breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

5 ผู้เล่นจากลีกแดนนํ้าหอมสุดฮ็อตช่วงซัมเมอร์!

สำหรับ ลีก เอิง ฝรั่งเศส นับเป็นอีกหนึ่งการแข่งขันของยุโรปที่มีผู้คนให้ความสนใจไม่น้อยไปกว่า เซเรีย อา หรือ บุนเดสลีกา เลยทีเดียว ซึ่งลีกแห่งนี้ก็ได้สร้างดาวรุ่งที่แข็งแกร่งมากมายและนักเตะที่รู้จักกันดีอย่าง เอแด็น อาซาร์, มามาดู ซาโก้, ฟลอรองต์ มาลูด้า หรือแม้แต่ยอดนักเตะที่เพิ่งแขวนสตั๊ดไปอย่าง เธียร์รี่ อองรี ต่างก็เคยค้าแข้งให้กับแดนนํ้าหอม ก่อนจะมาเจิดจรัสกับลีกอื่นๆกันทั้งนั้น สำหรับซัมเมอร์นี้มีใครเล่นใน ฝรั่งเศส แล้วเนื้อหอมจนตกเป็นข่าวคราวการย้ายทีมอย่างหนักบ้างก็มาดูกันเลยครับ!1. อเล็กซ็องแดร ลากาแซตต์ (โอลิมปิก ลียง / ฝรั่งเศส) สำหรับแข้งเลือดนํ้าหอมอย่าง อเล็กซ็องแดร์ ลากาแซตต์ ได้ก้าวขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ในฐานะตัวจริงอย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2012/13 ก่อนที่ล่าสุดจะวาดฝีเท้าโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับ "โอแอล" ด้วยการยิงไปมากถึง 27 ประตูในเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส ฤดูกาลนี้ จึงไม่แปลกใจนักที่จะมีหลากทีมให้ความสนใจกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้ง ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่างมีรายชื่อเป็นกระแสข่าวร่วมด้วยกันทั้งสิ้น กระนั้นอนาคตของเจ้าตัวกลับยังไม่แน่นอนนัก เพราะยังไม่มีการคอนเฟิร์มเรื่องอนาคแต่อย่างใดทั้งสิ้น2. อองเดร-ปิแอร์ ชีญัก (โอลิมปิก มาร์กเซย / ฝรั่งเศส) มาพบกับอีกหนึ่งนักเตะแดนนํ้าหอม อองเดร-ปิแอร์ ชีญัก กองหน้าตัวเก่งจาก โอลิมปิก มาร์กเซย ฤดูกาลนี้เขาเล่นได้ยอดเยี่ยมเป็นรองเพียง อเล็กซองแดร ลากาแซตต์ ในแนวรุกก็ว่าได้ หลังลงเล่น 38 นัดในลีกยิงไปได้ถึง 21 ประตูด้วยกัน ส่งผลให้หลากหลายทีมให้ความสนใจคว้าตัวมาร่วมทัพโดยเฉพาะใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่มีทั้ง นิวคาสเซิ่ล, เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, เอฟเวอร์ตัน และ ลิเวอร์พูล ที่ตกเป็นข่าวร่วมด้วย แต่ล่าสุดดูเหมือนว่า กาลาตาซาราย สโมสรดังจากแดนไก่งวงจะไม่น้อยหน้า เพราะได้ประกาศความต้องการตัวแล้วเช่นเดียวกัน3. ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง / สวีเดน ) น่าเสียดายจริงๆที่กองหน้าตัวเก่งของ "เปแอสเช" อย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช โชว์ฝีเท้าในฤดูกาลนี้ได้ไม่เต็มที่นัก หลังมีทั้งอาการบาดเจ็บและโทษแบนเข้ามารบกวนการลงเล่น ทั้งนี้ทั้งนั้นการลงสนามทั้ง 24 นัดของเขาก็ยังทำผลงานได้อย่างเยี่ยมยอดด้วยการยิงไปถึง 19 ประตู งานนี้ทำเอาตกเป็นข่าวร่วมกับทั้ง ลิเวอร์พูล, เชลซี, อาร์เซน่อล และต้นสังกัดเก่าอย่าง เอซี มิลาน แต่ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ยังไม่แน่นอนเรื่องอนาคตเช่นกัน เพราะเจ้าตัวเคยเปิดเผยว่าอย่างจะแขวนสตั๊ดร่วมกับต้นสังกัดปัจจุบันตอนปี 2016 นั่นเอง4.เอดินสัน คาวานี่ ( ปารีส แซงต์-แชร์กแมง / อุรุกวัย) เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นของ "เปแอสเช" ที่ได้รับความนิยมชมชอบไม่แพ้ใครในลีก เอิง ฝรั่งเศส เลย ซึ่งแม้จะมีกระแสวิพากย์วิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่นอยู่บ้างในบางครั้ง แต่เขาก้ได้พิสูจน์ตัวเองให้ได้เห็นกันไปแล้วด้วยการยิงไป 18 ประตูฤดูกาลนี้ ซึ่งทั้ง อาร์เซน่อล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล ต่างเคยตกเป็นความสนใจด้วยกันทั้งสิ้น กระนั้นล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนทางด้านประธานสโมสรอย่าง นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่ กลับประกาศว่าไม่มีความสนใจขายนักเตะรายนี้แต่อย่างใด5.เจฟเฟร่ย์ กอนด็อกเบีย ( โมนาโก / ฝรั่งเศส ) จะว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่โด่งดังที่สุดในซีซั่น 2014/15 ของแดนนํ้าหอมก็คงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ สำหรับ เจฟเฟร่ย์ กอนด็อกเบีย มิดฟิลด์อนาคตไกลจาก โมนาโก ที่ทำผลงานช่วยเหลือต้นสังกัดได้อย่างอยดเยี่ยม แม้เขาจะยิงได้แค่เพียงประตูเดียว แต่เขากลับเป็นผู้เล่นที่คุมแดนกลางได้ดีและยังมีลูกยิงไกลที่อันตราย นอกจากนี้ยังมีส่วนสำคัญที่พา โมนาโก จบอันดับ 3 ได้สำเร็น ทั้งยังลิ่วเข้ารอบลึกใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกด้วย ซึ่งทั้ง อาร์เซน่อล, เอซี มิลาน และ ยูเวนตุส ต่างมีรายชื่อเป็นทีมที่ให้ความสนใจใช้บริการกันทั้งสิ้น!Credit Pic : Zimbio

