breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

สรุปการซื้อขายของ 7 ทีมชั้นนำแดนผู้ดี!

อย่างที่ทราบกันดีว่า พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นับว่าเป็นหนึ่งในลีกที่มีคนติดตามมากที่สุดในโลกและหลากหลายสโมสรต่างก็ทุ่มเม็ดเงินนับล้านเพื่อคว้าตัวผู้เล่นหน้าใหม่ๆเข้ามาเสริมทัพกันทั้งสิ้น วันนี้ทางเราจึงนำเอาการดีลที่น่าสนใจของ 7 สโมสรชั้นนำแดนผู้ดีมาให้ได้เช็ครายชื่อกัน (เน้นนักเตะชื่อเสียง) ซึ่งสุดท้ายแล้วจะได้ใครเสียใครไปบ้างติดตามได้เลยครับ!!1. อาร์เซน่อลย้ายเข้า1. กรานิต ชาก้า (ย้ายจาก โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค/ ค่าตัว : 33.8 ล้านปอนด์)2. ทาคุมะ อาซาโนะ (ย้ายจาก เซนเฟรนเซ่ ฮิโรชิม่า/ ค่าตัว : ไม่เปิดเผย)3. ร็อบ โฮลดิ้ง (ย้ายจาก โบลัน วันเดอร์เรอร์ส/ ค่าตัว : 2 ล้านปอนด์)4. ชโคดราน มุสตาฟี่ (ย้ายจาก บาเลนเซีย/ ค่าตัว : 35 ล้านปอนด์)5. ลูคัส เปเรซ (ย้ายจาก เดปอร์ติโว่ ลา กอรุนญ่า/ ค่าตัว : 17.1 ล้านปอนด์)ย้ายออก1. เวลลิงตัน ซิลวา (ย้ายซบ ฟลูมิเนนเซ่/ ค่าตัว : ไม่เปิดเผย)2. คาลัม แชมเบอร์ส (ย้ายซบ มิดเดิลสโบรห์/ ปล่อยยืมตัว)3.ไรอัน ฮัดดาร์ท (ย้ายซบ อีสต์ลีก/ ปล่อยยืมตัว)4. จอน โทราล (ย้ายซบ กรานาด้า/ ปล่อยยืมตัว)5.ไอแซค เฮย์เดน (ย้ายซบ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด/ ค่าตัว : ไม่เปิดเผย)6.ดาเนี่ยล คราวลีย์ (ย้ายซบ อ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด/ ปล่อยยืมตัว)7. วอยเชียค เชสนีย์ (ย้ายซบ โรม่า/ ปล่อยยืมตัว)8. โจเอล แคมป์เบลล์ (ย้ายซบ สปอร์ติ้ง/ ปล่อยยืมตัว)9. แซร์ช กนาบรี (ย้ายซบ แวร์เดอร์ เบรเมน/ ค่าตัว : ไม่เปิดเผย)10. แจ็ค วิลเชียร์ (ย้ายซบ บอร์นมัธ/ ปล่อยยืมตัว)11. ทาคุมะ อาซาโนก (ย้ายซบ สตุ๊ตการ์ท/ ปล่อยยืมตัว)2. เชลซีย้ายเข้า1. มิชี่ บาตชัวยี่ (ย้ายจาก โอลิมปิก มาร์กเซย/ ค่าตัว : 33.2 ล้านปอนด์)2. เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (ย้ายจาก เลสเตอร์ ซิตี้/ ค่าตัว : 32 ล้านปอนด์)3. เอดูอาร์โด้ (ย้ายจาก ดินาโม ซาเกร็บ/ ค่าตัว : ไม่เปิดเผย)4. มาร์กอส อลอนโซ (ย้ายจาก ฟิออเรนติน่า/ ค่าตัว : 23 ล้านปอนด์)5. เดวิด ลุยซ์ (ย้ายจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง/ ค่าตัว : 34 