breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

5 แนวรุกสุดคุ้มค่าแห่งลีกผู้ดีประจำซัมเมอร์ 2014

กราบสวัสดีผู้อ่านทุกท่านอีกครั้งครับผม มาเจอกันอีกครั้งในคอลัมน์ " Update Special Thing " ที่ทุกท่านจะได้พบกับสิ่งที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย สำหรับฉบับนี้กระผมขอพาทุกท่านมาพบกับ " 5 แนวรุกสุดคุ้มค่าแห่งลีกผู้ดีประจำซัมเมอร์ 2014 " ที่จะพาทุกท่านมาดูกันว่าแนวรุกคนใดมายัง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และโชว์ฟอร์มได้คุ้มค่าตัวกันบ้าง ซึ่งผมเองก็เชื่อว่าทุกท่านคงมีลิสต์นักเตะในดวงใจกันอยู่แล้วแน่นอน....ส่วนในความคิดเห็นของกระผมเองจะเป็นอย่างไรก็มาดูกันเลยครับ!5. แดนนี่ เวลเบ็ค ( อาร์เซน่อล, ค่าตัว 16 ล้านปอนด์) เริ่มกันที่อันดับ 5 ถือเป็นหนึ่งดีลที่เรียกได้ว่าช็อคโลกอย่างหนัก หลัง หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ "ปีศาจแดง" ตัดสินใจปล่อยตัว แดนนี่ เวลเบ็ค หัวหอกตัวฮาประจำทีมไปให้กับ "ปืนใหญ่" ด้วยค่าตัวราว 16 ล้านปอนด์ ช่วงท้ายซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่แล้วเจ้าตัวกลับโชว์ฟอร์มได้ดีเกินคาดกว่าตอนที่อยู่ในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ช่วงซีซั่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด หลังมีส่วนในการแอสซิสต์และมีการทำเกมรุกอันจี๊ดจ๊าด กระนั้นแม้จะยิงประตูในลีกได้ไม่มากนัก แต่ฝีเท้าของเขาก็เป็นอันตรายต่อแนวรับของคู่แข่งอยู่มากพอตัว แถมใน แชมเปี้ยนส์ลีก ยังช่วย อาร์เซน่อล ซัดประตู แฮตทริก ในเกมพบ กาลาตาซาราย เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาอีกต่างหาก ทำเอาเสียงฮือฮาเกิดขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่องทีเดียว ซึ่งหากนับรวมกับ ทีมชาติอังกฤษ ชุดปัจจุบันแล้ว เขากลาเยป็นคนที่ รอย ฮอดจ์สัน จะไม่ยอมขาดไปอย่างแน่นอนอีกด้วย หลังเพิ่งซัดมาถึง 5 ประตูในศึก ยูโร 2016 รอบคัดเลือก ที่ผ่านมา4. ดิอาฟรา ซาโก้ ( เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, ค่าตัว 3.5 ล้านปอนด์) สำหรับ ดิอาฟรา ซาโก้ เรียกได้ว่าเป็นดีลที่ "โคตรคุ้มค่า" อย่างจริงจังของ แซม อัลลาร์ไดซ์ นายใหญ่ประจำทัพ "ขุนค้อน" หลังคว้าตัวมาได้ด้วยจำนวนเงินเพียง 3.5 ล้านปอนด์จาก เม็ตซ์ เท่านั้น ก่อนที่นักเตะรายนี้จะลงสนามในลีกสูงสุดแดนผู้ดีไปแล้ว 8 นัด สามารถพังตาข่ายได้ถึง 6 ลูก หากใครได้รับชมจะเห็นได้ว่าเกมรุกของ เวสต์แฮมฯ ซีซั่นนี้ค่อนข้างน่ากลัวมากและ ซาโก้ ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนช่วยให้สโมสรยึดอันดับ 4 ของตารางมาได้สำเร็จอย่างเหลือเชื่อ ซึ่้งนอกจากนี้เจ้าตัวยังผงาดคว้ารางวัล "ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือนตุลาคม" มาครองอีกด้วย3. กราเซียโน่ เปลเล่ ( เซาแธมป์ตัน, ค่าตัว 8 ล้านปอนด์) มาถึงอันดับ 3 ที่ต้องยกให้เป็นดีลสุดคุ้มของ "นักบุญแดนใต้" ซึ่งหลังจากเสียผู้เล่นไปมากมายเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ก็ทำให้หลายฝ่ายต่างคาดการณ์ว่าฟอร์มของพวกเขาจะต้องดรอปลงอย่างแน่นอน แต่ผิดคาดเมื่อ โรนัลด์ คูมัน นายใหญ่คนใหม่ประจำสโมสรได้ตัดสินใจดึงตัว เปลเล่ เข้ามาร่วมทัพด้วยค่าตัวเพียง 8 ล้านปอนด์เท่านั้น แต่ฝีเท้าของเขากลับทำได้ดีเกินคาดด้วยการซัดสกอร์ในลีกไป 6 ตุงแล้ว ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญที่พา เซาแธมป์ตัน ผงาดคว้ารองจ่าฝูงของ พรีเมียร์ลีก ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ซึ่งเจ้าตัวเองก็ยังคว้ารางวัล "ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือนกันยายน" เช่นเดียวกัน2. อเล็กซิส ซานเชซ ( อาร์เซน่อล, ค่าตัว 35 ล้านปอนด์) ส่วนตัวแล้วสำหรับการดีลที่ทุ่มเงินมหาศาลช่วงซัมเมอร์ปี 2014 ที่ผ่านมา อเล็กซิส ซานเชซ ถือเป็นผู้เล่นในแนวรุกที่ผมมองว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ใช้เงินคว้าตัวได้คุ้มค่าทีเดียว ซึ่งแม้แรกๆเจ้าตัวจะยังปรับตัวให้เข้ากับฟุตบอลของ อาร์แซน เวนเกอร์ ได้ไม่ดีนัก แต่สักพักกลับปรับเปลี่ยนบางอย่างได้รวดเร็วมากและช่วย "ปืนใหญ่" ซัดไปได้ถึง 8 ประตูช่วงต้นซีซั่นนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผิดกับนักเตะสตาร์ชั้นนำหลายรายที่บางทีมทุ่มเงินมหาศาล แต่กลับยังไม่เข้ารูปเข้ารอยเป็นชิ้นเป็นอันอย่างที่ควรจะเป็นได้เสียที ด้วยค่าตัวสูงถึง 35 ล้านปอนด์กับการวางแผนอนาคตอันคุ้มค่า ส่วนตัวผมเชื่อว่ากุนซือชาวเฟร้นช์ได้เลือกใช้เงินอย่างเหมาะสมแล้ว 1. ดีเอโก้ คอสต้า ( เชลซี, ค่าตัว 32 ล้านปอนด์) มาถึงดีลที่คุ้มค่ามากที่สุดในความคิดของกระผมและเชื่อว่าใครหลายๆคนก็คิดเช่นเดียวกัน นั่นคือ ดีเอโก้ คอสต้า หัวหอกจาก แอตเลติโก มาดริด ที่ทางด้าน โชเซ่ มูรินโญ่ ยอมทุ่มเงินสูงถึง 32 ล้านปอนด์ความตัวมาเสริมทัพได้อย่างรวดเร็ว หลังซีซั่นก่อนนักเตะรายดังกล่าวซัดไปถึง 27 ตุง ส่ง "ตราหมี" คว้าแชมป์ ลา ลีกา สเปน มาครองได้สำเร็จ ซึ่งแม้เจ้าตัวจะตกเป็นที่น่าสงสัยว่าการย้ายลีกจะมีผลต่อฟอร์มการเล่นมากน้อยหรือไม่? แต่ในที่สุด คอสต้า ก็ได้พิสูจน์ตัวเองให้เห็นกันแล้ว เมื่อเขาลงสนามใน พรีเมียร์ลีก 9 นัด สามารถพังตาข่ายไปได้ถึง 10 ประตู โดยเฉพาะเกมสำคัญกับทีมยักษ์ใหญ่เช่น อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล และ เอฟเวอร์ตัน เขาก็ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างเจิดจรัสซัดสกอร์มาให้ได้ชื่นชมกันอีกด้วย นับเป็นหนึ่งดีลที่คุ้มเกินคาดจริงๆสำหรับช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาและนับเป็นผู้เล่นสำคัญที่พา "สิงห์บลูส์" รักษาจ่าฝูงด้วยการไร้พ่ายในซีซั่นนี้อีกด้วย ก็ได้ทราบกันไปแล้วว่า 5 อันดับของผู้เล่นแนวรุกที่แสนคุ้มค่าแห่งซัมเมอร์ 2014 มีใครกันบ้าง เชื่อว่าบางรายคงจะถูกใจและโดนใจทุกท่านไม่มากก็น้อย แต่อย่าลืมการแข่งขันเพิ่งจะเปิดมาได้ราว 10 เกมเท่านั้นและจะยังมีแมทช์ที่เหลืออีกจนถึงปีหน้าอีกด้วย หนทางยังอีกยาวไกลเหลือเกินและสิ่งที่ไม่คาดฝันมักเกิดขึ้นได้เสมอ ต้องคอยลุ้นคอยเชียร์กันไปยาวๆนะครับ แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า สวัสดีครับผม! Credit Pic : Skysports, Standard, Getty Image

ยอดโค้ชคนไหนจะเป็น World Coach แห่งปี 2014 ?