5 กองหลังสุดแกร่งสายเลือดใหม่จากแดนลาตินอเมริกา

ไฮซอน มูรีโย่ (เซ็นเตอร์แบ็ก : ทีมชาติโคลอมเบีย - อินเตอร์ มิลาน) กองหลังชาวโคลอมเบียนย้ายจากบ้านเกิดมาฝึกปรือกับ อูดิเนเซ่ ตั้งแต่อายุเพียง 18 ปี ทว่า 1 ปีในอิตาลี มูรีโย่ ไม่ได้รับโอกาสประเดิมกับทีมชุดใหญ่เลย ก่อนถูกปล่อยยืมตัวให้ กรานาด้า และทีมแห่งแคว้นอันดาลูเซียได้เลือกเซ็นสัญญาถาวรในเวลาต่อมา หลังผลงานที่ยอดเยี่ยมกับการปล่อยยืมตัวอีกทอดหนึ่งกับ กาดิซ และ ลาส ปัลมาส จากนั้น มูรีโย่ จึงได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องกับ กรานาด้า ในฤดูกาล 2013-14 ซึ่งดาวเตะวัย 23 ปีพัฒนาฝีเท้าอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นแกนหลักของทีมลากยาวมาจนถึงซีซั่นนี้ รวมทั้งกับทีมชาติโคลอมเบียเช่นเดียวกัน ทำให้ อินเตอร์ ต้องยอมจ่าย 10 ล้านยูโร เพื่อดึง มูรีโย่ มาคุมแนวรับยังถิ่นจูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า ในฤดูกาลหน้า ฟาบินโญ่ (แบ็กขวา : ทีมชาติบราซิล - โมนาโก) ฟาบินโญ่ แจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวกับ โมนาโก ในฤดูกาลนี้ เมื่อกองหลังวัย 21 ปีเล่นได้อย่างแข็งแกร่งทั้งกับตำแหน่งถนัดคือแบ็คขวา และยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับการขยับมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ และแน่นอนว่า ฟาบินโญ่ เป็นอีกหนึ่งขุมกำลังสำคัญของทีมดังแห่งราชรัฐโมนาโกสำหรับการจบอันดับ 3 บนตารางคะแนนลีก เอิง และสร้างเซอร์ไพรส์บินสูงในเวทีแชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้ โมนาโก จัดการมอบสัญญาถาวรให้กับอดีตลูกหม้อ ฟลูมิเนนเซ่ หลังก่อนหน้านี้ยืมตัวจาก ริโอ อาฟ มาใช้งานในรั้วสต๊าด หลุยส์ เป็นเวลา 2 ปี และในโคปา อเมริกา 2015 ซัมเมอร์นี้ ฟาบินโญ่ ก็มีชื่อใน 23 พลพรรคทีมชาติบราซิลของกุนซือ คาร์ลอส ดุงก้า อีกด้วย นอกจากนี้แข้งชาวบราซิเลียนยังเคยมีประสบการณ์กับ เรอัล มาดริด กาสติย่า ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี ดานิโล่ (แบ็กขวา : ทีมชาติบราซิล - เรอัล มาดริด) น่าเสียดายที่แบ็กขวาตัวใหม่ของ เรอัล มาดริด เจ้าของค่าตัว 31.5 ล้านยูโร จาก เอฟซี ปอร์โต้ ต้องพลาดโคปา อเมริกา 2015 ครั้งนี้ เนื่องจากประสบปัญหาอาการบาดเจ็บหัวเข่าในแมตช์อุ่นเครื่องก่อนทัวร์นาเมนต์ที่ชิลี ก่อนเป็น ดาเนี่ยล อัลเวส ที่ได้เสียบแทนตำแหน่ง ซึ่งก่อนหน้านี้ คาร์ลอส ดุงก้า เทรนเนอร์ทีมชาติบราซิลเลือก ดานิโล่ ก่อน อัลเวส เนื่องจากต้องการวางกองหลังวัย 23 ปีไว้เป็นแกนหลักตำแหน่งแบ็กขวาระยะยาวของทัพ "เซเลเซา" สำหรับ ดานิโล่ โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นตั้งแต่เริ่มต้นกับ ซานโตส และรับใช้ทีมชาติบราซิลชุดเล็กมาโดยตลอด ก่อนย้ายมาอยู่กับ ปอร์โต้ ด้วยราคา 13 ล้านยูโร ในช่วงต้นปี 2012 จากนั้นใช้เวลาเพียง 2 ปีครึ่งพัฒนาตัวเองแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะการเติมเกมรุกตามแบบฉบับฟูลแบ็กบราซิลเลี่ยนที่ทำให้ ดานิโล่ ซัดถึง 7 ประตูจากการลงสนาในทุกรายการซีซั่นนี้กับ "ดรากอนส์" โฮเซ่ มาเรีย กิเมเนซ (เซ็นเตอร์แบ็ก : ทีมชาติอุรุกวัย - แอตเลติโก มาดริด) กิเมเนซ อาจมีโอกาสลงสนามเพียง 2 นัดเท่านั้นในปีแรกที่ย้ายจาก ดานูบิโอ ในบ้านเกิดมาค้าแข้งยังชายคาบิเซนเต้ กัลเดรอน ในช่วงซัมเมอร์ปี 2013 ทว่าฤดูกาล 2014-15 กองหลังวัย 20 ปีได้ลงเล่นมากขึ้นยามคู่ปราการหลังตัวกลางตัวจริงอย่าง ดิเอโก้ โกดิน กับ ชูเอา มิรันด้า มีอาการบาดเจ็บหรือติดโทษแบน และสามารถทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเสมอ ทำให้ตลอดทั้งฤดูกาลที่ผ่านมา "ตราหมี" ของเทรนเนอร์ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ไม่เคยประสบปัญหาเรื่องเกมรับ ส่วนกับทีมชาติอุรุกวัย กิเมเนซ ลงรับใช้ทัพ "จอมโหด" ไปแล้ว 17 เกมซึ่งถือเป็นจำนวนที่มากพอสมควรทีเดียวสำหรับนักเตะอายุเพียง 20 กระรัต มาร์ควินญอส (เซ็นเตอร์แบ็ก : ทีมชาติบราซิล - ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) มาร์ควินญอส ไม่ได้เล่นอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากนักกับปีแรกที่ย้ายมาจาก โรม่า มาค้าแข้งในรั้วปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ด้วยค่าตัว 31.5 ล้านยูโร เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2013 ทำให้ปราการหลังดาวรุ่งชาวบราซิเลียนกลายเป็นเป้าหมายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ บาร์เซโลน่า แต่ "เปแอสเช" ยังคงยืนยันเสียงแข็งเสมอว่าต้องการเก็บ มาร์ควินญอส ไว้ใช้งานในกรุงปารีส และฤดูกาล 2014-15 นี้ดาวเตะวัย 21 ปีได้รับโอกาสลงสนามมากขึ้นกับ "เปแอสเช" และมีพัฒนาการให้เห็นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการถูกเทรนเนอร์ โลร็องต์ บล็องก์ โยกออกไปเล่นเป็นแบ็กขวาในบางเกม เนื่องจากอดีตลูกหม้อ โครินเธียนส์ ยังยากจะเบียดตัวจริงกับ ดาวิด ลุยซ์ กับ ติอาโก้ ซิลวา อย่างไรก็ตามนั่นก็เป็นผลงานที่ดีเพียงพอในกุนซือ คาร์ลอส ดุงก้า เรียกตัวมาติดธง "เซเลเซา" ทำศึกโคปา อเมริกา 2015pic : zimbio

4 ดาวยิงความหวังของ 4 บิ๊กลาตินในศึก โคปา !