ล้านปอนด์)ย้ายออก1. เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่ (ย้ายซบ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม/ ปล่อยยืมตัว)2. นาธาน อาเก้ (ย้ายซบ บอร์นมัธ / ปล่อยยืมตัว)3. โลอิก เรมี่ (ย้ายซบ คริสตัล พาเลซ/ ปล่อยยืมตัว)4. โทมาส คาลาส (ย้ายซบ ฟูแล่ม/ ปล่อยยืมตัว)5. รีซ มิตเชลล์ (ย้ายซบ ครอว์ลีย์/ ค่าตัว : ฟรี)6. ฮวน กวาดราโด้ (ย้ายซบ ยูเวนตุส/ ปล่อยยืมตัว)7. มาริโอ ปาซาลิช (ย้ายซบ เอซี มิลาน/ ปล่อยยืมตัว)8. มาร์โก มาริน (ย้ายซบ โอลิมเปียกอส/ ค่าตัว : 2.5 ล้านปอนด์)9. โมฮาเม็ด ซาลาห์ (ย้ายซบ โรม่า/ ค่าตัว : ไม่เปิดเผย)10. บาบ้า ราห์มัน (ย้ายซบ ชาลเก้04/ ปล่อยยืมตัว)11. เคเนดี้ (ย้ายซบ วัตฟอร์ด/ ปล่ออยยืมตัว)12. ปาปี้ ฌิโลโบฌี (ย้ายซบ ซันเดอร์แลนด์/ ค่าตัว: 8 ล้านปอนด์)13. จามาล แบล็กแมน (ย้ายซบ ไวคอมบ์ฯ/ ปล่อยยืมตัว)14. ลูคัส เปียซอน (ย้ายซบ ฟูแล่ม/ ปล่อยยืมตัว)3. เลสเตอร์ ซิตี้ย้ายเข้า1. บาร์ตอสซ์ คาปุสต์ก้า (ย้ายจาก คราโคเวีย/ ค่าตัว : 7.5 ล้านปอนด์)2. อาห์เม็ด มูซ่า (ย้ายจาก ซีเอสเคเอ มอสโก/ ค่าตัว : 16.6 ล้านปอนด์)3. รอน โรเบิร์ต ซีเลอร์ (ย้ายจาก ฮันโนเวอร์/ ค่าตัว : ไม่เปิดเผย)4. นัมปาลิส เม็นดี้ (ย้ายจาก นีซ/ ค่าตัว : 13 ล้านปอนด์)5. ราอูล อูเช่ (ย้ายจาก ราโย บาเยกาโน่/ ค่าตัว : ไม่เปิดเผย)6. หลุยส์ เอร์นานเดซ (ย้ายจาก สปอร์ติ้ง กีฆอน/ ค่าตัว: ฟรี)7. อิสลาม ซลิมานี่ (ย้ายจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน/ ค่าตัว : 29 ล้านปอนด์)ย้ายออก1. ริตชี่ เด เลต (ย้ายซบ แอสตัน วิลล่า/ ค่าตัว : ไม่เปิดเผย)2. เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (ย้ายซบ เชลซี/ ค่าตัว : 32 ล้านปอนด์)3. อันเดรจ ครามาริช (ย้ายซบ ฮอฟเฟนไฮม์/ ค่าตัว : ไม่เปิดเผย)4.เลียม มัวร์ (ย้ายซบ เรดดิ้ง/ ค่าตัว ; ไม่เปิดเผย)4. ลิเวอร์พูลย้ายเข้า1. รักนาร์ คลาวาน (ย้ายจาก เอาก์สบวร์ก/ ค่าตัว : 4.2 ล้านปอนด์)2. อเล็กซ์ มานนินเกอร์ (ย้ายจาก เอาก์สบวร์ก/ ค่าตัว : ฟรี)3. ลอริส คาริอุส (ย้ายจาก ไมนซ์/ ค่าตัว : 4.7 ล้านปอนด์)4. จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม (ย้ายจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด/ ค่าตัว: 25 ล้านปอนด์)5. โจเอล มาติป (ย้ายจาก ชาลเก้04/ ค่าตัว : ฟรี)6. ซาดิโอ มาเน่ (ย้ายจาก เซาธ์แฮมป์ตัน/ ค่าตัว: 34 ล้านปอนด์)ย้ายออก1. จอร์แดน ไอบ์ (ย้ายซบ บอร์นมัธ/ ค่าตัว : 15 ล้านปอนด์)2. แบรด สมิธ (ย้ายซบ บอร์นมัธ/ ค่าตัว : 3 ล้านปอนด์)3. จอน ฟลานาแกน (ย้ายซบ เบิร์นลีย์/ ปล่อยยืมตัว)4.