breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

เฟี้ยวเงาะ! ไนกี้ เปิดตัว ชุดแข่งใหม่ "ตราไก่" สไตล์วินเทจ

หลังจากที่ทีมชาติ ฝรั่งเศส สามารถพลิกสถานการณ์เอาชนะทีมชาติ ยูเครน ไปได้ 3-0 ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนยุโรป นัดเพลย์ออฟ เมื่อคืนที่ผ่านมา และผ่านเข้าเล่นรอบสุดท้าย ที่บราซิล ในช่วงกลางปีหน้าได้สำเร็จ บริษัท ไนกี้ และ สมาคมฟุตบอลฝรั่งเศส หรือ "FFF" ก็ได้ร่วมกันเปิดตัว ชุดแข่งใหม่ของทีม "ตราไก่" ที่มีการออกแบบที่เป็นธรรมชาติ และแสดงถึงความภาคภูมิใจในความเป็นชาติของตนเอง ในการออกแบบชุดแข่งรูปแบบใหม่ของทีม "เลส์ เบลอส์" นั้น ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชุดแข่งขันในปี 1958 โดยต้องการให้นักเตะในทีมทุกคนรู้สึกเหมือนกับว่า ได้กลับไปสู่ช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของชาติในตอนนั้นอีกครั้ง รวมถึงการออกแบบ "ตราไก่" ดีไซน์ใหม่ ที่แสดงให้เห็นถึงความโดดเด่น ความเป็นอิสระ และความภาคภูมิใจในชาติ ซึ่งสัญลักษณ์ของทีมอันนี้ จะอยู่ที่บริเวณหน้าอกข้างซ้าย รวมถึงยังมีลายธงชาติ ฝรั่งเศส อยู่ด้านในปกขอสีขาว เพื่อเน้นย้ำความเป็นชาติให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นด้วย นอกจากนั้นยังมีการใช้เทคโนโลยีแบบใหม่ของ ไนกี้ ในการผลิตชุดแข่งเพื่อใช้สู้ศึกฟุตบอลโลก 2014 ชุดนี้ โดยมีการวิจัยเพื่อให้ได้เนื้อผ้าที่มีความสะดวกสบายเวลาใส่และมีรูระบายให้สามารถขับเหงื่อออกมาได้ดี เพื่อให้เหมาะกับสภาพภูมิอากาศของประเทศ บราซิล ที่ค่อนข้างร้อนกว่าในยุโรป รวมถึง ใช้กางเกงสีขาวและถุงเท้าที่มีสีแดง เพื่อให้เข้ากับเสื้อสีกรมท่านั่นเอง สำหรับใครที่สนใจสินค้าที่จะดูชุดแข่งใหม่ของทีมชาติ ฝรั่งเศส เพิ่มเติม สามารถไปดูได้ที่ www.worldsoccertalkshop.com

ไอดอลลูกหนัง! ไนกี้ เปิดตัว ชุดกีฬาคอลเลคชั่น "เจ็ทโด้" รุ่นใหม่

หลังจากที่มีกระแสมาอย่างต่อเนื่อง ในที่สุด ไนกี้ แบรนด์กีฬา "เครื่องหมายถูก" ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวชุดกีฬารุ่นใหม่ล่าสุด ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากไลฟ์สไตล์และฝีมือในสนาม ของนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของโลก ซึ่งนั่นก็คือ "คริสเตียโน่ โรนัลโด้" โดย "The new Nike CR7 collection" เป็นชุดกีฬาที่ใช้การออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งเสื้อผ้าและรองเท้า เพราะออกแบบมาจากความเป็นตัวตนทั้งในสนามและนอกสนามของ "เจ็ทโด้" โดยเฉพาะ ดังนั้น เรามาดูตัวอย่างสินค้าในคอลเลคชั่นนี้กันดีกว่า ว่ามีชิ้นไหนที่น่าสนใจบ้าง? 1.Nike CR7 Leather Track Jacket เป็นเสื้อแจ็คเก็ตหนังที่ใช้ความประณีตในการตัดเย็บอย่างมาก เพราะทำมาจากหนังแกะ 100 เปอร์เซนต์ เพื่อให้ความนุ่มนวลและเบาสบายมากขึ้นในการสวมใส่ รวมถึงมีกระเป๋าข้างหน้าของเสื้อที่ให้ความอบอุ่นได้ดี ดังนั้น ถ้าคุณชอบเสื้อแจ็คเก็ตที่มีสไตล์และคุณภาพเช่นนี้ สามารถหาซื้อกันได้แล้ว สนนราคาประมาณ 10625 บาท 2.Nike CR Hero and CR Core Tees ถ้าคุณคิดว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เท่แล้ว และคุณต้องการที่จะเท่กว่า ดาวเตะจากสโมสรเรอัล มาดริด ผู้นี้ ไนกี้ ขอเสนอ เสื้อยืดสองสีสองสไตล์ที่จะทำให้คุณกลายเป็นดาวเด่น โดย The CR Hero และ CR Core Tees เป็นเสื้อที่มีความโดดเด่นตรงมีใบหน้าของ "เจ้าโด้" และมีข้อความ CR Core Tees สกรีนอยู่บนเสื้อตามลำดับ และออกแบบมาพอดีตัวสำหรับผู้สวมใส่ด้วย 3.Nike CR7 Graphic Top ไนกี้ เคยออกแบบเสื้อกีฬาสำหรับการฝึกซ้อมที่มีความโดดเด่นมามากมาย แต่เสื้อรุ่น Nike CR7 Graphic Top จะสร้างความแตกต่างที่ฉีกแนวไปจากเดิม โดยมีการสกรีนลายกาแล็คซี่ลงบนเสื้อยืดสีดำ เพื่อแสดงให้เห็นว่า การเล่นฟุตบอลของนั่นเป็นมีความอิสระ เหมือนเล่นอยู่ในกาแล็คซี่อันกว้างใหญ่นั่นเอง 4.Nike CR7 Reversible Jacket เป็นเสื้อแจ็คเก็ตที่มีน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับการใส่เพื่ออบอุ่นร่างกายทั้งก่อนเล่นและหลังเล่นกีฬา ซึ่งมีการออกแบบโดยใช้สีดำเป็นสีของเสื้อ สีน้ำเงินเข้มตกแต่งบริเวณแขนเสื้อ และสีเทาเป็นสีของสัญลักษณ์ไนกี้บนเสื้อ รวมถึงมีคำว่า "CR7" โดดเด่นอยู่ที่บริเวณด้านหลังเสื้อด้วย 5.Nike CR7 Mercurial Lite Shinpads and Nike CR7 Offensive Compact Backpack ชิ้นแรกเป็นสนับแข้งที่มีลวดลายสวยงาม โดยเป็นลายกาแล็คซี่ ที่ให้ความรู้สึกที่อิสระและสวยงามเหมือนกับเสื้อสำหรับซ้อมกีฬารุ่น Nike CR7 Graphic Top ส่วนชิ้นต่อมา เป็นกระเป๋าเป้ ที่มีความอเนกประสงค์และดีไซน์สวยงาม เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือใส่สิ่งของที่ใช้ในการเล่นกีฬาก็ได้ สำหรับใครที่สนใจสินค้าชิ้นไหนใน The new Nike CR7 collection นี้ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซด์ pro-directsoccer.com pic by : Soccerbible