ศึกฟาดแข้งประจำทวีปลาตินอเมริกาได้เวียนบรรจบถึงเวลาลงฟาดฟันกันอีกครั้งและแน่นอนว่าแต่ล่ะชาติเต็มไปด้วยสตาร์ดังระดับซูปเปอร์สตาร์ทั้งนั้นมาในวันนี้ผมขอหยิบยก 4 ดาวยิงตัวเป้งของ 4 ชาติตัวเต็งมาให้แฟนๆ 'Cheerball.com' มาได้ดูกันว่ามีใครกันบ้างครับ1. อเล็กซิส ซานเชส - ทีมชาติชิลี (เจ้าภาพ) กลายเป็นกำลังหลักของทีมไปแล้วสำหรับ ซานเชส ที่ลงรับใช้ชาติมายาวนานตั้งแต่ปี 2006 แล้วและการลงเล่นครั้งนี้ในฐานะเจ้าภาพหัวหอกของ อาร์เซน่อล ได้รับความคาดหวังเป็นอย่างมากจากทั้งแฟนๆและ จอร์เก้ ซามเปาลี นายใหญ่ของ ชิลี เองอีกด้วยซึ่งก็ต้องรอดูกันว่าเขาจะแบกรับความกดดันต่างๆนี้ได้ดีมากน้อยขนาดไหน2. ดีเอโก้ ทาร์เดลลี่ - ทีมชาติบราซิล หากพูดถึง บราซิล แล้วหลายๆคนอาจจะคิดถึง เนย์มาร์ แต่ทว่าดาวเตะรายนี้พิสูจน์แล้วว่าเขามีความสำคัญมากแค่ไหนต่อขุนพล "เซเรเซา" แต่ด้วยความที่ตัว ทาร์เดลลี่ เองทำให้ผมนึกถึงศูนย์หน้าหมายเลข 9 ที่แท้จริงขึ้นมาและยังไม่ได้รับการพิสูจน์ตัวเองอย่างเต็มที่ในนามทีมชาติและการมาสร้างชื่อให้ตัวเองตอนอายุ 30 ปีนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอนทำให้ โคปา อเมริกา ครั้งนี้ผมจึงยกให้ ทาร์เดลลี่ เองเป็นดาวยิงที่น่าจับตามองคนหนึ่ง3. คาร์ลอส เตเวซ - ทีมชาติอาร์เจนติน่า แน่นอนเมื่อพูดถึง อาร์เจนติน่า ก็ต้อง ลีโอเนล เมสซี่ แต่ด้วยเหตุผลเดียวกับ เนย์มาร์ ทำให้ผมตัดทิ้งออกไปและเลือก เตเวซ แทนเพราะว่าดาวยิงมะขามข้อเดียวรายนี้หลุดทีมชาติไปยาวนานมากๆในยุคสมัยของ อเลฮันโดร ซาเบลล่า ที่เขาไม่ถูกเรียกติดทีมเลยแต่คราวนี้โอกาสกลับมาอีกครั้งต้องตามกันยาวๆว่า เตเวซ จะสามารถจัดหนักบรรเลงฝีเท้าออกมาได้มากน้อยแค่ไหน4. เอดินสัน คาวานี่ - ทีมชาติอุรุกวัย กลายเป็นหอกความหวังเดียวเลยในรายการนี้หลังจากที่อดีตคู่หูอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ ยังติดโทษแบนอยู่แถมหอกรุ่นพี่ ดีเอโก้ ฟอร์ลัน ก็ประกาศเลิกเล่นทีมชาติไปแล้วทำให้รายการนี้จะเป็นทัวนาเมนท์ที่ คาวานี่ จะได้ฉายเดี่ยวโดดๆออกมาคนเดียว ซึ่งก็น่าสนใจว่าเขาจะทำได้ดีมากน้อยขนาดไหนเค.เค.pic : zimbio

ยอด 5 แข้งมูลค่าสูงสุดของโลก!

ซีไออีเอส ฟุตบอล อ็อปเซิร์ฟวาโทรี่ กลุ่มสำรวจสถิติด้านการกีฬา เปิดเผยข้อมูลเหล่าแข้งที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก โดยมีการวัดมูลค่าจาก ประสิทธิภาพ, ประสบการณ์, สัญญา และ อายุ เพื่อใช้ในการจัดอันดับของนักเตะแต่ละราย ซึ่งผู้เล่นคนใดมีมูลค่าสูงสุดท็อป 5 ของโลกกันบ้างติดตามกันได้เลยครับ! 1. ลีโอเนล เมสซี่ ( บาร์เซโลน่า / สเปน ) ลีโอเนล เมสซี่ แข้งสตาร์ดังจาก "เจ้าบุญทุ่ม" ในวัย 27 ปี ยังคงกลายเป็นผู้เล่นที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก หลังยังมีสัญญาอยู่กับถิ่น คัมป์นู จนถึงปี 2018 และยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับต้นสังกัดตลอดทั้งซีซั่น 2014/15 ที่ผ่านมา ซึ่งเขายิงไปมากถึง 58 ประตูในฤดูกาลนี้จากการแข่งขันทุกรายการ ทั้งยังแอสซิสต์ได้อีกบ่อยครั้ง ส่งผลให้ในแง่ประสิทธิภาพแทบจะไร้ที่ติ ซึ่งโดยรวมเขาจึงถูกจับให้เป็นผู้เล่นที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกที่ประมาณ 255.3-280.8 ล้านยูโรทีเดียว2. เอแด็น อาซาร์ ( เชลซี / เบลเยี่ยม ) เอแด็น อาซาร์ ดาวดังจาก เชลซี กลายเป็นผู้เล่นที่สร้างความน่าประหลาดใจให้กับวงการลูกหนังอย่างมากทีเดียว หลังถูกจับให้มีมูล่าค่าเหนือกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทีราว 135.4 - 148.9 ล้านยูโร ซึ่งทางด้านผลงานอันยอดเยี่ยมที่พา "สิงห์บลูส์" คว้าแชมป์ทั้ง แคปิตอล วัน คัพ และ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาครองได้สำเร็จ บวกกับทั้งอายุยังน้อยแค่เพียง 24 ปีและสัญญาที่ยังเหลือถึงปี 2020 นั่นก็น่าจะเป็นสาเหตุให้เขาแซงหน้าดาวยิงจาก ลา ลีกา สเปน ไปได้สำเร็จนั่นเอง3. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ( เรอัล มาดริด / โปรตุเกส ) มาถึงอันดับ 3 อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่เสียหลักไปเล้กน้อยให้กับ อาซาร์ ไปหมาดๆ อย่างที่บอกกันไปแล้วว่าฝีเท้าของเขาไม่ได้ดรอปเท่าใดนัก หลังครองดาวซัลโวในลีกสูงสุดแดนกระทิงดุมาได้สำเร็จด้วยสกอร์ 48 ลูก แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถพา "ราชันชุดขาว" เก็บถ้วยมาครองได้เลยในช่วงซีซั่นที่ผ่านมา นอกจากนี้อายุก็ปาเข้าไป 30 เป็นที่เรียบร้อยและเหลือสัญญาร่วมกับถิ่น ซานเตียโก เบร์นาเบว แค่้ะรยง 3 ปีเท่านั้น ซึ่งก็น่าจะเป็นเหตุให้เขาต้องอยู่ในอันดับ 3 นั่นเอง สำหรับมูลค่าของ โรนัลโด้ ถูกตีไว้ประมาณ 113.3 - 124.7 ล้านยูโร4. เนย์มาร์ ( บาร์เซโลน่า / บราซิล ) ส่วนอันดับ 4 ตกเป็นของ เนย์มาร์ หัวหอกแห่งความหวังของชาวบราซิลเลี่ยน ซึ่งด้วยวัยเพียง 23 ปี เขากลับมีความโดดเด่นอย่างมากทั้งการพังตาข่ายและเทคนิก ซึ่งแม้จะยังปีนขึ้นไปไม่ถึงระดับของเพื่อนร่วมทีมอย่าง เมสซี่ แต่ด้วยอายุที่ยังน้อยและสัญญาเหลือถึงปี 2018 ก็ทำให้เขาถูกตีมูลค่าสูงถึง 89.6 - 98.5 ล้านยูโรด้วยกัน5. เซร์คิโอ อเกวโร่ ( แมนเชสเตอร์ ซิตี้ / อาร์เจนติน่า ) อันดับสุดท้ายตกเป็นของ เซร์คิโอ อเกวโร่ หัวหอกความสามารถสูงจากทัพ "เรือใบสีฟ้า" เขานับเป็นหนึ่งในแนวรุกที่ดีที่สุดของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทีเดียว หลังซีซั่นที่ผ่านมาก็ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นด้วยการซัดไปมากถึง 26 ประตู ครองดาวซัลโวประจำลีกสูงสุดแดนผู้ดีไปครอง ซึ่งด้วยอายุ 27 ปี พร้อมกับสัญญาเหลือถึงปี 2019 พร้อมกับความสามารถโดยรวมแล้วก็ทำให้เข้าถูกตมูลค่าที่ 78.2 - 86.0 ล้านยูโรCredit Pic : CIES, Zimbio, thenational

5 ยังบลัดน่าจับตาในยูโร U-21 2015

2015 ยูฟ่า ยูโรเปี้ยน ชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี แชมเปี้ยนชิพ หรือ ยูโร ยู-21 2015 ที่ประเทศสาธารณรัฐเช็ก ระหว่างวันที่ 17 - 30 มิถุนายน 2015 จะต้องเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ได้รับการติดตามอย่างมากในช่วงซัมเมอร์นี้อย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นรายการที่เต็มไปด้วยบรรดาผู้เล่นดาวโรจน์ฝีเท้าฉกาจมากมายทั่วทั้งแผ่นดินยุโรปมารวมตัวกัน และเป็นเวทีที่แจ้งเกิดให้แข้งสายเลือดใหม่ก้าวขึ้นมาประดับวงการแล้วมากมาย แม้ปีนี้อาจไม่มีชาติที่เป็นเต้ยในเรื่องของการขัดเกลาดาวรุ่งอย่างสเปน (แชมป์ 4 สมัย), ฮอลแลนด์ (แชมป์ 2 สมัย) และฝรั่งเศส (แชมป์ 1 สมัย) แต่ทั้งอังกฤษ, อิตาลี, โปรตุเกส, เยอรมัน และเช็ก ก็มีแข้งวัยกระเตาะมากพอสร้างสีสันได้ และวันนี้ "Cheerball.com" เราdHมีเรื่องราวของ 5 ยังบลัดที่นาสนใจมาให้ติดตามกันครับ!!! 1. ไซโด้ เบราฮิโน่ (อังกฤษ ชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี : เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน) เบราฮิโน่ เป็นแกนหลักสำหรับทีมชาติอังกฤษ รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีภายใต้การคุมทีมของกุนซือ แกเร็ธ เซาธ์เกต ด้วยการกด 10 ประตูจากการลงสนาม 10 นัดในรอบคัดลือก และรอบเพลย์-ออฟส์ ส่งผลหัวหอกวัย 21 ปีคว้าตำแหน่งดาวซัลโวในรอบคัดเลือกเหนือ อาร์คาเดียสซ์ มิลิค (โปแลนด์ - 9 ประตู) และ อัลบาโร่ โมราต้า (สเปน - 8 ประตู) ทำให้ฤดูกาล 2014-15 ถือเป็นปีทองอย่างแท้จริงของ เบราฮิโน่ เนื่องด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมทั้งกับ "ทรี ไลอ้อนส์" และ เวสต์บรอมวิช ที่ดาวยิงเชื่อสายบุรุนดี (สาธารณรัฐบุรุนดี ประเทศในทวีปแอฟริกา) จัดการซัด 20 ประตูในทุกรายการกับ "เดอะ แบ็กกี้ส์" และแน่นอน เบราฮิโน่ เป็นอีกความหวังของทัพ "สิงโตคำรามน้อย" ในรายการนี้อย่างไม่ต้องสงสัย 2. มักซิมิเลี่ยน อาร์โนลด์ (เยอรมัน ชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี : โวล์ฟสบวร์ก) อาร์โนลด์ อาจมีส่วนร่วมไม่มากนักในทีมชาติเยอรมัน ยู-21 ของเทรนเนอร์ ฮอร์สต์ ฮรูเบช ในรอบคัดเลือก และเพิ่งก้าวขึ้นมาเล่นรุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี หลังก่อนหน้านี้รับใช้ "อินทรีเหล็ก" มาแล้วไล่ตั้งแต่ชุดอายุไม่เกิน 16, 17, 18, 19 และ 20 สำหรับ อาร์โนลด์ เริ่มได้รับโอกาสในแดนกลางของ โวล์ฟสบวร์ก มาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว และซีซั่นที่ผ่านมาห้องเครื่องวัย 21 ปีสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น และกลายเป็นอีกหนึ่งแกนหลักในทีมของกุนซือ ดีเตอร์ เฮ็คคิงก์ พร้อมกับความยอดเยี่ยมของ "หมาป่าแห่งเมืองเบียร์" ที่จบด้วยตำแหน่งรองแชมป์บุนเดสลีกา และคว้าแชมป์เดเอฟเบ โพคาล 3. สเตฟาโน่ สตูราโร่ (อิตาลี ชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี : ยูเวนตุส) สตูราโร่ อาจไม่ได้ลงรับใช้ทีมชาติอิตาลีรุ่นเล็กมากนัก รวมทั้งชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี ของกุนซือ ลุยจิ ดิ เบียโจ้ ก็เช่นเดียวกัน แต่จากผลงานที่ยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้กับต้นสังกัดทั้ง เจนัว และ ยูเวนตุส ทำให้แน่นอนว่าดาวเตะชาวอิตาเลียนจะต้องมีชื่อติดทัพ "อัซซูร์รี่" ไปลุยศึกยูโร ยู-21 สำหรับ สตูราโร่ บัญชาเกมแดนกลางของ เจนัว ได้อย่างแข็งแกร่งในฤดูกาลก่อน จนเจ้า "ม้าลาย" ต้องยอมจ่าย 5.5 ล้านยูโร เพื่อเซ็นสัญญากับมิดฟิลด์วัย 22 ปีในช่วงซัมเมอร์ปี 2014 ก่อนปล่อยให้ "รอสโซ่บลู" ยืมตัวใช้งาน 1 ปี ทว่า สตูราโร่ ยังพัฒนาฝีเท้าอย่างต่อเนื่องจนพายอดทีมแห่งเมืองเจนัวบินสูงในครึ่งซีซั่นแรก ทำให้ "ยูเว่" ต้องดึงตัวกลับมายังรังยูเวนตุส สเตเดี้ยม ในต้นปี 2015 และเขาก็ยังคงเล่นได้อย่างดีเสมอยามได้รับโอกาสจากเทรนเนอร์ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี 4. แบร์นาร์โด้ ซิลวา (โปรตุเกส ชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี : โมนาโก) ทีมชาติโปรตุเกส ยู-21 ของเทรนเนอร์ ลุย ฮอร์เก้ เล่นเข้าฝักสุดในรอบคัดเลือก โดยเป็นทีมเดียวในรอบคัดเลือกที่คว้าชัยชนะมารวดทั้ง 8 นัด รวมทั้งการเอาชนะฮอลแลนด์ อดีตแชมป์ยูโร ยู-21 2 สมัย มาได้ด้วยสกอร์รวม 7-4 ในรอบเพลย์-ออฟส์ เหย้า-เยือน 2 เกม ซึ่งหนึ่งในนั้นต้องยกเครดิตให้กับบรรดาพลพรรค "ฝอยทองน้อย" ทั้ง ริคาร์โด้ ออร์ต้า, อิวาน คาวาเลโร่, ริคาร์โด้ เปเรร่า และ ราฟา ซิลวา แต่ที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้น แบร์นาร์โด้ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจที่กองกลางวัย 20 ปีเล่นออกมาได้ดีกับทีมชาติ เมื่อฟอร์มกับต้นสังกัด โมนาโก ของเขาก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน และเป็นอีกหนึ่งขุมกำลังสำคัญของ โมนาโก สำหรับการจบอันดับ 3 บนตารางคะแนน และสร้างเซอร์ไพรส์ล้มยักษ์ในเวทีแชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้ทีมดังแห่งรัฐโมนาโกต้องยอมควัก 15.75 ล้านยูโรเพื่อเซ็นสัญญาถาวรจาก เบนฟิก้า ตามดีลสัญญายืมตัว 1 ปีครั้งแรก 5. แฮร์รี่ เคน (อังกฤษ ชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี : ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์) แสงสปอร์ตไลท์จะต้องส่องมาจังจ้องยัง เคน ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ที่สาธารณเช็กอย่างแน่นอน จากผลงานร้อนแรงตะบัน 21 ประตูในลีกกับ สเปอร์ส และรวมกระทุ้ง 31 ประตูในทุกรายการซีซั่นนี้ จนลูกหม้อของ "ไก่เดือยทอง" ถูกยกให้เป็นอีกหนึ่งศูนย์หน้าดาวโรจน์ที่ดีที่สุดชั่วโมงนี้บนเวทีพรีเมียร์ลีก รวมทั้งได้รับโอกาสประเดิมสนามกับทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่มาแล้วพร้อมกดได้ 1 ตุงอีกด้วย แม้ฟอร์มช่วงท้ายฤดูกาลกับ "ท็อตแน่ม" จะเริ่มออกอาการฝืดให้เห็นอยู่บ้าง แต่หัวหอกวัย 21 ปีก็ยังพอลั่นสกอร์ได้อยู่บ้าง และการที่ เคน มีเพื่อนร่วมทัพ "สิงโตคำรามน้อย" อย่าง แดนนี อิงส์, คาลั่ม แชมเบอร์ส, เจมส์ วอร์ด-เพร้าส์, ไมเคิ่ล คีน, จอห์น สโตนส์, เจสซี่ ลินการ์ด และ เบราฮิโน่ ยิ่งทำให้ "ทรี ไลอ้อนส์" ชุดนี้ถูกคาดหวังเอาไว้สูงสำหรับตำแหน่งแชมป์pic : zimbio

10 ดาวเตะชื่อก้องที่กำลังจะ 'ฟรี' !! มีใครบ้างเช็กเลย !

ของดีเซ็นฟรีทีมไหนๆก็ชอบมาในวันนี้ผมของรวบรวม 11 ดาวเตะที่คอลูกหนังน่าจะรู้จักกันดีและยังเล่นอยู่ในระดับ 'ท็อป' อยู่พร้อมกับกำลังจะหมดสัญญากับสโมสรช่วงเดือน มิถุนายน นี้มีใครกันบ้างมาดูกันเลยครับ10. ซามี่ เคห์ดิร่า ห้องเครื่องดีกรีแชมป์โลกของ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ประกาศออกมาชัดเจนแล้วว่าจะขอย้ายออกจาถิ่น ซานติเอโก้ เบร์นาเบว ช่วงหน้าร้อนนี้ อยู่ที่ว่าเขาจะเลือกสโมสรไหนเท่านั้นเองซึ่งตอนแรก ชาลเก้ 04 เป็นเต็งจ๋าเลยแต่ไปๆมาๆ "ราชันสีน้ำเงิน" ทะลึ่งชวดไปเล่น แชมป์เปี้ยนส์ลีก ทำให้มีข่าวว่า เคห์ดิร่า ตัดสินใจไม่ไปแล้วและกำลังดูข้อเสนอจากสโมสรอื่นอยู่9. จามเปาโล ปาซซินี่ หัวหอกสัญชาติอิตาเลี่ยนรายนี้เคยได้รับการยกย่องมาเป็นศูนย์หน้าที่มีพรสวรรค์มากที่สุดคนหนึ่งเลยทีเดียวตอนที่เขาอยู่กับ ซามพ์โดเรีย แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดย้ายมาอยู่ เอซี มิลาน มีอาการบาดเจ็บรบกวนมาตลอดแต่ถึงอย่างนั้นสถิติการยิง 21 ลูกจากการลงเล่น 74 นัดก็ไม่ใช่เล่นๆและ 'ปาซโซ่' กำลังจะหมดสัญญากับ "ปีศาจแดงดำ" แล้วพร้อมกับสภาพที่กลับมาฟิตอีกครั้งหากมีทีมไหนมอบโอกาสให้ล่ะก็เผลอๆฟอร์มอาจจะกระฉูดอีกครั้ง8. ลูก้า โทนี่ อายุไม่ใช่ปัญหาจริงๆสำหรับดาวยิงโคตรจะเก๋าที่ล่าสุดก็เพิ่งก้าวขึ้นเป็นดาวซัลโวสูงสุดของ กัลโช่ เซเรีย อา ด้วยวัย 38 ปีเคียงคู่ เมาโร อิคาร์ดี้ ในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ตัว โทนี่ กำลังจะหมดสัญญากับ เฮลลาส เวโรน่า และยังไร้วี่แววในการขยายสัญญาออกไป หากมีทีมไหนต้องการหัวหอกพร้อมใช้งานล่ะก็น่าสนใจไม่น้อยเหมือนกัน7. ไมก้าห์ ริชาร์ด ลูกหม้อของ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ดูเหมือนว่าเขาจะหมดอนาคตกับทีมไปแล้วเรียบร้อยแต่ด้วยวัยเพียง 26 ปีกับลีลาการเล่นที่แข็งแกร่ง ทน ถึก แถมยังใช้งานได้อีกอย่างน้อยๆก็ 4-5 ปีทำให้ช่วงตลาดหน้าร้อนนี้ ริชาร์ด เนื้อหอมไม่เบาเหมือนกัน6. เซร์คิโอ โรเมโร่ แปลกดีเหมือนกันสำหรับนายทวารรายนี้ไปอยู่กับสโมสรไหนก็เป็นได้แค่มือ 2 แต่ในนามทีมชาติเขาคือมือ 1 ของพลพรรค "ฟ้าขาว" อาร์เจนติน่า และในหน้าร้อนนี้ โรเมโร่ กำลังจะหมดสัญญากับ ซามพ์โดเรีย ซึ่งก็ไม่แน่ว่าในศึก โคปา อเมริกา หนนี้หากมือกาวรองแชมป์โลกสามารถโชว์ฟอร์มได้ดีอีกครั้งเผลอๆทีมระดับท็อปของยุโรปจะเรียงหน้ากันเข้ามาให้เขาเลือกซะด้วยซ้ำ5. อังเดร ปิแอร์-ชิฌัค เป็นหนึ่งในนักเตะที่ถูกจับตามองช่วงหน้าร้อนนี้มากที่สุดคนหนึ่งสำหรับรองดาวซัลโว ลีกเอิง ฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยผลงานซัดไป 21 ตุงกับ โอลิมปิค มาร์กเซย์ แถมตอนนี้เจ้าตัวก็ยังไม่มีสัญญาณบ่งบอกว่าต้องการจะอยู่ยังถิ่น สต๊าด เวโลโดรม ต่อไปแม้แต่น้อย ดูแล้วโอกาสเปิดตัวกับสโมสรใหม่มีสูงมาก4. รอน ฟลาร์ บอกชื่อมานี่แน่นอนแล้วว่าดีกรีทีมชาติเนเธอร์แลนด์แน่นอน แฟนๆหลายคนอาจจะจำได้กับลีลาการเล่นที่แข็งแกร่งดั่งภูผาหินในศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ผ่านมาและตอนนี้เจ้าตัวก็กำลังจะหมดสัญญากับ 'สิงห์ผงาด' พร้อมกับการที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จ้องตาเป็นมันอยู่หาก หลุยส์ ฟาน กัล ต้องการจริงๆล่ะก็ 'เนเธอร์แลนด์ คอนเนคชั่น' ไม่น่าพลาด3. ไนเจล เด ยอง เป็นอีก 1 แข้งดัตช์ที่กำลังจะหมดสัญญาและมีข่าวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่รู้ว่า "ปีศาจแดง" กำลังจะกลายเป็นแหล่งรวมผู้เล่นจากแดนกังหันลมหรืออย่างไรไม่ทราบ แต่ที่รู้ๆคือตอนนี้ เด ยอง ยังคงเงียบในเรื่องสัญญาใหม่ของเขากับทีม "ปีศาจแดงดำ" อยู่และมีแววจะย้ายออกจากถิ่น ซาน ซิโร่ อีกราย2. โยฮัน กูร์คุฟฟ์ อดีตเจ้าของฉายา 'นิวซีดาน' โดดเด่นมากๆตอนที่เขามีชื่อเสียงใหม่ๆจนยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรปให้ความสนใจมากๆ แต่แล้วอาการบาดเจ็บของเขาก็เป็นพวงให้ดับลงไปแต่เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา กูร์คุฟฟ์ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ โอลิมปิค ลียง ผงาดขึ้นมาแย่งแชมป์กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้อย่างสนุกพร้อมกับสัญญาที่กำลังจะหมดลงดูแล้วมีแววย้ายไปทีมที่ใหญ่ขึ้นเยอะเหมือนกันสำหรับ เพลย์เมคเกอร์ รายนี้1. ดานี่ อัลเวส ยังคงไม่ได้บทสรุปสำหรับแบ๊คขวาทรงผมก้อนขี้ของพลพรรค "อัลซูกราน่า" บาร์เซโลน่า ที่ทางสโมสรได้ย้ำนักย้ำหนาว่าได้ยื่นข้อเสนอไปแล้วส่วนทาง อัลเวส ก็ย้ำกลับมาเช่นกันว่าหากได้เท่าเดิมก็จะขออยู่ยังถิ่น คัมป์ นู ต่อไปแน่นอน ซึ่งหากยังตกลงกันไม่ได้เรื่อยๆแบบนี้มีแววขัดใจกันสูงมาก และโอกาสย้ายก็จะสูงตามแน่นอนเค.เค.pic : zimbio

5 ลีกดังยุโรปกับจอมแอสซิสต์ประจำซีซั่น

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่ารมา ทางเรา "Cheerball" ได้เปิดเผยเหล่าแข้งที่ครองตำแหน่งดาวซัลโวประจำฤดูกาลนี้ให้ได้ทราบกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทั้งหกแข้ง (เซเรีย อา มีดาวซัลโว 2 ราย) ต่างเป็นผู้ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในแต่ละลีก วันนี้ผมจึงมีผู้เล่นจอมแอสซิสต์ที่นับเป็นหนึ่งหน้าที่สำคัญของแต่ละลีกมาให้ได้รับทราบกันครับ!1. เชส ฟาเบรกาส (พรีเมียร์ลีก อังกฤษ) มาถึงรายแรกกับ เชส ฟาเบรกาส ยอดมิดฟิลด์หน้าใหม่แต่ฝีเท้าไม่ธรรมดาของ เชลซี เขาเพิ่งจะตัดสินใจร่วมซบถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2014 ที่ผ่านมา ซึ่งแม้จะห่างหายจาก พรีเมียร์ลีก นานถึง 3 ปี แต่ฝีเท้าและประสบการณ์บนแดนผู้ดีกลับไปห่างหายไปเลย หลังล่าสุดเป็นบุคคลสำคัญที่จัดการแอสซิสต์ไปมากถึง 18 ครั้ง เหนือกว่าอันดับสองเพื่อนร่วมชาติอย่าง ซานติ กาซอร์ล่า ไปมากถึง 7 ครั้ง นับว่าเป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญาอันคุ้มค่าที่สุดของ โชเซ่ มูรินโญ่ เลยทีเดียว2. เควิน เดอ บรอยน์ (บุนเดสลีกา เยอรมัน) สำหรับ เควิน เดอบรอยน์ นับเป็นผู้เล่นที่น่าจะทำให้แฟน "สิงห์บลูส์" เชลซี เกิดความเสียใจไม่น้อย หลังย้ายออกจากถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อช่วงเดือนมกราคม 2014 ก่อนจะลงสนามทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมบนลีกสูงสุดเมืองเบียร์ตลอดทั้งซีซั่นล่าสุด ซึ่งนอกจากยิงไปได้ถึง 10 ประตูในลีกแล้ว เขายังจัดแอสซิสต์ไปได้มากถึง 20 ครั้ง ส่งผลให้ค่าตัว 21.5 ล้านยูโร กลายเป็นสิ่งเล็กน้อยไปเลยสำหรับฝีเท้าอันยอดเยี่ยมในครั้งนี้3. เปาโล ดีบาล่า (กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี) ต้องบอกก่อนว่าจริงๆแล้วศึก กัลโช่ เซเรีย อา มีผู้เล่นจอมแอสซิสต์สูงสุดมาถึง 5 รายเลยทีเดียว ซึ่งนอกจาก เปาโล ดีบาล่า นักเตะตัวเก่งของ ปาแลร์โม่ (ปัจจุบันส่อเป็นแข้งใหม่ของ ยูเวนตุส) ที่ทำการแอสซิสต์ได้สูงสุดแล้ว ทั้ง โดเมนิโก เบราร์ดี้, มาเร็ค ฮัมซิค, มิราเล็ม ปานิค และ ฟรานโก้ บาสเกซ ต่างก็เป็นบุคคลที่ทำแอสซิสต์ได้มากถึง 10 ครั้งด้วยกัน แต่งวดนี้ขอพูดถึงนักเตะที่ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดอย่าง ดีบาล่า หลังนอกเหนือจากการเป็นจอมแอสซิสต์แล้ว เขายังกลายเป็นผู้เล่นอันโดดเด่นที่ยิงได้ถึง 13 ประตูในฤดูกาลนี้อีกด้วย เขานับเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่พาต้นสังกัดจบอันดับ 11 ของตารางได้สำเร็จ จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจนักว่าทำไมถึงได้เนื้อหอมสุดๆสำหรับตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์นี้4. ลีโอเนล เมสซี่ (ลา ลีกา สเปน) ลีโอเนล เมสซี่ กลายเป็นผู้เล่นที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับ บาร์เซโลน่า ในฤดูกาลนี้อีกครั้ง หลังมีบทบาทสำคัญในการจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมพังตาข่ายไปได้ถึง 18 ครั้ง ซึ่งแม้จะไม่ใชดาวซัลโวสูงสุดของฤดูกาลเทียบเท่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แต่เขาก็ยังซัดตาข่ายไปได้ถึง 43 ประตู โดยน้อยจาก โรนัลโด้ แค่เพียง 5 ตุงเท่านั้น จึงไม่น่าแปลกใจนักหากปีนี้เขาจะมีโอกาสเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่คว้ารางวัล "บัลลงดอร์" ไปครองได้สำเร็จ5. ดิมิทรี ปาเยต์ (ลีก เอิง ฝรั่งเศส) มาถึงลีกสุดท้ายกันแล้วสำหรัลศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส ซึ่งดาวแอสซิสต์ในครั้งนี้ก็ไม่พ้น ดิมิทรี ปาเยต์ ผู้เล่นจาก โอลิมปิก มาร์กเซย ที่ทำผลงานในฤดูกาลนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมนั่นเอง ซึ่งนอกเหนือจากการทำแอสซิสต์ไปถึง 17 ครั้ง เขายังยิงไปได้ถึง 7 ประตูและยังมีส่วนสำคัญในการพาทีมลุ้นชิงตั๋ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซีซั่นหน้า ซึ่งก็น่าเสียดายที่สุดท้ายต้องมาเสียตำแหน่งดังกล่าวให้กับ โมนาโก นั่นเองCredit Pic : Zimbio

5 ดาวซัลโวท็อป 5 ลีกยุโรป

ปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ ฤดูกาล 2014-15 ของ 5 ลีกสูงสุดชั้นนำของแผ่นดินยุโรปคือ ลา ลีกา, บุนเดสลีกา, พรีเมียร์ลีก, เซเรีย อา และลีก เอิง และแน่นอนว่าเมื่อจบฤดูกาลแต่ละก็ต้องมีนักเตะที่ครองตำแหน่งดาวซัลโว หรือดาวยิงสูงสุดประจำซีซั่น วันนี้ "Cheerball.com" เราจึงมีเส้นทางในการลั่นสกอร์จนกลายมาเป็นดาวซัลโวทั้ง 5 ลีก มาให้ติดตามอ่านกันครับ!! บุนเดสลีกา เยอรมัน อเล็กซานเดอร์ ไมเออร์ (ไอนด์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต : 19 ประตู - 24 เกม) เซอร์ไพรส์ไม่น้อยทีเดียวสำหรับดาวซัลโวบุนเดสลีกา ฤดูกาล 2014-15 เมื่อ ไมเออร์ ศูนย์หน้าตัวเก๋าของ แฟร้งค์เฟิร์ต เป็นนักเตะที่ทำประตูได้มากที่สุดบนเวทีลีกสูงสุดเมืองเบียร์ซีซั่นนี้ โดยลั่นสกอร์ได้มากกว่าซูเปอร์สตาร์ของเหล่าสโมสรยักษ์ใหญ่คือ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กับ อาร์เยน ร็อบเบน (17 ประตูเท่ากัน) และ ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมย็อง กับ บาส ดอสท์ (16 ประตูเท่ากัน) และเมื่อพิจารณาจากองค์ประกอบภายในทีมของ ไมเออร์ และทัพ "อินทรีแดงดำ" เองก็ไม่ได้ทำผลงานร้อนแรงก่อนจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 9 บนตารางคะแนน แต่หากย้อนดูสถิติเก่าๆของเขาก็จะพบว่าไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรเมื่อดาวยิงวัย 32 ปียิงประตูอย่างสม่ำเสมอป้อน แฟร้งค์เฟิร์ต จากการล่าตาข่ายกว่าทศวรรษในรั้วคอมแมร์ชมังก์ อารีน่า กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ลูก้า โทนี่ (เฮลลาส เวโรน่า : 22 ประตู - 36 เกม) เมาโร อิการ์ดี้ (อินเตอร์ มิลาน : 22 ประตู - 36 เกม) โทนี่ กลับมาทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำอีกครั้งเหมือนสมัยกระโดดขึ้นมาเป็นแกนหลักของทีมชาติอิตาลีเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และแม้ว่าอดีตศูนย์หน้าทีมชาติอิตาลีจะเข้าสู่ช่วยท้ายอาชีพการค้าแข้งด้วยวัย 38 ปี แต่เขาก็ยังผลิตสกอร์ป้อน เวโรน่า เตะหลัก 20 ประตูเป็นที่สองติดต่อกัน ขณะที่ อิการดี้ ก้าวขึ้นมาเป็นขุมกำลังสำคัญอย่างเต็มตัวของ อินเตอร์ ในฤดูกาล เมื่อหัวหอกวัย 22 ปีจัดการกระทุ้งตาข่ายเกินหลัก 20 ประตูได้เป็นครั้งแรก ทำให้เขากลายเป็นอีกหนึ่งกองหน้าดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดสำหรับช่วงเวลานี้ ทว่าน่าเสียดายประตูของเขาไม่สามารถช่วยให้เจ้า "งูใหญ่" กลับมาบินสูงได้ในซีซั่นนี้ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน” (แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : 26 ประตู - 33 เกม) อเกวโร่ “กุน” ยังคงเป็นเครื่องจักรถล่มประตูชั้นยอดเสมอสำหรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และตลอด 4 ซีซั่นในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม (ซีซั้่นที่ 1-23 ประตู, ซีซั้่นที่ 2-12 ประตู และซีซั้่นที่ 3-17 ประตู) ฤดูกาลนี้เป็นปีที่ศูนย์หน้าทีมชาติอาร์เจนตินา สังหารประตูได้มากที่สุด ซึ่งแม้การผลิตสกอร์ของ “กุน” จะไม่สามารถทดแทน ยาย่า ตูเร่ ซึ่งฟอร์มตกลงไปได้ดีเพียงพอจนทัพ "เรือใบสีฟ้า" มีลุ้นแชมป์กับ เชลซี แต่ก็ยังส่งให้ยอดทีมแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ กลับขึ้นมาจบอันดับที่ 2 บนตารางคะแนนได้ โดยปีนี้หัวหอกชาวอาร์เจนไตน์ยังคงมีอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้งเหมือนเคย แต่เมื่อไรก็ตามที่เขาอยู่ในสนานก็มักสามารถซัดประตูป้อน "เดอะ ซิตี้เซนต์" ได้เสมอ จนคว้าตำแหน่งดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2014-15 เหนือ แฮร์รี่ เคน (21 ประตู) กับ ดีเอโก้ คอสต้า (20 ประตู) ลีก เอิง ฝรั่งเศส อเลซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ (โอลิมปิก ลียง : 27 ประตู - 33 เกม) หัวหอกลูกหม้อของ ลียง เจาะตาข่ายในลีก เอิง ซีซั่นนี้เอาชนะกองหน้าระดับหัวแถวของยุโรปได้ทั้ง อ็องเดร-ปิแอร์ ชีญัก (21 ประตู), ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (19 ประตู) และ เอดินสัน คาวานี่ (21 ประตู) และด้วยวัย 24 ปี ทำให้ ลากาแซ็ตต์ ถูกคาดหมายเอาไว้สำหรับการเป็นตัวหลักของทีมชาติฝรั่งเศสกับยูโร 2016 ในฐานะเจ้าภาพ รวมทั้งได้รับการจับตามองจากหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ แน่นอนว่าเขาก็จัดการคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปีของลีก เอิง ฤดูกาล 2014-15 มาครอง ดาวยิงชาวเฟร้นซ์กระทุ้งตาข่ายให้ "โอแอล" ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงคริสต์มาสถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่เขากดถึง 10 ประตูจากการลงสนาม 6 นัด น่าเสียดายที่ช่วงท้ายซีซั่นดาวเตะทัพ "ตราไก่" ออกอาการปืนฝืดเล็กน้อยจน ลียง แกร่งไม่พอขับเคี่ยวแชมป์กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ลา ลีกา สเปน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (เรอัล มาดริด : 48 ประตู - 35 เกม) แม้ว่ากัปตันทีมชาติโปรตุเกสจะโดนวิจารณ์อย่างต่อเนื่องถึงผลงานที่ตกลงไปนับตั้งแต่เขาซิวรางวัลฟีฟ่า บัลลงดอร์ 2014 และปี 2014 ที่ยิ่งใหญ่ของ เรอัล มาดริด กับการกวาดทั้งแชมป์โกปา เดล เรย์, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ และคลับ เวิล์ด คัพ (สโมสรโลก) มาตั้งในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว และแม้ "ราชันชุดขาว" จะไม่มีโทรฟี่แชมป์ติดมือเลยในฤดูกาลนี้ แต่ยอดทีมแห่งกรุงมาดริดยังมี 1 รางวัลปลอบใจกับตำแหน่งดาวซัลโวของ โรนัลโด้ ที่จัดการตะบันถึง 48 ประตูเหนือทั้ง ลิโอเนล เมสซี่ (43 ประตู) และ เนย์มาร์ จูเนียร์ กับ อองตวน กรีซมันน์ (22 ประตูเท่ากัน) ซึ่งเป็นจำนวนการใส่สกอร์มากที่สุดนับตั้งแต่แข้งชาวโปรตุกีสย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาค้าแข้งในยังกรุงมาดริด เมื่อ 6 ปีที่แล้ว pic : zimbio

6 จุดสูง 4 จุดเศร้าของตำนานปราการหลัง 'ริโอ'

ประกาศอำลาอาชีพพ่อค้าแข้งอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ปราการหลังตำนานของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ "สิงโตคำราม" ทีมชาติอังกฤษ วันนี้ผมก็ขอหยิบยกจุด 'สูงสุด' และจุด 'น่าเศร้า' ของ เฟอร์ดี้ จาก 'SkySport' มาให้ได้อ่านกันครับจุดสูงสุด1. เปิดตัวได้สวยงามโคตร เฟอร์ดินานด์ ได้ลงเล่นนัดแรกกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ตั้งแต่อายุแค่ 17 ปีเท่านั้นและตอนอายุ 19 เขาก็สามารถคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีประจำสโมสรได้ในฤดูกาล 1997-982. ติดทีมชาตินัดแรกอายุ 19 ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 1997 หลังจากวันเกิดเพียงแค่สัปดาห์เดียวนั้น 'เฟอร์ดี้' ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นในตำแหน่งปราการหลังที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์กับการติดทีมชาติอังกฤษ ก่อนที่ต่อมาจะโดนทำลายลงโดย ไมก้าห์ ริชาร์ด ที่อายุ 18 ปี3. ทำลายสถิติค่าตัวสูงสุดทุกครั้งที่ย้าย ปราการหลังจอมแกร่งรายนี้ย้ายทีมครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2000 จาก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไป ลีดส์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 18 ล้านปอนด์ต่อมาเขาย้ายไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 29.1 ล้านปอนด์ในปี 2002 ซึ่งค่าตัวดังกล่าวทำให้ ริโอ เป็นกองหลังที่แพงที่สุดของโลก !4. คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก เป็นว่าเล่น นับตั้งแต่เขาย้ายเข้าสู่รั้ว โอล แทร๊ฟฟอร์ด เฟอร์ดินานด์ คว้าแชมป์ลีกครั้งแรกได้ในปี 2003 ก่อนที่เขาจะจัดต่อได้เรื่อยๆในปี 2007, 2008, 2009, 2011 และครั้งสุดท้าย 20135. คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก ได้สำเร็จ แฟนๆ "ปีศาจแดง" ยังคงจำค่ำคืนที่ มอสโกว์ ได้ในปี 2008 ซึ่งในนัดชิงชนะเลิศ เฟอร์ดินานด์ ดำรงตำแหน่งเป็นกัปตันทีมและได้ก้าวขึ้นไปชูถ้วย 'หูใหญ่' พร้อมๆกับ ไรอัน กิ๊กส์ ดาวเตะอาวุโส6. ได้รับเลือกให้เป็นกัปตันทีมชาติอังกฤษ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2010 เฟอร์ดินานด์ ได้เลื่อนขั้นจากรองกัปตันให้ก้าวขึ้นเป็นกัปตันทีมแทน จอห์น เทอร์รี่ จากการตัดสินใจของ ฟาบิโอ คาเปลโล่ ผู้จัดการทีมในตอนนั้นจุดน่าเศร้า1. ตรวจโด๊ปไม่ผ่าน เฟอร์ดินานด์ โดนทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษตั้งข้อหาจากการไม่ไปตรวจโด๊ปในเดือนตุลาคม 2003 ทำให้เขาโดนแบน 8 เดือนปรับ 50,000 ปอนด์พร้อมกับอดไปช่วยทีมชาติอังกฤษลุยศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 20042. บาดเจ็บจนอดไปฟุตบอลโลกพร้อมกับเสียตำแหน่งกัปตันทีม โชคร้ายเหลือเกินสำหรับ เฟอร์ดินานด์ เพียงแค่สัปดาห์เดียวก่อนศึกฟุตบอลโลก 2010 เขาได้รับอาการบาดเจ็บเอ็นหัวเข่าซ้ายในการฝึกซ้อมทำให้อดไปแอฟริกาใต้ พร้อมกับเสียตำแหน่งกัปตันทีมให้ จอห์น เทอร์รี่ ไปโดยปริยาย3. แพ้ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ 2 ครั้ง เฟอร์ดินานด์ อยู่ในยุคที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรืองรองมากๆแต่ทว่าเขากลับต้องพ่ายแพ้ในรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก ถึง 2 จากการเข้าชิง 3 ครั้งและความพ่ายแพ้นั้นแพ้ให้ บาร์เซโลน่า ทั้ง 2 นัดในปี 2009 และ 20114. ไม่เคยไปเล่นศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าปราการหลังที่รับใช้ทีมชาติอังกฤษมาอย่างยาวนานจะไม่เคยไปเล่นในศึกใหญ่ระดับทวีปอย่าง ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปเลยครั้งแรก 2004 ติดข้อหาหนีตรวจโด๊ป, 2008 อังกฤษ ไม่ผ่านรอบคัดเลือก, 2012 รอย ฮอดจ์สัน อินดี้ไม่เรียกติดทีมเค.เค.pic : zimbio