breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

รวม 5 กุนซือมีลุ้นก้าวขึ้นกุมบังเหียน "จิ้งจอก"

เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือมากประสบการณ์ได้อำลาบังเหียนถิ่น คิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม เป็นที่เรียบร้อย หลัง เลสเตอร์ ซิตี้ เพิ่งจะประกาศแยกทางไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดเสียงวิพากย์วิจารณ์ขึ้นอย่างหนาหูและมีการคาดเดากันว่าใครกัรที่จะเข้ามาทำหน้าที่ทดแทน ซึ่งวันนี้ทางเราก็นำ 5 เฮดโค้ชจากการคาดเดาของ 'Metro' มาให้ได้รับทราบกันครับ1. โรแบร์โต้ มันชินี่ โรแบร์โต้ มันชินี่ นับเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะเข้ามารับงานกับ "จิ้งจอกนํ้าเงิน" ช่วงท้ายฤดูกาลที่สุด หลังเคยทำงานกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในลีกสูงสุดแดนผู้ดีมาก่อนระหว่างปี 2009 ถึง 2013 ทั้งยังเคยร่วมเล่นกับ เลสเตอร์ มาแล้วช่วงระยะเวลาหนึ่งด้วย จึงไม่น่าแปลกใจนักถ้าจะได้เห็นเขาเข้ามาทำงานนี้นั่นเอง2. อลัน พาร์ดิว รายถัดมาเป็น อลัย พาร์ดิว อีกหนึ่งกุนซือทีมีประสบการณ์การกุมบังเหียนมาอย่างยาวนาน เขาเคยร่วมทำงานกับทั้ง เรดดิ้ง, เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, ชาร์ลตัน แอธเลติก, เซาธ์แฮมป์ตัน, นิวคาส เซิ่ล ยูไนเต็ด ก่อนจะทิ้งท้ายด้วย คริสตัล พาเลซ และไร้สังกัดมาตั้งแต่ปี 2016 ที่ผ่านมา ซึ่งการผ่านร้อนผ่านหนาวของเขาน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีต่อการหนีชั้นของ เลสเตอร์ ในครั้งนี้ด้วย3. เดวิด ว๊ากเนอร์ สำหรับ เดวิด ว๊ากเนอร์ ไม่ใช้ผู้จัดการทีมที่ผ่านงานมามากเท่าใดนัก แต่ทราบหรือไม่ว่าผลงานของเขากับ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ในปัจจุบันกำลังเป็นไปได้ด้วยดีทีเดียวด้วยการพาลูกทีมอยู่อันดับ 3 ของตาราง แชมเปี้ยนชิพ มีโอกาสอย่างมากที่จะก้าวขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดแดนผู้ดีในซีซั่นถัดไป นอกจากนี้เจ้าตัวยังเคยปฏิเสธการกลับไปคุมยักษ์ใหญ่อย่าง โวล์ฟสบวร์ก มาแล้วอีกด้วย ส่งผลให้ดู ว๊ากเนอร์ ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียว4. รอย ฮอดจ์สัน มาถึงผู้จัดการทีมอย่าง รอย ฮอดจ์สัน ไม่น่าจะมีใครทื่ไม่รู้จัก เพราะเขาถือเป็นกุนซือสายเลือดผู้ดีที่มีประสบการณ์สูงมากและเคยกุมบังเหียนให่ทีมชั้นนำมาแล้วทั้ง อินเตอร์ มิลาน และ ลิเวอร์พูล ทั้งยังเคยมีบทบาทใน "ทรีไลออนส์" มาแล้ว ซึ่งปัจจุบันเจ้าตัวก็ได้ว่างงานลงไปทำให้มีโอกาสที่อาจจะได้ร่วมงานใน คิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม นั่นเอง5. ทิม เชอร์วู้ด รายสุดท้ายตกเป็นของ ทิม เชอร์วู้ด เจ้าของฉาฉา "แทคติกทิม" ซึ่งใครล่ะจะไม่อยากให้กลับมา พรีเมียร์ลีก ในฐานะกุนซือ เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งแม้เจ้าตัวจะไม่ได้มีประสบการณ์มากนัก แต่เขาก็เคยทำงานร่วมกับทีมชั้นนำมาแล้วทั้ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ แอสตัน วิลล่า ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าสนใจทีเดียวว่าเขาจะคัมแบ็กงานผู้ดีเร็ววันนี้หรือไม่Credit Pic : Zimbio

"ท็อป 10 นักเตะจ้าวความเร็วของโลก By BleacherReportUK"

ก่อนหน้านี้อาจมีเปิดเผยข้อมูลจากสื่อหลายสำนักว่าใครคือเหล่านักเตะเจ้าความเร็วกันบ้าง หากวัดแบบความเร็วกิโลเมตรต่อชั่วโมง และวันนี้เราก็มีอีก 1 ข้อมูลที่น่าสนใจจาก "Bleacher Report UK" มาให้ติดตามกัน ซึ่งท็อป 10 ของ "Bleacher Report UK" ครั้งนี้อาจมีชื่อของผู้เล่นหลายคนเซอร์ไพรส์ติดมา รวมทั้งยังอีกหลายคนที่หลุดโผไป อาทิเช่น ซาดิโอ มาเน่, อองโตนี่ มาร์กซิยาล, เจมี่ วาร์ดี้, ลูคัส มูร่า, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, เชน ลอง, และ เอคตอร์ เบเยริน 1. แกเร็ธ เบล (เรอัล มาดริด) 36.9 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 2. ออร์ลันโด้ เบร์ริโอ (ฟลาเมงโก้) 36 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 3. เจอร์เก้น แดมม์ (ติเกรส) 35.23 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 4. อันโตนิโอ วาเลนเซีย (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) 35.1 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 5. แอร์-เอเมอริก โอบาเมย็อง (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์) 34.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 6. อารอน (เอฟเวอร์ตัน) 33.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 7. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (เรอัล มาดริด) 33.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 8. ธีโอ วัลค็อตต์ (อาร์เซน่อล) 32.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 9. ลิโอเนล เมสซี่ (บาร์เซโลน่า) 32.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 10. เวย์น รูนี่ย์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) 31.2 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เปิดแข้งที่มีพี่น้องเล่นฟุตบอลเหมือนกันแต่คุณอาจไม่รู้

เป็นประเด็นกันครึกโครมไปแล้วสำหรับ พอล ป็อกบา กับ ฟลอเรนติน ป็อกบา ที่โคจรมาพบกันในศึก ยูโรปา ลีก ซึ่ง 'Mirror' ก็รวบรวมบรรดาแข้งที่มีพี่น้องและเล่นฟุตบอลเหมือนกันมาเผยซึ่งผมก็ขอหยิบนำมาบอกต่อแฟนๆ 'Cheerball.com' ครับมาติอัส ป็อกบา - ฟลอเรนติน ป็อกบา - พอล ป็อกบา มาติอัส เป็นพี่น้องฝาแฝดกับ ฟลอเรนติน และตอนนี้เขาก็ค้าแข้งอยู่กับ สปาร์ต้า ร็อตเตอร์ดัม โดยเล่นตำแหน่งกองหน้าเปาโล ซัวเรซ - หลุยส์ ซัวเรซ พี่ชายแท้ๆของหัวหอกยิงประจายแห่งค่าย บาร์เซโลน่า ซึ่ง เปาโล เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์กึ่งกองหน้าตอนนี้อยู่กับ ซอนโซเนต ใน เอล ซัลวาดอร์จีเลียโน ไวจ์นัลดุม - จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม น้องชายของ จอร์จินิโอ ห้องเครื่องจาก ลิเวอร์พูล ซึ่งเล่นในตำแหน่งแบ๊คซ้ายแต่น่าเสียที่ไม่ได้แจ้งเกิดในลีกยุโรปเพราะตอนนี้ จีเลียโน ไปอยู่กับ ฟิลาเดเฟีย ยูเนียน ในเมเจอร์ลีก สหรัฐอเมริกา แล้วเฟลิกซ์ โครส - โทนี่ โครส น้องชายของ โทนี่ ห้องเครื่องดีกรีแชมป์โลกแต่ดูเหมือนว่า เฟลิกซ์ จะไม่สามารถยกระดับฝีเท้าให้ขึ้นไปอยู่ในระดับเดียวกับพี่ชายได้เพราะตอนนี้เขาระหกระเหินค้าแข้งให้กับ ยูเนียน เบอร์ลิน ทีมใน ลีกา 2 เยอรมันนี เท่านั้นร็อดนีย์ สไนเดอร์ - เวสลีย์ สไนเดอร์ - เจฟฟี่ สไนเดอร์ เติบโตมาในรั้ว อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยกัน 3 พี่น้องแต่ก็มีชื่อรุ่งโรจน์แค่คนเดียวก็คือ เวสลีย์ โดยในตอนนี้พี่ใหญ่อย่าง เจฟฟี่ แขวนสตั๊ดไปแล้วส่วน ร็อดนีย์ ยังค้าแข้งอยู่กับ ยอง เอฟซี อูเทรคท์โทไบอัส ชไวน์สไตรเกอร์ - บาสเตียน ชไวน์สไตรเกอร์ พี่ชายของ ชไวนี่ ที่ช่วงชีวิตค้าแข้งไม่ได้เจิดจรัสเหมือนกับน้องที่สามารถก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์โลกได้แต่ก็น่าจับตามองในอนาคตเหมือนกันเพราะตอนนี้ โทไบอัส รับงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม บาเยิร์น มิวนิค ชุดอายุไม่เกิน 17 ปีอยู่โยนาส ฮุมเมลส์ - มัทส์ ฮุมเมลส์ น้องชายของ มัทส์ มีชีวิตที่เหมือนกับพี่หน่อยๆก็คือโดน บาเยิร์น เขี่ยทิ้งไปตั้งแต่อายุยังน้อยแต่ตอนนี้พี่ก็ได้โอกาสกลับไปค้าแข้งที่เดิมแล้วทว่า โยนาส กลับบินตรงมาค้าแข้งอยู่กับ ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ ในตอนนี้เค.เค.pic : AfriZap, OddsDaily, Sporx, Goal, Ad, bravo, Stern, zimbio

รวม 4 กุนซือที่อาจก้าวขึ้นบังเหียน บาร์ซ่า แทน เอ็นริเก้

อนาคตของ หลุยส์ เอ็นริเก้ นายใหญ่คนปัจจุบันของ บาร์เซโลน่า ดูจะยังไม่มีความแน่นอนนัก หลังพาลูกทีมทำผลงานได้ไม่ดีนักและล่าสุดยังเพิ่งพ่ายต่อ "เปแอสเช" ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาด้วยสกอร์มากถึง 0-4 ส่งผลให้มีกุนซือหลากหลายรายต่างถูกคาดการณ์เข้ามาเป็นตัวแทนกุมบังเหียนช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ้งหนึ่งในนั้นจะมีใครบ้างลองติดตามกันได้เลยครับ...1. เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เริ่มกันที่รายแรกเชื่อว่าทุกคนน่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันอย่างดีกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมสมองเพชรที่กำลังกุมบังเหียน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เวลานี้ เขาเคยทำงานร่วมกับ "เจ้าบุญทุ่ม" มาตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเตะ ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในตำแหน่งเฮดโค้ชชุดใหญ่ถิ่น คัมป์นู ระหว่างปี 2008 ถึง 2012 มาแล้วด้วยการคว้าแชมป์ ลา ลีกา ถึง 3 สมัยติดต่อกัน รวมไปถึง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีก 2 ครั้ง ซึ่งก็ดูจะไม่น่าแปลกใจนักหากเขาจะถูกเรียกตัวกลับมารั้งบังเหียนสโมสรแคว้นคาตาลันอีกครั้งหนึ่ง2. เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ นับเป็นกุนซือไฟแรงคนหนึ่งที่กำลังพา ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ โลดแล่นบนศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เวลานี้ ทั้งยังคงพาลูกทีมมีลุ้นคว้าแชมป์ลีกสูงสุดแดนผู้ดีซีซั่นนี้อีกด้วย ซึ่งหากวัดจากฝีไม้ลายมือและประสบการณ์การกุมบังเหียนใน ลา ลีกา ให้กับ เอสปันญ่อล มาแล้ว เชื่อว่าเขาจะกลายเป็นอีกครที่ บาร์ซ่า ให้การจับตามองแน่นอน3. โรนัลด์ คูมัน เฮดโค้ชชาวเนเธอร์แลนด์รายนี้เคยเป็นหนึ่งในผู้เล่นของ "เจ้าบุญทุ่ม" มาก่อนระหว่างปี 1989 ถึง 1995 ทั้งยังเคยรับบทบาทเป็นผู้ช่วยกุนซือถิ่น คัมป์นู มาแล้วระหว่างปี 1998 ถึง 2000 ก่อนจะเคยมีบทบาทร่วมกับสโมสรชั้นนำทั้ง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม, เบนฟิก้า, พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น, บาเลนเซีย, อาแซต, เฟเยนูร์ด, เซาธ์แฮมป์ตัน และ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งด้วยความคุ้นเคยกับต้นสังกัดเดิมและประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน กุนซือวัย 53 ปีน่าจะเป็นอีกคนที่มีโอกาสได้กลับไปร่วมงานยังแดนกระทิงดุแน่นอน4. ชาบี เอร์นานเดซ แม้จะไม่เคยมีประสบการณ์การคุมทีมโดยตรงมาก่อน แต่ ชาบี เอร์นานเดซ ก็ได้กลายมาเป็นหนึ่งในตำนานของ บาร์เซโลน่า ด้วยการอยู่มานานถึง 24 ปีและค้าแข้งทีมชุดใหญ่เกินกว่า 500 นัด ปัจจุบันเขากำลังเรียนรู้งานโค้ชร่วมกับ อัล ซาดด์ ใน กาตาร์ ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าสักวันหนึ่งจะถูกเรียกตัวกลับมาทำงานใน คัมป์นู ด้วยเช่นกันCredit Pic : Zimbio

เปิดโผ 26 แข้งยิงครบ 100 ในพรีเมียร์ลีก

เพิ่งจะมีสมาชิกเพิ่มเข้ามาอีกรายสำหรับแข้งยิงครบ 100 ประตูในพรีเมียยร์ลีกนั่นก็คือ ปีเตอร์ เคร้าซ์ ซึ่งทาง 'Mirror' สื่อของอังกฤษก็ได้รวบรวมอีก 25 แข้งที่เคยทำเอาไว้ มาวันนี้ผมเลยหยิบนำมาให้แฟนๆ 'Cheerball' ได้อ่านกันเพลินๆครับ1. อลัน เชียร์เรอร์ (แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส, นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด)260 ประตูจาก 441 นัด2. เวย์น รูนี่ย์ (เอฟเวอร์ตัน, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)195 ประตูจาก 451 นัด3. แอนดี้ โคล (นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส, ฟูลแล่ม, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ปอร์ทสมัธ)187 ประตูจาก 414 นัด4. แฟรงค์ แลมพาร์ด (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, เชลซี, แมนเชสเตอร์ ซิตี้)177 ประตูจาก 609 นัด5. เธียร์รี่ อองรี (อาร์เซน่อล)175 ประตูจาก 258 นัด6. ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ (ลิเวอร์พูล, ลีดส์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้)163 ประตูจาก 379 นัด7. เจอร์เมน เดโฟ (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, ปอร์ทสมัธ, ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์, ซันเดอร์แลนด์)155 ประตูจาก 454 นัด8. ไมเคิ่ล โอเว่น (ลิเวอร์พูล, นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, สโต๊ค ซิตี้)150 ประตูจาก 326 นัด9. เลส เฟอร์ดินานด์ (ควีนปาร์ค เรนเจอร์ส, ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์, เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, เลสเตอร์ ซิตี้, โบลตัน วันเดอร์เรอร์ส)149 ประตูจาก 351 นัด10. เท็ดดี้ เชอร์ริงแฮม (ท็อตติงแฮม ฟอร์เรสต์, ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ปอร์ทสมัธ, เวสต์แฮม ยูไนเต็ด)146 ประตูจาก 418 นัด11. โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ย์ (อาร์เซน่อล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)144 ประตูจาก 280 นัด12. จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลแบงค์ (ลีดส์ ยูไนเต็ด, เชลซี, มิดเดิ้ลสโบรห์, ชาร์ลตัน แอธเลติก)127 ประตูจาก 288 นัด13. ร็อบบี้ คีน (โคเวนทรี, ลีดส์ ยูไนเต็ด, ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์, ลิเวอร์พูล, เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, แอสตัน วิลล่า)126 ประตูจาก 349 นัด14. นิโกล่าส์ อเนลก้า (อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, โบลตัน วันเดอร์เรอร์ส, เชลซี, เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน)125 ประตู 364 นัด15. ดไวท์ ยอร์ค (แอสตัน วิลล่า, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส, เบอร์มิงแฮม ซิตี้, ซันเดอร์แลนด์)123 ประตูจาก 375 นัด16. สตีเวน เจอร์ราร์ด (ลิเวอร์พูล)120 ประตูจาก 504 นัด17. เอียน ไรท์ (อาร์เซน่อล, เวสต์แฮม ยูไนเต็ด)113 ประตูจาก 213 นัด18. เซร์คิโอ อเกวโร่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)113 ประตูจาก 166 นัด19. ดิออน ดับลิน (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, โคเวนทรี่, แอสตัน วิลล่า)111 ประตูจาก 312 นัด20. เอมิล เฮสกีย์ (เลสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, เบอร์มิงแฮม ซิตี้, วีแกน แอธเลติก, แอสตัน วิลล่า)110 ประตูจาก 516 นัด21. ไรอัน กิ๊กส์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)109 ประตูจาก 632 นัด22. พอล สโคลส์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)107 ประตูจาก 499 นัด23. ดาร์เรน เบนท์ (อิปสวิช, ชาร์ลตัน แอธเลติก, ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์, ซันเดอร์แลนด์, แอสตัน วิลล่า, ฟูลแล่ม)106 ประตูจาก 276 นัด24. ดิดิเยร์ ดร็อกบา (เชลซี)104 ประตูจาก 254 นัด25. แมตต์ เลอ ทิสซิเยอร์ (เซาธ์แฮมป์ตัน)100 ประตูจาก 270 นัด26. ปีเตอร์ เคร้าซ์ (ปอร์ทสมัธ, แอสตัน วิลล่า, เซาธ์แฮมป์ตัน, ลิเวอร์พูล, ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์, สโต๊ค ซิตี้)100 ประตูจาก 419 นัดเค.เค.pic : zimbio, 5Times, Evening Standard, Pinterest, CNN, Daily Express, Daily Star, fantasista 10

"20 นักเตะค่าเหนื่อยสูงสุดในแต่ละสโมสรพรีเมียร์ซีซั่นนี้"

1. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเวย์น รูนี่ย์ ค่าเหนื่อย 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ 2. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" / ยาย่า ตูเร่ ค่าเหนื่อย 240,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ 3. เชลซีเชส ฟาเบรกาส ค่าเหนื่อย 220,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ 4. ลิเวอร์พูล ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ค่าเหนื่อย 150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ 5. อาร์เซน่อลเมซุต โอซิล ค่าเหนื่อย 140,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ 6. คริสตัล พาเลซคริสติย็อง เบนเตเก้ ค่าเหนื่อย 120,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ 7. ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์แฮร์รี่ เคน / อูโก้ โยริส ค่าเหนื่อย 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ - เลสเตอร์ ซิตี้เจมี่ วาร์ดี้ ค่าเหนื่อย 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ - มิดเดิ้ลสโบรช์อัลบาโร่ เนเกรโด้ ค่าเหนื่อย 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ - วัตฟอร์ดทรอย ดีนี่ย์ ค่าเหนื่อย 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ 11. เซาธ์แฮมป์ตันเฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ ค่าเหนื่อย 90,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ 12. บอร์นมัธแจ็ค วิลเชียร์ ค่าเหนื่อย 80,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ - เวสต์แฮม ยูไนเต็ดแอนดี้ แคร์โรลล์ ค่าเหนื่อย 80,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ 14. เอฟเวอร์ตันโรเมลู ลูกากู ค่าเหนื่อย 75,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ 15. ซันเดอร์แลนด์เจอร์เมน เดโฟ ค่าเหนื่อย 70,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ - สวอนซี ซิตี้เฟร์นานโด ยอเรนเต้ / กิลฟี่ ซิกูร์ดสสัน ค่าเหนื่อย 70,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ 17. สโต๊ค ซิตี้เซอร์ดาน ชากิรี่ / มาร์โก อาร์เนาโตวิช ค่าเหนื่อย 65,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ - เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ / เจมส์ มอร์ริสัน ค่าเหนื่อย 65,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ 19. เบิร์นลี่ย์ร็อบบี้ เบรดี้ ค่าเหนื่อย 35,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ - ฮัลล์ ซิตี้อาเบล เอร์นานเดซ ค่าเหนื่อย 35,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

รวม 3 ผู้เล่นที่ผันตัวเองจากนักเตะสู่วงการอื่น!

บนโลกใบนี้มีนักฟุตบอลมากมายที่ได้ตัดสินใจแขวนสตั๊ดและใช้เงินก้อนของตัวเองเข้ามาทำธุรกิจส่วนตัวต่างๆกันมากมายนอกเหนือไปจากบทบาทในวงการฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็น แบรนด์เสื้อผ้า, นักแสดง, นักธุรกิจ หรือ เปิดที่พักแรม ก็ตาม แต่วันนี้ทางเราขอแนะนำผู้เล่นอีกสามรายที่ได้ผันตัวเองไปสู่เส้นทางที่สุดแตกต่างกันครับ...1. ทิม วีเซ่ หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับ ทิม วีเซ่ อดีตนายด่านชาวเยอรมันรูปร่างสุดบึ้ก เขาเคยเฝ้าเสาให้กับทั้ง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น, ฟอร์จูน่า โคโลญจน์, เอฟซี ไกเซอร์เลาเทิร์น, แวน์เดอร์ เบร แมน และ ฮอฟเฟ่นไฮม์ มาแล้ว ทั้งยังเคยติดธงรับใช้ "อินทรีเหล็ก" มาแล้วอีกด้วยเช่นกัน กระนั้นช่วงสุดท้ายก่อนแขวนถุงมืออยู่ๆเขาก็ไปเตะตาต้องใจวงการมวยปลํ้าขึ้น เมื่อ WWE ได้ติดต่อเทียบเชิญให้เข้ามาร่วมงานด้วยกัน ซึ่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2016 ก็ยังได้ออกอีเวนท์ที่มิวนิคอีกต่างหาก ซึ่งหากว่ากันตามตรงดูจากรูปร่างของเขามันก็เหมาะสมกับเขาจริงๆนั่นแหละ2. ฌิบริล ซิสเซ่ ถัดมาเป็น ฌิบริล ซิสเซ่ นักเตะเลือดนํ้าหอมที่แฟนบอล "หงส์แดง" น่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดี เขาเคยค้าแข้งให้กับทั้ง ออแซร์, ลิเวอร์พูล, โอลิมปิก มาร์กเซย, ซันเดอร์แลนด์, ปานาติไนกอส, ลาซิโอ, ควีนส์ พาร์ค แรนเจอร์ส, อัล-การาฟา, คูบัน คราวนอดาร์, บาสเตียน และ แซงต์-ปิแอร์รอยส์ มาแล้ว ซึ่งเจ้าตัวก็เพิง่จะตัดสินใจแขวนสตั๊ดเป็นคำรบ 2 เมื่อสัปดาห์ทีผ่านมา หลังก่อนหน้านี้เคยประกาศไปแล้วเมื่อปี 2015 เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนนั่นเอง อย่างไรก็ตามทุกท่านทราบหรือไม่ว่านอกจาก ซิสเซ่ จะมีแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองแล้ว เขายังขออุทิศตัวเองไปกับการทำงานเป็น "DJ" อีกด้วย นับเป็นสิ่งที่แหวกแนวไม่น้อยเลย3. รอยสตัน เดรนเธ่ สำหรับรายสุดท้ายหลายท่านน่าจะเคยอ่านไปแล้วกับ "สะเก็ดลูกหนัง" ที่เคยได้โพสต์ไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาเคยเป็นนักฟุตบอลคนหนึ่งที่ถูกจับตามองอย่างมากในตำแหน่งริมเส้นฝั่งซ้ายและได้เคยค้าแข้งให้กับทีมชั้นนำของยุโรปอย่าง เฟเยนูร์ด, เรอัล มาดริด และ เอฟเวอร์ตัน มาแล้ว กระนั้นท้ายที่สุดกลับลุยเส้นทางลูกหนังได้ไม่รุ่งนัก ก่อนด้วยวัยเพียง 29 ปีเจ้าตัวก็ได้ผันตัวเองกลายมาเป็น Rapper เป็นที่เรียบร้อยและออกซิงเกิลชื่อ "Paranoia" มาให้ได้รับฟังกันนั่นเองครับCredit Pic : Zimbio, GCimage, Youtube

ครบ 16 ทีม ! ยูฟ่า ฉำแหละสะกดชื่อดาวเตะชัดๆให้หายคาใจ

ทำออกมาให้คอลูกหนังทั่วโลกให้หายคาใจสำหรับการออกเสียงกันเลยสำหรับเวบไซด์ของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรปหรือ ยูฟ่า ที่ได้ยกตัวอย่างชื่อนักเตะบางรายของ 16 สโมสรที่ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายมาแบบเน้นๆกันเลยอาร์เซน่อลHéctor Bellerín – Hector Bay-air-een (เบย์แอร์อีน)Petr Čech – Pet-r Chekh Francis Coquelin – Francis Cock-er-lan (ฟรานซิส ค็อกเออร์แลน)Mathieu Debuchy – Mat-yur De-boo-she (มัตเยอร์ เดบูชี)Olivier Giroud – Olivier Gee-roo (โอลิวิเยร์ กีรู)Laurent Koscielny – Lo-ron Ko-sea-el-ni (โลรอน โกซีเอลนี)Mesut Özil – Mesut Er-zil (เมซุต เออร์ซิล)Granit Xhaka – Granit Chaka (กรานิต ชาก้า)แอตเลติโก้ มาดริดNicolás Gaitán – Guy-tan (กายตัน)Antoine Griezmann – An-twan Gree-ez-man (อันตวน กรีอีซแมน)Koke – Ko-kay (โกเกย์)Saúl Ñíguez – Sow-ool Nyee-gess (โซวอูล ยีเกสส์)Stefan Savić – Sa-vich (ซาวิช)Nicolás Schiappacasse – Ski-appa-cass-ey (สกีอัปปาแคสส์เอย์)Šime Vrsaljko – Shee-may Ver-sal-ko (ชีเมย์ เวอร์ซัลโก)บาร์เซโลน่าLucas Digne – Loo-cah Dee-nyuh (ลูคาห์ ดี ?)Ivan Rakitić – Ra-key-titch (ราคีย์ติช)บาเยิร์น มิวนิคJoshua Kimmich – Kim-ikh (กิมอิคห์)Robert Lewandowski – Le-van-dov-ski (เลวานดอฟสกี้)Manuel Neuer – Man-well Noy-er (แมนเวลล์ นอยเออร์)เบ็นฟิก้าFranco Cervi – Chair-vee (แชร์วี)Ljubomir Fejsa – Fay-sa (เฟย์ซ่า)Gonçalo Guedes – Gair-diss (เกียร์ดิสส์)Victor Lindelöf – Linda-love (ลินดาเลิฟ)โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์Pierre-Emerick Aubameyang – Oh-bam-yong (โอแบมยอง)Alexander Isak – Ee-sack (เออซัค)Łukasz Piszczek – Woo-cash Peesh-check (วูแคช พีชเชค)Christian Pulišić – Police-sick (โปลิซซิค)Marco Reus - Royce (รอยซ์)Nuri Şahin – Noo-ree Shah-hin (นูรี ชาห์ฮิน)Roman Weidenfeller – Vye-den-feller (เวยเดนเฟลเลอร์)ยูเวนตุสGianluigi Buffon – Boo-fon (บูฟอน)Giorgio Chiellini – Kee-ell-ee-nee (คีเอลล์อีนี)Gonzalo Higuaín – Ee-gway-een (อีเกวย์อีน)Mario Mandžukić – Man-joo-kitch (แมนจูกิช)Claudio Marchisio – Mar-kee-sio (มาร์คีซิโอ)Marko Pjaca – Pee-at-za (ปีอัตซ่า)Miralem Pjanić – Pee-ah-nitch (ปีอาห์นิช)เลสเตอร์ ซิตี้Robert Huth - Hoot (ฮูธ)Bartosz Kapustka – Bar-tosh (บาร์ตอช)Kasper Schmeichel – Smai-kel (ชไมเคล)Leonardo Ulloa – Lay-oh-nar-doe Oo-show-ah (เลย์โอนาร์โด อูโชว์อาห์)ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นHakan Çalhanoğlu – Chall-han-och-loo (ชัลล์แฮนโอชลู)Aleksandar Dragović – Drago-vitch (ดราโกวิช)Tin Jedvaj – Yed-vye (เย็ดวี)Ramazan Özcan – Erz-jan (เออซ์แยน)Joel Pohjanpalo – Po-hyan-pallo (โพยานพัลโล)Ömer Toprak – Er-mar Top-rukh (เออร์มาร์ ทอปรัคห์)แมนเชสเตอร์ ซิตี้Willy Caballero – Caba-yair-o (คาวาเยียร์โอ)İlkay Gündoğan - Ilk-eye Gun-doch-wan (อิคอาย กุนโดชวาน)Jesús Navas – Hess-oos (เฮสส์อูส)Bacary Sagna – Sa-nyah (ซายาห์)โมนาโกTiémoué Bakayoko – Tee-ay-moo-ay (ทีเอย์มูเอย์)João Moutinho – Joo-ow Mow-cheen-oo (ชูเอา มูวชีนโอ)Danijel Subašić – Sooba-shitch (ซูบาชิช)นาโปลีVlad Chiricheş – Kiri-kesh (คิรีเคช)Emanuele Giaccherini – Ja-care-ee-nee (จาแคร์อีนี)Marek Hamšík – Ham-sheek (ฮัมชีค)Elseid Hysaj – El-say-eed Hoo-sigh (เอลเซย์อีด ฮูไซห์)Lorenzo and Roberto Insigne – In-scene-yer (อินซีนเยอร์)Nikola Maksimović – Mak-sim-ov-itch (มักซิมโออิช)Ivan Strinić – Stree-nitch (สตรีนิช)Piotr Zieliński – Zhee-el-een-ski (ซีเอลอีนสกี้)ปารีส แซงต์-แชร์กแมงSerge Aurier – Or-ee-ay (ออร์อีเอย์)Grzegorz Krychowiak – G-sheg-orsh Kri-ko-vyak (จีเชค์ออร์ช ครีโคเวียค)Layvin Kurzawa – Kur-zha-va (คูร์ซาว่า)Thomas Meunier – Mer-nee-air (เมอร์นีแอร์)ปอร์โต้Iker Casillas – Ee-care Ca-see-yass (อีแคร์ กาซียาสส์)Jesús Corona – Hess-oos (เฮสส์อูส)Laurent Depoitre – Lo-ron Der-pwat-rเรอัล มาดริดDani Carvajal – Car-va-hal (การ์บาฮัล)Mateo Kovačić – Ko-va-chitch (โควาชิช)Toni Kroos - Crows (โครวส์)Luka Modrić – Mod-rich (มอดริช)Pepe - Pep (เปป)James Rodríguez – Ha-mess (ฮาเมสส์)เซบีย่าDaniel Carriço – Car-hiss-oh (คาร์อิสโอ)Stevan Jovetić – Yo-veh-titch (โยเวห์ติช)Benoît Trémoulinas – Ben-wah Tray-moo-lee-nass (เบ็นวา เทรย์มูลีนาส)เค.เค.pic : zimbio, Daily Mail

"5 นักเตะที่พลาดคว้าแชมป์แอฟริกันคัพ 2017 กับทัพหมอผี"

แอฟริกา เนชั่นส์ คัพ 2017 รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับความสำเร็จของแคเมอรูนชาติเจ้าของโทรฟี่แชมป์ แน่นอนว่าก่อนทัวร์นาเมนต์ที่ประเทศกาบอง พลพรรค "หมอผี" ชุดนี้ไม่ได้เป็นตัวเต็งอันดับต้นๆของรายการ เนื่องจากขุมกำลังของ อูโก้ บรูส ขาดหายไปมากทีเดียว เนื่องจากนักเตะหลายคนที่ไม่ยอมมารายงานตัวเดินทางมาทำศึกกับทีม ทำให้หลังแคเมอรูนผงาดครองบัลลังก์แชมป์แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ สมัยที่ 5 (1984, 1988, 2000, 2002 และ 2017) บอสชาวเบลเยียมถึงกับออกมาเหน็บแนมผู้เล่นที่ตัดสินใจปฎิเสธรับใช้ชาติ อังเดร แซมโบ อังกุสซ่า (ติดทีมชาติ : 0 นัด ตำแหน่ง : มิดฟิลด์ตัวรับ สโมสรต้นสังกัด : โอลิมปิก มาร์กเซย) แน่นอนว่าสมาคมฟุตบอลแคเมอรูนต้องทาบทาม อังกุสซ่า มาเล่นกับทีมชาติแคมเมอรูน หลังกองกลางตัวรับวัย 21 ปีสามารถทะลุขึ้นมาเป็นตัวหลักในแดนกลางของ โอแอ็ม ภายใต้การบัญชาทัพของผู้จัดการทีม รูดี้ การ์เซีย ในฤดูกาล 2016-17 นี้ ทำให้ อังกุสซ่า ถูกเรียกตัวมาติดทีมในชุดแรก แต่น่าเสียดายที่ต้องมาถูดตัดชื่อจากขุนพล "หมอผี" สำหรับรายการแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2017 เนื่องจากประสบการณ์ของเขาที่ยังน้อยเกินไป อิบราฮิม อมาดู (ติดทีมชาติ : 0 นัด ตำแหน่ง : มิดฟิลด์ตัวรับ สโมสรต้นสังกัด : ลีลล์) อมาดู เกิดในประเทศแคเมอรูนแล้วจึงย้ายมาเติบโตในฝรั่งเศส ทำให้กองกลางวัย 23 ปีเคยผ่านการลงเล่นกับทีมชาติฝรั่งเศส ชุดอายุต่ำกว่า 19 ปีมาแล้ว โดยเขาเริ่มฉายแววกับ น็องซี่ ก่อนถูก ลีลล์ ดึงมาปลุกปั้นด้วยค่าตัว 2 ล้านยูโรเมื่อ 2 ปีก่อน และ อมาดู ก็มีบทบาทกับ "ตราหมา" มากขึ้นจนกลายเป็นตัวหลักในทีมของเทรนเนอร์ ปาทริค โคลล็อต ในฤดูกาล 2016-17 นี้ ทำให้สมาคมฟุตบอลแคเมอรูนพยายามโน้มน้าวให้มาเล่นทีมแคเมอรูนมาตลอด แต่เจ้าตัวก็ปฎิเสธเรื่อยมา อัลลัน นียม (ติดทีมชาติ : 16 นัด ตำแหน่ง : แบ็กขวา สโมสรต้นสังกัด : เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน) นียม ที่เกิดในประเทศฝรั่งเศสผ่านประสบการณ์คว้าแข้งมาแล้วกับทั้ง อูดิเนเซ่, กรานาด้า, วัตฟอร์ด และ เวสต์บรอมวิช ในปัจจุบัน การัตตำแหน่งแบ็กขวาตัวจริงในทีมของเทรนเนอร์ อูโก้ บรูส อย่างแน่นอนสำหรับทัวร์นาเมนต์แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่น 2017 แต่กองหลังวัย 28 ปีที่มาเป็นสมาชิกใหม่ของทัพ "เดอะ แบ็กกี้ส์" ในช่วงซัมเเมอร์ปี 2016 ที่ผ่านมาหรือ 6 เดือนก่อน เลือกไม่ไปรายงานตัวกับทีมชาติของเขา และอยู่เล่นกับทีมต้นสังกัดของตัวเองต่อไป เอริก มักซิม ชูโป-โมติง (ติดทีมชาติ : 42 นัด ตำแหน่ง : กองหน้า สโมสรต้นสังกัด : ชาลเก้) ชูโป-โมติง ตัวรุกเชื่อสายเยอรมัน-แคเมอรูเนียน ที่ผ่านการลงสนามกับทีมชาติเยอรมันในระดับเยาวชนมาตลอด และผ่านการค้าแข้งมาแล้วกับ ฮัมบูร์ก, เนิร์นแบร์ก แลพ ไมนซ์ เลือกล่าตาข่ายให้กับทีมชาติแคเมอรูนชุดใหญ่ตั้งแต่ปี 2010 โดยรับใช้ทัพ "สิงโตทรหด" มาแล้วเกือบ 50 นัด พร้อมผลงานกระทุ้ง 13 ประตู แต่หัวหอกวัย 27 ปีกลับเซอร์ไพรส์ประกาศอำลาทีมชาติเมื่อต้นเดือนมกราคม 2017 นี้ พร้อมยืนยันว่าจะไม่ไปเล่นในทัวร์นาเมนต์แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่น 2017 ที่ประเทศกาบอง อย่างแน่นอน โฌแอล มาติป (ติดทีมชาติ : 27 นัด ตำแหน่ง : เซ็นเตอร์แบ็ก สโมสรต้นสังกัด : ลิเวอร์พูล) มาติป ปราการหลังของ ลิเวอร์พูล อาจไม่ได้ลงเล่นรับใช้ชาติมาตั้งแต่ปี 2015 เนื่องจากปัญหากับสมาคมฟุตบอลแคเมอรูน แต่ด้วยคุณภาพ, ประสบการณ์ และชื่อเสียงของเขา ทำให้ อูโก้ บรูส โค้ชทีมชาติแคเมอรูนพยายามเรียกตัวมาเป็นส่วนหนึ่งในขุมกำลังเพื่อกรำศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2017 แต่อดีตแนวรับ ชาลเก้ ยังยืนยันว่าต้องการอยู่กับต้นสังกัด ซึ่งนั่นทำให้กองหลังวัย 25 ปีโชคร้ายพลาดลงสนามกับทีมของเทรนเนอร์ เจอร์เก้น คล็อปป์ บางนัด เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎองค์กรลูกหนังโลก ส่วนผลงานของ "เดอะ เร้ดส์" ในช่วงต้นปี 2017 ก็ออกมาน่าผิดหวังมากด้วย