ไนกี้ นำเทรนด์! เผยคอลเล็คชั่นฝึกซ้อมสุดโดน ต้อนรับลมหนาว‏

หลังจากเข้าช่วงฤดูหนาวมาได้ไม่นาน บริษัท ไนกี้ แบรนด์อุปกรณ์กีฬาชื่อดังของประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ได้ออกคอเลคชั่นเสื้อผ้ารวมถึงอุปกรณ์กีฬาที่เกี่ยวข้องกับการฝึกซ้อม ฟุตบอล ทั้ง รองเท้า กระเป๋า ถุงเท้า และอื่นๆ มาใหม่ เพื่อให้เข้ากับฤดูกาล โดยให้ชื่อคอลเคชั่นนี้ว่า Hi-Vis Collection Hi-Vis Collection เป็นคอลเลคชั่นของเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาฟุตบอลที่เน้นใช้ประโยชน์ในการฝึก ซ้อม โดยจะเน้นใช้สีที่มีความสว่าง เช่น สีเขียวสะท้อนแสง สีเขียวมะนาว และสีม่วงสะท้อนแสง เพื่อจะสื่อให้เห็นว่า เวลาที่นักฟุตบอลใส่เสื้อผ้าหรืออุปกรณ์ของคอเลคชั่นนี้แล้วนั้น ก็จะเปรียบเสมือนสายฟ้าที่โลดแล่นอยู่ในสนามแข่งขัน ซึ่งในคอเลคชั่นนี้ก็จะประกอบไปด้วย สนับแข้ง,เสื้อแจ็กเก็ต,เสื้อและกางเกงรัดกล้ามเนื้อ,เสื้อยืดมกางเกง ผ้า,กระเป๋า และ ลูกฟุตบอล แต่สิ่งที่เป็นไฮไลต์สำหรับคอลเลคชั่นนี้ คือ เสื้อรัดกล้ามเนื้อสำหรับนักกีฬารูปแแบบใหม่ หรือ New Nike Pro Combat Hyperwarm โดยออกแบบมาเพื่อทำให้ร่างกายได้รับความอบอุ่นจากการฝึกซ้อมในสภาพอากาศที่ หนาวเหน็บมากขึ้น รวมถึงเป็นเสื้อมีน้ำหนักเบา ซึ่งจะสามารถเพิ่มความคล่องตัวให้กับนักกีฬามากขึ้นกว่าเสื้อยี่ห้ออื่นเป็นเท่าตัว นอกจากนี้ เสื้อรัดกล้ามเนื้อรุ่น New Nike Pro Combat Hyperwarm ยังมีคุณสมบัติพิเศษอีกอย่างนึง คือ เป็นเสื้อที่ไม่เปียกฝนและหิมะ รวมถึงดูดซับเหงื่อได้ดี ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย แม้ในประเทศที่มีอุณหภูมิสูง เสื้อตัวนี้ก็สามารถที่จะทำให้อุณหภูมิของร่างกายอยู่ในระดับที่เหมาะสมได้ ถือเป็นคุณสมบัติพิเศษ ที่เป็นจุดขายของเสื้อรุ่นนี้เลยทีเดียว โดยทาง ไนกี้ ได้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เป็นพรีเซนเตอร์ให้เสื้อรุ่นนี้ ซึ่งกองหน้าจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง กล่าวว่า "New Nike Pro Combat Hyperwarm เป็นเสื้อที่ผมจะขาดไม่ได้ในเวลาที่ผมลงซ้อมหรือแข่งขันในช่วงฤดูหนาว เพราะ จะช่วยให้ผมรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น และทำให้ผมมีความพร้อมกับการแข่งขันในทุกเกม" ถ้าใครสนใจ เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาที่เกี่ยวข้องกับการฝึกซ้อมฟุตบอลคอลเลคชั่นนี้ สามารถไปดูสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ www.Pro-Direct Socce.com pic by : soccerbible

Adidas โคตรล้ำ! เตรียมปล่อย "สตั๊ดลายสัตว์ "เอาใจนักสะสม

Adidas เจ้าพ่อแบรนด์กีฬารายใหญ่ของโลก เตรียมปล่อยรองเท้าสตั๊ด ซึ่งมีลวดลายแปลกตาอย่างที่ไม่เคยมี่ที่ไหนมาก่อน ด้วยรองเท้ารุ่น adidas Y-3 Yamamoto +F50 Tunit YY Collection ลงสู่ตลาด โดยรองเท้าลวดลายแปลกตาที่เห็นในภาพนี้ เป็นการร่วมมือกันออกแบบของ แบรนด์ Yamamoto แบรนด์แฟชั่นชื่อดังจากแดนปลาดิบ กับ บริษัท Adidas โดยจะใช้รองเท้าสตั๊ดรุ่น +F50 Tunit 2006 เป็นรองเท้าต้นแบบในการใส่ลวดลายเข้าไป ในปี 2006 หลังจากที่ รองเท้ารุ่น +F50 Tunit ได้ออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก เมื่อเห็นเช่นนั้น แบรนด์ Yamamoto ภายใต้การนำของศิลปินชาวญี่ปุ่นอย่าง ไทชิ ยามาชิ ก็ได้เริ่มมีไอเดีย ที่อยากจะทำลวดลายที่แปลกใหม่ลงบนรองเท้าสตั๊ด ซึ่งก็คือ "ลวดลายสัตว์" เพื่อให้กลายเป็นรองเท้าที่มีความพิเศษและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเขาได้แรงบันดาลใจมาจากสัตว์ 4 ชนิด ซึ่งก็คือ มังกร นกเหยี่ยว เสือและหมาป่า โดยรองเท้ารุ่น adidas Y-3 Yamamoto +F50 Tunit YY Collection นี้ จัดทำออกมาเพียง 1000 คู่เท่านั้น เพราะถือว่าเป็นสินค้าพรีเมี่ยมที่เกิดจากความร่วมมือของ แบรนด์แฟชั่นและแบรนด์กีฬาชั้นนำของโลก และเป็นนวัตกรรมของการออกแบบรองเท้าสตั๊ดที่พัฒนาขึ้นไปอีกหนึ่งขั้น โดยถ้าเรามองไปที่สตั๊ดรุ่นนี้ ก็จะให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเรากำลังได้มองสัตว์ต่างๆทั้ง 4 ชนิดกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในกรง รวมถึงให้ความรู้สึกเหมือนเป็นรองเท้าแฟชั่นของแบรนด์ Yamamoto มากกว่าเป็นรองเท้าสตั๊ดที่ใช้แข่งฟุตบอล ทำให้รองเท้ารุ่นนี้จะกลายเป็นของสะสมที่หายากและมีราคาสูง เหมาะสำหรับนักสะสมรองเท้าสตั๊ดหรือรองเท้าแฟชั่น ต้องไม่พลาดที่จะหารองเท้ารุ่นนี้มาไว้ในครอบครองให้ได้ สำหรับใครที่สนใจรองเท้ารุ่นนี้ สามารถเข้าไปดูได้ที่ช็อปรองเท้าของ Richmond Classics รวมถึงสามารถสั่ง pre-order ผ่าน เว็บไซด์ของ Adidas ได้โดยตรงอีกด้วย ซึ่งกำลังจะมีการวางจำหน่ายแล้วในสัปดาห์นี้ แต่ยังไม่ปรากฏถึงราคาที่แน่ชัดว่าจะมีราคาคู่ละประมาณเท่าไหร่ ดังนั้น ถ้าอยากจะเป็นเจ้าของก็ต้องรีบๆกันหน่อยนะสำหรับเหล่านักสะสม เพราะของดีมักจะมีน้อย อิอิ pic : soccerbible

