "Beckham Law" แม้ในทางการมันจะถูกเรียกว่า  พระราชกฤษฎีกา ฉบับ 687/2005 ก็ตาม
เบ็คแฮม จะหมดสัญญากับ มาดริด ในปี 2007 ตอนระหว่างฤดูกาล 2006/07 แอลเอ แกแล็กซี่ ก็เริ่มติดต่อเข้ามา
แน่นอน เมื่อพูดถึงเรื่องการดึงนักเตะดังๆ จากยุโรป เรื่องเงินคือปัญหาใหญ่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะนักเตะระดับ เบ็คแฮม อีกด้วย
ทางเมเจอร์ลีก ซอคเก้อร์ ก็รู้ดีในเรื่องนี้  แต่พวกเขาก็อยากยกระดับลีกให้ดียิ่งขึ้น ได้รับความสนใจมากขึ้น
การจะเอาพวกซูเปอร์สตาร์มา แต่ละทีมคงเพดานเงิน หรือ Salary Cap ทะลุกระจุย คนเดียวก็คงเกินไปไม่รู้เท่าไหร่
ว่าแล้วในปี 2007 ทาง MLS เลยออกกฎมาช่วย หนึ่งในนั้นคือกฎที่เรียกว่า "กฎนักเตะพิเศษ" Designated Player Rule
หมายความว่าอะไร? หมายความว่า แต่ละทีม สามารถเซ็นนักเตะตัวละครพิเศษเข้ามาได้ 1 คน จากที่ไหนก็ได้
ถ้าซื้อตัวดังจากลีกยุโรป เงินที่ใช้ในการ "ซื้อ" นักเตะเหล่านี้ จะไม่ถูกคิดรวมเข้าในรายการใช้จ่ายประจำปี
ส่วนเรื่องค่าเหนื่อย จะถูกหักใน Salary Cap ไม่เกิน 400,000 เหรียญ นอกเหนือจากนั้น เจ้าของทีมสามารถจ่ายเองได้เต็มที่
ยกตัวอย่างในกรณีของเบ็คแฮม ตอนนั้น Salary Cap ต่อทีมในเมเจอร์ลีก อยู่ที่ราวๆ 2.1 ล้านเหรียญ แต่เบ็คแฮม คนเดียว ก็กดไป 6.5 ล้านเหรียญต่อปีแล้ว
แต่ค่าจ้างของเบ็คแฮม จะหักใน Salary Cap เพียง 400,000 อีก 6.1 ล้านเหรียญ เอาเงินจากกระเป๋าเจ้าของทีมจ่ายได้เลย ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด
วิธีแบบนี้เองที่ทำให้ทีมในเมเจอร์ลีก สามารถคว้านักเตะดังๆ มาร่วมทีมได้โดยไม่ต้องกลัวเรื่องเพดานค่าจากที่โดนกำหนดเอาไว้
ในปีแรกของการออกกฎ "นักเตะพิเศษ" มาช่วยนี้ มีแค่ 4 ทีมที่ใช้ นั่นคือ นิว ยอร์ค เร้ดบูลล์ส (เคลาดิโอ เรย์น่า), ชิคาโก้ ไฟเยอร์ (เคลาเตม็อค บลังโก้), เอฟซี ดัลลัส (เดนิลสัน) และ แอลเอ แกแล็กซี่ กับรายของ เบ็คแฮม


 
นั่นทำให้กฎนักเตะพิเศษนี้ ถูกเรียกชื่อเล่นตาม เบ็คแฮม อีกครั้ง ในชื่อ "Beckham Rule"
ต้องเรียกว่า มันได้ผล เพราะนับแต่นั้นมา เมเจอร์ ลีก ซอคเก้อร์ เติบโตขึ้น แม้จะโดนค่อนขอดว่า เบ็คแฮม จะมีแรงดึงดูดพอที่จะยกระดับลีกหรือไม่ แต่มันก็ได้ผล
จากนั้นมีนักเตะดังจากยุโรปอีกมากมายที่เข้าไปหากินในอเมริกา นักเตะอเมริกันเองก็พัฒนาขึ้น ยกระดับฝีเท้าขึ้น เป้าหมายในการที่เด็กรุ่นใหม่จะเอาดีด้านการเป็นนักกีฬา "ซอคเก้อร์" มีมากขึ้น
ความฝันคือการไปเล่นในยุโรป แต่ถ้าเริ่มต้นจากเมเจอร์ ลีก ก็ไม่เสียหายแต่อย่างใด
ขณะนี้ แทบทุกทีมมีนักเตะที่เซ็นด้วยกฎพิเศษ "Beckham Rule" กันทั้งนั้น
พวกตัวดังล่าสุดที่ย้ายไปนอกจาก แกเร็ธ เบล แล้วก็มี แซร์ดาน ชาคิรี่, ดักลาส คอสต้า, ลอเรนโซ่ อินซินเญ่ เป็นต้น
นี่คือแรงกระเพื่อม ที่ เดวิด เบ็คแฮม มีต่อเรื่องกฎทางการเงินของ 2 ประเทศ ทั้ง สเปน (โดยรวม) และสหรัฐอเมริกา (เฉพาะเรื่องฟุตบอล) แม้จะไม่โดยตรงก็ตาม
ทว่า ทั้ง 2 ครั้ง กฎใหม่ก็ถูกเรียกด้วยชื่อเล่นว่า กฎของเบ็คแฮม เหมือนๆ กัน แสดงให้เห็นถึงความเป็นสตาร์ของเขาว่ามีพลังมากแค่ไหน
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment