breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

รวม 7 ดีลน่าสนใจแห่งตลาดฤดูหนาวประจำแดนผู้ดี!

จบกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับตลาดฤดูหนาวประจำซีซั่น 2014/15 ซึ่ง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก็ไม่น้อยหน้ามีการซื้อขายกันอย่างคับคั่งเช่นกัน แต่จะมีผู้เล่นรายใดที่น่าสนใจกันบ้างและมีประวัติความเป็นมาโดดเด่นแค่ไหน วันนี้ทางพวกเราชาว "Cheerball" เก็บตกเล็กๆมาให้ได้อ่านกันครับ!1. คริสเตียน บีลิก (มิดฟิลด์, อายุ 17 ปี/อาร์เซน่อล) สำหรับ คริสเตียน บีลิก กลายเป็นอีกหนึ่งดีลดาวรุ่งที่ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือประจำถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ให้ความไว้วางใจด้วยการใช้เม็ดเงินราว 2.4 ล้านปอนด์เป็นข้อแลกเปลี่ยน โดยเจ้าตัวได้เริ่มต้นวิถีฟุตบอลในสโมสรบ้านเกิดอย่าง กอร์นิก โคนิน ก่อนจะย้ายไปยัง เลช พอซนาน ในปี 2012 พร้อมพัฒนาตัวเองในระบบอคาเดมี่และเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่คว้าแชมป์สโมสรรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีจากลีกของ โปแลนด์ อีกด้วย จนกระทั้ง เลเกีย วอร์ซอว์ ขอรับช่วงต่อ พร้อมให้แข้งดาวรุ่งรายนี้ได้รับความไว้วางใจด้วยการลงเล่นในทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกจำนวน 5 นัด ก่อนที่ล่าสุดจะย้ายมายัง "ปืนใหญ่" นั่นเอง2.คัลลัม แม็คมานามาน (มิดฟิลด์, อายุ 23 ปี/ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน) คิดว่ามีไม่น้อยที่หลายครจะจดจำแข้งดาวรุ่งอย่าง คัลลัม แม็คมานามาน กันได้ หลังนักเตะรายนี้เคยเป็นผู้เล่นที่โขว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นจนช่วยให้ วีแกน แอธเลติก คว้าชัยชนะเหนือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จนช่วยให้ต้นสังกัดเดิมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ อังกฤษ ประจำซีซั่น 2012/13 มาครองได้สำเร็จ ส่งผลให้ในเวลากลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีข่าวคราวร่วมกับหลากสโมสรชั้นนำมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่มีการย้ายทีมเกิดขึ้นมาแต่อย่างใด จนกระทั่งล่าสุด "แบ็กกี้ส์" จึงขอลงมือคว้ามาเล่นบนลีก สุดแดนผู้ดีเวลานี้นั่น อ้อ.....!! หลายคนคงคิดว่าเจ้าหนุ่มรายนี้มีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับ สตีฟ แม็คมานามาน อดีตปีกตัวเก่งของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล แต่เจ้าตัวเคยให้ความเห็นแล้วว่าไม่รู้จักมักจี่กันและคาดว่าเป็นเพียงญาติห่างๆเท่านั้นเอง3. อันเดรจ ครามาริค (กองหน้า, อายุ 23 ปี/ เลสเตอร์ ซิตี้) กองหน้าชาวโครแอตอนาคตไกลได้ย้ายจาก ริเยก้า มาเป็นผู้เล่นคนใหม่ของ เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัวราว 9 ล้านปอนด์ ซึ่งเจ้าตัวมีประวัติอันไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย หลังเคยลงเล่นให้กับทั้ง ดินาโม ซาเกร็บ, โลโคโมติว่า ซาเกร็บ และ ริเยเก้า ซัดตาข่ายรวมแล้วได้มากถึง 67 ประตู และยังมีบทบาทสำคัญมาตั้งแต่ชุดเยาวชนของทีมชาติ "ตราหมากรุก" มาตั้งแต่ปี 2005 อีกด้วย ซึ่งก่อนจะย้ายมายังถิ่น คิงส์พาวเวอร์ สเตเดี้ยม เขาเคยมีข่าวร่วมกับ เชลซี มาแล้ว แต่ก็เป็น "จิ้งจอกนํ้าเงิน" ที่คว้ามาเสริมทัพได้สำเร็จ น่าสนใจมากว่าจะช่วยให้ต้นสังกัดใหม่รอดพ้นจากการตกชั้นได้หรือไม่4.กาเบรียล เปาลิสต้า (กองหลัง, อายุ 24 ปี/ อาร์เซน่อล) เป็นอีกหนึ่งดีลของ อาร์แซน เวนเกอร์ ที่ต้องตามลุ้นกันพอสมควร เนื่องจากจะต้องรอการตกลงค่าตัวที่ 11.2 ล้านปอนด์กันแล้ว พวกเขายังต้องรอการขอใบอนุญาตทำงานบนเกาะอังกฤาที่แสนน่าหน่ายอีกต่างหาก ส่วนตัวเชื่อว่าแฟนบอล "เดอะ กุนเนอร์ส" ต่างเฝ้ารอคอยการมาของนักเตะรายนี้กันไม่น้อย เนื่องจาก "ปืนใหญ่" มักจะมีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้งนับตั้บแต่ช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา โดยการดีลครั้งนี้นอกจากจะทุ่มงบมากกว่า 10 ล้านปอนด์แล้ว ยังต้องพ่วง โจเอล แอคมป์เบลล์ ไปให้กับ บียาร์เรอัล เพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนอีกด้วย5.ฮวน กวาดราโด้ ( มิดฟิลด์, อายุ 26 ปี/ เชลซี ) นับเป็นหนึ่งในบิ๊กดีลของตลาดฤดูหนาวบนลีกผู้ดีเลยทีเดียว สำหรับ ฮวน กวาดราโด้ ที่ได้ย้ายมายังถิ่น สแตฟมอร์ด บริดจ์ ด้วยค่าตัวราว 23.3 ล้านปอนด์ พร้อมพ่วง ซาลาห์ เป็นข้อแลกเปลี่ยนด้วยสัญญายืมตัวกับ ฟิออเรนติน่า สำหรับนักเตะชาวโคลอมเบียนรายนี้ได้รับการจับตามองเป็นพิเศษในศึก ฟุตบอลโลก 2014 ณ แดนแซมบ้า เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เนื่องจากมีฝีเท้าอันจี๊ดจ๊าดอย่างโดดเด่น พร้อมช่วยให้ทัพ "โคเคน" เข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ถ้าจะนับความโดดเด่นกับเพื่อนร่วมชาติแล้วคงจะเป็นรองเพียงแค่ ฮาเมส โรดริเกซ ที่ย้ายไปยัง เรอัล มาดริด เท่านั้น6.วิลฟรีด โบนี่ (กองหน้า, อายุ 26 ปี/ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ) มาถึงดีลที่แพงที่สุดของตลาดฤดูหนาวประจำแดนผู้ดีซีซั่นนี้กันแล้ว โดย วิลฟรีด โบนี่ ได้ถูก มานูเอล เปเยกรินี่ ผู้จัดการทีมจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กระชากตัวไปด้วยค่าตัวสูงถึง 28 ล้านปอนด์ หลังเจ้าตัวทำผลงานได้อย่างเหนือชั้นให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ มาตลอดซีซั่นครึ่งด้วยการยิงไปถึง 35 ประตูจากการแข่งขันทุกรายการ กระนั้นเจ้าตัวก็ยังไม่ได้รับใช้ต้นสังกัดแต่อย่างใดทั้งสิ้น เนื่องจากติดภารกิจรับใช้ ทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ ในการแข่งขันทีมชาติระดับทวีปนั่นเอง7. บิกตอร์ บัลเดส (รักษาประตู, อายุ 33 ปี/ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) น่าจะเรียกว่าเป็นดีลที่แสนคุ้มก็ไม่แปลก เพราะจอมหนึบมากประสบการณ์ได้ย้ายออกจาก บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัวฟรี เมื่้อช่วงซัมเมอร์ ก่อนจะย้ายมาฟื้นฟูสภาพร่างกายกับ "ปีศาจแดง" ในซีซั่นนี้ ซึ่งล่าสุด หลุยส์ ฟาน กัล ก็ได้ตัดสินใจเซ็นสัญญาเป็นนายด่านสำรองประจำถิ่น โอล์ด แทรฟฟอร์ด เป็นที่เรียบร้อยแล้วและเจ้าตัวก็ได้ลงเล่นให้กับทีมสำรองไปแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การมาของ บัลเดส กลับกลายเป็นที่วิพากย์วิจารณ์ต่ออนาคตของ ดาบิด เด เคอา ยอดจอมหนึบประจำทัพ "เร้ด เดวิลส์" อย่างหนัก หลังนักเฝ้าเสามือหนึ่งได้ตกเป็นข่าวกับ "ราชันชุดขาว" มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดก็ยังไม่มีความแน่นอนในเรื่องนี้แต่อย่างใดทั้งสิ้นCredit : Wikipedia, Getty Image, Arsenal, Man U, Chelsea

10 เรื่องน่ารู้กับดาวรุ่งนาม 'มาร์ติน โอเดการ์ด' !

นับเป็นหนึ่งในดีลที่เรียกเสียงฮือฮาอย่างมากของ เรอัล มาดริด ทีเดียว หลัง คาร์โล อันเชล็อตติ ได้ลงมือเซ็นสัญญาแข้งวันเดอร์คิดส์อย่าง มาร์ติน โอเดการ์ด เข้ามาเสริมแกร่งจาก สตรอมก็อดเซต สโมสรจากลีกนอร์เวย์ได้สำเร็จเป็นที่เรียบร้อย แต่เรื่องน่ารู้ของเด็กหนุ่มรายนี้จะมีอะไรบ้าง เรามาติดตามกันได้เลย!1.ฮีโร่ลูกหนังคือ 'เมสซี่' เรื่องนี้คงจะสร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอล "ราชันชุดขาว" กันเล็กน้อย หากได้รู้ว่าฮีโร่ในวงการลูกหนังของเจ้าหนู วัย 16 ปี คือ ลีโอเนล เมสซี่ ดาวยิงจากสโมสรคู่อริจาก บาร์เซโลน่า นั่นเอง เนื่องจากทั้งสองมีสไตล์การเล่นที่ใกล้เคียงกัน แถมยังมีรูปร่างไม่แตกต่างกันเท่าไหร่อีก ซึ่งต่างก็ใช้เท้าซ้ายกันเป็นส่วนใหญ่อีกด้วย งานนี้จะเรียก "นิว เมสซี่ แห่งถิ่น ซานเตียโก ) จะเป็นอะไรไหมหนอ?2.เป็นแฟนบอล "หงส์แดง" มาร์ติน โอเดการ์ด เป็นผู้เล่นที่เป็นแฟนบอลของสโมสร ลิเวอร์พูล และเคยใช้เวลาร่วมกับ "หงส์แดง" มาแล้วเมื่อก่อนปีใหม่ที่ผ่านมา ซึ่งมีภาพที่เขาเข้าร่วมการฝึกซ้อมร่วมกับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ให้ได้เห็นกันอีกด้วย นอกจากนี้เจ้าตัวยังเคยฝึกซ้อมร่วมกับ บาเยิร์น มิวนิค และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เช่นกัน แต่สุดท้ายก็เป็น "ราชันชุดขาว" ที่คว้าตัวได้ในท้ายที่สุด3.ดาวรุ่งค่าเหนื่อยสูง! แข้งดาวรุ่งชาวยอร์เวย์ได้ย้ายซบถิ่น ซานเตียโก เบร์นาเบว ด้วยค่าตัวราว 2.3 ล้านปอนด์และมีค่าเหนื่อยสูงถึง 80,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์จนถึงปี 2021 นับเป็นหนึ่งในแข้งดาวรุ่งที่มีค่าเหนื่อยสูงมากในปัจจุบันนี้ทีเดียว4.พ่อยินยอม FM2015 เพิ่ม โอเดการ์ด บนฐานข้อมูล นับเป็นหนึ่งในเรื่องที่สุดแสนน่ารักไม่น้อยทีเดียว เมื่อคุณพ่อของ มาร์ติน โอเดการ์ด นาม ฮานส์ เอริก โอเดการ์ด กล่าวโอเคให้ทีมงาน Sport Interactive หรือผู้ผลิดเกม Football Manager 2015 ใส่ชื่อลูกตัวเองไปในฐานข้อมูลเกม หลังเคยถูกนำออกมาเพราะอายุไม่ถึง 15 นั่นเอง ส่งผลให้แฟนบอลได้มีโอกาสเรียกตัวมาใช้งานในเกมกันอย่างล้นหลาม!5.เชื้อไม่ทิ้งแถว! พ่อเองก็เป็นแข้งมาก่อนนะ ฮานส์ เอริก โอเดการ์ด หรือคุณพ่อของ มาร์ติน โอเดการ์ด เคยเป้นผู้เล่นมืออาชีพใน นอร์เวย์ มาก่อนเช่นกันระหว่างปี 1993-2006 และลงเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ยิงไปถึง 41 ประตู จากการลงสนาม 189 นัดที่ลงเล่นให้ สตรอมก็อดเซต ทั้งยังซัดไปอีก 15 ประตูใน 58 เกมให้กับ ซานเดฟอร์ด อีกด้วย6.เป็นแข้งอายุน้อยสุดที่ได้เล่นในศึก ยูโร รอบคัดเลือก โอเดการ์ด กลายเป็ยผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นในศึก ยูโร รอบคัดเลือก หลังเขาได้โอกาสรับใช้ ทีมชาตินอร์เวย์ พบกับ บัลเกเรีย เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2014 ซึ่งตอนที่ได้ลงสนามมีอายุเพียง 15 ปีกับอีก 300 วันเท่านั้น 7. โอเดการ์ด จะยังไม่ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ ตามการรายงานจากปากของ เอมิลิโอ บูตราเกนโญ่ ตำนานสโมสร เรอัล มาดริด เปิดเผยว่า "เขาจะร่วมฝึกซ้อมกับ คาสติย่า ในช่วงทีเหลือของซีซั่นและเขาจะก้าวขึ้นมาในตำแหน่งหลักของทรมดังกล่าวได้เช่นกัน ซึ่งช่วงพรีซีซั่นเขาจะก้าวมาสู่ทีมชุดใหญ่ โดยจะต้องมารอดูกันอีกครั้ง"8.อายุน้อยแต่ฝีเท้าใช่ย่อย นับเป็นหนึ่งในเครื่องการันตีฝีเท้านักเตะทีเดียว โดย โอเดการ์ด ได้ลงเล่นให้กับ สตรอมก็อดเซต ไปทั้งสิ้น 23 นัด สามารถยิงตาข่ายไปได้ถึง 5 ประตูและยังสร้างแอสซิสต์ได้ถึง 7 ครั้งอีกด้วย9.ออกสตาร์ทด้วยอายุน้อยที่สุดของ ทีมชาตินอร์เวย์ มาร์ติน โอเดการ์ด กลายมาเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นรับใช้ชาติเป็นครั้งแรก โดยเริ่มลงเล่นในเกมที่พบกับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในวันที่ 19 สิงหาคม ปี 2014 ด้วยอายุเพียง 15 ปีและ 253 วันเท่านั้น10. บอส เซลติก คือผู้ชี้ทาง! รอนนี่ เดย์ล่า บอสคนปัจจุบันของ เซลติก เป็นผู้ที่ให้โอกาส มาร์ติน โอเดการ์ด ได้ออกสตาร์ทในลีกร่วมกับ สตรอมก็อดเซต เป็นครั้งแรก เมื่อเขาอายุได้เพียง 15 ปีกับอีก 117 วันเท่านั้น โดยเป็นเกมที่เจอกับ เอสลุนด์Credit: squawka,Zimbio

Buy-Out & Release Clauses สำหรับสัญญาของนักเตะ

Buy-Out & Release Clauses สำหรับสัญญาของนักเตะ Update Special Thing สำหรับสาวกของ CHEERBALL.com สัปดาห์นี้เราจะไขความกระจ่างเกี่ยวกับปัญหาของ ค่าฉีกสัญญา (Release Clause) และ ค่าซื้อสัญญา (Buy-out Clauses) กับสัญญาของนักฟุตบอล ซึ่งเต็มไปด้วยความสับสน และคำถามมากมายระหว่างทั้ง 2 หัวข้อนี้ ค่าฉีกสัญญา (Release Clause) คืออะไร ค่าฉีกสัญญา เป็นข้อกำหนดที่อยู่ในสัญญาของผู้เล่น ซึ่งแต่ละคนจะระบุเงื่อนไขเอาไว้แตกต่างกัน สโมสรต้องยอมรับข้อเสนอก่อนตัดสินใจตกลงเกี่ยวกับสัญญากันอย่างเป็นทางการของทั้งสองฝ่าย จากสโมสรที่ยื่นข้อเสนอมาโดยอัตโนมัติ ถ้าหากจำนวนเงินอย่างน้อยที่สุดเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาที่กำหนดไว้จากสโมสรที่ยื่นข้อเสนอซื้อตัวเข้ามา และจากนั้นผู้เล่นจะมีสิทธิ์พูดคุยกับสโมสรเหล่านั้น ตัวอย่างเช่น มาริโอ เกิทเซ่ ที่ย้ายจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไปอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ในปี 2013 ตามค่าฉีกสัญญา 37 ล้านยูโร (ประมาณ 1.4 พันล้านบาท) และล่าสุดของ มาร์โค รอยส์ มิดฟิลด์ค่าย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งมีค่าฉีกสัญญาหลังจบฤดูกาล 2014-15 ที่ราคา 25 ล้านยูโร (ประมาณ 945 ล้านบาท) ซึ่งหากก่อนจบซีซั่นนี้ "เสือเหลือง" ไม่สามารถต่อสัญญาฉบับใหม่กับ รอยส์ ออกไปได้ สโมสรก็ต้องยอมขาย รอยส์ ตามค่าฉีกสัญญาดังกล่าว เมื่อจอมทัพทีมชาติเยอรมันต้องการย้ายทีม เช่นเดียวกับกรณีของ เกิทเซ่ ค่าซื้อสัญญา (Buy-out Clauses) ค่าซื้อสัญญา เป็นข้อกำหนดบนสัญญาที่แพร่หลายในประเทศสเปน และค่อนข้างมีความแตกต่างกับ ค่าฉีกสัญญา โดยมักใช้เป็นองค์ประกอบสำคัญของสัญญาส่วนใหญ่ในสเปน และโดยทั่วไปแล้วจะตั้ง จำนวนเงินเอาไว้สูงมากๆ ซึ่งไม่เป็นไปตามความจริงสำหรับมูลค่าทางการตลาดของผู้เล่น เช่น ลิโอเนล เมสซี่ มีค่าซื้อสัญญา 250 ล้านยูโร (ประมาณ 9.45 พันล้านบาท) กับ บาร์เซโลน่า และ เนย์มาร์ จูเนียร์ มีค่าซื้อสัญญากับ บาร์ซ่า ในราคา 190 ล้านยูโร (ประมาณ 7.18 พันล้านบาท) อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าผู้เล่นที่มีค่าซื้อสัญญาตรงตามกับความจริงกับสัญญาของนักเตะที่ระบุไว้ตามเงื่อนไข แต่ในทางปฏิบัติเป็นการซื้อผู้เล่นของสโมสรซึ่งถูกจ่ายผ่านโดยนักเตะ และเป็นกระบวนการที่ยุ่งยากซับซ้อน และมีรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับภาษีการซื้อนักเตะของสโมสร นอกจากนี้สโมสรต้นสังกัดยังสามารถเลือกปฎิเสธข้อเสนอตามจำนวนเงินที่ระบุตามค่าซื้อสัญญาได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่นในช่วงกลางปี 2011 แอธเลติก บิลเบา ปฎิเสธขาย ฆาบี มาร์ติเนซ ให้กับ บาเยิร์น มิวนิค ตามค่าซื้อสัญญา 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1.5 พันล้านบาท) จากนั้นกลางปี 2012 "เสือใต้" จึงสามารถคว้าตัว มาร์ติเนซ มาร่วมทีมตามค่าซื้อสัญญาดังกล่าว และในปีเดียวกัน บิลเบา ปฎิเสธข้อเสนอ 37 ล้านยูโร (ประมาณ 1.39 พันล้านบาท) ตามค่าซื้อสัญญาของ อันเดร์ เอร์เรร่า จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนที่อีกหนึ่งปีต่อมามิดฟิลด์ชาวบาสก์จะย้ายมาร่วมทัพ "เร้ด เดวิลล์" ด้วยจำนวนเงินเดียวกันpic : danielgeey, zimbio, espn

ผลงาน 11 แข้งแห่งปีกับการแข่งขันซีซั่น 2013/14

ทราบกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ กับรางวัล "บัลลงดอร์ 2014" ซึ่งปีนี้ก็ไม่พลิกโผเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงจาก เรอัล มาดริด ที่คว้าลูกบอลทองคำมานอนกอดได้อีกสมัย นับเป็นผู้เล่นที่มีอิทธิพลต่อวงการลูกหนังอย่างมากทีเดียว กระนั้นขณะเดียวกันรางวัลที่น่าสนใจอีกรายการก็คงหนีไม่พ้น "ฟีฟ่า ฟิฟโปร เวิลด์ XI" ประจำปี 2014 ที่ทำให้พวกเราทราบกันว่า 11 ผู้เล่นในแผน 4-3-3 แต่ละตำแหน่งประจำปีที่ผ่านมาจะมีใครกันบ้าง วันนี้ทางเรา "Cheerball" ก็ขอนำผลงานที่ผ่านมาให้ได้ทราบกันเลยครับ!ทีมยอดเยี่ยมของโลก "ฟีฟ่า ฟิฟโปร เวิลด์ XI" ประจำปี 20141. มานูเอล นอยเออร์ (ผู้รักษาประตู, บาเยิร์น มิวนิค/เยอรมัน) คงไม่ต้องมากความกับตำแหน่งผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลก ณ เวลานี้ เพราะ มานูเอล นอยเออร์ นายด่านจากเมืองเบียร์แทบจะนอนรอรับรางวัลนี้ตั้งแต่ไหนแต่ไร จากฟอร์มการเซฟอันสุดยอดของเขาช่วงซีซั่น 2013/14 ก็ทำให้ "เสือใต้" คว้าแชมป์มาตั้งแต่ไก่โห่และเสียประตูไปเพียง 23 ลูกเท่านั้น ขณะที่ผลงานใน ทีมชาติเยอนมัน ก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ากัน เขาลงมือลงแรงเซฟประตูในศึก ฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้าย ณ แดนแซมบ้า ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาถึง 7 นัดติด จนกลายเป็นส่วนสำคัญช่วยให้ "อินทรีเหล็ก" ผงาดกลายเป็นแชมป์โลกได้สำเร็จ แถมยังมีชื่อติดเป็น 1 ใน 3 คนสุดท้ายที่มีลุ้นรางวัล "ลูกบอลทองคำ" ปีนี้เสียด้วย ถ้าตำแหน่งนี้ไม่เหมาะสมกับเขาแล้วจะมีใครแทนที่ได้กันแน่?2.ฟิลิปป์ ลาห์ม (กองหลัง, บาเยิร์น มิวนิค/เยอรมัน) มาถึงอีกหนึ่งผู้เล่นจาก "เสือใต้" ที่โชว์ฟอร์มฉกาจได้อย่างต่อเนื่องทางเกมรับให้กับทั้งระดับสโมสรและทีมชาติ ผลงานของเขามีความสำคัญไม่ด้อยไปกว่าการเซฟตาข่ายของ มานูเอล นอยเออร์ เลย ซึ่งเจ้าตัวก็สร้างความประทับใจให้แฟนบอลไปไม่น้อย เนื่องจากแม้ โจเซฟ กวาร์ดิโอลา จะตัดสินใจโยกให้ไปเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์บ้าง แต่ก็ยังทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง นับเป็นการแสดงให้เห็นถึงฝีเท้าและการปรับตัวอันยอดเยี่ยม กระนั้นก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่นักเตะรายดังกล่าวได้ประกาศอำลาการรับใช้ "อินทรีเหล็ก" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากคว้าถ้วย ฟุตบอลโลก 2014 มาได้สำเร็จนั่นเอง3. เดวิด ลุยซ์ (กองหลัง, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง/บราซิล) ต้องยอมรับ เดวิด ลุยซ์ เป็นปราการหลังที่ติดโผ 11 ทีมยอดเยี่ยมประจำปี 2014 ได้แบบสุดช็อคเล็กน้อย หลังซีซั่นที่แล้วได้ลงเล่นให้กับต้นสังกัดเก่าอย่าง เชลซี ด้วยการลงเป็นตัวจริงบนลีกสูงสุดแดนผู้ดีไปเพียง 15 นัดเท่านั้น ขณะที่การรับใช้ ทีมชาติบราซิล ในรอบลึกของศึก ฟุตบอลโลก 2014 เมื่อช่วงซัมเมอร์ก็มีความผิดพลาดทางเกมรับจนโดน เยอรมัน อัดไปถึง 1-7 ตามหลังมาด้วย เนเธอร์แลนด์ ในเกมสุดท้ายอีก 0-3 กระนั้นในรอบแบ่งกลุ่มก็ต้องยอมรับว่าเจ้าตัวยังโชว์ฟอร์มได้ดี ซึ่งการย้ายมายัง "เปแอสเช" ด้วยค่าตัวถึง 50 ล้านปอนด์ก็ทำให้นักเตะรายนี้กลายเป็นแข้งกองหลังที่แพงที่สุดประจำฤดูร้อนทีเดียว4.เซร์คิโอ รามอส (กองหลัง, เรอัล มาดริด/สเปน) ต่อมาเป็นอีกหนึ่งกองหลังเนื้อหอมของ เรอัล มาดริด ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับ "ราชันชุดขาว" มาตลอด ทั้งซีซั่น 2013/14 ด้วยการลงเล่น 32 นัดและซัดไปถึง 4 ประตู ซึ่งเจ้าตัวก็นับว่าเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่พาเพื่อนร่วมทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ โกปา เดล เรย์ มาครองได้สำเร็จอีกด้วย ซึ่งก็เป็นที่น่าเสียดายที่เกม ฟุตบอลโลก 2014 กลับทำผลงานได้ไม่ดีนักและร่วงตกรอบไปกับทัพ "กระทิงดุ" ในรอบแบ่งกลุ่มด้วยการคว้ามาได้เพียง 3 แต้มใน กลุ่มบี เท่านั้น5.ติอาโก้ ซิลวา (กองหลัง, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง/บราซิล) จะเรียกว่ากอดคอกันมากับ ลุยซ์ ก็ไม่ปาน สำหรับกองหลังชาวบราซิลเลี่ยนจากลีกสูงสุดแดนนํ้าหอมที่แม้อายุจะปาเข้าไป 30 เข้าให้แล้ว แต่เขาก็ยังเป็นกองกำลังสำคัญทางเกมรับให้กับ "เปแอสเช" คว้าแชมป์ ลีก เอิง ฝรั่งเศส สองสมัยติดต่อกันได้สำเร็จ กระนั้นกลับเป็นเรื่องน่าเศร้าที่เจ้าตัวต้องเสียตำแหน่งกัปตันทีมชาติไปให้กับ เนย์มาร์ ทันที เมื่อ คาร์ลอส ดุงก้า ย้ายเข้ามาทำหน้าที่เป็นกุนซือ "เซเลเซา" ในยุคปัจจุบัน ก็คงได้ตามลุ้นกันต่อว่าฟอร์มในปีนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง6.อันเดรส อิเนียสต้า (กองกลาง, บาร์เซโลน่า/สเปน) แม้ว่ายอดแข้งมิดฟิลด์มากประสบการณ์อย่าง อันเดรส อิเนียสต้า จะได้รับความผิดหวังอย่างสุดๆกับผลงาของทั้ง บาร์เซโลน่า และ ทีมชาติสเปน ในช่วงปี 2014 ที่ผ่านมา แต่เขาก็ยังแสดงผลงานส่วนตัวออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่องด้วยการเล่นสุดสร้างสรรค์ในตำแหน่งแดนกลางได้ดีเช่นเคย ซึ่งแข้งหน้าใหม่ประจำถิ่น คัมป์ นู ในฤดูกาลนี้อย่าง อิวาน ราคิติช ก็ยังขอยกยอมอง อิเนียสต้า เป็นแบบอย่างต่อไปในอนาคตอีกด้วย7.โทนี่ โครส (กองกลาง, เรอัล มาดริด/ เยอรมัน) แทบจะไม่ต้องสงสัยกับมิดฟิลด์เมืองเบียร์ที่ติดโผ 11 ทีมแห่งปีไปโดยปริยาย ด้วยฝีเท้าอันยอดเยี่ยมและกลายเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่พา บาเยิร์น มิวนิค ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์มาครองในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ช่วงฤดูกาลก่อน ขณะที่ในศึก ฟุตบอลโลก 2014 แม้จะเป็นรายการอันดับโลกครั้งแรกของเขาในชุดทีมชาติ แต่เขาก็ยังโชว์ฝีเท้าได้อย่างน่าเหลือเชื่อตลอดทั้ง 7 นัดและซัดไปได้อีก 2 ประตู แถมยังได้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมในเกมที่ถล่ม บราซิล ไปด้วยสกอร์ 7-1 ในรอบ เซมิไฟนอล อีกด้วย กระนั้นก็นับเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ "เสือใต้" ต้องเสียผู้เล่นคนสำคัญออกจากทีมไปในท้ายที่สุด8.อังเคล ดิ มาเรีย (กองกลาง, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด/ อาร์เจนติน่า) นับเป็นผู้เล่นเพียงรายเดียวจากลีกสูงสุดแดนผู้ดีที่ย้ายมาเป็นแข้งใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยุคปัจจุบัน หลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมภายใต้สีเสื้อของ "ราชันชุดขาว" ด้วยการลงสนามทุกรายการ 52 นัด สามารถพังตาข่ายไปได้ถึง 11 ประตู นับเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ เรอัล มาดริด ก้าวขึ้นไปสู่การคว้าถ้วย "บิ๊กเอียร์" มาได้สำเร็จและเป็นกำลังสำคัญให้กับ ทีมชาติอาร์เจนติน่า ในศึก ฟุตบอลโลก 2014 ที่ผ่านมาอีกด้วย แต่ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่เจ้าตัวกลับต้องพลาดช่วยทัพ "ฟ้าขาว" ลงเล่นในเกมที่พ่านต่อ "อินทรีเหล็ก" ในรอบชิงชนะเลิศ เนื่องจากผลกระทบจากอาการบาดเจ็บนั่นเอง9.อาร์เยน ร็อบเบน (กองหน้า, บาเยิร์น มิวนิค/เนเธอร์แลนด์) มาถึงแผงรุก 3 คนกันบ้างและรายแรกก็คงจะเป็นใครไม่ได้นอกเสียจาก อาร์เยน ร็อบเบน ปีกตัวเก๋าจากทัพ "เสือใต้" ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ เขาลงเล่นให้กับ บาเยิร์น บนลีกสูงสุดเมืองเบียร์ 28 นัดในฤดูกาลทีผ่านมา ก่อนจะซัดไปถึง 11 ประตู ขณะที่ ฟุตบอลโลก 2014 ก็ยังเป็นไม้เด็ดทางเกมรุกของ หลุยส์ ฟาน กัล ที่ทำผลงานได้อย่างสุดเจ๋งควบคู่ไปกับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ อีกด้วย ส่งผลให้ "อัศวินสีส้ม" คว้าอันดับ 3 ในรายการดังกล่าวมาได้สำเร็จและเจ้าตัวก็มีข่าวการตามเจ้านายโยกซบ "ปีศาจแดง" อย่างหนัก แต่สุดท้ายก็ไม่มีการดีลเกิดขึ้น10.ลีโอเนล เมสซี่ (กองหน้า, บาร์เซโลน่า/อาร์เจนติน่า) แม้ผลงานจะดร็อปลงไปบ้างในฤดูกาลที่แล้ว หลังมีอาการบาดเจ็บรบกวนเกิดขึ้น แต่ฟอร์มการเล่นของเขาก็ยังแข็งแกร่งไม่น้อยหน้าใครทั้งนั้นด้วยการลงเล่นใน ลา ลีกา สเปน 31 นัด ซัดตาข่ายไปมากถึง 28 ประตู ส่งผลให้เจ้าตัวมีชื่อเป็น 1 ใน 3 คนสุดท้ายลุ้นรางวัล บัลลงดอร์ 2014 เช่นเคยและเป็นอีกหนึ่งตัวเต็งที่น่าจะคว้า "ลูกบอลทองคำ" ประจำปีนี้ไปครองได้สำเร็จ ซึ่งก็น่าเสียดายที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จับจองไปเป็นที่เรียบร้อยและเรื่องที่น่าฝันร้ายที่สุดของเขาในปีที่ผ่านมาก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการชวดคว้าแชมป์ในทุกรายการ รวมไปถึงศึก ฟุตบอลโลก 2014 ที่แม้จะทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่เจอประตูชัยจาก มาริโอ เกิทเซ่ ก็ทำให้นั่งเศร้าไปนานทีเดียว11.คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (กองหน้า, เรอัล มาดริด/โปรตุเกส) คนสุดท้าย ท้ายที่สุดและเจ๋งที่สุดในบรรดา 11 แข้งประจำปี 2014 จากรางวัลของฟีฟ่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดดาวยิงจาก "ราชันชุดขาว" ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในปี 2014 หลังคว้าแชมป์มาได้ทั้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ โกปา เดล เรย์ มาครองได้สำเร็จ ซึ่งแม้จะไม่ได้ถ้วย ลา ลีกา มาครอง แต่เขาก็ยิงไปมากถึง 31 ประตู กลายเป็นดาวซัลโวประจำซีซั่นที่ผ่านมาโดยปริยาย ส่งผลให้เจ้าตัวได้รับการเลือกให้เป็นจ้าว "บัลลงดอร์" ประจำปี 2014 และกลายเป็นผู้คว้ารางวัลดังกล่าวเป็นสมัยที่ 3 เรียบร้อยแล้วอีกด้วยCredit Pic : Getty Image, Fifa, Zimbio

ท็อป 10 บิ๊กดีลที่มีโอกาสเกิดในเดือนมกราคมนี้ by ESPN FC.

ท็อป 10 บิ๊กดีลที่มีโอกาสเกิดในเดือนมกราคมนี้ by ESPN FC. เอดินสัน คาวานี่ และ เอเซเกล ลาเวซซี่ กองหน้า - ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรที่ตกเป็นข่าว : อาร์เซน่อล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, อินเตอร์ มิลาน และ ยูเวนตุส เกิดหลายสิ่งที่ไม่เหมาะสมมากนักขึ้นกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เมื่อขณะนี้ "เปแอสเช" แชมป์เก่า ลีก เอิง รั้งเพียงอันดับที่ 3 บนตารางคะแนน, การใช้จ่ายเงินสำหรับซื้อผู้เล่นที่ลดขนาดลงมาก และระบบการเล่นของทีมกับตำแหน่งของนักเตะที่ไม่สอดคล้องกัน โดยที่เด่นชัดสุดเห็นจะมีเพียง คาวานี่ กับ ลาเวซซี่ เมื่อทั้งปัจจัยในสนามหลายอย่างกับทีมของเทรนเนอร์ โลร็องต์ บล็องก์ ดูเหมือนจะไม่เอื้อต่อ 2 สตาร์ละตินอเมริกามากนัก รวมทั้งปัจจัยของสนามอย่างกฎควบคุมการเงินไฟแนนเชี่ยล แฟร์ เพลย์ ที่อาจเป็นอีกหนึ่งเหตุหลักให้ยอดทีมแห่งกรุงปารีสตัดสินใจขาย 2 อดีตดาวเตะ นาโปลี ออกจากถิ่นปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ และล่าสุดทั้ง คาวานี่ กับ ลาเวซซี่ ต่างถูกปล่อยตัวออกจากแคมป์ฝึกซ้อมของทีมช่วงพักเบรคหนีหนาวที่เมืองมาร์ราเคช ประเทศโมร็อกโก มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ ปราการหลังตัวกลาง - โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรที่ตกเป็นข่าว : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล และ บาเยิร์น มิวนิค กองหลังทีมชาติเยอรมันได้รับการยอมรับอย่างมากว่าเป็นหนึ่งในกองหลังระดับเวิลด์-คลาส ของเกมลูกหนังในช่วงเวลานี้ ทว่าหลังจบครึ่งฤดูกาลแรกของเวทีบุนเดสลีกา รองแชมป์เก่าอย่าง ดอร์ทมุนด์ กลับหล่มไปอยู่รองบ๊วยในตารางคะแนน ทำให้เดือนมกราคมนี้อาจเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปสำหรับการโน้มน้าวให้เซ็นเตอร์แบ็กวัย 25 ปีตัดสินในอำลารั้วซิกนัล อิดูน่า พาร์ค วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่ มิดฟิลด์ตัวรับ - สปอร์ติ้ง ลิสบอน สโมสรที่ตกเป็นข่าว : เรอัล มาดริด, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อาร์เซน่อล กองกลางวัย 22 ปีพัฒนาฝีเท้าแบบก้าวกระโดดในระยะเวลา 2 ปีหลัง และกลายเป็นขุมกำลังสำคัญที่ขาดไม่ได้ไปแล้วทั้งกับสโมสรต้นสังกัดอย่าง "ไลอ้อนส์" และทีมชาติโปรตุเกส โดยมีการคาดการว่าห้องเครื่องดาวโรจน์ชาวโปรตุกีสมีค่าตัวสูงถึง 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1.53 พันล้านบาท) นอกจากนี้ มาร์โก ซิลวา ผู้จัดการทีม สปอร์ติ้ง ลิสบอน ก็ออกมายอมรับเองด้วยว่าสโมสรยากจะรั้งตัวของ วิลเลี่ยม เอาไว้ที่ชายคาเอสตาดิโอ โชเซ่ อัลวาลาเด้ ในเดือนมกราคมนี้ ดิเอโก้ โกดิน ปราการหลังตัวกลาง - แอตเลติโก มาดริด สโมสรที่ตกเป็นข่าว : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ บาเยิร์น มิวนิค กองหลังทีมชาติอุรุกวัยถือเป็นอีกหนึ่งขุมกำลังกับความสำเร็จทั้งในเมืองกระทิง และเวทียุโรปช่วง 2-3 ปีหลังของ "ตราหมี" ซึ่งนอกจากความแข็งแกร่งในการคุมแนวรับแล้ว แข้งวัย 28 ปียังมีจุดเด่นในการโหม่งพังประตูจากลูกเซต-พีซอีกด้วย นอกจากนี้สิ่งที่ดึงดูดสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปที่สุดเห็นจะเป็นการที่ดาวเตะทัพ "จอมโหด" มีค่าฉีกสัญญาระบุไว้กับ "โลส โกลโชเนโรส" คือ 28.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1.46 พันล้านบาท) เปาโล ดิบาล่า กองหน้า - ปาแลร์โม่ สโมสรที่ตกเป็นข่าว : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เซาธ์แฮมป์ตัน หัวหอกวัย 21 ปีถือเป็นดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมองในวงการลูกหนังเมืองมะกะโรนี เมื่อแข้งชาวอาร์เจนไตน์ยังคงโชว์สม่ำเสมอกับ ปาแลร์โม่ นับตั้งแต่อยู่ในเซเรีย บี ในฤดูกาลที่แล้วจนกระทั่งเลื่อนชั้นขึ้นมาสู่เวทีกัลโช่ เซเรีย อา จนทำให้เคยได้รับการเรียกตัวติดทีมชาติอิตาลีมาแล้ว ทว่า ดิบาล่า ยืนยันว่าต้องการล่าตาข่ายให้กับประเทศบ้านเกิดคืออาร์เจนตินามากกว่า และด้วยฝีเท้าที่โดเด่นนี้ เมาริซิโอ ซามปารินี่ ประธานสโมสร ปาแลร์โม่ จะตั้งค่าตัวเอาไว้สูงถึง 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1.6 พันล้านบาท) แจ็คสัน มาร์ติเนซ กองหน้า - ปอร์โต้ สโมสรที่ตกเป็นข่าว : ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ ลิเวอร์พูล ศูนย์หน้าทีมชาติโคลอมเบียตกเป็นข่าวอย่างต่อเนื่องที่จะย้ายออกจากรั้วเอสตาดิโอ ดู ดราเกา ตลอดช่วง 2-3 ปีหลัง เช่นเดียวกันกับตลาดซื้อ-ขายนักเตะเดือนมกราคม 2015 เมื่อเพียงครึ่งฤดูกาลแรกของเวทีโปรตุกีส ลีกา สไตเกอร์วัย 28 ปีตะบันไปแล้ว 11 ประตูจากการลงสนาม 14 นัด ซึ่งมีรายงานว่า "ดราก้อนส์" ต้องการเพียงค่าฉีกสัญญาตามจำนวนที่ระบุคือ 28 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1.43 พันล้านบาท) ก็มารับตัวดาวยิงชาวโคลอมเบียนไป เควิน สตรอทมัน มิดฟิลด์ - โรม่า สโมสรที่ตกเป็นข่าว : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี การร้างสนามไปนานกว่า 8 เดือนจากปัญหาอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าหัวเข่า ไม่ได้ทำให้ข่าวเชื่อมโยงของกองกลางวัย 24 ปีกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลดน้อยลงเลย และยิ่งเป็นการตอกย้ำให้มากขึ้นอีกเมื่อเจ้านายใหญ่ของทัพ "เร้ด เดวิลส์" เป็น หลุยส์ ฟาน กัล เทรนเนอร์ชาวดัตช์ คนสัญชาติเดียวกัน แต่ฝั่งของ "จัลโล่รอสซี่" ยังยืนยันชัดเจนว่าจะไม่ขายดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์ออกจากถิ่นสตาดิโอ โอลิมปิโก แต่ทุกอย่างอาจแตกต่างออกไปหาก สตรอทมัน ต้องการลงสนามภายใต้การคุมทีมของ ฟาน กัล ขึ้นมา มาร์ติน มอนโตย่า แบ็กขวา - บาร์เซโลน่า สโมสรที่ตกเป็นข่าว : ยูเวนตุส, อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นเรื่องปกติที่โอกาสลงสนามจะมีไม่มากเมื่อต้องเป็นตัวเลือกของ ดาเนี่ยล อัลเวส ทว่าลงเล่นเพียง 3 นัดเท่านั้นในทุกรายการฤดูกาลนี้ของลูกหม้อลา มาเซีย อย่าง มอนโตย่า ก็ดูจะน้อยจนเกินไป จึงไม่น่าแปลกใจที่เอเยนต์ของฟูลแบ็กวัย 23 ปีออกเปิดเผยว่านักเตะในการดูแลของเขาต้องการย้ายออกจากรั้วคัมป์ นู ในเดือนมกราคมนี้ หรือหากกองหลังชาวสแปนิชเลือกอยู่สู่ต่อเพื่อพื้นที่ในตำแหน่งของตัวเองก็ยังมีทั้ง ดั๊กลาส เปเรย์ร่า, อาเดรียโน่ กอเรียอา และ มาร์ก บาร์ตร้า พร้อมเป็นทางเลือกของเทรนเนอร์ หลุยส์ เอ็นริเก้ ต่อจาก อัลเวส ปอล จอร์ตส์ เอ็นเตป กองหน้า - แรนส์ สโมสรที่ตกเป็นข่าว : ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หัวหอกทีมชาติฝรั่งเศสชุดอายุต่ำกว่า 21 ปีใชเวลาเพียงปีเดียวในการพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่ย้ายจาก โอแซร์ มาล่าตาข่ายกับ แรนส์ เมื่อต้นปี 2014 จนกลายเป็นดาวโรจน์ที่ได้รับการจับตามออย่างมากในเมืองน้ำหอม และกำลังถูกตามจีบจากบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีกด้วยคุณสมบัติทั้งแข็งแกร่ง, คล่องแคล่ว และเฉียบคม ซึ่งเหมาะสมกับฟุตบอลในเกาะอังกฤษอย่างแน่นอน โดยคาดว่ากองหน้าเชื่อสายแคเมอรูนมีค่าตัวราว 10 ล้านปอนด์ (ประมาณ 512 ล้านบาท) ฮัลค์ กองหน้า - เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สโมสรที่ตกเป็นข่าว : เรอัล มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชีวิตการค้าแข้งของหัวหอกวัย 28 ปีในเวทีรัสเซียน พรีเมียร์ลีก อาจออกมาราบรื่น แต่ด้วยแรงดึงดูด และความท้าทายที่มากกว่าของการล่าตาข่ายในอังกฤษ หรือสเปน บางทีศูนย์หน้าทีมชาติบราซิลอาจเลือกอำลาถิ่นเพตรอฟสกี้ สเตเดี้ยม แม้ว่า เซนิต จะไม่ยอดเสียหัวหอกชาวบราซิเลียนออกไปในราคาที่ต่ำกว่า 39.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2.02 พันล้านบาท) ที่ซื้อมาจาก ปอร์โต้ แต่ด้วยสถานการณ์ของแดนหน้าของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ยังหมดสิทธิ์ใช้งาน เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน”, เอดิน เชโก้ และ สเตฟาน โยเวติช ซึ่งยังไม่ฟิตสมบูรณ์ ทำให้ "เรือใบสีฟ้า" อาจใช้ความสัมพันธ์ที่ดีกับทีมดังแดนหมีขาวดึง ฮัลค์ มายังถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม ทว่า "ซิตี้" ก็ยังต้องพิจารณาดีลครั้งนี้อีกเนื่องจากกฎไฟแนนเชี่ยล แฟร์ เพลย์ pic : zimbio

งานอดิเรกของ 10 ยอดแข้งที่คุณอาจยังไม่รู้!

จะว่าไปแล้วนักฟุตบอลก็มีอะไรที่เหมือนกับคนทั่วๆไป ดังเช่นคือทำสิ่งๆต่างหรือชอบอะไรที่มากกว่าหนึ่งสิ่ง ใช่หรือไม่? มีนักฟุตบอลอีกมากที่หลังจากตัวเองเกษียณหรือเลิกเล่นไปแล้วไปประกอบสัมมาชีพอื่นๆที่ไม่ใช่เกี่ยวกับฟุตบอลเลย เรามาดูกันซิว่าพวกเขาเหล่านี้ทำอะไรหรือมีกิจกรรมใดๆบ้าง และสิ่งที่ท่านจะได้ชมนี้คือเรื่องราวหลังพื้นหญ้าสีเขียวที่หลายคนอาจะไม่รู้เลยว่าพวกเขาเหล่านี้ทำงานอะไรกิจกรรมใดๆกันบ้าง 1.อังเดร อาร์ชาวิน (แฟชั่นดีไซเนอร์) หนึ่งในความภูมิใจของชาวรัสเซียเขาคนนี้คือ อังเดร อาร์ชาวิน ผู้ซึ่งเคยได้วาดลวดลายในสนามเป็นที่รู้จักของคนทั้งโลกมาแล้วในช่วงหนึ่ง ท่านทั้งหลายเชื่อหรือไม่ว่าอดีตนักเตะซุเปอร์สตาร์ อาร์เซน่อล ผู้นี้มีดีกรีจบปริณญาสาขาการออกแบบแฟนชั่น จะว่าไป อาร์ชาวิน เป็นกูรูด้านแฟนชั่นเสื้อผ้าผู้หญิงเลยทีเดียว เขายังได้ทำการออกแบบอยู่บ่อยๆ ทั้งยังมีไลน์แบบของตัวเองอีกด้วย เขาเข้าศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยี และดีไซด์ เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่ออายุ 17 ปีในสาขาวิชาเทคโนโลยีเคมี แต่ถึงอย่างไรเขาก็เปลี่ยนสาขาวิชามาเรียนเกี่ยวกับการตัดเย็บ โดยเขาให้เหตุผลก็เพราะว่า "มีสาวๆน่ารักเรียนอยู่เพียบ" อดีตจอมทัพทีมชาติรัสเซียกล่าวอย่างไม่เขินอายเลยกับสื่อ "Daily Mail" "เมื่อย้อนกลับไปตอนผมอายุ 17 ปี ผมเลือกเรียนมหาวิทยาลัยที่สนใจ เพื่อนของผม และผมตัดสินใจเลือกวิชาเทคโนโลยี และดีไซด์ เพราะนอกจากจะเรียนสบายแล้วยังมีสาวๆน่ารักเรียนด้วยอีกเพียบเลย เริ่มแรกผมสมัครเข้าสาขาวิชาเทคโนโลยีเคมี แต่หลังจากนั้นผมต้องเริ่มฝึกซ้อมกับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก นั่นทำให้ผมไม่มีเวลาเรียนมากพอ ผมจึงย้ายมาที่สาขาวิชาออกแบบเสื้อผ้า ผมมีงานออกแบบเครื่องแต่งกายหลายอย่างที่เป็นของตัวเอง" 2.เดวิด เบ็คแฮม (กีฬาฟันดาบกับ วิลล์ สมิธ และ ทอม ครูซ) หลังจากที่อดีตมิดฟิลด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษย้ายถิ่นฐานตัวเอง และครอบครัวมายังเมืองมะกันหลายๆสิ่งทำให้เขาเปลี่ยนวิถีความเป็นอิงลิชชนไป และเราไม่ได้พูดเกี่ยวกับฟุตบอลของเขาเลย ตัวอย่างดังกล่าวที่เราเห็น เดวิด ถูกรายล้อมด้วยซูเปอร์สตาร์ฮอลลีวู๊ด ทอม ครูซ และ วิล สมิธ ผู้ซึ่งเปิดตัว เบ็คแฮม ให้เป็นที่รู้จักในฐานะวงการแสดง และเซเลบ เบ็คแฮม นั่นจะออกเที่ยวตระเวนร่วมก๊วนกับ ทอม ครูซ บ่อยๆซึ่งในบ้านของเขายังมีพื้นที่ที่สร้างเป็นพิเศษสำหรับการออกกำลังกาย "เรามีเวลากินดื่มกันไม่มากเพียงพอ สำหรับเราทั้งสามคน ดังนั้นนี้เป็นวิธีที่เราจะได้พบปะกัน ผม และ เดวิด จะไปที่บ้านเขา (ทอม ครูซ) และเล่นเพียงกีฬาฟันดาบ"" วิล สมิธ กล่าวกับ "Mirror" "เราต้องการทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากๆ แต่เราอายุก็ไม่ใช่น้อยๆกันแล้ว เรามาคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ค่อยๆทำให้ผ่อนคลาย" สมิธ ยังกล่าวติดตลกอีกว่า "เรามานั่งส่องตาตุ่มข้อต่อกัน" 3.อซาโอาห์ กียาน (ศิลปินพันธุ์ดุ) หลังจากที่ว่างเว้นจากพื้นสนามฟุตบอล สิ่งที่จะคาดเดาได้ง่ายสุดๆที่คุณจะพบเห็นเขานั้นคือ ห้องอัดเพลงสตูดิโอ ในหลายปีที่ผ่านเขาได้ฝากผลงานเพลงต่างๆไว้ด้วยนะ นอกเหนือจากลีลาโหดๆในสนามแล้ว และซิงเกิลแรกของเขาร่วมกับศิลปินเพื่อนร่วมชาติคือ ธีโอไพลัส ทาโก เอ.เค.เอ คาสโทร เดอะ เดสทร็อยเยอร์ โดยกองหน้าทีมชาติกานาใช้ชื่อของตัวเองว่า "เบบี้ เจท" เพลงของพวกเขานั้นยังได้รับรางวัลมิวสิคอะวอร์ดของกานาในปี 2011 อีกด้วย นอกจากนี้เขายังถูกรับเชิญมาร่วมเล่นดนตรีในงานวันเกิดภรรยาของ สตีฟ บรูซ อดีตนายใหญ่ของเขาที่ ซันเดอร์แลนด์ 4.ไมเคิ่ล โอเว่น (กับม้าตัวโปรด) เป็นที่รู้ทราบกันดีสำหรับชื่อของ ไมเคิ่ล โอเว่น ในวงการคนรักม้า และเป็นเจ้าของทั้งหมดจากคอกม้า 2-3 คอกของตัวเอง กล่าวคือมันคือความสุขมากกว่าเรื่องของธุรกิจ หลังก่อตั้งคอกม้า "Manor House Stables" ในปี 2007 ร่วมกับเทรนเนอร์ ทอม ดัสคอมเบ้ และนักธุรกิจ แอนดรูว์ แบล็ค อดีตหัวหอก ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ร่วมลงทุนในพื้นที่ 170 เอเคอร์ที่เชสเชียร์ ซึ่งตอนนี้มีม้าถึงมากกว่า 100 ตัว พร้อมนักลงทุนร่วมลงทุนอีก 250 คน "มันเป็นธุรกิจที่ทำเงินหมุนจำนวนมากมาย คุณไม่ต้องการให้ธุรกิจมันดำเนินไปแบบขาดทุน ซึ่งตอนนี้มันอยู่ในจุดที่ดีแล้ว มันเป็นงานอดิเรก หากผมทำแล้วมันมีความสุขมาก นั่นแหละเป็นสิ่งที่ทำ" โอเว่น กล่าวกับ "CNN" 5.คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (เกมบิงโก) หากคุณนึกภาพกิจกรรมของสุดยอดนักเตะซุปเปอร์สตาร์อย่าง คริสเตียโน โรนัลโด้ หลายคงจะคิดว่าเขาคงชอบเล่นบันจี้จัมพ์บนที่ๆสุูงที่สุดในโลกหรือดูวัวชนที่สเปน แต่เชื่อไหมเขาเป็นแฟนตัวยงเกมบิงโกเลยนะ จะเห็นได้ว่าเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 2013 ได้รับเกมในเวอร์ชั่นเครื่องเล่นแบบดีวีดีเป็นของขวัญในช่วงคริสต์มาส ช่วงที่เขาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เขาเล่นมันไม่ยอมเลิกเลย จะกล่าวไปเกมบิงโกมีความสำคัญกับโรนัลโด้ในช่วงที่เขาเรียนภาษาอังกฤษและบางทีมันก็เป็นกิจกรรมที่ง่ายๆ "มันเป็นเกมที่สนุกตื่นเต้นมาก เพราะคุณสามารถที่จะรอเป็นระยะเวลาที่นานเพื่อที่จะให้เกมนั้นสมบูรณ์ แล้วคุณจะเห็นเพื่อนของคุณในบางจังหวะที่จะได้หมายเลขโชคดีก่อนคุณ" โรนัลโด้ เผย 6.ไรอัน กิ๊กส์ (เซียนโยคะ) ผู้ช่วยผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไรอัน กิ๊กส์ เป็นที่รู้กันดีในฐานะผู้ให้การสนับสนุนหลักสูตรโยคะ ทำไมเขาต้องทำเช่นนั้น? ก็เพราะว่าโยคะนั้นทำให้เขายังคงเล่นฟุตบอลพริ้วได้จนถึงอายุ 40 ปี โยคะคือสูตรลับของเขา กิ๊กส์ ได้ทำดีวีดีวิธีการฝึกสอนโยคะในหัวข้อเรื่อง "Giggs Fitness" โดยได้รับความร่วมมือจาก ซาร่า แรมส์เด้น ผู้ฝึกสอนโยคะ "นี่เป็นเหตุผลที่ดีมากๆว่าทำไมผมถึงมีสุขภาพที่ดี และสามารถเล่นในพรีเมียร์ลีกมาอย่างยืนยาว ผู้คนส่วนใหญ่จะพากันพูดว่า เล่นไปได้ยังไงอายุปาไป 37 ปีแล้ว ผมเลยบอกเหตุผลหลักไปว่าโยคะมีส่วนช่วยให้ผมมีร่างกายที่แข็งแรง และยืดหยุ่นได้ดี" ปีกพ่อมด กล่าว 7.ริโอ เฟอดินานด์ (ผู้สร้างความบันเทิง) หากเอ่ยถึงนักเตะชื่อ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ผู้คนจะนึกถึงช่วงเวลาที่เขาทำอะไรโง่ๆเห่ยๆออกมาไม่ว่าจะในหรือนอกสนามก็แล้วแต่ หลังจากผ่านช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมมา เขาได้มองถึงธุรกิจให้ความบันเทิง ย้อนกลับไปปี 2005 เขาได้ทำอัลบั้มเพลงร่วมกับเพื่อนชื่อ ไวท์ชอลค์ โดยร้องเพลงร่วมกันแต่ใช้ชื่อปกเป็นของเขา ถือเป็นอัลบั้มเพลงแรกเลยก็ว่าได้ เรามักจะเห็นเขาไปโผล่ในรายการสัมภาษณ์ต่างๆในฐานะนักฟุตบอลหรือคนดังอยู่บ่อยๆ และไม่ใช่แค่นั้นเขายังมีนิตยสารของเขาชื่อ #5 ถือเป็นนิยสารแนวหลากหลายของผู้ชายแบบแรกของโลกด้วย และยังได้รับการร่วมมือจาก แอชลีย์ โคล เพื่อนร่วมในทีมชาติอังกฤษอีกด้วย และในส่วนของภาพยนตร์เรื่อง Deadman Running ที่เขาลงทุนทำนั้นโดยมี อเล็กซ์ แรคคอฟ เป็นผู้กำกับและมี 50 เซนต์ เป็นนักแสดงชื่อดังด้วย 8.อันเดรีย ปีร์โล่ (ผู้ช่ำชองไวน์) จากนี้ไปชื่อของนักเตะระดับตำนานทีมชาติอิตาลีจะไม่ได้เป็นเพียงชื่อสุดยอดกองกลางที่เรารู้จักเท่านั้น เราจะรู้จักเขาอีกในชื่อของยี่ห้อไวน์ขาวชั้นดีจากอิตาลี "คุณยายผมมีสวน ในตอนเด็กๆผมจำได้ว่ามากับญาติๆมาช่วยกันเก็บองุ่นในไร่" ปีร์โล่ เอ่ยย้อนเวลาให้ฟัง "ผมจะเมาอยู่เสมอๆ แม้แต่ในตอนผมเป็นเด็ก แม่และยายของผมจะผสมไวน์กับน้ำเปล่ามาให้ผมดื่มอยู่บ่อยๆ ผมพยายามทำความเข้าใจ ศึกษามัน ลองชิมไวน์จากทีอื่นๆดู" กระทั่งทุกวันนี้ไวน์ของเขายังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่เขาก็ยังดำเนินกิจการทำต่อไป "เราจะทำขายในตลาดออนไลน์ มันจะค่อยๆเป็นค่อยๆไป และแน่นอนใครที่เป็นแฟนๆผมจะได้ลิ้มรสมัน เราจะปรับปรุงฟาร์มของเราทำพื้นที่และเราจะขยายภัตาคารรวมไปถึงโรงแรมในส่วนนี้ด้วย ที่ๆซึ่งจะทำให้ผ่อนคลายพร้อมกันกับดื่มด่ำไวน์ไปด้วย" ปีร์โล่ เอ่ย 9.เคราร์ด ปีเก้ (เซียนโปกเกอร์) หลังจากกระเด็นตกรอบแรกกับทีมกระทิงดุในฟุตบอลโลก 2014 ที่ผ่านมา เคราร์ด ปีเก้ กองหลังทีมชาติสเปนมีชื่อตัวเองไปโผล่ในการแข่งขันโป็กเกอร์ในลาส เวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ซึ่งเขาโดนดูดเงินไปด้วยจำนวน 140,000 เหรียญสหรัฐ และถูกอัดน็อคตกรอบไปโดยนักเล่นท้องถิ่นในวันที่สองของการแข่งขันเท่านั้นเอง ปีเก้ จัดเป็นนักแข่งโปกเกอร์ตังยง เขาเคยได้รับเงินรางวัลรวมทั้งสิ้น 87,288 เหรียญสหรัฐ และอยู่ในลำดับ 143 ของนักเล่นชาวสแปนิช 10.ธีโอ วัลค็อตต์ (ผู้เขียนหนังสือเด็ก) นอกเหนือจากความเร็วเป็นจรวดริมเส้นในสนามแล้ว ปีกของ อาร์เซน่อล ผู้นี้ยังหลงรักงานเขียนหนังสือของเด็กๆด้วย จากเรื่องที่มีการตีพิมพ์ โดยฝีมือการเขียนของเขา T.J. And The Hattrick หรือ T.J. And The Penalty หรือจะเป็น "T.J. and the Winning Goal" โดยเนื้อหานั้นเกี่ยวกับคือตัวเขาเกี่ยวกับการผจญภัย โดยใช้ชื่อสมุมติ TJ และในหนังสืออัตชีวประวัติของเขา Theo: Growing Up Fast was released in August 2011 ในปี 2011 ที่ตีพิมพ์ออกมาเป็นเรื่องเกี่ยวกับพูดตรงไปตรงมา และการรักษาภาพชื่อเสียงของเขาpic : zimbio, sportskeeda, Getty Images

"ชาบี" กับออล-สตาร์สหราชอาณาจักรดรีมทีม

ก่อนวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคมสำหรับการจับฉลากรอบ 16 ของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2014-15 ชาบี เอร์นานเดซ มิดฟิลด์กัปตันทีม บาร์เซโลน่า จอมทัพชาวสแปนิชที่คว้าแชมป์ "บิ๊กเอียร์" มาแล้ว 3 สมัย ได้เลือก 11 ตัวจริงขอผู้เล่นสหราชอาณาจักรครั้งแรกสำหรับทัวร์นาเมนต์ "ยูซีแอล" แต่แทนที่จะเป็นระบบ 4-3-3 หรือ 4-4-2 แต่ลูกหม้อของ "อาซูลกราน่า" กลับจัดทีมของเขาในระบบ 3-5-2 พร้อมบทสัมภาษณ์ว่าทำไม ชาบี จึงเลือกเหล่าแข้งเลือดผู้ดีเหล่านั้นในดรีมทีมของเขา? 1.เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ "บาร์เซโลน่า มีโอกาสพบกับ เซลติก 4 ครั้งในช่วง 2-3 ฤดูกาลหลัง และทุกเวลา ฟอร์สเตอร์ มักอยู่ในฟอร์มการเล่นที่มหัศจรรย์มากๆ ในหลายเกมที่ลงเล่นกับเรา เขาโชว์เซฟได้ดีที่สุดเท่าที่ผมเลยเห็นมา" 2.ริโอ เฟอร์ดินานด์ "เขาเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีบทบาทการเล่นที่สำคัญในคว้าถ้วยแชมป์มากมายหลายรายการ เขาเต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง เขาจะผ่านบอลออกจากแนวรับเมื่อเขามีโอกาส และนั้นทำให้นึกถึงสไตล์ของ บาร์เซโลน่า" 3.โซล แคมป์เบลล์ "เมื่อเราชนะ อาร์เซน่อล ในนัดชิงชนะเลิศ (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2006) ทำประตูที่ยอดเยี่ยมจากลูกโหม่ง และสรุปได้ว่าเขาเป็นผู้เล่นปราการหลังตัวกลางประเภทที่คุญคาดหวังจากนักเตะอังกฤษคือ ตัวใหญ่, แข็งแกร่ง และยากมากๆสำหรับการเผชิญหน้า" 4.จอห์น เทอร์รี่ "ผมไม่ได้ชื่นชมเกี่ยวกับแนวทางการเล่นของ เชลซี เพราะมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสิ่งที่เรายึดถือสำหรับที่ บาร์เซโลน่า แต่ผมไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า เทอร์รี่ เป็นหนึ่งในนักเตะอังกฤษที่มีความมุ่งมั่นมากที่สุดเท่าที่ผมเคยเผชิญหน้ามาด้วย และมีความผู้นำที่ยอดเยี่ยมสำหรับสโมสร และทีชาติ" 5.ไรอัน กิ๊กกส์ "ผมเพิ่งทำสถิติเทียบเท่าเขาสำหรับการลงเล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีก กับ 1 สโมสร และมันแสดงให้เห็นถึงระดับของผู้เล่นซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับผม สิ่งที่ประทับใจผมมากที่สุดเป็นระดับการเล่นกับอายุของเขา เขาปรับตัวเข้ากับเกมของเขา เขาเป็นเพียงที่มีมีไหวพริบดีมีพรสวรรค์มากที่สุด" 6.พอล สโคลส์ "เขาเป็นนักเตะอังกฤาที่มีเทคนิคดีที่สุดนับตั้งแต่ แม็ทธิว เล ทิสซิเอร์ ผมเติบโตมากับการดูเขาเล่น และมีพรสวรรค์อย่างไม่น่าเชื่อ ทุกครั้งที่ผมต้องเผชิญหน้ากับเขาหรือดูเขาเล่นาทางทีวีนั้นเขาทำทุกสิ่งทุกอย่างออกมาดูเหมือนง่ายดาย ผมไม่เคยเห็นใครเล่นได้ยอดเยี่ยม และดูเล่นแบบสบายๆ" 7.พอล แกสคอยน์ "คุณมักจะต้องอย่างหนักในฐานะนักเตะ แต่หากคุณมีความสามารถแบบธรรมชาติ เขาอัจฉริยะโดยกำเนิด เขาเป็นแรงบันดาลใจของผมจริงๆเมื่อผมยังเด็กที่ลา มาเซีย ผละผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถทำทุกอย่างได้อย่างเขา" 8.แฟร้งค์ แลมพาร์ด "เขาเป็นผู้เล่นมิดฟิลด์เพียงไม่กี่คนในโลกที่มีสถิติการทำประตูได้เหมือนกับกองหน้า ทำประตูได้อย่างต่อเนื่องรวมทั้งการทำหน้าที่ในตำแหน่งกองกลางได้อย่างดีเยี่ยม และเขายังมีเทคนิคที่ยอดเยี่ยมมากอีกด้วย" 9.สตีเว่น เจอร์ราร์ด " จอห์น บาร์นส์ เป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ลำดับแรกๆที่ผมจดจำได้จากการชมทางทีวี และผมยกย่องกับทักษะความสามารถ เจอร์ราร์ด เป็นเพียงไม่กี่คนที่ทำได้ดีเช่นนั้น อย่างเดียวกับ แฟร้งค์ (แฟร้งค์ แลมพาร์ด) เขามีคุณลักษณะที่เหมาะสมมากๆที่คุณต้องการจากนักเตะ บาร์เซโลน่า" 10.ธีโอ วัลค็อตต์ "เมื่อเราเล่นกับ อาร์เซน่อล ที่กรุงลอนดอน (2010) และเราน่าจะเอาชนะด้วยสกอร์ 2-0 รวมทั้งควบคุมเกมได้ทั้งหมด ซึ่งไม่มีทางจะจบลงด้วยผลการแข่งขันอื่น และคว้าชัยชนะในเกม จากนั้นพวกเขาส่ง ธีโอ วัลค็อตต์ ลงมา เขาสร้างสรรค์โอกาสสำหรับทีม และจบเกมด้วยสกอร์ 2-2 เราไม่รู้ถึงวิธีการรับมือกับฝีเท้าของเขา" 11.เวย์น รูนีย์ "เวย์น จะมีอิสระมากๆกับรูปแบบการเล่นของ บาร์เซโลน่า เขาจะเหมาะสมกับสไตล์การเล่นของเราอย่างไม่มีปัญหา แต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่อยากจะต้องการสูญเสียหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกออกไป เขายังคงเป็นนักเตะผู้ซึ่งทำทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับพวกเขา"pic : zimbio, shortlist

10 แข้งสตาร์ที่เซ็นสัญญาล่วงหน้าได้ในเดือน ม.ค.

หากจะมีอีกหนึ่งสิ่งที่ทั้งบรรดาสโมสร และเหล่าผู้จัดการทีมไม่ชื่นชอบมากนักสำหรับช่วงตลาดซื้อ-ขายนักเตะ นั่นคือการที่ผู้เล่นไม่พอใจกับการเซ็นสัญญาฉบับใหม่ และต้องการตกลงสัญญาล่วงหน้ากับสโมสรอื่นระหว่างช่วงกลางฤดูกาล ผู้เล่นที่เหลือสัญญาเป็นปีสุดท้ายกับต้นสังกัดจะสามารถย้ายทีมได้แบบไม่มีค่าตัวตามกฎบอสแมนเมื่อสัญญาสิ้นสุดลง แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่สโมสรต่างหลีกเลี่ยงทั้งเรื่องของค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่งสูงขึ้นจากยื่นข้อเสนอบนสัญญาใหม่ที่ต้องเพิ่มค่าเหนื่อยให้กับผู้เล่น หรือการขายนักเตะออกไปในเดือนมกราคมเลย หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีนี้ มันก็เป็นผลดีสำหรับนักเตะหลายคนที่ใช้ในการต่อรองสัญญาเพื่อผลตอบแทนที่มากขึ้น ทั้งที่ยังอยู่กับต้นสังกัดปัจจุบันหรือจากสโมสรใหม่ ดังเช่นกรณีของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่ตกลงเซ็นสัญญาล่วงหน้าในเดือนมกราคม 2014 กับ บาเยิร์น มิวนิค ในขณะที่กองหน้าทีมชาติโปแลนด์เหลือสัญญาอีกเพียง 6 เดือนที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และอีกเพียงเดือนเดียวก็จะถึงช่วงของตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบ 2 เดือนมกราคม 2015 ทีมงาน "CHEERBALL.com" เราจึงนำ 10 รายชื่อของบรรดานักเตะสตาร์ที่สามารถตกลงเซ็นสัญญาล่วงหน้าในเดือนมกราคมนี้ได้ก่อนจะหมดสัญญาเมื่อจบซีซั่น 2014-15 ว่ามีใครน่าสนกันบ้าง !! 1.จอห์น เทอร์รี่ - เชลซี เจที ถือเป็นศูนย์กลางในแนวรับของ เชลซี ตลอดช่วงเวลาเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมา อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษเพิ่งจะจรดปากกาบนสัญญาฉบับใหม่เป็นระยะเวลา 1 ปีเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้เขาอยู่ค้าแข้งในรั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์ จนกระทั่งซัมเมอร์หน้า ปัจจุบันเจ้าของปลอกแขนกัปตันทีม "สิงโตน้ำเงินคราม" วัย 33 ปียังคงคุมแผงหลังได้อย่างแข็งแกร่ง และรักษาสภาพความฟิตของร่างการเอาไว้ได้ หลังประกาศอำลาทีมชาติเมื่อ 2 ปีก่อน เพื่อทุ่มเทให้กับทีมที่เขาค้าแข้งมานานกว่า 17 ปี และภายใต้การรั้งทัพของ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมชาวโปรตุกีส เจที ก็ยังคงเป็นขุมกำลังหลักในการไล่ล่าทุกโทรฟี่มายังมหานครลอนดอน แต่จากนโยบายการขยายสัญญาแบบปีต่อปีของผู้เล่นที่อายุถึง 30 ปีของ "สิงห์บลูส์" ทำให้แม้แต่กัปตันทีมอย่างเขาก็ไม่ได้รับข้อยกเว้น 2.ไมเคิ่ล คาร์ริค - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มิดฟิลด์ตัวเก๋าย้ายมาร่วมทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ปี 2006 ซึ่งตลอดช่วงเวลา 8 ปีของการตะบันเพลงแข้งในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เขาประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก รวมทั้งแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 1 สมัย กองกลางวัย 33 ปีขยายสัญญาครั้งล่าสุดของเขาไปเมื่อปี 2013 ซึ่งจะทำให้ห้องเครื่องทัพ "ทรีไลออนส์" อยู่ยังโรงละครแห่งความฝันจนกระทั่งเดือนมิถุนายน 2015 สำหรับในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยอดกุนซือชาวสก็อตนั้นอดีตดาวแตะ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ คืออีกหนึ่งหัวใจแดนกลางของพลพรรค "ปีศาจแดง" มาโดยตลอด ทว่า "เร้ด เดวิลล์" ในปัจจุบันกับการถ่ายเลือดที่มีทั้ง ดาร์ลี่ย์ บลินด์, ดาร์ลี่ย์ บลินด์ และ มารูยาน เฟลไลนี่ มิดฟิลด์ มิดฟิลด์ยังบลัดต่างตบเท้าเข้ามายังเมืองแมนเชสเตอร์ อาจทำให้สัญญาฉบับใหม่ของเขากับ ยูไนเต็ด ไม่เกิดขึ้นอีก 3.เจมส์ มิลเนอร์ - แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มิดฟิลด์ทีมวัย 28 ปีถือเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ถูกประเมินค่าต่ำเกินความเป็นจริงในเกาะอังกฤษ เมื่อเขาเป็นนักเตะที่สามารถโยกเล่นได้สารพัดตำแหน่งในแผงกองกลาง รวมทั้งสไตล์ที่หลากหลาย ทุ่มเท และแข็งแกร่ง แต่นั้่นก็ไม่ทำให้เขาได้รับโอกาสมีชื่อบนไลน์-อัพ บ่อยมากนัก โดยฤดูกาลที่แล้วซึ่ง "เรือใบสีฟ้า" คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครอง ห้องเครื่องทีมชาติอังกฤษลงสนามในลีกรับใช้ "ซิตี้" ทั้งหมด 31 เกม ทว่าเป็นการออกสตาร์ทตัวจริงเพียง 12 นัดเท่านั้น โดยหากย้อนไปในปี 2010 อดีตลูกหม้อของ ลีดส์ ยูไนเต็ด ย้ายมายังชายคาเอติฮัด สเตเดี้ยม ด้วยค่าตัวถึง 28.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1.46 พันล้านบาท) 4.ซามี่ เคดิร่า - เรอัล มาดริด กองกลางเจ้าของแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ต้องประสบสถานการณ์ที่ยากลำบากสำหรับการออกสตาร์เป็น 11 ผู้เล่นตัวจริงของ เรอัล มาริด ในฤดูกาลใหม่นี้ จากการย้ายมาของ โทนี่ โครส เพื่อนร่วมทีมชาติเยอรมัน และ ฮาเมส โรดริเกซ เพลย์เมกเกอร์พรสวรรค์สูงทีมชาติโคลอมเบีย โดยห้องเครื่องวัย 27 ปีเกือบย้ายออกจากถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังได้รับความสนใจจากหลายสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ อังกฤษ ทั้ง อาร์เซน่อล, เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่การอำลา ลา ลีกาของ ชาบี อลอนโซ่ ที่ย้ายสู่ บาเยิร์น มิวนิค ทำให้มิดฟิลด์ทัพ "อิทรีเหล็ก" ยังคงอยู่ต่อไปในเมืองกระทิง ทว่าการที่แข้งชาวดอยช์ยังไม่ได้ขยายสัญญาฉบับใหม่กับ "โลส บลังกอส" ก็มีโอกาสที่เขาจะถูกขายออกจากกรุงมาดริดด้วยราคาที่คาดว่าจะอยู่ราว 10 ล้านปอนด์ (ประมาณ 513 ล้านบาท) หากแชมป์ "บิ๊กเอียร์" 10 สมัยไม่อยากเสียนักเตะแบบฟรีเอเยนต์ แต่การที่ล่าสุด ลูก้า โมดริช มาโดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน ทำให้ "ราชันชุดขาว" ต้องพิจารณาถึงเรื่องนี้ให้ถี่ถ้วน 5.ดาเนี่ยล อัลเวส - บาร์เซโลน่า แบ็กขวาทีมชาติบราซิลจรดปากกาครั้งล่าสุดกับ "อาซูลกราน่า" เมื่อปี 2011 ซึ่งจะให้ ดานี่ อยู่ค้าแข้งในรั้วคัมป์ นู จนกระทั่งช่วงซัมเมอร์ 2015 สำหรับกองหลังวัย 31 ปีย้ายจาก เซบีย่า มายังแคว้นกาตาลุนย่า ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1.28 พันล้านบาท) โดยตลอด 6 ปีในสีเสื้อ บาร์ซ่า แข้งชาวบราซิเลียนถือเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญของการเถลิงบัลลังก์แชมป์ลา ลีกา 4 สมัย, โกปา เดล เรย์ 2 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย ซึ่งอาจพูดได้ว่าเขาไม่มีอะไรต้องพิสูจน์แล้วกับ บาร์เซโลน่า อีกหนึ่งเหตุผลที่ดาวเตะทัพ "เซเลเซา" ยังไม่ได้รับการขยายสัญญาฉบับใหม่ออกไป เพราะ บาร์ซ่า ต้องการลดค่าเหนื่อยของ ดานี่ เพื่อควบคุมสถานะการเงินตามกฎฟีฟ่า แฟร์ เพลย์ ที่พวกเขายังอยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์กรณีโทษแบนห้ามซื้อ-ขายนักเตะในเดือนมกราคม 2015 และซัมเมอร์ 2015 รวมทั้งยังมีแบ็กขวาที่อายุน้อยกว่าให้เลือกใช้งานอีก 2 คนคือ มาร์ติน มอนโตย่า กับ ดั๊กลาส เปเรยร่า 6.เซบาสเตียน โจวินโก้ - ยูเวนตุส กองหน้าทีมชาติอิตาลีเติบโตมาภายใต้การฟูมฟักของ ยูเวนตุส ตั้งแต่เมื่อเขาอายุเพียง 9 ปี ทว่ากลับไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นขุมกำลังหลักของ "เบียงโคเนรี่" ได้เสียที ทั้งที่ฟอร์มช่วงของการปล่อยยืมตัวสองครั้งกับ เอ็มโปลี และ ปาร์ม่า ออกมาโดดเด่นเป็นอย่างมาก ทว่ากลับไม่อาจก้าวข้ามความคาดหวังที่สูงมากขึ้นในเมืองตูรินได้ และในฤดูกาลนี้แข้งวัย 27 ปีที่มีโอกาสลงสนามในลีกเพียง 4 นัดเท่านั้นเหลือสัญญาในรั้วยูเวนตุส สเตเดี้ยม จนถึงช่วงซัมเมอร์หน้า และด้วยสถานการณ์ในแดนหน้าของเจ้า "ม้าลาย" ซึ่งมีทั้ง คาร์ลอส เตเวซ, เฟร์นานโด ยอเรนเต้, อัลบาโร่ โมราต้า หรือรวมทั้ง คิงส์ลี่ย์ โกม็อง ขวางทางอยู่ บางทีอาจถึงเวลาแล้วที่เจ้าของฉายา "อะตอมมิก แอนท์" จะย้ายออกจาก ยูเวนตุส แบบถาวร เมื่อดาวเตะทัพ "อัซซูรี่" ได้รับความสนใจจากทั้ง โตริโน่, นาโปลี, ลาซิโอ, อาร์เซน่อล และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 7.คลาส แยน ฮุนเตลาร์ - ชาลเก้ เห็นจะมีเพียงอายุที่เลย 30 มาแล้วเท่านั้นที่เป็นเพียงข้อบกพร่องสำหรับศูนย์หน้าทีมชาติฮอลแลนด์ แต่อย่างไรเสียรองกัปตันทีม "ราชันสีน้ำเงิน" ก็ยังเป็นมือสังหารประตูในกรอบเขตโทษที่วางใจได้จากผลงานฤดูกาลนี้ที่ซัดไปแล้ว 7 ประตูจากการลงสนาม 12 เกมในบุนเดสลีกา โดยยอดทีมแห่งเมืองเกลเซ่นเคียร์เช่นพยายามที่จะขยายสัญญาฉบับใหม่ออกไปอีก 2 ปีซึ่งจะทำให้หัวหอกวัย 31 ปีอยู่ล่าตาข่ายในรังเฟลตินส์ อารีน่า จนกระทั่งปี 2017 แต่การที่ดาวยิงทัพ "อัศวินสีส้ม" ได้รับความสนใจจากหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ ทำให้ดีลครั้งนี้ยังไม่มีข้อสรุป 8.สเตฟาน ลิคท์สไตเนอร์ - ยูเวนตุส เจ้าของฉายา "ฟอร์เรสต์ กัมพ์" (จากสไตล์การเล่นที่วิ่งขึ้น-ลงแบบไม่มีหมด) ถือเป็นอีกหนึ่งขุมกำลังสำคัญของ ยูเวนตุส ในยุคที่ อันโตนิโอ คอนเต้ เทรนเนอร์ชาวอิตาเลียนยังรั้งบังเหียนอยู่ โดยทัพ "เบียงโคเนรี่" สามารถกวาดแชมป์สคูเด็ตโต้ 3 สมัยซ้อนมายังเมืองตูรินในช่วง 3 ฤดูกาลหลังสุด แต่การที่สัญญาฉบับใหม่ของกองหลังทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ในรังยูเวนตุส สเตเดี้ยม ยังไม่มีความคืนหน้าก็คือการที่ฟูลแบ็กวัย 30 ปีต้องการค่าเหนื่อยที่ 2.4 ล้านปอนด์ต่อปี (ประมาณ 123 ล้านบาท) แต่เจ้า "ม้าลาย" พร้อมจ่ายให้เขาเพียง 1.8 ล้านปอนด์ต่อปี (ประมาณ 92 ล้านบาท) 9.อ็องเดร-ปิแอร์ ชีญัก - โอลิมปิก มาร์กเซย หัวหอกวัย 28 ปีออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่ในลีก เอิง ด้วยฟอร์มที่เข้าฝักสุดๆ เมื่อตะบัน 11 ประตูจากการลงสนาม 15 นัดแรก นำดาวซัลโวเหนือ 2 กองหน้าซูเปอร์สตาร์ของแชมป์เก่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กับ เอดินสัน คาวานี่ พร้อมทำให้ มาร์กเซย ภายใต้การคุมบังเหียนของเทรนเนอร์คนใหม่คือ มาร์เซโล่ บิเเอลซ่า ขึ้นรั้งจ่าฝูงของลีกเมืองน้ำหอมอยู่ในเวลานี้ นอกจากนั้น ชีญัก ยังถูก ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ กุนซือทีมชาติฝรั่งเศสเรียกตัวกลับไปติดธงอีกครั้งเพื่อเตรียมทัพสำหรับศึกยูโร 2016 บนแผ่นดินตัวเอง และล่าสุด "โอแอ็ม" ก็ยังไม่สามารถจับศูนย์หน้าทัพ "เลส์ เบลอส์" ที่เหลือในถิ่นสต๊าด เวโลโดม เพียงถึงช่วงซัมเมอร์หน้าเซ็นสัญญาใหม่ได้ จนทำให้ อาร์เซน่อล และ นิวคาสเซิ่ล ต่างจับจ้องถึงโอกาสดึงสไตร์เกอร์ "ตราไก่" ไปล่าตาข่ายยังเกาะอังกฤษ 10.สตีเว่น เจอร์ราร์ด - ลิเวอร์พูล สตีวี่จี เกิดที่เมอร์ซีย์ไซด์, เติบโตจากทีมเยาวชน, แจ้งเกิดกับทีมชุดใหม่, เป็นขุมกำลังสำคัญ, สวมปลอกแขนกัปตันทีม และกลายเป็นตำนานของ ลิเวอร์พูล ซึ่งเขาก็ควรจะปิดฉากอาชีพการค้าแข้งที่สโมสรแห่งนี้ ? สัญญาฉบับปัจจุบันของอดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษซึ่งเซ็นไปเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่แล้วเป็นระยะเวลา 2 ปีกำลังจะหมดลงหลังสิ้นสุดฤดูกาลนี้ ทว่าขณะนี้ "หงส์แดง" ยังไม่ได้เสนอสัญญาใหม่ในถิ่นแอนฟิลด์ให้กับมิดฟิลด์วัย 34 ปี โดยรายงานระบุว่า ลิเวอร์พูล มีแผนที่จะขยายสัญญา สตีวี่จี ออกไปอีก 1 ปี แต่ค่าเหนื่อยอาจลดลงจากเดิมที่รับ 140,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ (ประมาณ 7.2 ล้านบาท) ซึ่งหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ภายในปีนี้ เจอร์ราร์ด ก็จะมีอิสระสำหรับการตกลงสัญญาล่วงหน้ากับสโมสรอื่นในเดือนมกราคมpic : zimbio

5 แนวรุกสุดคุ้มค่าแห่งลีกผู้ดีประจำซัมเมอร์ 2014

กราบสวัสดีผู้อ่านทุกท่านอีกครั้งครับผม มาเจอกันอีกครั้งในคอลัมน์ " Update Special Thing " ที่ทุกท่านจะได้พบกับสิ่งที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย สำหรับฉบับนี้กระผมขอพาทุกท่านมาพบกับ " 5 แนวรุกสุดคุ้มค่าแห่งลีกผู้ดีประจำซัมเมอร์ 2014 " ที่จะพาทุกท่านมาดูกันว่าแนวรุกคนใดมายัง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และโชว์ฟอร์มได้คุ้มค่าตัวกันบ้าง ซึ่งผมเองก็เชื่อว่าทุกท่านคงมีลิสต์นักเตะในดวงใจกันอยู่แล้วแน่นอน....ส่วนในความคิดเห็นของกระผมเองจะเป็นอย่างไรก็มาดูกันเลยครับ!5. แดนนี่ เวลเบ็ค ( อาร์เซน่อล, ค่าตัว 16 ล้านปอนด์) เริ่มกันที่อันดับ 5 ถือเป็นหนึ่งดีลที่เรียกได้ว่าช็อคโลกอย่างหนัก หลัง หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ "ปีศาจแดง" ตัดสินใจปล่อยตัว แดนนี่ เวลเบ็ค หัวหอกตัวฮาประจำทีมไปให้กับ "ปืนใหญ่" ด้วยค่าตัวราว 16 ล้านปอนด์ ช่วงท้ายซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่แล้วเจ้าตัวกลับโชว์ฟอร์มได้ดีเกินคาดกว่าตอนที่อยู่ในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ช่วงซีซั่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด หลังมีส่วนในการแอสซิสต์และมีการทำเกมรุกอันจี๊ดจ๊าด กระนั้นแม้จะยิงประตูในลีกได้ไม่มากนัก แต่ฝีเท้าของเขาก็เป็นอันตรายต่อแนวรับของคู่แข่งอยู่มากพอตัว แถมใน แชมเปี้ยนส์ลีก ยังช่วย อาร์เซน่อล ซัดประตู แฮตทริก ในเกมพบ กาลาตาซาราย เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาอีกต่างหาก ทำเอาเสียงฮือฮาเกิดขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่องทีเดียว ซึ่งหากนับรวมกับ ทีมชาติอังกฤษ ชุดปัจจุบันแล้ว เขากลาเยป็นคนที่ รอย ฮอดจ์สัน จะไม่ยอมขาดไปอย่างแน่นอนอีกด้วย หลังเพิ่งซัดมาถึง 5 ประตูในศึก ยูโร 2016 รอบคัดเลือก ที่ผ่านมา4. ดิอาฟรา ซาโก้ ( เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, ค่าตัว 3.5 ล้านปอนด์) สำหรับ ดิอาฟรา ซาโก้ เรียกได้ว่าเป็นดีลที่ "โคตรคุ้มค่า" อย่างจริงจังของ แซม อัลลาร์ไดซ์ นายใหญ่ประจำทัพ "ขุนค้อน" หลังคว้าตัวมาได้ด้วยจำนวนเงินเพียง 3.5 ล้านปอนด์จาก เม็ตซ์ เท่านั้น ก่อนที่นักเตะรายนี้จะลงสนามในลีกสูงสุดแดนผู้ดีไปแล้ว 8 นัด สามารถพังตาข่ายได้ถึง 6 ลูก หากใครได้รับชมจะเห็นได้ว่าเกมรุกของ เวสต์แฮมฯ ซีซั่นนี้ค่อนข้างน่ากลัวมากและ ซาโก้ ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนช่วยให้สโมสรยึดอันดับ 4 ของตารางมาได้สำเร็จอย่างเหลือเชื่อ ซึ่้งนอกจากนี้เจ้าตัวยังผงาดคว้ารางวัล "ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือนตุลาคม" มาครองอีกด้วย3. กราเซียโน่ เปลเล่ ( เซาแธมป์ตัน, ค่าตัว 8 ล้านปอนด์) มาถึงอันดับ 3 ที่ต้องยกให้เป็นดีลสุดคุ้มของ "นักบุญแดนใต้" ซึ่งหลังจากเสียผู้เล่นไปมากมายเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ก็ทำให้หลายฝ่ายต่างคาดการณ์ว่าฟอร์มของพวกเขาจะต้องดรอปลงอย่างแน่นอน แต่ผิดคาดเมื่อ โรนัลด์ คูมัน นายใหญ่คนใหม่ประจำสโมสรได้ตัดสินใจดึงตัว เปลเล่ เข้ามาร่วมทัพด้วยค่าตัวเพียง 8 ล้านปอนด์เท่านั้น แต่ฝีเท้าของเขากลับทำได้ดีเกินคาดด้วยการซัดสกอร์ในลีกไป 6 ตุงแล้ว ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญที่พา เซาแธมป์ตัน ผงาดคว้ารองจ่าฝูงของ พรีเมียร์ลีก ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ซึ่งเจ้าตัวเองก็ยังคว้ารางวัล "ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือนกันยายน" เช่นเดียวกัน2. อเล็กซิส ซานเชซ ( อาร์เซน่อล, ค่าตัว 35 ล้านปอนด์) ส่วนตัวแล้วสำหรับการดีลที่ทุ่มเงินมหาศาลช่วงซัมเมอร์ปี 2014 ที่ผ่านมา อเล็กซิส ซานเชซ ถือเป็นผู้เล่นในแนวรุกที่ผมมองว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ใช้เงินคว้าตัวได้คุ้มค่าทีเดียว ซึ่งแม้แรกๆเจ้าตัวจะยังปรับตัวให้เข้ากับฟุตบอลของ อาร์แซน เวนเกอร์ ได้ไม่ดีนัก แต่สักพักกลับปรับเปลี่ยนบางอย่างได้รวดเร็วมากและช่วย "ปืนใหญ่" ซัดไปได้ถึง 8 ประตูช่วงต้นซีซั่นนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผิดกับนักเตะสตาร์ชั้นนำหลายรายที่บางทีมทุ่มเงินมหาศาล แต่กลับยังไม่เข้ารูปเข้ารอยเป็นชิ้นเป็นอันอย่างที่ควรจะเป็นได้เสียที ด้วยค่าตัวสูงถึง 35 ล้านปอนด์กับการวางแผนอนาคตอันคุ้มค่า ส่วนตัวผมเชื่อว่ากุนซือชาวเฟร้นช์ได้เลือกใช้เงินอย่างเหมาะสมแล้ว 1. ดีเอโก้ คอสต้า ( เชลซี, ค่าตัว 32 ล้านปอนด์) มาถึงดีลที่คุ้มค่ามากที่สุดในความคิดของกระผมและเชื่อว่าใครหลายๆคนก็คิดเช่นเดียวกัน นั่นคือ ดีเอโก้ คอสต้า หัวหอกจาก แอตเลติโก มาดริด ที่ทางด้าน โชเซ่ มูรินโญ่ ยอมทุ่มเงินสูงถึง 32 ล้านปอนด์ความตัวมาเสริมทัพได้อย่างรวดเร็ว หลังซีซั่นก่อนนักเตะรายดังกล่าวซัดไปถึง 27 ตุง ส่ง "ตราหมี" คว้าแชมป์ ลา ลีกา สเปน มาครองได้สำเร็จ ซึ่งแม้เจ้าตัวจะตกเป็นที่น่าสงสัยว่าการย้ายลีกจะมีผลต่อฟอร์มการเล่นมากน้อยหรือไม่? แต่ในที่สุด คอสต้า ก็ได้พิสูจน์ตัวเองให้เห็นกันแล้ว เมื่อเขาลงสนามใน พรีเมียร์ลีก 9 นัด สามารถพังตาข่ายไปได้ถึง 10 ประตู โดยเฉพาะเกมสำคัญกับทีมยักษ์ใหญ่เช่น อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล และ เอฟเวอร์ตัน เขาก็ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างเจิดจรัสซัดสกอร์มาให้ได้ชื่นชมกันอีกด้วย นับเป็นหนึ่งดีลที่คุ้มเกินคาดจริงๆสำหรับช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาและนับเป็นผู้เล่นสำคัญที่พา "สิงห์บลูส์" รักษาจ่าฝูงด้วยการไร้พ่ายในซีซั่นนี้อีกด้วย ก็ได้ทราบกันไปแล้วว่า 5 อันดับของผู้เล่นแนวรุกที่แสนคุ้มค่าแห่งซัมเมอร์ 2014 มีใครกันบ้าง เชื่อว่าบางรายคงจะถูกใจและโดนใจทุกท่านไม่มากก็น้อย แต่อย่าลืมการแข่งขันเพิ่งจะเปิดมาได้ราว 10 เกมเท่านั้นและจะยังมีแมทช์ที่เหลืออีกจนถึงปีหน้าอีกด้วย หนทางยังอีกยาวไกลเหลือเกินและสิ่งที่ไม่คาดฝันมักเกิดขึ้นได้เสมอ ต้องคอยลุ้นคอยเชียร์กันไปยาวๆนะครับ แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า สวัสดีครับผม! Credit Pic : Skysports, Standard, Getty Image