สิบยอดนักเตะโอนสัญชาติ!

จากเหตุการณ์ของ อัดนัน ยานูไซน์ ปีกดาวุร่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ยังเลือกไม่สามารถเลือกเล่นทีมชาติได้เสียทีในขณะนี้ เป็นที่น่าสนใจมากว่าเขาจะจบเรื่องนี้ลงด้วยการรับใช้ประเทศใด ผมว่าพวกเราลองมาชมกันดีกว่าครับ มีแข้งดังรายใดบ้างที่โอนสัญชาติไปติดเล่นให้ทีมชาติอื่น และพวกเขาเหล่านั้นสามารถทำผลงานร่วมกับต่างประเทศจนบ้านเกิดเมืองนอนต้องบ่นเสียดายได้หรือเปล่า? ลองมารับชมกันเลยครับ! เปเป้ ( บราซิล > โปรตุเกส ) สำหรับรายแรกขอยกให้ เปเป้ ปราการหลังตัวเก่งจาก เรอัล มาดริด ที่บ้านเกิดนั้นอยู่ที่ประเทศ บราซิล แต่หลังจากนั้นเขาก็ได้ย้ายเข้ามาค้าแข้งให้ในยุโรปให้กับ มาริติโม่ เป็นเวลา 3 ปี ต่อด้วย ปอร์โต้ อีก 3 ปี ทำให้เขาอยู่ร่วมในแดนฝอยทองนานถึง 6 ปีในขณะนั้น ซึ่งแม้ว่า "เซเรเซา" จะมีชื่อชั้นที่เหนือกว่าเพียงใด แต่ด้วยความผูกพันธ์ขอเขากับประเทศแห่งนี้ ก็ทำให้เขาเลือกที่จะค้าแข้งให้กับทีมชาติ โปรตุเกส ในปี 2007 เป็นต้นมาในท้ายที่สุด ซิโมเน่ แปร์ร็อตต้า ( อังกฤษ > อิตาลี ) เรียกได้ว่าเป็นการโอนสัญชาติที่ทำให้แดนผู้ดีต้องเสียดายอย่างสุดๆก็เป็นได้ เขาเกิดในประเทศ อังกฤษ แต่ย้ายไปอยู่ที่แดนพาสต้ามาตั้งแต่อายุเพียง 6 ขวบเท่านั้น ซึ่งผลจากการโอนสัญชาติในครั้งนี้ก็ส่งผลให้เขาสามารถคว้าแชมป์ร่วมกับทีมชาติ อิตาลี ในศึก ฟุตบอลโลก ปี2006 ที่ประเทศ เยอรมัน ได้สำเร็จในเวลาต่อมา ลูคัส โพโดลสกี้ ( โปแลนด์ > เยอรมัน ) สำหรับแข้งตัวเก่งของ อาร์เซน่อล เกิดที่ประเทศ โปแลนด์ แต่ได้ย้ายข้าวของออกไปรับใช้ทีมชาติ เยอรมัน ตั้งแต่ครั้งเยาว์วัยในปี 2001 ซึ่งก็แทบจะทุกปีที่เขาสามารถกอบโกยประตูให้กับ "อินทรีเหล็ก" ได้อย่างต่อเนื่อง จนมีชื่อรับใช้ชาติมาโดยตลอดถึงปัจจุบัน ซึ่งหากไม่มีอาการบาดเจ็บคอยรบกวนพวกเราคงจะได้เห็นเขาโลดแล่นอยู่ในศึก ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ในช่วงเวลานี้กันเสียแล้ว เดโก้ ( บราซิล > โปรตุเกส) นักเตะชาวบราซิลเลี่ยนอีกหนึ่งรายที่หันไปร่วมรับใช้ทีมชาติ โปรตุเกส หลังอยู่ร่วมในแดนยุโรปแห่งนี้มายาวนานครบ 5 ปี ซึ่งเขาได้รับใช้ทัพฝอยทองมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2003 - 2010 นับว่าเป็นนักเตะอีกรายทีได้เล่นให้ทีมชาติมาอย่างยาวนานในช่วงเวลานั้น แถมยังทำผลงานได้ดีร่วมกับทั้งสโมสรและทีมชาติอีกเสียด้วย ปาทริค วิเอร่า ( เซเนกัล > ฝรั่งเศส) สำหรับแข้งดังอย่าง ปาทริค วิเอร่า เกิดที่ประเทศ เซเนกัล แต่ได้ย้ายไปอาศัยที่ประเทศ ฝรั่งเศส ตั้งแต่อายุเพียง 8 ขวบเท่านั้น โดยชีวิตการค้าแข้งของเขาก็ได้เริ่มต้นที่แดนนํ้าหอมด้วยการเป็นนักเตะเยาวชนในปี 1994 ก่อนจะย้ายไปร่วมสโมสรยักษ์ใหญ่จากประเทศต่างๆอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2011 ซึ่งการที่เขาอาศัยอยู่ใน ฝรั่งเศส มาอย่างยาวนานตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย ส่งผลให้ถูกเรียกติดทีมชาติ "ตราไก่" มาโดยตลอดจนกระทั่งปี 2009 ในท้ายที่สุด มิโรสลาฟ โครเซ่ ( โปแลนด์ > เยอรมัน ) มิโรสลาฟ โครเซ่ ถือเป็นนักเตะในตำนานที่ยังใช้ชีวิตค้าแข้งอยู่ในขณะนี้ โดยเขาค้าแข้งอยู่ที่ลีกเมืองเบียร์มาตั้งแต่ครั้งยังหนุ่มจนถึงปี 2011 ก่อนจะหันไปค้าแข้งให้กับ ลาซิโอ ในช่วงเวลาต่อมา เขาร่วมรับใช้ทีมชาติ เยอรมัน มาตั้งแต่ปี 2001 พร้อมลงสนามให้ "อินทรีเหล็ก" ไปแล้วถึง 130 เกม และทำประตูได้ถึง 68 ลูก ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่หาก โปแลนด์ จะเกิดเสียดายขึ้นมาล่ะนะ เฟรดดี้ อาดู ( กาน่า > สหรัฐอเมริกา) เป็นแข้งอีกหนึ่งรายที่ย้ายไปอาศัยอยู่ในต่างประเทศตั้งแต่อายุเพียง 8 ขวบเท่านั้น ซึ่งเขาก็ได้ตัดสินใจเลือกที่จะรับใช้ทีมชาติ สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี 2002 ก่อนจะช่วยให้แผ่นดินลุงแซมทำสกอร์ไปได้ถึง 39 ตุงในเวลาต่อมา นับเป็นหนึ่งในแข้งที่โอนสัญชาติแล้วทำผลงานได้ดีเยี่ยมคนหนึ่งเลยทีเดียว คาเคา ( บราซิล > เยอรมัน ) ช่วงเวลาที่ คาเคา ค้าแข้งให้กับทีมในลีก บราซิล ในช่วงเยาวชน เขาไม่เคยคิดที่จะค้าแข้งให้กับทีมชาติบ้านเกิดเลย จนกระทั่งย้ายมาสร้างชื่อกับสโมสรในเมืองเบียร์ได้ 10 ปี เขาก็ได้ตัดสินใจหันไปรับใช้ทีมชาติ เยอรมัน ในช่วงปี 2009 ในท้ายที่สุด โดยรับใช้ "อินทรีเหล็ก" ไปแล้ว 23 นัด และทำสกอร์ได้อีก 6 ตุง ภายในช่วงเวลา 3 ปี ที่ติดทีมชาติในขณะนั้น อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ( อาร์เจนติน่า > โคลอมเบีย > สเปน ) ย้อนกลับไประลึกอดีตกับ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ตำนานสตั๊ดติดเรดาร์ของ เรอัล มาดริด ที่ลงเล่นรับใช้ชาติมาถึง 3 ทีมด้วยกัน โดยร่วมรับใช้ทัพบ้านเกิด อาร์เจนติน่า ในปี 1947 ก่อนจะหันมาค้าแข้งให้ โคลัมเบีย ในปี 1949 หลังจากนั้นก็ร่วมทัพ "กระทิงดุ" ในปี 1957 จนกระทั่งเลิกเล่นในฟุตบอลระดับชาติในท้ายที่สุด ซึ่งผลงานของเขาในขณะที่เล่นให้ทั้งสามทัพคือลงสนามทั้งสิ้น 41 เกม และทำประตูได้ถึง 29 ลูก จอห์น บาร์นส์ ( จาไมก้า > อังกฤษ ) ปีกในตำนานของ ลิเวอร์พูล เกิดในเมือง คิงสตัน ประเทศ จาไมก้า ในปี 1963 ก่อนจะย้ายมาอยู่ในกรุงลอนดอนตั้งแต่อายุเพียง 12 ขวบ ซึ่งหลังจากอาศัยอยู่ในถิ่นผู้ดีมาอย่างยาวนาน เขาก็ถูกเรียกตัวไปรับใช้ทีมชาติ อังกฤษ ชุดเล็ก มาตั้งแต่ปี 1982 ก่อนที่จะติดทีมชาติอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 1995 ซึ่งผลงานของเขาก็ช่วยทั้งสโมสรต้นสังกัดและทีมชาติได้เป็นอย่างดีในขณะนี้ ซึ่งชีวิตการค้าแข้งของเขาทำประตูมาแล้วทั้งหมดไม่ตํ่ากว่า 175 ประตู จากการแข่งขันทุกฤดูกาลที่ผ่านมา จึงนับว่าเป็นแข้งโอสัญชาติที่ทำผลงานได้ดีคนหนึ่งในโลกทีเดียว และแล้วก็หมดลงไปอีกฉบับกับสิ่งที่น่าสนใจที่พวกเรา "เชียร์บอล" เอามาให้ทุกท่านได้รับชมกัน นักเตะแต่ละรายเป็นอย่างไรกันบ้างครับในความคิดของทุกท่าน การโอนสัญชาติจะคุ้มค่ากับชีวิตค้าแข้งของพวกเขาหรือไม่ก็คงขึ้นอยู่กับผลงานของแต่ละราย แล้วทุกท่านมีความคิดเห็นกับนักเตะแต่ละคนอย่างไรก็บอกเล่ากับพวกเรากันได้นะครับ แล้วผมกับสิ่งที่น่าสนใจกันต่อในครั้งหน้าครับผม....Credit : Soccerbible