วันจันทร์ที่ 12 มกราคม 2015 กับงาน "ฟีฟ่า บัลลงดอร์ กาล่า" นอกจากจะได้รู้ว่าใครจะเป็นนักเตะเจ้าของรางวัล "ฟีฟ่า บัลลงดอร์" ประจำปี 2014 หรือ "FIFA Ballon d'Or" เราก็ยังจะได้ทราบว่าโค้ชคนไหนจะเป็ผู้คว้ารางวัลโค้ชยอดเยี่ยมแห่งปี 2014 หรือ "2014 FIFA World Coach of the Year" อีกด้วย วันนี้ทีมงาน "CHEERBALL.com" เรามีรายนามโค้ช 10 แคนดิเดตมาให้ดูกัน คาร์โล อันเชล็อตติ (อิตาลี) - เรอัล มาดริด แชมป์โกปา เดล เรย์ และการยุติการรอคอยอันยาวนานกว่า 12 ปีกับแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คือสิ่งที่ อันเช่ แสดงฝีมือให้เป็นที่ประจักษ์เมื่อเข้ามารั้งบังเหียน เรอัล มาดริด จากความสำเร็จอันหอมหวานทั้งหมดนี้ย่อมทำให้ "ราชันชุดขาว" อยู่เหนือคู่ปรับอย่าง บาร์เซโลน่า และ แอตเลติโก มาดริด ในช่วงขวบปีที่ผ่านมา ฤดูกาลแรกของเทรนเนอร์ประสบการณ์สูงชาวอิตาเลียนนั้นเขาทำให้สถานการณ์ภายในสโมสรกลับมาอยู่ในความเรียบร้อยอีกครั้ง หลังความวุ่นวายตลอดหลายปี และ "โลส บลังกอส" กลับมาเป็นเครื่องจักรถล่มประตูที่เดินหน้าบุกแหลกเข้าใส่ทีมคู่แข่ง และคว้าชัยชนะเป็นว่าเล่น พร้อมความกระหายที่จะประสบสำเร็จของพลพรรคชุดขาวแบบไม่มีที่สิ้นสุด โดยซีซั่นใหม่นี้ยอดทีมแห่งมหานครมาดริดยังประเดิมด้วยการซิวแชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และแน่นอนว่าจะต้องได้เห็นโทรฟี่อีกมากมายถูกนำมาประดับยังถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว อันโตนิโอ คอนเต้ (อิตาลี) - ยูเวนตุส (ปัจจุบันทีมชาติอิตาลี) หลังจบฤดูกาล 2013-14 แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ก็ตกเป็นของ ยูเวนตุส พร้อมด้วยแต้มรวมมากถึง 102 คะแนน และเป็นการครองบัลลังก์แชมป์ลีกเมืองมะกะโรนีปีที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่ประทับใจอย่างมาก โดยทั้งหมดนั่นมาจากมันสมองของ อันโตนิโอ คอนเต้ ที่จัดการผสมผสานผู้เล่นตัวเก๋าอย่าง อันเดรีย ปีร์โล่ กับ จานลุยจิ บุฟฟ่อน รวมด้วยนักเตะฝีเท้าฉกาจทั้ง จอร์โจ้ คิเอลลินี่, อาร์ตูโร่ วิดาล, เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ และ คาร์ลอส เตเวซ พร้อมกับดาวรุ่งดวงใหม่คือ ปอล ป๊อกบา อย่างลงตัว และแม้จะไม่สามารถพาเจ้า "ม้าลาย" ควบไปได้ไกลมากนักในเวทีฟุตบอลสโมสรยุโรป แต่นั่นก็เพียงพอที่ คอนเต้ จะถูกยกให้เป็นอีกหนึ่งกุนซือระดับตำนานของ "เบียงโคเนรี่" ก่อนในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา อดีตมิดฟิลด์ของยอดทีมแห่งเมืองตูรินจะตัดสินใจอำลารั้วยูเวนตุส สเตเดี้ยม เพื่อหาความท้าทายครั้งใหม่กับตำแหน่งเก้าอี้นายใหญ่ทีมชาตอิตาลีต่อจาก เชซาเร่ ปรันเดลลี่ ที่ไม่สามารถนำ "อัซซูรี่" สู่ความสำเร็จในฟุตบอลโลก 2014 โจเซป กวาร์ดิโอล่า (สเปน) - บาเยิร์น มิวนิค เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สามารถทำทีมได้มากกว่าความน่าประทับใจเมื่อเข้ามารับงานกับ บาเยิร์น มิวนิค เทรนเนอร์ชาวสแปนิชพายอดทีมแห่งแคว้นบาวาเรียคว้าแชมป์บุนเดสลีกาทั้งที่ยังเหลือเกมให้เล่นอีกถึง 7 นัดซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ ด้วยสไตล์การเล่นอันเป็นลักษณะเด่นของเขาคือความพิถีพิถัน และแน่นอนกับทุกกลยุทธ์ อดีตกุนซือ บาร์เซโลน่า ยังพา "เสือใต้" ลงสนามโดยไม่ปราชัยต่อทีมใดมากถึง 37 เกม และสามารถพังประตูได้ 50 นัดติดต่อกัน ก่อนจะกวาดแชมป์ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2013, บุนเดสลีกา และ เดเอฟเบ โพคาล มายังรั้วอัลลิอันซ์ อารีน่า เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ (เยอรมัน) - ทีมชาติสหรัฐอเมริกา ในบรรดาแคนดิเดตโค้ชยอดเยี่ยมประจำปีนี้ คลิ้นส์มันน์ อาจดูมีผลงานที่จับต้องได้น้อยที่สุด และไม่ได้โดดเดนมากนัก เนื่องด้วยกุนซือชาวดอยช์เลือกจับงานคุมทีมชาติสหรัฐฯ ซึ่งไม่ได้เป็นชาติมหาอำนาจ หรืออุดมไปด้วยนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์เต็มทีม แต่ผลงานซิวแชมป์ คอนคาเคฟ โกลด์ คัพ 2013 เหนือทีมอย่างเม็กซิโกกับคอสตาริกาเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอในการการันตีความสำเร็จให้กับอดีตเทรนเนอร์ บาเยิร์น มิวนิค อีกทั้งพลพรรคสัญชาติอเมริกันยังเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลก 2014 ทั้งที่มีเพื่อนร่วมกลุ่มประกอบไปด้วย เยอรมัน, โปรตุเกส และ กานา โยอัคคิม เลิฟ (เยอรมัน) - ทีมชาติเยอรมัน หลังจากช่วงเวลาอันยาวนานของการวางรากฐานระบบทีม และความยากลำบากตลอดเส้นทางที่ผ่านมา เลิฟ ก็กลายเป็นอีกหนึงโค้ชที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในวงการฟุตบอล เมื่อเขานำเยอรมันเถลิงแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล ซึ่งถือเป็นจุคพีคตลอดระยะเวลา 8 ปีครึ่งที่เข้ามารับงานรั้งทัพ "อินทรีเหล็ก" โดยเป็นการต่อยอดการสร้างทีมสู่ความสำเร็จจากเวิลด์ คัพ 2010 บนแผ่นดินแอฟริกาใต้ที่ได้เพียงอันดับ 3 และนายใหญ่ชาวดอยช์ยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นฟุตบอลเยอรมันขนานแท้ด้วยสไตล์การเล่นแข็งแกร่ง ดุดัน และแท็คติกอันสมบูรณ์แบบทั้งเกมรุก-รับ โชเซ่ มูรินโญ่ (โปรตุเกส) - เชลซี หลังประสบความสำเร็จกับ อินเตอร์ มิลาน และ เรอัล มาดริด โดยเฉพาะกับเจ้า "งูใหญ่" ที่คว้าทริปเปิลแชมป์ในปี 2010 (กัลโช่ เซเรีย อา, โคปปา อิตาเลีย และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก) มูรินโญ หวนกลับมายังถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ อีกครั้งเป็นคำรบที่ 2 เมื่อเดือนมิถุนายน 2013 ในฐานะผู้จัดการทีม เชลซี ฤดูกาล 2013-14 "สิงโตน้ำเงินคราม" ภายใต้การนำของเทรนเนอร์ชาวโปรตุกีสอาจจบซีซั่นมือป่าวคือ อันดับ 3 บนตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก อังฤษ ด้วยแต้มตามหลังแชมป์อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4 คะแนน และอีก 2 คะแนนหลัง ลิเวอร์พูล รองแชมป์ รวมทั้งกระเด็นตกรอบรองชนะเลิศในรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นกับการสร้าง "สิงห์บลูส์" ขึ้นมาใหม่ของ "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" หลังจากเคยเช่นนี้มาแล้วเมื่อ 10 ปีก่อนจนยอดทีมแห่งกรุงลอนดอนสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นสโมสรยักษ์ใหญ่ในเกาะอังกฤษ และแผ่นดินยุโรป มานูเอล เปเยกรีนี่ (ชิลี) - แมนเชสเตอร์ ซิตี้ "เอล อินเกนิเอโร่" (ฉายาที่หมายถึงวิศวะกร) สามารถพา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้ตั้งแต่ปีแรกที่เขารับงานคุมทีมในเมืองผู้ดี นอกจากนี้ทำให้ "เรือใบสีฟ้า" เป็นทีมที่เลนเกมรุกดุดัน หลากหลาย ก่อนสร้างสถิติทำประตูได้มากสุดเป็นอันดับ 2 (102 ประตู) นับตั้งแต่ก่อตั้งพรีเมียร์ลีก อังฤษ อีกทั้งยังพ่วงด้วยแชมป์แคปปิตัล วัน คัพ (ลีก คัพ) ซึ่งเป็นการยุติการรอคอยโทรฟี่ใบนี้ยาวนานถึง 38 ปีสำหรับ "ซิตี้" ลงได้ แน่นอนว่าเป้าหมายต่อไปของยอดทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์คือการสร้างชื่อในเวทีฟุตบอลสโมสรยุโรปอย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อเลฮานโดร ซาเบย่า (อาร์เจนตินา) - ทีมชาติอาร์เจนตินา (ปัจจุบันไม่ได้คุมทีมไหน) แม้ท้ายที่สุดแล้ว อาร์เจนตินา จะเป็นเพียงพระรองในทัวร์นาเมนต์เวิลด์ คัพ 2014 แต่นี้คือการผ่านเข้าชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1990 ของทัพ "ฟ้า-ขาว" ซาเบย่า เลือกปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นเกมบุกอัดคู่แข่งฝ่านเดียวอันเป็นเอกลักษณ์ของ อาร์เจน มาเป็นกลยุทธ์เน้นความแข็งแกร่งของทีม และรักษาความสมดุลของเกมรุก-รับ พร้อมแท็คติกความกลมกลืนลงตัวของนักเตะที่มีความสามารถสูงอย่าง ลิโอเนล เมสซี่), เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน", กอนซาโล่ อิกวาอิน, เอเซเกล ลาเวซซี่ และ อังเคล ดิ มาเรีย ทำให้ทั้ง สวิตเซอร์แลนด์, เบลเยียม และฮอลแลนด์ ต่างตกเป็นเหยื่อของผู้เล่นของชาวอาร์เจนไตน์ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ (อาร์เจนตินา) - แอตเลติโก มาดริด "เอล โชโล่" ถูกจดจำในภาพลักษณ์ของผู้จัดการทีมที่อุทิศตัวทำงานอย่างหนัก และทุ่มเทเต็มที่เพื่อทีม ก่อนพา แอตเลติโก มาดริด ครองความยิ่งใหญ่ในฐานะแชมป์ ลา ลีกา สเปน ฤดูกาล 2013-14 ซึ่งเป็นการยุติการรอคอยโทรฟี่แชมป์ลีกในรั้วบิเซนเต้ กัลเดรอน ยาวนานกว่า 18 ปี พร้อมหยุดช่วงเวลา 9 ปีของการผูดขาดความสำเร็จในเมืองกระทิงของ เรอัล มาดริด กับ บาร์เซโลน่า เทรนเนอร์ชาวอาร์เจนไตน์เข้ามาทำให้ "โลส โกลโชเนโรส" กลายเป็นทีมที่เล่นบอลได้ครบเครื่องทั้งเกมบุกอันเฉียบคม ดุดัน เกมรับที่เหนี่ยวแน่น และความอันตรายของทุกลูกเซต-พีซ โดย "ตราหมี" ออกสตาร์ทซีซั่นใหม่นี้ด้วยการสอยแชมป์ สแปนิช ซูเปอร์ คัพ เหนืออริร่วมเมืองอย่าง เรอัล มาดริด หลุยส์ ฟาน กัล (ฮอลแลนด์) - ทีมชาติฮอลแลนด์ (ปัจจุบัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) ฮอลแลนด์ในยุคของ ฟาน กัล ถูกปรับเปลี่ยนระบบการเล่นจาก 4-3-3 อันเป็นสไตล์ฟุตบอลสัญชาติดัตช์ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานมาเป็นระบบ 3-5-2 ก่อนทำให้ทัพ "อัศวินสีส้ม" คว้าอันดับ 3 ในฟุตบอลโลก 2014 บนทวีปละตินอเมริกามาครอง ลูกทีมของอดีตกุนซือ อาแจ็กซ์, บาร์เซโลน่า และ บาเยิร์น มิวนิค ประเดิมทัวร์นาเมนต์ด้วยการไล่ถล่มแชมป์เก่าสเปนแบบขาดลอย 5-1 และกรุยทางเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ทว่าต้องเป็นฝ่ายปราชัยต่ออาร์เจนตินาไปในการชี้ขาดด้วยการดวลจุดโทษ แต่ยังกลับมาเข้าฝักอีกครั้งด้วยการต้อนเจ้าภาพบราซิล 3-0 ในแมตช์ชิงที่ 3 เมื่อจบเวิลด์ คัพ กุนซือวัย 63 ปีตัดสินใจกลับมารับงานคุมสโมสรอีกครั้ง โดยเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับภารกิจนำพลพรรคปีศาจแดงทวงคืนบัลลังก์ความยิ่งใหญ่ ทำเนียบ FIFA World Coach of the Year2010 โชเซ่ มูรินโญ่ (โปรตุเกส) - อินเตอร์ มิลาน2011 โจเซป กวาร์ดิโอล่า (สเปน) - บาร์เซโลน่า2012 บิเซนเต้ เดล บอสเก้ (สเปน) - ทีมชาติสเปน2013 จุปป์ ไฮย์เกส (เยอรมัน) - บาเยิร์น มิวนิคpic : zimbio

23 แข้งบรรลือโลกกับโอกาสพิชิต 'บัลลงดอร์' !

ประกาศกันออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กับ 23 ผู้เล่นชั้นนำระดับโลกที่จะมีโอกาสคว้ารางวัล บัลลงดอร์ 2014 มานอนกอดที่บ้าน แน่นอนว่าคอมลัมน์ "Update Special Thing" ของพวกเราชาว Cheerballไม่พลาดที่จะมาเจาะเรื่องราวที่น่าสนใจให้ได้อ่านกัน สำหรับวันนี้ก็มาดูกันเลยครับว่าทั้ง 23 คนจะมีใครกันบ้าง ประวัติผิวเผินเป็นอย่างไร และสามารถฝากผลงานในซีซั่นที่ผ่านมาทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติได้น่าสนใจแค่ไหน!!1. แกเร็ธ เบล (เรอัล มาดริด, เวลส์) มาเริ่มแรกกันที่ แกเร็ธ เบล ปีกตัวฉกาจหน้าใหม่ในซีซั่นก่อนของ เรอัล มาดริด ซึ่งถึงแม้จะโชว์ฟอร์มแกร่งในช่วงต้นฤดูกาล 2014 ได้ไม่ผงาดมากเท่าที่ควร แต่ฟอร์มการเล่นทั้งปีของเขาไม่ใช่สิ่งที่จะมองข้ามไปได้เลย หลังลงเล่นในลีก 27 นัด สามารถพังตาข่ายไปได้ถึง 15 ประตู ทั้งยังเป็นคนสำคัญที่พา "ราชันชุดขาว" คว้าแชมป์ทั้ง โกปา เดล เรย์ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาได้สำเร็จเสียอีก เรียกได้ว่าค่าตัว 91 ล้านยูโรเป็นสิ่งที่คุ้มเกินคุ้มของ คาร์โล อันเชล็อตติ เสียจริงเชียว2. คาริม เบนเซม่า (เรอัล มาดริด, ฝรั่งเศส) ยังคงอยู่ด้วยกันกับแข้ง "ราชันชุุดขาว" คาริม เบนเซม่า เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มการพังตาข่ายได้เป็นอย่างดีในซีซั่นที่ผ่านมา หลังซัดตาข่ายในเกมสโมสรไปได้ถึง 23 ประตูจากทุกรายการ แถมในระดับชาติก็ยังช่วย ฝรั่งเศส พังตาข่ายในศึก ฟุตบอลโลก 2014 ณ แดนแซมบ้า ได้อีกด้วย แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่สามารถเข้ารอบลึกได้ กระนั้นฟอร์มของ "เฮียเบนซ์" ก็ยังคงน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว3. ดิเอโก้ คอสต้า (เชลซี,สเปน) เรียกได้ว่าเป็นปีแจ้งเกิดเต็มตัวของ ดีเอโก้ คอสต้า จริงๆ หลังซีซั่นที่ผ่านมาเจ้าตัวได้ลงเล่นให้กับ แอตเลติโก มาดริด ก่อนที่จะระเบิดสกอร์ในลีกไปมากถึง 27 ประตู ส่งทัพ "ตราหมี" คว้าแชมป์ ลา ลีกา สเปน ที่รอคอยมาอย่างยาวนานได้สำเร็จ กระนั้นฟอร์มการเล่นในทีมชาติให้กับ สเปน กลับไม่ใช่สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจนัก เนื่องจากซัดได้เพียงตุงเดียวเท่านั้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา4. ติโบต์ กูร์กตัวส์ (เชลซี, เบลเยี่ยม) อภิมหาโคตรหนึ่งในจอมหนึบของโลกทีเดียว สำหรับ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ที่ฤดูกาลก่อนถูกปล่อยยืมตัวให้กับ แอตเลติโก มาดริด ได้เซฟหลายต่อหลายครั้ง จนไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงเป็นผู้รักษาประตูที่ติดใน 23 รายชื่อได้ ซึ่งแม้จะมีอายุเพียง 20 ต้นๆ แต่ผู้เลนรายดังกล่าวก็ยังได้รับความไว้วางใจจาก ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ให้กลายมาเป็นมือหนึ่งและคว้าแชมป์ทั้ง ลา ลีกา สเปน มาได้สำเร็จนั่นเอง5. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (เรอัล มาดริด, โปรตุเกส) ถือเป็นหนึ่งตัวเต็งที่จะคว้าถ้วยรางวัล บัลลงดอร์ 2014 หลังลงเล่นให้กับ "ราชันชุดขาว" แบบแทบไม่หยุดพักในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา พร้อมซัดคนเดียวจากทุกรายการไปถึง 51 ประตู แถมแค่ช่วงต้นซีซั่นที่ผ่านมายังยิงไปมากถึง 21 ตุงอีกต่างหาก งานนี้จะครองถ้วยดังกล่าวมาอีกครั้งก็ดูจะไม่ใช่เรื่องแปลก แถมชื่อเสียงของเขาก็กลายเป็นที่กล่าวขานจนทุกคนลืมไม่ลงเลยทีเดียว6. อังเคล ดิ มาเรีย (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เจนติน่า) นักเตะดาวดังจาก อาร์เจนติน่า ที่เพิ่งย้ายมาซบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา น่าแปลกใจที่นักเตะรายดังกล่าวไม่ค่อยได้รับการกล่าวขานมากเท่าใดนักหากเปรียบเทียบกับสตาร์ชั้นนำรายอื่นๆในทัพ "ราชันชุดขาว" แม้จะเป็นผู้ที่ยิงประตูได้ไม่มากนัก แต่ฟอร์มการแอสซิสต์และการจ่ายบอลก็ไม่ใช่สิ่งที่จะประมาทได้เลย 7. มาริโอ เกิทเซ่ (บาเยิร์น มิวนิค, เยอรมัน) มาดูทางด้านหนึ่งในทีมแชมป์ ฟุตบอลโลก 2014 ณ แดนแซมบ้า เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมากันบ้าง สำหรับ มาริโอ เกิทเซ่ ถือเป็นมิดฟิลด์อนาคตไกลที่เพิ่งย้ายมาร่วมซบ บาเยิร์น มิวนิค ในฤดูกาล 201/14 ซึ่งแมเจะได้รับโอกาสลงเล่นไม่สมํ่าเสมอมากมายนัก แต่เขาก็ซัดไปได้ถึง 10 ประตูและมีส่วนต่อเกมรุกเป็นอย่างมาก แถมในศึก เวิล์ดคัพ ยังซัดตาข่ายคว้าแชมป์มาได้อีกด้วย จึงถือเป็นอีกคนที่น่าสนใจอย่างชัดเจนทีเดียว8.เอแด็น อาซาร์ (เชลซี, เบลเยี่ยม) ทางด้านของ เอแด็น อาซาร์ มิดฟิลด์ดาวดัง เชลซี ถือเป็นผู้เล่นสุดจี๊ดจ๊าดของ โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่แดนฝอยทองเลยทีเดียว หลังสไตล์การลากเลื้อยของเขามีส่วนช่วยให้ "สิงห์บลูส์" คว้าชัยชนะมาได้อยู่เสมอและยังจัดการกับแนวรับของฝ่ายคู่แข่งจนต้องหงุดหงิดเสมอ ซึ่งการซัด 14 ตุงในซีซั่นที่ผ่านมาก็ทำให้เป็นที่แน่ชัดว่าเขาเป็นผู้เล่นแถวหน้าของ พรีเมียร์ลีก จริงๆ9. ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, สวีเดน) มาดูแข้งมากประสบการณ์จาก ลีก เอิง ฝรั่งเศส กันบ้าง สำหรับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช แม้วัยจะปากเข้าไป 30 กว่าเข้าให้แล้ว แต่ความดุดันทางเกมรุกของเขาก็ยังคงเป็นสิ่งที่ดึงดูดสายตาจากทุกคนได้อย่างสุดๆ ซึ่งฤดูกาลที่ผ่านมาก็ซัดในทุกรายการไปมากถึง 38 ตุง แน่นอนว่ายังถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีโอกาสคว้าเข้าร่วมเป็น 1 ใน 3 คนสุดท้ายจริงๆ10. อันเดรส อิเนียสต้า (บาร์เซโลน่า, สเปน) อันเดรส อิเนียสต้า มิดฟิลด์ตัวหลักตลอดกาลของ บาร์เซโลน่า เขาไม่ใช่คนที่พังตาข่ายได้อย่างถล่มทลาย แต่สไตล์การลากเลื้อยที่ลื่นไหลก็เป็นที่เลื่องลือเป็นอย่างมาก ซึ่งรางวัลที่ได้รับมามากมายยในแดนกระทิงดุก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่การันตีความแข็งแกร่งแล้ว11.โทนี โครส ( เรอัล มาดริด, เยอรมัน) ถัดมาทางด้าน โทนี่ โครส ถือเป็นอีกหนึ่งแข้งจาก ทีมชาติเยอรมัน ชุดแชมป์ ฟุตบอลโลก 2014 ณ แดนแซมบ้า ที่ติดโผ 23 แข้งลุ้นชิง บัลลงดอร์ 2014 นักเตะรายนี้ถือเป็นหนึ่งในแข้งสายเลือดใหม่ของ "เสือใต้" ที่ตกเป็นความต้องการตัวอย่างหนัก หลังโชว์ผลงานใน บุนเดสลีกา ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยวัยราว 20 ปีเท่านั้น ซึ่งล่าสุดก็ได้โยกซบถิ่น ซานเตียโก เบร์นาเบว เป็นที่เรียบร้อยและกำลังปรับตัวให้เข้ากับ "ราชันชุดขาว" ให้ได้ในขณะนี้อีกด้วย12. ฟิลิปป์ ลาห์ม (บาเยิร์น มิวนิค, เยอรมัน) อีกหนึ่งผู้เล่นจาก ทีมชาติเยอรมัน ที่เพิ่งประกาศอำลาการรับใช้ชาติไปหมาดๆ หลังสามารถคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก 2014 มาครองได้สำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้เล่นรายนี้ถือเป็นนักเตะที่มากประโยชน์ หลังเล่นได้ในแนวรับหลากตำแหน่ง ซึ่งฟอร์มการเล่นของเขาก็สร้างความประทับใจให้หลากหลายคนเป็นอย่างมาก ไม่น่าแปลกใจเท่าใดนักที่จะติดเป็น 1 ใน 23 แข้งครั้งนี้ด้วย13. ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ( บาร์เซโลน่า, อาร์เจนติน่า) แข้งชาวอาร์เจนไตน์จากทัพ "เจ้าบุญทุ่ม" ที่เล่นได้ทั้ง มิดฟิลด์ และ กองหลัง ให้กับถิ่น คัมป์ นู เขาเป็นผู้เล่นที่โชว์ความดุดันในเกมรับได้เป็นอย่างดีและยังเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่ช่วยให้เหล่าแข้งอาร์เจนไตน์ เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในศึก ฟุตบอลโลก 2014 ที่ผ่านมาอีกด้วย แค่ซีวั่นที่ผ่านมายังโดนใบเหลืองไป 11 ใบ งานนี้ไม่เรียกดุดันก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว! นับเป็นผู้เล่นที่มีประโยชน์ต่อทีมเป็นอย่างมากจริงๆ14.ลีเอโนล เมสซี่ (บาร์เซโลน่า, อาร์เจนติน่า) ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเต็งที่สำคัญของ "เจ้าบุญทุ่ม" ที่จะมีโอกาสคว้ารางวัล บัลลงดอร์ 2014 ในปีนี้ หลังเคยคว้ารางวัลดังกล่าวด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมมาถึง 4 สมัย แถมแม้จะมีเรื่องการบาดเจ็บเข้ามารบกวน แต่การซัดไปถึง 28 ประตู ใน ลา ลีกา สเปน ช่วงฤดูกาลก่อนก้เป็นเครื่องการันตีถึงความสามารถที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้แล้ว15. โธมัส มุลเลอร์ (บาเยิร์น มิวนิค, เยอรมัน) สำหรับ โธมัส มุลเลอร์ ถือเป็นอีกหนึ่งเด็กสร้างของ บาเยิร์น มิวนิค ที่อยู่ร่วมกับถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า มาอย่างยาวนาน เขาซัดตาข่ายให้กับสโมสรของเขาไป 26 ประตูจากทุกรายการ แถมใน เวิล์ดคัพ 2014 ก็ยังยิงไปได้ถึง 5 ประตูอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงได้อยู่ในโผนี้แต่อย่างใดทั้งสิ้น16. มานูเอล นอยเออร์ ( บาเยิร์น มิวนิค, เยอรมัน) มาถึงอีกหนึ่งผู้รักษาประตูระดับโลกที่ติดโผในครั้งนี้ เขานับเป็นบุคคลที่ถูกยกให้เป็นจอมหนึบมือหนึ่งของโลกในยุคปัจจุบัน แถมฟอร์มการเซฟก็ไม่ได้ดรอปจนต้องเสียตำแหน่งการเฝ้าเสาตังจริงแต่อย่างใดเลย ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของ "เสือใต้" ทุกยุคทุกสมัยทีเดียว17. เนย์มาร์ (บาร์เซโลน่า,บราซิล) มาถึงคิวของ เนย์มาร์ ยอดดาวยิงจากบราซิลเลี่ยนที่ติดเป็นอีกหนึ้่งผู้เล่นจากอเมริกาใต้ที่อยู่ในโป 23 แข้งของโลก ต้องยอมรับว่าการย้ายซบถิ่น คัมป์ นู ในปีแรกเจ้าตัวทำผลงานในช่วงต้นฤดูกาลได้ไม่ดีนัก แต่ฝีเท้าของเขาทั้งในระดับชาติและสโมสรในการแอสซิสต์หรือทำลายแนวรับยังคงมีความสำคัญเสมอ ยิ่งซีซั่นนี้ปรับตัวได้แล้วและซัดตาข่ายไป 9 ตุงตั้งแต่ช่วง 8 เกมแรก ยิ่งเป็นตัวการันตีความโหดที่แท้จริงของเขาได้เลย 18.พอล ป็อกบา (ยูเวนตุส, ฝรั่งเศส) น้อยนักที่มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัยราว 20 ปีจะติดโผเช่นนี้ แต่ทุกคนคงต้องยอมรับว่า ป็อกบา ถือเป็นผู้เล่นอนาคตไกลที่จะมองข้ามไม่ได้เลยจริงๆ ทั้งเรื่องการเปิดบอลแม่น ซัดบอลไกลพังตาข่าย ถือเป็นจุดเด่นของนักเตะรายนี้ ทุกๆซีซั่นเขามักจะพัฒนาตัวเองได้มากขึ้นเสมอและใฝ่ฝันจะกลายเป็น "ผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก" ให้ได้ในสักวันหนึ่ง ซึ่งฝีเท้าระดับนี้ด้วยวัยเพียง 21 ปีถือเป็นหนึ่งในแข้งอนาคตไกลของวงการลูกหนังอย่างแท้จริง19.เซร์คิโอ รามอส (เรอัล มาดริด, สเปน) พบกับอีกหนึ่งปราการหลังจาก เรอัล มาดริด กันบ้าง สำหรับ เซร์คิโอ รามอส นับเป็นกองหลังที่ทำผลงานให้กับ "ราชันชุดขาว" ได้ดีมาตลอด ซึ่งแม้จะตกเป็นกระแสวิพากย์วิจารณ์ไปบ้างก่อนหน้านี้ แต่เจ้าตัวก็ยังพัฒนาฝีเท้าจนกลับมาอยู่ในจุดที่ควรจะเป็น เขาเป็นตัวหลักของถิ่น ซานเตียโก เบร์นาเบว มาเป็นปีที่ 10 แล้ว หลังย้ายมาจาก เซบีย่า มาตั้งแต่ปี 2005 แถมยังติดเป็นผู้เล่น ทีมชาติสเปน มาโดยตลอดอีกด้วย นับว่าเป็นนักเตะที่เก่งกาจคนหนึ่งทีเดียว20.อาร์เยน ร็อบเบน (บาเยิร์น มิวนิค, เนเธอร์แลนด์) มาถึงอีกหนึ่งตัวเต็งที่น่าสนใจในปีนี้เช่นเดียวกัน สำหรับ อาร์เยน ร็อบเบน ปีกตัวเก่งชาวดัตช์ที่ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างจี๊ดจ๊าดให้กับ บาเยิร์น มิวนิค มาโดยตลอด เขาลงเล่น 28 ประตูในซีซั่นก่อน พร้อมกับพังประตูในลีกไปได้ 11 นัดและยังเป็นผู้เล่นที่โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในศึก ฟุตบอลโลก 2014 ณ แดนแซมบ้า ที่ผ่านมา ซึ่งนักเตะรายนี้ยังพังตาข่ายไปถึง 2 ประตู ในเกมที่ถอนแค้น สเปน มาได้ถึง 5-1 อีกด้วย21.ฮาเมส โรดริเกซ (เรอัล มาดริด, โคลอมเบีย) ยังคงอยู่กับผู้เล่นที่โชว์ฝีเท้าใน เวิล์ดคัพ ช่วงวัมเมอร์ที่ผ่านมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะกับ ฮาเมส โรดริเกซ ที่แจ้งเกิดในรายการดังกล่าวได้อย่างเต็มตัว หลังซัดไปได้ถึง 6 ประตูในศึก ฟุตบอลโลก 2014 ณ แดนแซมบ้า กลายเป็นดาวซัลโวในรายการดังกล่าวได้สำเร็จ ก่อนที่จะถูก เรอัล มาดริด คว้าตัวด้วยมูลค่าราว 80 ล้านยูโรทีเดียว22.บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ (บาเยิร์น มิวนิค, เยอรมัน) น่าเสียดายที่ได้รับอาการบาดเจ็บไปเสียก่อน ทำให้ซีซั่นนี้ ชไวนี่ ยังไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลยแม้แต่น้อย เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากกับ "เสือใต้" ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้งการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองเบียร์มาแล้วถึง 7 สมัย แชมป์ เดเอฟเบ โพคาล อีก 7 ครั้ง แถมยัง ยุฟ่า แชเมปี้ยนส์ลีก อีก 1 สมัย ถือเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่อยู่กับทีมแชมป์เมืองเบียร์มาอย่างยาวนานจริงๆ23. ยาย่า ตูเร่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ไอวอรี่ โคสต์) ปิดท้ายกันที่ ยาย่า ตูเร่ มิดฟิลด์ดาวเด่นจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้ผลงานจะไม่ผงาดลํ้าอย่าง ฮาเมส โรดริเกซ หรือ โทนี่ โครส ในศึก ฟุตบอลโลก 2014 ที่ผ่านมา แต่ฟอร์มในลีกกลับยอดเยี่ยมอย่างเหลือเชื่อ หลังเป็นมิดฟิลด์ที่วัดตาข่ายไปมากถึง 24 ประตูจากทุกรายการในซีซั่นก่อน ทำเอา พอล ป็อกบา มองเป็นไอดอลที่ต้องเอาแบบอย่างให้ได้เลยทีเดียว แน่นอนว่าแฟนบอลลีกผู้ดีต่างแอบลุก็ทรบกันปป้นให้ได้กันแน่นอนล่ะครับ ก็ทราบกันไปบ้างคราวๆแล้วว่าฝีเท้าของแต่ละคนและประวัติเล็กๆน้อยๆของแต่ละผู้เล่นเป็นอย่างไรกันบ้าง นักเตะคนใดบ้างที่ทุกท่านคิดว่าน่าจะหลุดเข้าสู่รอบ 3 คนสุดท้ายได้ก็จะได้ทราบกันอีกครั้งในช่วงวันที่ 1 ธันวาคมนี้ และจะมีประกาศผู้ที่ได้รับรางวัลอีกครั้งในวันที่ 12 มกราคม ศกหน้า อย่าลืมติดตามชมกันนะครับว่าใครจะได้ไป! สำหรับวันนี้สวัสดีครับ!

10 เรื่องราวของตำนานนาม มิโรสลาฟ โคลเซ่

มิโรสลาฟ โคลเซ่ กองหน้าผู้เป็นเครื่องจักรถล่มประตูในทศวรรษนี้ให้กับทีมเยอรมัน ก่อนอำลาทัพ "อินทรีเหล็ก" ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังช่วยพายอดทีมแห่งเมืองเถลิงบัลลังก์แชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 4 พร้อมสร้างสถิติเป็นนักเตะที่ทำประตูในเวิลด์ คัพ มากสุด จากจำนวนว 16 ประตูใน 4 ทัวร์นาเมนต์ ทว่านอกจากนี้แล้วคุณรูอะไรเกี่ยวกับหัวหอกตัวเก๋าคนนี้อีกบ้าง และนี้เป็นเรื่องราวบางอย่างของเขาที่คุณอาจยังไม่ทราบเกี่ยวกับตำนานชาวดอยช์ที่ทีมงาน Cheerball.com นำมาฝากกันในวันนี้ 1.โคลเซ่ไม่ใช่เยอรมัน เจ้าของสถิติ 16 ประตูในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ซึ่งเป็นสถิติที่ได้รับการบันทึกกับทีมชาติเยอรมัน แต่ไม่ใช่จากคนดอยช์ ตามความเป็นจริงแล้ว โคลเซ่ เป็นชาวโปลิช และอาศัยอยู่ในฝรั่งเศสจนถึงอายุ 8 ปี ก่อนจะย้ายมายังประเทศเยอรมัน และก่อนหน้านี้เมื่อปี 2011 เขามีโอกาสเล่นให้ทีมชาติโปแลนด์ โดยหัวหอกวัย 36 ปีไม่เคยพูดถึงว่าเขาเป็นคนเยอรมันหรือโปลิช แต่มักจะบอกว่าเขาเป็นชาวยุโรป 2.สไตรเกอร์ โคลเซ่ เป็นศูนย์หน้าจอมเข้าฮอส หรือการจบสกอร์ในจังหวะสุดท้ายขนานแท้ และแทบเจาะตาข่ายไม่ได้เลยจากนอกกรอบเขตโทษ ซึ่งสถิติ 16 ประตูในเวิลด์ คัพ ทั้ง 4 สมัย (2002, 2006, 2010 และ 2014) ของเขานั้นเกิดจากการพังประตูด้วยระยะ 12 หลาหรือน้อยกว่า 3.ตะบัน 5 ประตูในเกมเดียวกับลาซิโอ กองหน้าทีมชาติเยอรมันเคยซัดคนเดียวมาแล้ว 5 ประตูในนัดเดียวให้ ลาซิโอ ต้นสังกัดปัจจุบันในเกมที่ยอดทีมแห่งกรุงโรมเป็นฝ่ายถล่มเอาชนะ โบโลญญา 6-0 ซึ่งกลายเป็นนักเตะเพียงคนเดียวจนถึงวันนี้ของทัพ "เบียงโคเชเลสเต้" ที่สามารถทำได้เช่นนั้น 4.ตัวนำโชคของอินทรีเหล็ก โคลเซ่ ถือว่าเป็นนักเตะที่ถูกโฉลกกับทีมชาติเยอรมันแบบสุดๆ เมื่อทัพ "อินทรีเหล็ก" ไม่เคยต้องพบกับความปราชัยเลยแม้แต่แมตช์เดียว เมื่อดาวยิงเลือดโปลิชทำประตูได้ และเมื่ออำลาทีมชาติหลังจบททัวร์นาเมนต์ที่บราซิลเขาเจาะตาข่ายไปทั้งสิ้น 71 ประตูจากการลงสนาม 137 นัด 5.ได้รับการฝึกวิชาช่าง ก่อนที่ โคลเซ่ จะกลายเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เขาได้รับการฝึกสอนในวิชาของช่างไม้ และทักษะเรื่องการค้าขายจนกระทั่งเขาอายุ 20 ปี 6.เขาเป็นอีกหนึ่งเตะที่ได้รับการยกย่องเรื่องแฟร์เพลย์ โคลเซ่ มักจะแสดงออกอยู่เสมอถึงการเล่นแบบแฟร์เพลย์ และ 2 ครั้งที่เขาได้รับการแซ่ซ้องมากที่สุดคือ ครั้งแรกในปี 2005 ในขณะเล่นกับ แวร์เดอร์ เบรเมน เมื่อเขาปฎิเสธจังหวะจุดโทษ เนื่องจากการตัดสินผิดพลาดของผู้ตัดสิน และหนที่สองกับ ลาซิโอ ในปี 2012 เกมกับ นาโปลี เขายอมรับว่าเขาทำแฮนด์บอล แต่ผู้ตัดสินก็ไม่ได้ให้ใบเหลืองเขา และขอจับมือเขาแทนสำหรับความซื่อสัตย์ของเขา 7.เขาเป็นทาญาตินักกีฬา โคลเซ่ ได้รับการปลูกฝังการเป็นนักกีฬาจากครอบครัวที่ซึ่งพ่อ และแม่ของเขาต่างก็เป็นนักกีฬาด้วยกันทั้งคู่ แม่ของเขา บาร์บาร่า เคยเป็นนักกีฬาแฮนด์บอลของทีมโปแลนด์ ส่วนพ่อของเขานั้นก็เป็นนักฟุตบอลอาชีพซึ่งค้าแข้งอยู่ในฝรั่งเศสกับ โอแซร์ 8.โคลเซ่ศรัทธาคาทอลิกอย่างมาก โคลเซ่ นับถือศาสนาคาทอลิก และหัวใขของเขามีแต่ความเลื่อมใสเป็นอย่างมาก และแม้กระทั่งในปี 2012 เขายังได้เข้าพบกับสมเด็จพระสันตะปาปาที่ 16 ในนครวาติกันมาแล้ว 9.ติดธงเป็นรองเพียงซูเปอร์แมน ศูนย์หน้าวัย 36 ปีเพิ่งจะประกาศอำลาทีมชาติหลังคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล ทำให้เขาเป็นผู้เล่นที่ติดธงชาติเยอรมันมากสุดเป็นอันดับจากจำนวน 136 นัด เป็นรองเพียง โลธ่าร์ มัทเธอุส เจ้าของฉายา "ซูเปอร์แมน" ผู้พา "อินทรีเหล็ก" คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1990 โดยลงสนาม 150 เกมระหว่างปี 1980-2000 10.เจ้าพ่อสถิติฟุตบอลโลก ถ้าคุณคิดว่าสถิติเดียวในฟุตบอลโลกของหัวหอกทัพ "อินทรีเหล็ก" คือเจ้าของดาวยิงสูงสุดตลอดกาล 16 ประตู นั้นแสดงว่าคุณคิดผิด เพราะเขายังเป็น 1 ใน 3 ผู้เล่นที่ตะบัน 5 ประตูในสองทัวร์นาเมนต์ติดต่อกัน, ทำประตูด้วยศรีษะมากสุดในเวิลด์ คัพ 5 ลูก, ซัดอย่างน้อย 4 ประตูกับฟุตบอลโลกแต่ละสมัย และเป็นนักเตะเพียงคนเดียวที่ลงสนามในรอบรองชนะเลิศของมหกรรมเวิลด์ คัพ 4 ครั้งpic : zimbio, sportskeeda

20 แข้งเจ้าความเร็วแห่ง " Fifa 15 "

กราบบบบบบ.....สวัสดี พี่ๆเพื่อนๆน้องๆผู้ติดตามเว็บไซต์ "Cheerball" กันทุกท่านนะครับ วันนี้คอลลัมน์ของทางเว็บเราก็ยังคงมีข้อมูลที่น่าสนใจผ่านทาง Update Special Thing เช่นเคย เพียงแต่ครั้งนี้กระผมจะขอเอาใจคอแฟนเกมฟุตบอลด้วยข้อมูลของเหล่าแข้งสุดจี๊ดใน "Fifa 15" กันบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าเหล่านักเตะจะขาด "Pace" หรือ "ค่าความเร็ว" ซึ่งเป็นหนึ่งในอาวุธสำคัญภายในเกมไปไม่ได้เลย แต่จะมีใครที่ครองความเป็นเจ้าความไวบ้างต้องมาติดตามกันเลยครับ!*หมายเหตุ : ข้อมูลที่แนบมาเป็นประวัติคร่าวๆจากเรื่องจริง ไม่ได้ใช้อิงจากเกมนอกจากค่า PACEอันดับที่ 20 : ดีอันเดร เยดลิน (PAC:93/ ซีแอตเทิล ซาวน์เดอร์ส,สหรัฐอเมริกา) หลายคนอาจจะไม่ค่อยรู้จักนักเตะรายนี้กันเสียเท่าไหร่ แต่รับรองได้เลยใครที่ได้ชมศึก ฟุตบอลโลก 2014 ณ แดนแซมบ้า ที่ผ่านมา จะต้องรู้จักผู้เล่นดาวรุ่งรายนี้อย่างแน่นอน ซึ่งความสามารถของเขาก็ทำให้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ คว้าตัวไปร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่เจ้าตัวยังจะต้องรับใช้ ซีแอตเทิล ซาวน์เดอร์ส สโมสรในศึก เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ ต่อไปก่อนอีก 1 ปีเท่านั้นเองอันดับที่ 19 : อบาเฟมี่ มาร์ตินส์ (PAC:93/ ซีแอตเทิล ซาวน์เดอร์ส,ไนจีเรีย) สำหรับอันดับต่อมา ก็ยังคงวนเวียนอยู่ใน เมเจอร์ลีก สหรัฐอเมริกา สำหรับ อบาเฟมี่ มาร์ตินส์ หัวหอกทีมชาติไนจีเรีย ที่ได้ลุยมาแล้วในหลากลีกทั่วยุโรป ซึ่งนอกเหนือจากความรวดเร็วที่มีแล้ว เขายังเป็นผู้เล่นดาวยิงคนหนึ่งของทีมอีกด้วย หลังยิงตาข่ายให้ ซีแอตเทิล ซาวน์เดอร์ส ในซีซั่น 2014 ไปถึง 17 ประตู เรียกได้ว่าแฟนเกมอาจจะสอดส่องสนใจกันเล็กๆเลยนะครับ หุหุอันดับที่ 18 : ลีโอเนล เมสซี่ (PAC:93/ บาร์เซโลน่า, อาร์เจนติน่า) เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่แทบจะไม่มีใครในโลกที่ไม่รู้จักทีเดียว สำหรับ ลีโอเนล เมสซี่ ยอดนักเตะอัจฉริยะที่สามารถพังตาข่ายและช่วยเหลือทีมในด้านต่างๆได้อยู่เสมอ การเคลื่อนไหวของเขาช่วยให้ทีม บาร์เซโลน่า ประสบความสำเร็จมานับไม่ถ้วนและค่าความสามารถของเขาภายในเกม Fifa 15 เองก็ทำให้แฟนเกมหลายท่านคงจะร้อง "ว้าว!" ออกมาดังๆอีกครั้งแน่นอนอันดับ 17 : แชร์วินโญ่ (PAC: 93/ โรม่า, ไอวอรี่โคสต์) แชร์วินโญ่ เป็นผู้เล่นที่หลายคนจะปฏิเสธเรื่องความเร็วกันไม่ได้เลย หลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับ อาแอส โรม่า ในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยการพังตาข่ายไป 9 ประตู ซึ่งความรวดเร็วของเขาก็ทำให้เกมรับของทีมคู่แข่งต้องระสํ่าระส่ายอยู่เสมอ ส่วนในเกมจะแกร่งเท่าของจริงหรือไม่ก็คงต้องตามไปเล่นกันต่อแล้วครับผม!อันดับ 16 : ฮวน กวาดราโด้ (PAC:93/ ฟิออเรนติน่า, โคลอมเบีย) ฮวน กวาดราโด้ นับเป็นหนึ่งในผู้เล่นเนื้อหอมเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังตกเป็นข่าวคราวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างหนักทีเดียว โดย กวาดราโด้ เป็นผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มได้เป็นอย่างดีให้กับ "ม่วงมหากาฬ" ในศึก เซเรีย อา อิตาลี ด้วยการซัดประตูไปถึง 11 ตุงในฤดูกาลก่อนและยังเป็นหนึ่งในตัวหลักของ ทีมชาติโคลอมเบีย ในศึก ฟุตบอลโลก 2014 อีกด้วย เขื่อว่าหลายคนคงไม่พลาดอยากลองใช้งานในเกมกันใช่ไหมล่ะครับ?อันดับ 15: ลูคัส มูร่า (PAC:93/ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, บราซิล) มาถึงดาวรุ่งตัวเก่งจาก ลีก เอิง ฝรั่งเศส กันบ้าง โดย ลูคัส มูร่า ถือเป็นผู้เล่นอนาคตไกลคนสำคัญของ "เปแอสเช" เลยทีเดียว หลังได้รับโอกาสลงสนามอยู่บ่อยครั้งมาตั้งแต่ปี 2012/13 น่าลุ้นมากกว่าอนาคตของเขาจะเติบโตได้มากเท่าใดกันแน่ อันดับ 14: คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (PAC:93/ เรอัล มาดริด,โปรตุเกส) มาถึงคิวของแข้ง บัลลงดอร์ ปีล่าสุดกันบ้าง สำหรับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นับเป็นผู้เล่นที่ไม่ต้องสาธยายถึงฝีเท้าของเขาแต่อย่างใด หลังยังคงถล่มประตูได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ดีตถึงปัจจุบัน นักเตะรายนี้ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่หลายคนอยากครอบครองกันสุดๆ (ยิ่งในเกม Football Manager ผมพยายามอย่างเต็มที่เพื่อคว้าตัวมาครองเลยล่ะ) ด้วยฝีเท้าและชื่อเสียงที่สั่งสมมาก็ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีความสามารถสูงในเกม คงสังเกตได้จากค่าพลังในภาพแล้วนะครับ!อันดับ 13: ราฮีม สเตอร์ลิ่ง (PAC:93/ ลิเวอร์พูล, อังกฤษ) ได้เวลาของแฟน "เดอะ ค็อป" ได้เฮกันบ้าง เพราะ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ก็ติดเป็นหนึ่งในผู้เล่นเจ้าความไวอย่างไม่ต้องสงสัย ฟอร์มการเล่นของเขานับตั้งแต่ซีซั่นที่ผ่านมากับ ลิเวอร์พูล สามารถเรียกเสียงฮือฮาให้กับแฟนบอลอย่างสุดๆ ทั้งการพังสกอร์ ความเร็ว การจ่ายบอล ต่างช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จมาแล้วในหลากหลายเกม ซึ่งฤดูกาลนี้เจ้าตัวก็ยังคงเป็นแข้งความหวังของทีมอีกครั้งเช่นเคยอันดับ 12: อาร์เยน ร็อบเบน (PAC:93/ บาเยิร์น มิวนิค, เนเธอร์แลนด์) เรียกได้ว่าจี๊ดจ๊าดทั้งในเกมและนอกจอจริงๆ สำหรับ อาร์เยน ร็อบเบน ปีกตัวฉกาจของ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งแม้อายุจะปาเข้าไป 30 กะรัตแล้ว แต่ความสามารถของเขาทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติต่างก็ยังดึงดูดความสนใจของเหล่าแฟนบอลได้เป็นอย่างดี ซึ่งนี่คือเหตุผลว่าทำไมเขาจึงเคยโลดแล่นกับทั้ง เชลซี และ เรอัล มาดริด มาด้วยแล้วนั่นเอง นับเป็นผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จในการคว้าถ้วยรางวัลมามากมายอีกด้วยอันดับ 11: เอ็นนัมดี้ โอดูอามาดี้ (PAC:94/ โครโทน, ไนจีเรีย) สำหรับศูนย์หน้าอนาคตไกลรายนี้หลายคนอาจจะไม่ค่อยรู้จักกันสักเท่าไหร่ เพราะเขามักจะถูกปล่อยออกจาก เอซี มิลาน ไปให้กับต้นสังกัดอื่นยืมตัวอยู่บ่อยครั้ง แต่การเล่นรับใช้ ทีมชาติไนจีเรีย ในศึก คอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ 2013 ก็ทำให้เขามีการแจ้งเกิดได้ในระดับหนึ่งทีเดียว หลังสามารถพังแฮทริกใส่ ตาฮิติ มาได้สำเร็จ ซึ่งก็ต้องมาลุ้นกันว่าภายในเกมจะแข็งแกร่งเช่นกันหรือไม่อันดับ10: เรียว มิยาอิชิ (PAC:94/ ทเวนเต้, ญี่ปุ่น) รอบนี้แฟนบอลเอเชียคงจะดีใจไม่น้อย ที่ดาวรุ่งอย่าง เรียว มิยาอิชิ มิดฟิลด์อนาคตไกลของ อาร์เซน่อล ที่ถูกปล่อยยืมตัวให้กับ ทเวนเต้ มีชื่อติดเป็นเจ้าความเร็วในเกมนี้ด้วย สำหรับผลงานของเจ้าตัวในวงการลูกหนังยุโรปยังไม่ค่อยชี้ชัดให้เห็นนัก ค่าพลังโดยรวมจากภาพก็แสดงให้เห็นว่ายังไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร แต่ก็คงต้องขึ้นอยู่กับทุกท่านแล้วว่าจะปั้นขึ้นแค่ไหนกัน!!อันดับ 9: เคคูต้า มานเนห์ (PAC: 94/ ไวท์แคปส์, แกมเบีย) อีกหนึ่งผู้เล่นจาก เมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ ที่หลายคนไม่น่าจะรู้จักกันมากนัก เพราะทั้ง ทีมชาติสหรัฐอเมริกา ก็ยังไม่เคยติดมาก่อนและยังไม่ค่อยเป็นที่สนใจจากแฟนบอลลีกยุโรปอีกด้วย แต่ข้อมูลภายในทีมเขากลับได้รับโอกาสลงเล่นอยู่บ่อยครั้ง ราวกับเป็นอะไหล่ชั้นดีให้กับสโมสร แถมได้ยิงไป 4 ประตูก็ทำให้เกิดความน่าสนใจในตัวของเขาเช่นเดียวกันอันดับ 8: ฟาฮัด อัล มูวัลลาด (PAC: 94/ อัล อิติฮัด, ซาอุดิ อราเบีย) ฟาฮัด อัล มูวัลลาด เป็นนักเตะดาวรุ่งจากตะวันออกที่เล่นให้กับ อัล อิติฮัด เขาลงสนามรับใช้ ทีมชาติซาอุดิ อราเบีย มาแล้วทั้งในรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี และในทีมชุดใหญ่ ความสามารถของเขาช่วยทีมได้ดี แต่ในเกมจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ก็คงต้องมาลองเล่นกันครับอันดับ 7: เซดริก มับวาติ (PAC: 94/ โอซาซูน่า, คองโก) เซดริก มับวาติ ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่โลดแล่นในแดนกระทิงดุมานานพอสมควร หลังรับใช้ทั้ง นูมานเซีย ใน เซกุนด้า สเปน มาก่อนระหว่างปี 2010-2013 ก่อนที่จะได้รับโอกาสลงเล่นใน ลา ลีกา เป็นเวลา 1 ซีซั่นกับ เรอัล เบติส เมื่อช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่เมื่อ เบติส ตกชั้นไปก็ทำให้เขาย้ายไปโลดแล่นกับ โอซาซูน่า ใน เซกุนด้า แทนที่อันดับ 6: แกเร็ธ เบล (PAC: 94/ เรอัล มาดริด, เวลส์) คงจะปฏิเสธไม่ได้จริงๆทั้งในเรื่องความสามารถและความเร็วของ แกเร็ธ เบล เขาได้ย้ายซบถิ่น ซานเตียโก เบร์นาเบว ด้วยค่าตัวสูงถึง 80 ล้านปอนด์ ซึ่งก็ตอบแทนต้นสังกัดได้เป็นอย่างดีด้วยการยิงไปถึง 15 ประตูในซีซั่นก่อน ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญที่เคียงคู่ โรนัลโด้ ได้ดีทีเดียวอันดับ 5: โดมินิก โอดูโร่ (PAC: 95/ โตรอนโต้ เอฟซี, กาน่า) และแล้วก็มาถึง Top5 กับเหล่าผู้เล่นเจ้าความเร็วของ Fifa 15 กันแล้ว สำหรับรายนี้เป็นคิวของ โดมินิก โอดูโร่ หนึ่งในผู้เล่นมากประสบการณ์ประจำเวที เมเจอร์ลีก ซ็อคเกอร์ เข้าเริ่มเล่นให้กับ ดอลลาส ครั้งแรกในปี 2006 ก่อนที่จะย้ายสโมสรมาเจอทั้ง นิวยอร์ก เร้ดส์บูลล์ส, ฮุสตัน ดินาโม, ชิคาโก้ ไฟร์, โคลัมบัส ครูว์ และ โตรอนโต้ ตามลำดับ ส่งผลให้ผลให้กลายเป็นหนึ่งผู้เล่นที่สำคัญของแดนลุงแซมไปเสียแล้ว ซึ่งการที่มีความเร็วถึง 95 ก็น่าจะทำให้หลายคนต่างให้ความสนใจกันมากทีเดียวอันดับ 4: ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง (PAC: 95/ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, กาบ็อง) ถัดมาเป็นหัวหอกเจ้าความเร็วอีกรายที่เห็นได้ชัดเจนในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน หรือที่บางคนเรียกว่า "ไอ้หน้ากากแมงมุม" เขาทำผลงานได้ดีมาตั้งแต่รับใช้ แซงต์-เอเตียน ระหว่างปี 2011 จนถึงปี 2012 ก่อนที่จะได้ย้ายซบ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในช่วงซีซั่นที่ผ่านมา ซึ่งความสามารถของเขาเองก็ช่วยต้นสังกัดปัจจุบันพังตาข่ายไปได้แล้วถึง 13 ประตูในเกมลีกปีก่อนอีกด้วยอันดับ 3: โจนาธาน เบียเบียนี่ (PAC: 96/ ปาร์ม่า, ฝรั่งเศส) หนึ่งในอดีตผู้เล่นของ อินเตอร์ มิลาน ทีผ่านร้อนผ่านหนาวในลีกแดนพาสต้ามาอย่างยาวนาน ซึ่งปัจจุบันก็กลายมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของ ปาร์ม่า ไปแล้ว หลังจากรับใช้สโมสรมานานถึง 3 ซีซั่น ซึ่งล่าสุดความสามารถของเขายังไปเตะตา เอซี มิลาน เข้าให้และเกือบจะได้เป็นผู้เลนใหม่ของ "ปีศาจแดงดำ" ไปแล้ว แต่น่าเสียดายที่ดีลกลับล่มกลางคันเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมานั่นเองอันดับ 2: ธีโอ วัลคอตต์ (PAC: 96/ อาร์เซน่อล, อังกฤษ) นับเป็นข่าวดีของแฟน "ปืนโต" ทีเดียว ที่มีนักเตะถึงสองรายมีรายชื่อเป็นแข้งเจ้าความเร็วแถมยังตอด Top5 ใน Fifa 15 ความสามารถของเขาก็คงไม่จำเป็นต้องสาธยายให้มากความ เชื่อว่าหลายคนคงจะชอบเขาเป็นการส่วนตัวกันอยู่แล้ว แถมด้วยความเร็วระดับ PACE 96 ก็คงปฏิเสธไม่ได้ที่หลายคนคงอยากจะดึงเข้ามาร่วมทีมกันครับอันดับ 1: มาธิส โบลลี่ (PAC: 97/ ฟอร์ตูน่า ดุสเซลดอร์ฟ, ไอวอรี่ โคสต์) และแล้วก็มาถึงเจ้าความเร็วอันดับ 1 ของ Fifa 15 กันเสียที สำหรับ มาธิส โบลลี่ แข้งอนาคตไกล ทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ แน่นอนว่าหลายคนสงสัยว่า "มันเจ้าความเร็วยังไงวะ?" เพราะหลายคนต่างคงไม่เคยเห็นผลงาน ผมจึงนำคลิปมาทดแทนคำตอบครับ! จบกันไปแล้วกับ 20 ผู้เล่นเจ้าความไวของ "Fifa 15" เชื่อว่าหลายคนคงจะนำมาวิเคราะห์ปรับปรุงทีมของตัวเองกันอย่างแน่นอนว่าจะเลือกซื้อใครมาเสริมทีมบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม....ความเร็วไม่ใช่ปัจจัยเดียวของชัยชนะ แต่มันยังอยู่กับค่าพลังต่างๆของนักเตะและแทคติกที่คุณวางกันอีกด้วย ฉะนั้นขอให้สิ่งนี้เป็นเพียงหนึ่งในตัวช่วยของทุกท่านก็แล้วกัน สำหรับฉบับหน้าจะมีแซม Football Manager 2015 หรือ PES 15 เข้ามาเสริมกันหรือเปล่า? เอาไว้จะมาบอกกล่าวให้ทราบกันนะครับ!Credit Pic/Clip : Youtube, EA Sport

10 เรื่องราวที่คุณอาจยังไม่รู้กับ อองรี

ชื่อของ เธียร์รี่ อองรี ถูกจารึกไว้กับ อาร์เซน่อล ในฐานะอีกหนึ่งนักเตะระดับตำนานของ "ปืนใหญ่" ด้วยรูปปลั้นอันเด่นตะง่าหน้าสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม จากผลงานยอดเยี่ยมตลอด 9 ปีกับการล่าตาข่ายในมหานครลอนดอน พร้อม 228 ประตู แน่นอนว่านอกจากเขาจะเป็นผู้เขียนหน้าประวัติศาสตร์ให้กับ "เดอะ กันเนอร์ส" แล้ว อองรี ยังเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกด้วย และนี้คือ 10 เรื่องราวเกี่ยวกับ เธียร์รี่ อองรี ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้ซึ่งทีมงาน CHEERBALL.com นำมาฝากกันในวันนี้ 1.เซ็นสัญญากับอาร์เซน่อล หลังพบกับเวนเกอร์โดยบังเอิญ อองรี ยอมรับด้วยตัวเองในการเซ็นสัญญากับ อาร์เซน่อล หลังจากที่เขาได้พบกับ เวนเกอร์ ผู้ซึ่งเป็นผู้จัดการทีมของเขาในสมัยเล่นกับ โมนาโก (1992–1999) บนเที่ยวบินจากเมืองตูรินมุ่งหน้าสู่กรุงปารีส ตำนานทีมชาติฝรั่งเศสพูดถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นในภายหลังว่า "บางครั้ง โชคชะตาก็เล่นตลกกับเรา หลังเกบกับ ยูเวนตุส ช่วงจบฤดูกาล ผมเดินทางกลับไปยังกรุงปารีส และผู้ซึ่งอยู่บนเครื่องบินเขาคือ บอส (อาร์แซน เวนเกอร์) อยู่บนเครื่องบิน นั่นคือเมื่อผมบอกกับเขาว่าผมอยากย้ายไปอยู่กับ อาร์เซน่อล" 2.คือคนแรกที่ทำประตูได้ในเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ย้านกลับไปในปี 2006 อองรี เป็นนักเตะคนแรกที่ซัดประตูได้ในสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม โดยอดีตกองหน้าทัพ "ตราไก่" ผลิตสกอร์ให้ "เดอะ กันเนอร์ส" ระหว่างเกมกับ อาแจ็กซ์ ซึ่งเป็นแมตช์เทสติโมเนี่ยลของ เดนนิส เบิร์กแคมป์ ตำนานหัวหอกชาวดัตช์ โดยจบเกมเจ้าบ้านเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 2-1 3.แฟนพันธุ์แท้บาสเกตบอล อดีตทีมชาติฝรั่งเศสชื่นชอบบาสเกตบอล และใช้เวลาว่างของเขากับบาสเกตบอลเอ็นบีเอ เขาเป็นเพื่อนกับยอดนักยัดห่วงชาวฝรั่งเศส โทนี่ ปาร์คเกอร์ การ์ดจาก ซาน อันโตนิโอ สเปอร์ส และอีกหนึ่งในนักบาสเกตบอลที่เขาชื่นชอบคือ อัลเลน ไอเวอร์สัน อดีตผู้เล่น ฟิลาเดลเฟีย เซเว่นตี้ซิกเซอร์ส 4.รักเพลงแร็ป ทุกคนชื่นชอบเพลงแร็ป และ อองรี เองก็ไม่ต่างกัน เขารักที่จะฟังเพลงแร็ปก่อนเกมการแข่งขัน และนักร้องที่เขาชื่นชอบมีทั้ง Snoop Dogg, Dr.Dre, Wu-Tang Klan and Xzibit 5.อองรี พูดได้หลายภาษา อีกหนึ่งความสามารถนอกจากการล่าตาข่ายของอดีตศูนย์หน้าทัพ "เลส์ เบลอส์" คือเขาสามารถพูดได้หลาหลายภาษา และสามารถพูดได้อย่างคล่องแคล่วทั้ง ฝรั่งเศส, อิตาเลียน และ อังกฤษ 6.ไม่มีปัญหาเรื่องการไดเอท นักฟุตบอลอาชีพส่วนใหญ่จะต้องเข้มงวดเรื่องการรับประทานอาหาร แต่ไม่ใช่กับผู้เล่นอย่าง อองรี ที่ชื่นชอบการกินทั้ง อาหารทะเลแคริบเบียน, ถั่วต่างๆ, ข้าว และไก่ ซึ่งนั่นน่าแปลกใจที่ไม่มีอาหารฝรั่งเศสเลย 7.เกิดวันเดียวกับกัลลาส อองรี เกิดในวันที่ 17 สิงหาคม 1977 ซึ่งเป็นวันเดียวกับอดีตเพื่อนร่วมทีมชาติฝรั่งเศส และ อาร์เซน่อล วิลเลียม กัลลาส 8.ช่วงเหลือองค์กรการกุศล อองรี ทำงานทางสังคมมากมายไม่ว่าจะเป็นกับ Cystic Fibrosis Foundation, UNICEF และ Elton John AIDS Foundation นอกจากนี้ยังมีองค์การกุศลของตัวเองในชื่อว่าว่า One 4 All ซึ่งมูลนิธิที่จะช่วยเหลือต่อสู้สำหรับการเหยียดสีผิว พร้อมให้การสนับสนุนแก่เด็กด้อยโอกาส 9.คอภาพยนตร์ อดีตกองหน้า บาร์เซโลน่า ใช้วเลาพักผ่อนกับชมภาพยนตร์ ซึ่งหนังเรื่องโปรดของเขาคือหนงอัตชีวประวัติของ แอนโธนี่ ฟิเชอร์ นำแสดงโดย เดนซิล วอชิงตัน และหนังแนวอาชญากรรมคือ The Usual Suspects ที่นำแสดงโดย สตีเฟ่น บอลด์วิน กับ เควิน สเปซี่ย์ 10.เรื่องศาสนาอิสลาม หลายคนเชื่อว่า อองรี เป็นผู้นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งตัวเขาเองไม่เคยเปิดเผยถึงเรื่องนี้เลยแต่อย่างใด อดีตเพื่อนร่วมทีใของเขาทั้ง นิโคล่าส์ อเนลก้า และ ฟร้องค์ ริเบรี่ ก็ต่างนับถือศาสนาอิสลาม และสำหรับเขาแล้วแน่นอนว่าหัวของเขาเองก็มีพื้นที่เพื่ออิสลามเช่นกันpic : zimbio, sportskeeda

ทำความรู้จักกับ 6 แข้งใหม่ พร้อมหน้าที่พา "ปีศาจแดง" กลับฝั่งฝัน

สวัสดีทุกท่านอีกครั้งครับ พบกันกับช่วง "Update Special Thing" วันนี้อาจจะแปลกจากเดิมกับเรื่องน่ารู้ต่างๆของเหล่าผู้เล่นชั้นนำจากทั่วโลกเล็กน้อย เพราะผมจะพาทุกท่านมารู้จักกับ " 6 ขุมกำลังใหม่แห่งทัพ ปีศาจแดง " หลัง หลุยส์ ฟาน กัล ยอมทุ่มงบประมาณมากกว่า 150 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าเข้ามาเสริมทัพ มาดูกันดีกว่าครับว่าพวกเขาเป็นที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง มาติดตามกันได้เลยครับ!1. ลุค ชอว์ (แบ็กซ้าย,อังกฤษ อายุ 19 ปี) ขอเริ่มแรกกับ ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายอนาคตไกลที่ทำผลงานให้กับ เซาแธมป์ตัน ได้อย่างดีเยี่ยมในช่วงฤดูกาลก่อน เป็นที่แน่นอนว่าเขาย้ายมาเข้าร่วมทัพ "ปีศาจแดง" ในฐานะตัวแทนของ ปาทริซ เอวร่า หนึ่งในแข้งมากประสบการณ์ที่ย้ายซบ ยูเวนตุส ในช่วงซีซั่นนี้ โดยมีค่าตัวสูงถึงราว 33 ล้านปอนด์ เลยทีเดียว ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นหนุ่มน้อยที่มีราคาสูงลิ่วคนหนึ่งในเกาะอังกฤษ ต้องมาตามลุ้นกันว่าเขาจะผงาดฟอร์มได้เข้ากับถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ได้ดีเพียงใด หลังยังไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากนัก เนื่องจากปัญหาสภาพความฟิตด้วยนั่นเอง2. มาร์กอส โรโฮ (กองหลัง/แบ็กซ้าย, อาร์เจนติน่า อายุ 24ปี) สำหรับคนที่สอง ยังคงตามมาด้วยหนึ่งในแผงรับตัวใหม่อย่าง มาร์กอส โรโฮ ที่คว้ามาจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน ด้วยค่าตัวสูงถึง 16 ล้านปอนด์ แถมยังต้องปล่อยยืม หลุยส์ นานี่ ปีกชาวโปรตุกีส กลับถิ่นเก่าในลีกฝอยทองอีกด้วย โดยกองหลังชาวอาร์เจนไตน์ แม้จะยังโชว์ฟอร์มให้กับ "เร้ด เดวิลส์" ได้ไม่ดีนัก แต่กับทัพ "ฟ้าขาว" ในศึก ฟุตบอลโลก 2014 ณ แดนแซมบ้า เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมากลับโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ส่งผลให้ หลุยส์ ฟาน กัล รู้สึกเตะตาตรึงใจไปกับฟอร์มการเล่นดังกล่าวเป็นอย่างยิ่งและหมายมั่นที่จะคว้าตัวมาให้ได้นั่นเอง กระนั้นทางด้าน "ปีศาจแดง" ก็คงต้องหายใจเฮือกกันเสียหน่อย เนื่องจากนักเตะรายนี้ค่อนข้างจะอารมณ์ร้อนเกินไปอย่างเห็นได้ชัด หลังสองซีซั่นที่ผ่านมาฟาดใบเหลืองไปมากถึง 18 ใบเลยทีเดียว3. ดาลีย์ บลินด์ (กองกลางตัวรับ, เนเธอร์แลนด์ อายุ 24 ปี) นับเป็นอีกหนึ่งแข้งสารพัดประโยชน์ที่แสนโปรดปรานของ หลุยส์ ฟาน กัล ก็ว่าได้ หลังทั้งสองคนต่างเคยทำงานร่วมกันมาก่อนใน ทีมชาติฮอลแลนด์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ทีผ่่านมา ซึ่ง บลินด์ ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นสารพัดตำแหน่งของทีมทีเดียว เนื่องจากสามารถเล่นได้ทั้งกองกลางตัวรับและแผงกองหลัง ส่งผลให้ทดแทนในหลากตำแหน่งที่ขาดไปได้อย่างชัดเจน ถือได้ว่าค่าตัวราว 14 ล้านปอนด์ก็สมเหตุสมผลกับประโยชน์ที่ได้รับอย่างเห็นได้ชัด เพราะในเกมพบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ แมนฯ ยูฯ ชนะมาได้ 2-1 ก็มีเขานี่แหละที่ทำผลงานได้ดีด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งก็คงต้องตามลุ้นกันต่อว่าจะยึดตำแหน่งตัวจริงในปีนี้ได้ทั้งซีซั่นหรือไม่4. อันเดร เอร์เรร่า (มิดฟิลด์, สเปน อายุ 25 ปี) สำหรับ อันเดร เอร์เรร่า นับเป็นมิดฟิลด์ที่ได้รับการจับตามองจาก "ปีศาจแดง" มาตั้งแต่ยุคของ เดวิด มอยส์ เมื่อช่วงซีซั่นที่ผ่านมา ด้วยค่าตัวราว 29 ล้านปอนด์ หลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับ แอธเลติก บิลเบา มาตลอด 3 ฤดูกาล ซึ่งในเกมพรีซีซั่น เขาก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมอีกครั้งด้วยการจ่ายบอลอย่างสวยงามในเกมพบ แอลเอ กาแล็กซี่ แถมในช่วงต้นฤดูกาลทีผ่านมาก็ยิงไปแล้วอีก 2 ประตู ถือเป็นกองกำลังใหม่ในแดนกลางที่ หลุยส์ ฟาน กัล จะไม่รู้สึกผิดพลาดที่คว้าตัวมาอย่างแน่นอน 5. อังเคล ดิ มาเรีย (ปีก/มิดฟิลด์ อาร์เจนติน่า อายุ 26 ปี) กลายเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของการซื้อขายช่วงซัมเมอร์ 2014 เลยทีเดียว หลัง เรอัล มาดริด ยอมปล่อยแข้งตัวเก่งอย่าง อังเคล ดิ มาเรีย ย้ายมาร่วมทัพ "ปีศาจแดง" ด้วยค่าตัวสูงถึงราว 59.7 ล้านปอนด์ ทุบสถิติค่าตัวแพงที่สุดในเกาะอังกฤษ ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากย์วิจารณ์ต่อการใช้เงินอย่างสุดๆในซีซั่นนี้ หลังนักเตะรายดังกล่าวเริ่มรู้สึกไม่มั่นคงนักกับตำแหน่งตัวจริง เนื่องจาก "ราชันชุดขาว" คว้าทั้ง โทนี่ โครส และ ฮาเมส โรดริเกซ มาเสริมทัพ กระนั้นเจ้าตัวก็ไม่ทำให้แฟนบอลรู้สึกเสียดายเงินแต่อย่างใด หลังได้ลงเล่น 4 นัด สามารถทำไปได้ 2 ประตู แถมยังสร้างแอสซิสต์ให้กับทีมได้อีกจนขึ้นมาเป็นแข้งตัวหลักของทีมได้โดยปริยาย งานนี้จะคุ้มไม่คุ้มก็คงต้องรอดูจบซีซั่นกันแล้วครับ ว่าเขาจะพา "เร้ด เดวิลส์" ไปจบลงตำแหน่งท็อปโฟร์ที่หวังกันไว้ได้หรือเปล่า 6. ราดาเมล ฟัลเกา (ศูนย์หน้า, โคลอมเบีย อายุ 28 ปี) ราดาเมล ฟัลเกา กลายเป็นความเซอร์ไพรส์ของวงการลูกหนังเลยทีเดียว หลังเจ้าตัวได้ตัดสินใจเลือกซบถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยสัญญายืมตัวช่วงซีซั่นนี้ในโค้งสุดท้ายของตลาดซื้อขายซัมเมอร์ที่ผ่านมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตกเป็นข่าวกับทั้ง เรอัล มาดริด, ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาโดยตลอด สำหรับหัวหอกชาวโคลอมเบียน แม้จะไม่สามารถทำผลงานได้ดีนักกับ โมนาโก ในช่วงซีซั่นที่ผ่านมา เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บรบกวน แต่ในเกมการเล่นให้ แอตเลติโก มาดริด ตลอด 2 ซีซั่น กับทำสกอร์ใน ลา ลีกา ได้มากถึง 52 ประตู ถือเป็นหัวหอกที่อันตรายของทีมอย่างแท้จริง ซึ่งที่เหลือก็ต้องมาตามลุ้นว่าจะระเบิดฟอร์มให้กับ "ปีศาจแดง" ได้ต่อไปหรือไม่ เพราะ 3 เกมที่ผ่านมายังไม่สามารถยิงประตูแรกของเขาได้เลย คงได้ทราบกันไปแล้วกับเรื่องน่ารู้เล็กน้อยของผู้เล่นใหม่แต่ละรายแห่งทัพ "ปีศาจแดง" สำหรับยุคเปลี่ยนถ่ายสายเลือดจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มาถึง เดวิด มอยส์ จนถึงยุค หลุยส์ ฟาน กัล ทุกท่านคงจะได้เห็นอะไรหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปมาก ซึ่งก็รวมถึงนโยบายการใช้เงินที่ค่อนข้างเหลือเชื่อและแผนการเล่นที่ยังไม่แน่นอนนัก ต้องมาดูกันว่าการทุ่มเม็ดเงินไปมหาศาลจะตอบแทนพวกเขาได้หรือไม่ จบซีซั่นนี้คงได้ลุ้นกันแน่นอนครับ!Credit Pic : Getty Image, Man U, Skysports

10 ความมหัศจรรย์กับนายด่านมือ 1 ของโลก มานูเอล นอยเออร์

แน่นอนว่าอีกหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างมากในวงการฟุตบอลยุคปัจจุบันทั้งระดับสโมสร และทีมชาติต้องมีชื่อของ มานูเอล นอยเออร์ นายด่านมือ 1 ของ บาเยิร์นตบอลฌ มิวนิค และทีมชาติเยอรมัน จากความสำเร็บแบบเป็นกอบเป็นกำกับ "เสือใต้" และล่าสุดการันตีด้วยตำแหน่งแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 กับทัพ "อินทรีเหล็ก" อีกทั้งยังพ่วงด้วยรางวัลส่วนตัวตำแหน่งถุงมือทองคำจากทัวร์นาเมนต์ในประเทศบราซิล และวันนี้เรามาทำความรู้จักกับ นอยเออร์ กันให้มากขึ้นกว่านี้อีกกับ 10 ความมหัศจรรย์ที่คุณอาจยังไม่รู้ของมือ 1 ของโลกคนนี้ 1.ฟุตบอลคือชีวิตของ นอยเออร์ มานูเอล นอยเออร์ คือผู้ที่หลงรักในเกมฟุตบอลย่างแท้จริง เขาเริ่มต้นเตะฟุตบอลครั้งแรกในขณะอายุได้เพียง 2 ขวบเท่านั้น และให้เวลากับชีวิตตั้งแต่ตอนนั้นในการเล่นฟุตบอลกับน้องชายของเขา มาร์เซล โดยแมตช์การแข่งขันฟุตบอลเกมแรกของเขาเกิดขึ้นด้วยวัย 4 ปี 341 วัน 2.ความหลงไหลเสียงเพลงของ นอยเออร์ นอยเออร์ ก็เหมือนพวกเราทุกคนคือเขารักเสียงเพลง และมักจะอัพเดตเพลงฮิตในไอพอดของเขาเสมอ เขาเป็นสาวกของ U2 วงดนตรีชื่อดังจากอังกฤษ และนอกจากนี้เขายังชื่นชอบเพลง "No Games" ของ Serani อีกด้วย 3.เลห์มัน ไอดอลของ นอยเออร์ ผู้รักษาประตูซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของชาวดอยช์อาจเป็น โบโด อิลก์เนอร์ และ โอลิเวอร์ คาห์น แต่กับ นอยเออร์ และนายด่านที่เขานับถือมาตลอดคืออดีตนายประตู อาร์เซน่อล แยนส์ เลห์มัน เขายกย่องให้ เลห์มัน เป็นผู้รักษาประตูที่ยิ่งใหญ่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยทีเดียว 4.ผู้ทำลายสถิติของ คาห์น ทุกคนต่างรู้ดีว่า นอยเออร์ เป็นผู้รักษาประตูซึ่งมีพรสวรรค์เป็นอย่างมาก แต่อาจยังไม่รู้ว่าความสามารถของเขาหนึ่งในนั้นคือ การเฝ้าเสากับ บาเยิร์น มิวนิค ช่วง 2-3 สัปดาห์แรก เขาไม่เสียประตู 1,000 นาทีกับ "เสือใต้" ซึ่งเป็นการทำลายสถิติของ โอลิเวอร์ คาห์น นายด่านระดับตำนานของยอดทีมแคว้นบาวาเรีย 5.ความพิถีพิถันเรื่องทรงผมของ นอยเออร์ นอยเออร์ ดูแลทรงผมของตัวเองเป็นอย่างดีมากๆ ซึ่งผมของเขาต้องตัดออกทุกๆเดือน ดังนั้นไม่ว่าจะเห็นผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมันคนนี้เมื่อไรทรงผมของเขาจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง 6.ความชอบอาหารอิตาเลียนของ นอยเออร์ นักฟุบอลส่วนมากจะเข้มงวดเรื่องการควบคุมอาหารเป็นอย่างมาก แต่นั้นไม่ใช่กับ นอยเออร์ แม้จะเป็นคนดอยช์ แต่เขาชื่นชอบอาหารอิตาเลียน และมักจะเลือกกินพิซซ่า, พาสต้า และอาหารอิตาเลียนรสชาติอื่นๆ 7.นอยเออร์ นักกีฬาตัวจริง ฟุตบอลไม่ใช่กีฬาเพียงอย่างเดียวที่ นออเออร์ ชื่นชอบ ผู้รักษาประตูวัย 28 ปียังรักการเล่นสกี และเทนนิสเป็นอย่างมากอีกด้วย ซึ่งเขาได้รับการฝึกฝนทั้งสองชนิดกีฬาจนเขาอายุถึง 14 ปี และเขาก็ชื่นชอบ บอริส เบ็คเกอร์ นักเทนนิสชาวเยอรมัน อดีตมือวางอันดับหนึ่งของโลก นอกจากนี้แบนด์กีฬาที่เขาชื่นชอบก็คือ อดิดาส 8.น้องชายของ นอยเออร์ เป็นกรรมการ นอยเออร์ จะต้องได้รับการคุ้มครองเป็นอย่างมากจากผู้ตัดสิน ถ้าเขาได้เล่นฟุตบอลกับน้องชายของเขา มาร์เซล ซึ่งเป็นผู้ตัดสินในวงการฟุตบอลเยอรมันของเวอร์แบนด์ลีกา ลีกระดับดิวิชั่น 6 ของฟุตบอลอาชีพเยอรมัน 9.ความรักรถของ นอยเออร์ ความชื่นชอบมากที่สุดของคนเยอรมันคงหนีไม่พ้นเรื่องรถยนต์ เช่นเดียวกับ นอยเออร์ เองก็เป็นผู้คลั่งไคล้รถยนต์ไม่แพ้กัน แน่นอนคุณต้องคิดว่าผู้รักษาประตูทัพ "อินทรีเหล็ก" เป็นนักฟุตบอลที่จะต้องมีรถสปอร์ตสุดหรูหรา แต่เขากลับขับ โฟล์คสวาเก้น จีทีไอ กอล์ฟ (รถยนต์ขนาเล็ก) นั่นแสดงให้เห็นถึงความเรียบง่ายแบบสุดๆ 10.อีกหนึ่งนักฟุตบอลรักการกุศล นอยเออร์ อีกหนึ่งนักฟุตบอลที่มีความโอบอ้อมอารี และเขาชอบที่จะบริจาคเงินก้อนใหญ่เพื่อการกุศล เขายังเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิ "Manuel Neuer Kids Foundation" เพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสในภูมิภาครูห์ร (ทางตะวันตกของเยอรมัน) นอกจากนี้มูลนิธินี้ยังช่วยบริจาคอุปกรณ์กีฬาให้กับบรรดานักกีฬารุ่นใหม่ที่ไม่สามารถซื้ออุปกรณ์กีฬาด้วยตัวเองได้อีกด้วยpic : zimbio, sportskeeda

14 เรื่องน่าสนใจกับหนุ่มสุดจี๊ด อังเคล ดิ มาเรีย

ชั่วโมงนี้ถ้าจะบอกว่า อังเคล ดิ มาเรีย ปีกตัวใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นหนึ่งในยอดแข้งที่จำต้องถูกจับตามองอย่างหนักก็คงไม่โอเวอร์จนเกินไป หลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับทัพ "ปีศาจแดง" มาแล้วถึง 2 เกมติดต่อกัน ซึ่งเกมล่าสุดในแมทช์พบ ควีน พาร์ค เรนเจอร์ส ยังถือเป็นปัจจัยสำคัญที่พาทีมชนะถึง 4-0 มาแล้วอีกด้วย งานนี้จะมี 14 สิ่งใดบ้างที่น่าสนใจ มารับชมกันได้เลยครับ....1. ลูกเต้าเหล่าใคร? สำหรับ อังเคล ฟาเบียน ดิ มาเรีย เอร์นานเดซ (อังเคล ดิ มาเรีย) เป็นลูกของ มิเกล และ ดิอาน่า โดยเกิดในเมือง โรซาริโอ ประเทษอาร์เจนติน่า ได้เข้าร่วมกับสโมสร โรซาริโอ เซ็นทรัล เป็นครั้งแรกในปี 1995 ด้วยวัยเพียง 7 ปีเท่านั้น โดยถูกแลกด้วยลูกบอล 35 ลูกเป็นการตอบแทน2. ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น! สำหรัล มิเกล หรือคุณพ่อของ ดิ มาเรีย ก็เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลเช่นเดียวกัน แต่แล้วความฝันของเขาก็ต้องสลายลงไป หลังมีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าอย่างรุนแรงก่อนการเปิดตัว ก่อนที่จะเข้าไปทำงานในเหมืองถ่านมานานถึง 16 ปี พร้อมด้วยค่าแรงเพียงเล็กน้อยและพักกับพี่สาวอีกสองคน ทางด้านของ อังเคล เองจึงคิดว่าการเล่นฟุตบอลจะเป็นโอกาสในชีวิตที่ดีกว่า3.ฉายานี้ได้แต่ใดมา? อังเคล ดิ มาเรีย มีฉายาว่า 'ฟิเดโอ' หรือซึ่งนั่นก็คิอ 'เส้นก๋วยเตี๋ยว' ที่ได้ชื่อนี้มานั้นก็เนื่องมาจากลักษณะที่ผอมแห้งของเขานั่นเอง4.ไอดอลที่ชอบล่ะ? เมื่อยังเด็กไอดอลของ อังเคล ดิ มาเรีย ก็คือ คิลี่ กอนซาเรซ อดีตแข้งดังขาง บาเลนเซีย และ อินเตอร์ มิลาน นั่นเอง เขาลงเล่นรับใช้ ทีมชาติอาร์เจนติน่า มา 56 เกมและถนัดเท้าซ้ายเช่นเดียวกัน ซึ่ง ดิ มาเรีย ได้เคยดู กอนซาเลซ เล่นให้ โรซาริโอ เซ็นทรัล มาก่อนในปี 1995 ก่อนที่ทั้งสองคนจะกลายมาเป็นเพื่อนร่วมทีมในสมัยที่ปีกของ "ปีศาจแดง" คนปัจจุบันจะก้าวเข้าสู่ชุดใหญ่เมื่อวัย 17 ปีนั่นเอง5.เริ่มประสบการณ์แบบฉบับมืออาชีพ! อังเคล ได้ลงเล่นรับใช้ โรซาริโอ เซ็นทรัล ในทีมชุดใหญ่เป็นเวลา 2 ปี ก่อนที่จะย้ายไปเข้าไปเล่นให้ เบนฟิก้า สโมสรดังแดน ยุโรป ในปี 2007 และย้ายไปยัง เรอัล มาดริด อีกครั้งในปี 2010 จนกระทั่งสุดท้ายก็ได้ย้ายมาอยู่ร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวเป็นประวัติการณ์ราว 75 ล้านยูโรนั่นเอง ซึ่งในสมัยที่ค้าแข้งให้กับ "ราชันชุดขาว" ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมใน ลา ลีกา สเปน ด้วยการลงสนาม 124 นัด พังตาข่ายไปได้ 22 ประตู6. ว่าด้วยเรื่องของ "รอยสัก!" เช่นเดียวกับนักฟุตบอลคนอื่นๆที่มีความกระตือรือร้นอยากมีรอยสักเป็นของตัวเอง ก่อนที่จะย้ายออกจาก เบนฟิก้า เขาและเพื่ออีก 6 คนได้สักไปที่แขนซ้ายว่า "การเกิดที่ เอล เปร์ดริเอล คือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตแล้ว" ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่น่าขันเล้กๆ เพราะ ดิ มาเรีย และ เพื่อนๆของเขา ยังคงเป็นวัยรุ่นอยู่มากในเวลานั้น ส่งผลให้ต้องมีผู้ปกครองมาเซ็นยินยอมต่อการสักลายเลยทีเดียว7. การเริ่มต้นชีวิตกับ เรอัล มาดริด !! ในช่วงเดือนมิถุนายน 2010 อังเคล ดิ มาเรีย ได้ตกลงเซ็นสัญญานาน 5 ปี กับบสโมสร เรอัล มาดริด พร้อมด้วยค่าตัวราว 25 ล้านยูโร ก่อนที่จะโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการซัดสกอร์ในเกมพบ ปาเนรัล ส่งผลให้ต้นสังกัดเอาชนะไปได้ 2-0และยังพังสกอร์ใน ลา ลีกา เป็นครั้งแรกได้สำเร็จในเกมพบ เรอัล โซเซียดาด ช่วงเดือนกันยายนอีกด้วย8. นอกจากสโมสรแล้ว ทีมชาติ ล่ะเป็นอย่างไร? อังเคล ดิ มาเรีย นับเป็นหนึ่งในแข้งหลักของทัพ "ฟ้าขาว" ยุคปัจจุบันก็ว่าได้ หลังล่าสุดลงสนามไปแล้ว 59 นัดจากทุกรายการ สามารถพังตาข่ายไปได้ทั้งสิ้นถึง 13 ปรพตู ถือเป็นนักเตะตัวฉกาจเลยทีเดียว ซึ่งในเกมอุ่นเครื่องพบ เยอรมัน ครั้งล่าสุดยังเป็นปัจจัยสำคัญที่พาทีมถอนแค้นจากศึก ฟุตบอลโลก 2014 ได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย9.โอลิมปิกก็ใช่ย่อย! สำหรับ ดิ มาเรีย นอกจากจะโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดในลีกยุโรปและบอลถ้วยใหญ่ๆแล้ว ในศึก ปักกิ่ง เกมส์ ปี2008 เขายังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วยเช่นเดียวกัน หลังพังตาข่ายอัด ไนจีเรีย ในรอบชิงชนะเลิศ ได้สำเร็จ พร้อมคว้าเหรียญรางวัลมาครองได้อีกด้วย10. ยอม 'ไขว้' ดีกว่าใช้ 'เท้าขวา' ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า อังเคล ดิ มาเรีย แทบจะใช้เพียงเท้าซ้ายเพียงเท้าเดียวเท่านั้นในการเล่นปกติ เรื่องจากไม่ถนัดเล่นด้วยเท้าขวานั่นเอง ซึ่งหากมีจังหวะที่จำเป็นเขาเองก็จะไม่เลือกใช้เท้าขวาเด็ดขาด แต่จะใช้ 'ลูกไขว้' ที่ไม่ใช่เรื่อง่ายๆมาแทนที่ ซึ่งก็โชคดีที่เขาทำออกมาได้ดีนะ11. ต่อจากข้อ 10 แน่นอนว่านอกจากจะจ่ายบอลแล้ว เขายังยิงด้วย 'ลูกไขว้' มาแล้วอีกด้วย ข้อนี้คงไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ มาดูกันให้เต็มตาเลยดีกว่า!!12. มาดริด เคยเตรียมโละ ดิ มาเรีย มาตั้งแต่ซัมเมอร์ก่อน เรอัล มาดริด เคยมีความต้องการที่จะปล่อยตัวปีกตัวเก่งชาวอาร์เจนไตน์ให้พ้นไปจากทีมตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ก่อน หลังได้คว้รตัว แกเร็ธ เบล ด้วยจำนวนเงินมูลค่าสูงถึง 80 ล้านปอนด์ แต่ ดิ มาเรีย ก็ยังตั้งมั่นที่จะอยู่ต่อไป เพราะลูกสาวมีอาการไม่สบายอย่างหนักในช่วงเวลานั้น โดยภรรยาของเขานาม ฮอร์เจลิน่า ที่ได้แต่งงานในปี 2011 ได้ให้กำเนิด มีอา ที่คลอดก่อนกำหนดราว 3 เดือน ซึ่งทารากรายดังกล่าวก็ถูกพาไปไว้ที่ห้องหอผู้ป่วยหนักของโรงพยาบาลใน มาดริด นั่นเอง13. เกิดวันดีเสียด้วย! สำหรับ ดิ มาเรีย ได้เกิดในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปี 1988 ซึ่งตรงนักร้องดังบางคนอีกด้วย กระนั้นนักเตะรายดังกล่าวก็ยังคงคนที่ถูกมองว่าประสบความสำเร็จมากที่สุดในจำนวนของเหล่าคนที่เกิดในวัน วาเลนไทน์ อีกด้วย14.พิสูจน์ฝีเท้าไปกับสานต่อตำนานหมายเลข "7" อังเคล ดิ มาเรีย ได้ก้าวเข้ามาสวมเสื้อ "ปีศาจแดง" พร้อมกับหมายเลข 7 ที่กลางหลังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อจากนักเตะดาวดังอย่าง จอร์จ เบสต์, ไบรอัน ร็อบสัน, เอริค คันโตนา, เดวิด เบ็คแฮม และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่งแม้จะยังไม่เป็นที่แน่ชัดนักว่าเขาจะกลายเป็นผู้เล่นที่เหมาะสมในเกมนี้หรือไม่ แต่จากการลงเล่นช่วงต้นซีซั่นก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขามีแววอยู่ในระดับที่สูงมากเลยทีเดียว! จบไปแล้วกับ 14 สิ่งที่น่าสนใจของ อังเคล ดิ มาเรีย ปีกตัวจี๊ดรายใหม่ของถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ที่จะมาครองใจแฟน "เร้ด เดวิลส์" กันไปอีกยาวนานอย่างแน่นอน สำหรับฉบับหน้าจะเป็นการตามติดหรือความน่าสนใจต่อสิ่งใดในวงการลูกหนังก็มาตามลุ้นกันนะครับ สำหรับวันนี้ก็ต้อง....บายจ้า!!Credit Story&Pic : telegraph, Getty Image, Wikipedia, Zimbio