ความวุ่นวายของ อัตนัน ยานูไซน์

ความวุ่นวายของ อัตนัน ยานูไซน์ คงเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า อัตนัน ยานูไซน์ ปีกดาวรุ่งตัวเก่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังตกที่นั่งลำบากไม่สามารถตัดสินใจเลือกรับใช้ทีมชาติใดๆได้ในขณะนี้ หลังตัวของเขาสามารถติดธงรับใช้ทีมชาติชื่อดังได้ถึง 5 ประเทศ ซึ่งมีทั้ง อัลเบเนีย, อังกฤษ, เซอร์เบีย, ตุรกี และ เบลเยี่ยม (แท้จริงแล้วยังมีทีมชาติ คอซอวอ ที่สามารถร่วมเล่นได้ แต่กระนั้น คอซอวอ ก็ยังไม่สามารถร่วมแข่งขันในรายการ ฟีฟ่า ได้ในขณะนี้) พวกเรามาลองดูกันว่าทีมใดสามารถคว้าตัวของเขาไปร่วมทัพเพราะเหตุใดกันบ้างอังกฤษ (อันดับ 17 ของโลก) แข้งดาวรุ่งรายนี้สามารถที่จะรับใช้ทีมชาติ อังกฤษ ได้ เนื่องจากย้ายเข้ามาค้าแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาตั้งแต่ปี 2011 ด้วยวัยเพียง 16 ปีเท่านั้น ซึ่งส่งผลให้เขาจะสามารถช่วย "สิงโตคำราม" สู้ศึก ฟุตบอลโลก ปี 2018 เป็นต้นไปได้ในอนาคตอัลเบเนีย (อันดับ 45 ของโลก) ครอบครัวของแข้งมิดฟิลด์รายนี้เป็นชาว อัลเบเนีย จึงส่งผลให้ อัตนัน ยานูไซน์ เองสามารถที่จะรับใช้ทีมชาติของผู้ปกครองของเขาได้อีกด้วย ซึ่งโอกาสของ อัลเบเนีย ที่จะสามารถคว้าตัวของเขาไปร่วมทัพได้ก็ค่อนข้างมีอยู่มากพอสมควร เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่ตัวของ ยานูไซน์เอง อยากจะรับใช้เชื้อชาติเดิมของทางฝั่งบิดามารดาอีกด้วยเบลเยี่ยม (อันดับ 6 ของโลก) แม้ว่าครอบครัวของ อันนัน ยานูไซน์ จะเป็นชาว อัลเบเนีย แต่เขาก็ได้ถือกำเนิดในแผ่นดินของ เบลเยี่ยม รวมทั้งยังได้ร่วมเล่นกับ อันเดอเลชท์ ในทีมเยาวชนช่วงระยะเวลาหนึ่ง ส่งผลให้มีโอกาสเป็นอย่างมากที่ "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" ได้ตัวเขาไปร่วมทัพ แต่กระนั้นจากการเรียกตัวครั้งล่าสุด เขาก็ยังไม่มีท่าทีจะเล่นให้กับทีมชาติ เบลเยี่ยม แต่อย่างใดในขณะนี้เซอร์เบีย (อันดับ 43 ของโลก) มารดาของปีกดาวรุ่งเป็นหนึ่งในเชื้อสายชาวเซอร์เบียน ส่งผลให้ อัตนัน ยานูไซน์ เองก็สามารถรับใช้ทีมชาติ เซอร์เบีย ได้เช่นกัน ถือเป็นอีกหนึ่งทีมใหญ่ที่อาจจะสามารถคว้าตัวของเขาไปติดธงรับใช้ชาติได้ในอนาคตตุรกี (อันดับ 49 ของโลก) ทางด้านคุณย่าหรือแม่ของพ่อของแข้งวัย 18 ปีรายนี้เองก็เป็นชาวตุรกีซ ส่งผลให้พวกเขาสามารถดึง อัตนัน ยานูไซน์ ไปเล่นร่วมทัพได้เช่นกัน แม้อาจจะมีโอกาสไม่มากที่ ตุรกี อาจจะสามารถคว้าตัวเขามาช่วยทีมชาติได้ แต่ก็น่าสนใจว่าในท้ายที่สุดผลจะลงเอยอย่างไร ดูแล้วเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากเสียเหลือเกินสำหรับแข้งอายุน้อยวัย 18 ปีรายนี้ ที่มีตัวเลือกในระดับนานาชาติให้เลือกเป็นกระบุง พวกเรามาลองติดตามกันต่อแล้วกันนะครับว่า เขาจะตัดสินใจเลือกร่วมเล่นในทีมชาติใดในท้ายที่สุดกันแน่pic : zimbio, fifa, sport.new.am, svenskafans, footballpicturehd

Best On Loan Player : ดีลสุดคุ้มกับแข้งยืมตัว

ช่วงตลาดซื้อขายที่ร้อนระอุตลอดทุกฤดูกาลที่ผ่านมา มีทั้งเหล่านักเตะที่ย้ายสโมสรด้วยค่าตัวที่ทุบสถิติโลกอย่าง แกเร็ธ เบล หรือบรรดาแข้งสุดเจ๋งที่ย้ายไปร่วมทัพข้ามประเทศแบบช็อคโลกอย่าง ราดาเมล ฟัลเกา และ เมซุต โอซิล มันทำให้บรรดาแฟนบอลอย่างพวกเรารู้สึกเลือดล่านสูบฉีดได้เป็นอย่างดีเสียเหลือเกิน แต่ในวันนี้ทางทีมงาน "เชียร์บอล" อยากจะขอนำทุกท่านไปพบกับแข้งตัวยืมสุดคุ้มค่ากันบ้างดีกว่า มาลองดูกันนะครับว่าพวกเขาจะเจ๋งพอติด "แข้งตัวยืมที่ดีที่สุด" ในวันนี้กันหรือไม่ โรเมอู ลูกากู ( เชลซี > เอฟเวอร์ตัน 2013/14) แข้งดาวรุ่งอายุน้อยของ เชลซี รายนี้ ได้รับการทาบทามจาก เอฟเวอร์ตัน ให้ย้ายไปร่วมถิ่น กูดิสัน พาร์ค ด้วยสัญญายืมตัวเมื่อช่วงตลาดซื้อขายซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งเขาสามารถตอบแทนต้นสังกัดชั่วคราวแห่งใหม่ได้เป็นอย่างดี โดยลงสนามไปแล้วเพียง 3 นัด แต่สามารถสังหารประตูให้ "ทอฟฟี่สีนํ้าเงิน" ไปแล้วถึง 4 ลูก ถือเป็นหนึ่งในนักเตะใหม่ในยุคของ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในซีซั่นนี้ และยังไม่มีทีท่าว่าฟอร์มการเล่นจะยํ่าแย่ลงแต่อย่างไรเสียด้วยในขณะนี้ ธิเบาว์ คูร์กตัว ( เชลซี > แอตเลติโก มาดริด 2011/12 - 2013/14) รายต่อมาคงต้องยกให้ผู้รักษาประตูดาวรุ่งมือกาวอย่าง ธิเบาว์ คูร์กตัว ที่ย้ายจาก เชลซี มาร่วมเป็นนายทวารให้กับ แอต. มาดริด มาตั้งแต่ปี 2011 แถมเขายังได้รับการเลือกให้ลงเล่นเป็นตัวจริงอยู่บ่อยครั้ง พร้อมสามารถโชว์ผลงานได้เป็นอย่างดีจนสามารถช่วยต้นสังกัดคว้าถ้วย โกปา เดล เรย์ สมัยที่ 10 ได้สำเร็จ จากประสบการณ์การลงเล่นให้กับ "ตราหมี" นานถึง 92 นัด ทำเอาทุกคนต่างคิดว่า "เมื่อไหร่กันหนอ? ทีมดังจากลีก สเปน จะคว้าตัวมาร่วมเล่นอย่างเต็มตัวเสียที..." แกเร็ธ แบร์รี่ ( แมนเชสเตอร์ ซิตี้ > เอฟเวอร์ตัน 2013/14) ย้อนกลับมาดูแข้งที่ เอฟเวอร์ตัน สอยมายืมตัวเมื่อต้นซีซั่นกันอีกสักคน นักเตะตัวเก๋าวัย 32 กะรัต ตัดสินใจย้ายเข้ามาร่วมถิ่น กูดิสัน พาร์ค ในช่วงตลาดซื้อขายที่ผ่านมา ประสบการณ์การลงเล่นในสนามอย่างโชกโชนของเขา แม้จะยังไม่สามารถทำประตูร่วมกับต้นสังกัดชั่วคราวได้ แต่ก็เป็นส่วนสำคัญที่พาสโมสรเอาชนะทีมสุดแกร่งใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาได้อย่างต่อเนื่อง น่าเสียดายที่มีกฎห้ามเขาลงเล่นไปบู๊กับสโมสรแม่ ไม่เช่นนั้นพวกเราอาจได้เห็นผลสกอร์ที่เปลี่ยนไปในเกมสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็เป็นได้ เฮนริค ลาร์สสัน ( เฮลซิงบอร์ก > แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2006/07) สำหรับแข้งรายนี้ใครเป็นแฟน "ปีศาจแดง" ในยุคก่อนคงจะเข้าใจกันดีว่ามีความสำคัญเพียงใด เขาย้ายเข้ามาร่วมถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยสัญญายืมตัวระยะเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น หลายคนคงสงสัยว่าระยะเวลาแค่นี้เขาสามารถทำอะไรได้? แถมแข้งชาวสวีเดนรายนี้ยังทำประตูได้แค่ 3 ลูก จากการลงสนาม 13 นัด มันทำให้เขาเป็นฮีโร่ของทีมได้อย่างไร? แต่อยากบอกว่าทุกท่านว่าเขาเป็นได้เลยครับ! เพราะการมาของเขาทั้งการสังหารประตูและฟอร์มการเล่น มีส่วนที่ทำให้ "เร้ด เดวิลส์" สามารถคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จในยุคนั้นเสียด้วย อิวาน คัมโป ( เรอัล มาดริด > โบลตัน วันเดอเรอร์ส 2002/03) ย้อนยุคกันอีกเสียหน่อยกับแข้งตัวยืมของ โบลตัน ทีได้ตัดสินใจย้ายจากต้นสังกัดอย่าง เรอัล มาดริด มาร่วมค้าแข้งในลีกผู้ดีในุคก่อน เขาถือเป็นแข้งสารพัดประโยชน์ที่เล่นได้ทั้งตำแหน่งมิดฟิลด์และปราการหลัง ซึ่งเขาสามารถโชว์ผลงานได้เป็นอย่างดีในเกาะ อังกฤษ จนทำให้ โบลตัน รู้สึกคุ้มค่าเป็นอย่างมาก จึงทำให้เขาได้มีโอกาสค้าแข้งต่อไปด้วยสัญญาการซื้อขายเต็มตัวจนถึงปี 2008 ในท้ายที่สุด ร็อบบี้ คีน ( ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ > กลาสโกว์ เซลติก 2009/10) อีกหนึ่งดีลสุดคุ้มที่ เซลติก ได้ไปร่วมทัพจาก "ไก่เดือยทอง" ในช่วงระยะสั้น ซึ่ง ร็อบบี้ คีน ลงสนามช่วยทีมต้นสังกัดชั่วคราว 19 นัด แต่สามารถทำประตูได้ถึง 16 ประตู หากนี่ไม่เรียกว่าเป็นการยืมตัวที่แสนจะสุดคุ้ม ผมก็ไม่รู้ว่าแบบไหนที่จะเรียกได้ว่าคุ้มแล้วในตอนนี้ คีแรน ริชาร์ดสัน ( แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด > เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 2004/05 ) นับว่าเป็นดีลแห่งการช่วยเหลืออย่างแท้จริง เพราะเขาถือเป็นหนึ่งในคนที่ราวกับนางฟ้าประทานพรมาให้ "เดอะ แบ็กกี้ส์" รอดพ้นจากการตกชั้นในฤดูกาล 2004/05 ซึ่งฟอร์มจากการลงเล่นในสนาม 12 นัด พร้อมกับประตูที่ทำได้อีก 3 ลูก มันทำให้พวกเขายังคงได้โลดแล่นต่อไปใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นับว่าเป็นหนึ่งแข้งคนสำคัญราวกับ "แม่พระมาโปรด" ยังไงอย่างนั้นเลย เควิน แคมป์เบลล์ ( แทรปซอนสปอร์ > เอฟเวอร์ตัน 1998/99) ดูๆไปแล้วน่าจะเรียกได้ว่า เอฟเวอร์ตัน เป็นทีมที่เซ็นสัญญาการยืมตัวนักเตะได้อย่างตาถึงจริงๆ ย้อนกลับไปก่อนยุค 2000 พวกเขาได้เซ็น เควิน แคมป์เบลล์ จาก แทรปซอนสปอร์ ในปี 1999 มาช่วยทีมในสภาวะสุดคับขัน ซึ่งการย้ายมาของเขาก็ช่วย "ทอฟฟี่สำนํ้าเงิน" ได้เป็นอย่างดี จากการลงสนาม 8 เกม เขาสามารถทำประตูได้ถึง 9 ลูก ช่วยให้ต้นสังกัดรอดพ้นจากโซนตกชั้นได้อย่างดีเยี่ยม เฟร์นานโด มอริเอนเตส ( เรอัล มาดริด > โมนาโก 2003/04) อดีตตัวรุก เรอัล มาดริด ที่ย้ายไปค้าแข้งให้กับ โมนาโก ชั่วคราวในปี 2003/04 เขาสามารถโชว์ฟอร์มได้เป็นอย่างดีในลีกแดนนํ้าหอม ด้วยการลงเล่น 28 นัด พร้อมทำสกอร์ได้ 10 ประตู แถมยังเป็นคนสำคัญที่ล่าตาข่ายให้ โมนาโก สามารถก้าวขึ้นสู่รอบชิงชนะเลิศพบกับ ปอร์โต้ ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ยุคนั้นได้สำเร็จ แต่น่าเสียดายที่ต้นสังกัดชั่วคราวของเขาต้องพ่ายแพ้ให้ทีมจาก โปรตุเกส ไปถึง 0-3 ในวันนั้น จบกันไปแล้วนะครับกับแข้งตัวยืมที่ประสบความสำเร็จกับต้นสังกัดชั่วคราว เห็นได้ชัดว่าการดีลในลักษณะนี้ไม่ใช่เพียงการนำนักเตะมาเพื่อลองทีมเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมทัพระยะสั้นที่อาจจะเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ของสโมสรเหล่านั้นได้เลย สำหรับครั้งนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามพวกเรานะครับ ในครั้งหน้าพวกเราก็ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆให้ทุกท่านได้อ่านกันอีกเช่นเคย แต่จะเป็นเรื่องอะไร คอยติดตามพวกเรา "เชียร์บอล" กันต่อไปนะครับ....Credit : Soccerbible

Nike 2013/2014 Third Shirt

สิ่งที่เป็นสีสันประจำการแข่งขันทุกฤดูกาล นอกจากนักเตะหน้าใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในแต่ละสโมสรแล้ว คงจะเป็นเรื่องของชุดการแข่งขันที่เปลี่ยนไปทุกซีซั่น ซึ่งหลายท่านคงจะได้เห็นกันไปแล้วกับชุดการแข่งขันทั้งเหย้าและเยือนของแต่ละทีม แต่คราวนี้ทางทีมงาน "เชียร์บอล" ก็จะขอพาทุกท่านไปยลโฉมกับชุดการแข่งขันชุดที่สาม จากการออกแบบของ "ไนกี้" ที่ทำให้เหล่าทีมดังกันครับ มาเริ่มต้นกันที่ Nike Unveil Barcelona 2013/14 Third Shirt เสื้อที่สโมสร บาร์เซโลน่า จะใช้ในการลงสนามค้าแข้งอีกชุดหนึ่งในซีซั่นนี้ โดยเสื้อตัวนี้จะมีพื้นสีดำที่ดูทันสมัย ถูกคาดด้วยสีเหลืองเป็นเส้นยาวทางด้านข้างของลำตัวทั้งสองด้าน ตรายี่ห้อ "ไนกี้" เองก็ถูกออกแบบมาให้ใช้สีเหลืองตัดพื้นสีดำด้วยเช่นกัน สังเกตได้เลยว่าสีเหลืองคาดบนพื้นดำนั้นดูสะดุดตาเพียงใด และที่น่าแปลกตาเป็นอย่างมากคือลายด้านในเสื้อที่ใช้สีเหลืองและแดงสลับกันไปมาอยู่ด้านในชุดนั่นเอง สำหรับชุดต่อมาเป็นคิวของ Manchester City 2013/14 Nike Third Shirt ซึ่งถือเป็นชุดทีมเยือนอีกชุดหนึ่งในฤดูกาลนี้ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั่นเองครับ โดยหลายท่านคงจะได้พบเห็นด้วยตาตัวเองมาแล้วจากเกมการแข่งขันที่ "เรือใบสีฟ้า" สามารถบุกไปเอาชนะ วิคตอเรีย พิลเซ่น ได้ถึง 3-0 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมา เสื้อลายนี้ถูกออกแบบมาโดยใช้สีขาวเป็นพื้นหลัก แต่กระนั้นก็สามารถวางโทนสีฟ้าและนํ้าเงินของสโมสรควบคู่กันได้อย่างลงตัว ด้วยการนำมาพาดไว้ที่ตัวเสื้อด้านซ้าย พร้อมกับนำตราสัญลักษณ์ของต้นสังกัดมาวางทับ นับเป็นการออกแบบที่ใช้สีประจำสโมสรให้เป็นจุดเด่นได้ดีมากทีเดียวครับ อาจจดูแปลกตากันสักเล็กน้อยกับ Everton Reveal 2013/14 Nike Third Shirt ชุดทีมเยือนชุดใหม่ของ เอฟเวอร์ตัน ที่ถูกออกแบบมาจาก "ไนกี้" เช่นกัน ซึ่งชุดนี้มีแนวคิดการใช้ความเป็น "เรโทร" เล็กๆ โดยการใช้สีขาวและสีนํ้าเงินเข้มเป็นสีพื้นของชุด ซึ่งในส่วนของสีกรมท่าด้านบนนั้นได้ใช้สีขาวคาดไว้เป็นแนวขวางอีกด้วย จุดเด่นของเสื้อตัวนี้คงอยู่ที่ตราสปอนเซอร์และสัญลักษณ์ของสโมสร ที่ทำออกมาตัดกับสีพื้นได้แจ่มชัดดีเหลือเกิน นับว่าเป็นชุดที่เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบสไตล์ย้อนยุคผสมผสานกับแนวคิดรูปแบบใหม่เป็นอย่างยิ่งนะครับ จบกันไปแล้วนะครับกับชุดการแข่งขันลายใหม่ทั้ง 3 ชุด จาก 3 สโมสรดังที่ "ไนกี้" ได้ออกแบบมาให้พวกเราได้ยลโฉมกันไปแล้ว ถ้าชอบชุดไหนทีมไหนก็สามารถไปหามาจับจองกันได้ ส่วนครั้งหน้าจะเป็นชุดการแข่งขันจากยี่ห้อใด ลายแบบไหน ทางทีมงาน "เชียร์บอล" จะนำมาให้ทุกท่านได้ชมกันอีกครั้งนะครับ ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมติดตามครับผม...

อุปกรณ์กีฬาสุดคูลกับแฟชั่นรับความหนาว

ผ่านพ้นกันไปแล้วกับช่วงฤดูกาลความร้อนในแถบโซนยุโรป คราวนี้ทีมงาน"เชียร์บอล" จะขอพาทุกท่านเข้าสู่ฤดูกาลแห่งความหนาวเย็นกันบ้าง กับเรื่องของอุปกรณ์กีฬาที่มีสีสันให้ความรู้สึกสุดแสนสบายตาด้วยสีฟ้าและสีนํ้าเงินครามเหมือนดั่งอยู่ในห้วงท้องทะเล ซึ่งอุปกรณ์กีฬาที่แบรนด์ชั้นนำต่างๆได้ผลิตและออกแบบมาในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาหากคุณได้เห็น มันอาจทำให้คุณรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่กำลังจะมาถึงก็เป็นได้ รวมไปถึงการออกแบบแนวเรโทรย้อนยุคเล็กๆ จะบังคับดวงตาของคุณท่านทั้งหลายให้หันมาชายตามองและอยากจับจองสินค้าเหล่านี้มาครอบครองเสียให้ได้ มาเริ่มกันที่ Predator LZ & Real Madrid Away สีสันของมันรับรองได้ว่าจะทำให้คุณสดชื่นอินจัดแบบสุดๆกับหน้าหนาว ทั้งเสื้อทีมเยือนของสโมสร เรอัล มาดริด ที่ทำออกมาได้อย่างสบายตา รวมไปถึงรองเท้าสตั๊ดสุดสวยที่วาดลวดลายสีสรรค์ด้วย สีขาว, ส้ม และ นํ้าเงินคราม มันทำให้ดูเข้ากับชุดทีมเยือนของทัพ "ราชัน" เสียเหลือเกิน ลองคิดดูว่าทั้งสองชิ้นนี้จะทำให้คุณเป็นจุดสนใจได้แค่ไหนเมื่อต้องโชว์ฝีเท้าภายในสนาม ส่วนอันดับต่อมาเป็น Pantofola d'Oro Vintage Tee ขอรับรองว่าจะต้องเป็นเสื้อที่ถูกตาถูกใจของชาว "เรโทรเลี่ยน" ได้เป็นอย่างดี เพราะมันถูกดีไซน์ด้วยแนวคิดย้อนยุคเล็กๆ ผสมผสานไปกับเสื้อผ้าสมัยใหม่ที่จะยิ่งทำให้คุณควักกระเป๋าซื้อมาสะสมอย่างแน่นอน แถมยังเป็นสินค้าจากแบรนด์ชื่อดังในถิ่น อัสโคลี่ ปิเคโน่ อีกด้วย ยอมรับได้เลยว่าคุณจะต้องรู้สึกถึงความสุนทรีย์และความสง่างามตามสไตล์ของแบรนด์อย่างแน่นอน มาถึงคิวของ adidas Predator Lite Shinpads (สนับแข้ง) & adidas Predator Horizon Gloves (ถุงมือโกล์) เอาใจสาวกมือกาวและผู้รักความปลอดภัยในกีฬากันบ้าง ทั้งสองชิ้นนี้ต่างก็มาจาก อาดิดาส ตระกูล Predator ด้วยกันทั้งคู่ ด้านของถุงมือนั้นถูกออกแบบด้วย สีฟ้า/นํ้าเงินคราม/เขียว ซึ่งทำให้ดูสบายตาเช่นกัน ในตำแหน่งของมือนั้นยังเป็นยางช่วยกันกระแทกที่ข้อมือ แถมยังมีส่วนช่วยในการชกบอลได้เป็นอย่างดี ส่วนสนับขารุ่นนี้เอง ก็จะทำให้คุณคล่องแคล่วสบายๆ เพราะความฟิตเข้ารูป กระชับ และแข็งแกร่งของมันนั่นเอง ลองหันมาดูชุดของยี่ห้อ ไนกี้ กันบ้าง ด้วยชุด Nike Sportswear HBR Track Jacket ซึ่งเป็นเสื้อแจ็คเก็ตสุดสวย ออกแบบสไตล์คลายร้อนด้วยสีนํ้าทะเล รวมถึงเนื้อผ้าที่สวมใส่แล้วสบายตัว มันเหมาะมากที่คุณจะหามาใส่ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้นในแต่ละเกม คราวนี้มาเอาใจสาวกหญ้าเทียมกันเสียหน่อย ด้วย Nike Bomba Finale II เหมาะสมกับฟุตบอลในร่มเสียเหลือเกิน รองเท้าที่สวมใส่ได้แล้วนุ่มสุดแสนสบาย รวมทั้งสไตล์การออกแบบสุดสดชื่น จะทำให้คุณวาดลวดลายในศึกลูกหนัง 5 - 7 คน ได้อย่างมั่นใจแบบสุดๆ ยังไม่พอ ไนกี้ ยังมีสินค้าสำหรับคนชอบวิ่งออกกำลังกาย ด้วย Nike Free Flyknit จากการผสมผสานเทคโนโลยี 2 อย่าง ทั้งการออกแบบพื้นผิวและความยืดหยุ่นที่ดีเยี่ยม มันจะทำให้คุณวิ่งออกำลังกายได้อย่างสบายใจ ซึ่งสีสันของมันนอกจากจะทำให้คุณสบายตา รับรองได้ว่าผู้คนที่ออกกำลังกายรอบตัวคุณก็จะแอบเหล่หันมามองท่ามกลางอากาศสุดแสนเย็นสบายเป็นแน่ แม้อุปกรณ์ชิ้นนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายสักเท่าไหร่ แต่ adidas Originals adicolor Wallet ก็พร้อมจะอำนวยความสะดวกให้คุณนำเงินเก็บใส่กระเป๋าใบสวยได้อย่างสบายใจ ด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่มากนักทำให้คุณพกพาไปไหนก็ได้อย่างไม่ขัดข้อง ส่วน Trusox Mid-Calf Cushion Crew Socks นับเป็นสินค้าสำหรับคนที่มองหาถุงเท้ากีฬาดีๆมาใช้ ยิ่งถ้าคุณเป็นนักกีฬาที่ใช้ความเร็วจากการวิ่งเป็นหลัก ถุงเท้าชิ้นนี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคุณ เนื่องจากมันถูกดีไซน์มาให้เข้าล็อกกับรองเท้ากีฬา รับรองได้ว่าจะสร้างความรวดเร็วในการออกตัวได้อย่างดีเยี่ยม อีกหนึ่งอุปกรณ์เสริมสำหรับนักกีฬาอย่างทุกท่าน Nike T1 Hydro Flow Water Bottle 24oz มันถูกออกแบบมาสำหรับคอกีฬาอย่างแท้จริง ซึ่งมีทั้งขีดวัดระดับนํ้าภายในขวด รวมไปถึงความทนทานที่ดีกว่าขวดพลาสติกเก่าๆในบ้านของคุณ มันดีเยี่ยมหากคุณจะพกไปใช้ในการออกกำลังกายยังสถานที่ต่างๆ มาถึงอุปกรณ์ชิ้นสุดท้ายในแวดวงกีฬาหน้าร้อนสำหรับทุกท่าน Hummel Player Logo Bag กระเป๋าเดินทางที่คุณสามารถยัดเสื้อผ้าหรือสิ่งของที่คุณต้องการ จะเห็นได้ว่าสไตล์การออกแบบนั้นย้อนยุค 80 เลยทีเดียว เหมาะสมให้ชาว "เรโทรเลี่ยน" ซื้อมาใช้แบบสุดๆ เชื่อว่าหลายท่านคงจำกันได้ว่ากระเป๋าในรูปแบบนี้ มีความจุอย่างมหาศาลเลยจริงๆ จบกันไปแล้วกับสินค้าอุปกรณ์กีฬาที่นำพาให้รู้สึกถึงความเย็นสบาย จากพวกเราทีมงาน"เชียร์บอล"หยิบเอามานำเสนอในครั้งนี้ เพื่อให้ทุกท่านได้รู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้เห็นสีสันอันแสนสุดเย็นตาท่ามกลางอากาศกึ่งร้อนกึ่งฝนอย่างต่อเนื่องในบ้านเราชณะนี้ และหากใครได้ใช้หรือส่วมใสอุปกรณ์กีฬาเหล่านี้ในประเทศไทยบ้านเรา คงจะทำให้เขาคนนั้นดูกลายเป็นคนใจเย็น สบายๆ ได้เช่นกันนะขอรับ