คริสเตียน เบนเตเก้ (ย้ายซบ คริสตัล พาเลซ/ ค่าตัว : 27 ล้านปอนด์)5. มาร์ติน สเคอร์เทล (ย้ายซบ เฟเนร์บาห์เช่/ ค่าตัว : 5.5 ล้านปอนด์)6. อัลลัน (ย้ายซบ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน/ ปล่อยยืมตัว)7. แดนนี่ วอร์ด (ย้ายซบ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์/ ปล่อยยืมตัว)8. มาริโอ บาโลเตลลี่ (ย้ายซบ นีซ/ ค่าตัว : ฟรี)9. เซร์กี้ กานอส (ย้ายซบ นอริช ซิตี้/ ค่าตัว : 2.5 ล้านปอนด์)10 เชา คาร์ลอส เตเชร่า (ย้ายซบ ปอร์โต้/ ค่าตัว : 250,000 ปอนด์)11. จอร์แดน รอสซิเตอร์ (ย้ายซบ แรนเจอร์ส/ ค่าตัว : 250,000 ปอนด์)12. อันเดร วิสดอม (ย้ายซบ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก/ ปล่อยยืมตัว)13. โจ อัลเลน (ย้ายซบ สโต๊ค ซิตี้/ ค่าตัว 13 ล้านปอนด์)14. อดัม บ็อกดเาน (ย้ายซบ วีแกนฯ/ ปล่อยยืมตัว)15. เจโรม ซินแคลร์ (ย้ายซบ วัตฟอร์ด) / ค่าตัว : 4 ล้านปอนด์)5. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ย้ายเข้า1. มาร์ลอส โมเรโน่ (ย้ายจาก แอตเลติโก นาซิอองนาล/ ค่าตัว : 4.75 ล้านปอนด์)2. เคลาดิโอ บราโว่ (ย้ายจาก บาร์เซโลน่า/ ค่าตัว : 17.1 ล้านปอนด์)3. อิลคาย กุนโดกัน (ย้ายจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์/ ค่าตัว: 20 ล้านปอนด์)4. โนลิโต้ (ย้ายจาก เซลต้า บีโก้/ ค่าตัว: 13.8 ล้านปอนด์)5. จอห์น สโตนส์ (ย้ายจาก เอฟเวอร์ตัน/ ค่าตัว : 47.5 ล้านปอนด์)6. อารอน มวย (ย้ายจาก เมลเบิร์น ซิตี้/ ค่าตัว: ฟรี)7. โอเล็กซานดาร์ ซินเชนโก้ (ย้ายจาก อูฟา/ ค่าตัว : ไม่เปิดเผย)8. เลอรอย ซาเน่ (ย้ายจาก ชาลเก้04/ ค่าตัว : 37 ล้านปอนด์)ย้ายออก1. มาร์ลอส โมเรโน่ (ย้ายซบ เดปอร์ติโว่ ลา กอรุนญ่า/ ปล่อยยืมตัว)2.อารอน มวย (ย้ายซบ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์/ ปล่อยยืมตัว)3. ซามีร์ นาสรี่ (ย้ายซบ เซบีย่า/ ปล่อยยืมตัว)4. วิลฟรีด โบนี่ (ย้ายซบ สโต๊ค ซิตี้/ ปล่อยยืมตัว)5. โจ ฮาร์ท (ย้ายซบ โตริโน่/ ปล่อยยืมตัว)6. เซโก้ โฟฟาน่า (ย้ายซบ อูดิเนเซ่/ ค่าตัว : 3.8 ล้านปอนด์)7. เอเลียควิม ม็องกาล่า (ย้ายซบ บาเลนเซีย/ ปล่อยยืมตัว)6. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ย้ายเข้า1.เฮนริก มคิห์ทาร์ยาน (ย้ายจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์/ ค่าตัว : ไม่เปิดเผย)2. พอล ป็อกบา (ย้ายจาก ยูเวนตุส / ค่าตัว: 89 ล้านปอนด์)3. ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (ย้ายจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง/ ค่าตัว : ฟรี)4. เอริก ไบยี่ (ย้ายจาก บียาร์เรอัล/ ค่าตัว : ไม่เปิดเผย)ย้ายออก1. เจมส์ วิลสัน (ย้ายซบ ดาร์บี้ เคาน์ตี้/ ปล่อยยืมตัว)2. วิล คีน (ย้ายซบ ฮัลล์ ซิตี้/ ค่าตัว : ไม่เปิดเผย)3. กีเยอร์โม่ วาเรล่า (ย้ายซบ ไอนด์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต/ ปล่อยยืมตัว)4. ดีน เฮนเดอร์สัน (ย้ายซบ กริมส์บี้ ทาวน์/ ปล่อยยืมตัว)5. บิกตอร์ บัลเดส (ย้ายซบ มิดเดิลสโบรห์/ ค่าตัว : ฟรี)6. ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ (ย้ายซบ เรดดิ้ง/ ค่าตัว : ไม่เปิดเผย)7. โดนัลด์ เลิฟ (ย้ายซบ ซันเดอร์แลนด์/ ค่าตัว : 1 ล้านปอนด์)8. แพดดี้ แม็กแนร์ (ย้ายซบ ซันเดอร์แลนด์/ ค่าตัว : 4.5 ล้านปอนด์)9. อัดนาน ยานาไซน์ (ย้ายซบ ซันเดอร์แลนด์/ ปล่อยยืมตัว)10. ไทเลอร์ รีด (ย้ายซบ สวอนซี วิตี้/ ค่าตัว : ไม่เปิดเผย)11. นิก พาว (ย้ายซบ วีแกนฯ/ ค่าตัว : ฟรี)12. คาเมรอน บอร์ธวิก-แจ็คสัน (ย้ายซบ วูลฟ์แฮมป์ตัน/ ปล่อยยืมตัว)7. ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ย้ายเข้า1. วินเซนต์ ยานส์เซน (ย้ายจาก อาแซต/ ค่าตัว : 17 ล้านปอนด์)2. จอร์จส์-เควิน เอ็นคูดู (ย้ายจาก โอลิมปิก มาร์กเซย/ ค่าตัว : ไม่เปิดเผย)3. มุสซา ซิสโซโก้ (ย้ายจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด/ ค่าตัว : 30 ล้านปอนด์)4. วิกเตอร์ วานยาม่า (ย้ายจาก เซาธ์แฮมป์ตัน/ ค่าตัว : 11 ล้านปอนด์)5. เปา โลเปซ (ย้ายจาก เอสปันญ่อล/ ปล่อยยืมตัว)ย้ายออก1. ไรอัน เมสัน (ย้ายซบ เบอร์ตัน อัลเบี้ยน/ ค่าตัว : ไม่เปิดเผย)2. คลินตัน เอ็นญี่ (ย้ายซบ โอลิมปิก มาร์กเซย/ ปล่อยยืมตัว)3. เดอันเดร เยดลิน (ย้ายซบ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด/ ค่าตัว : 5 ล้านปอนด์)4.เฟเดริโก้ ฟาซิโอ (ย้ายซบ โรม่า/ ปล่อยยืมตัว)5. นาบิล เบนทาเล็บ (ย้ายซบ ชาลเก้04/ ปล่อยยืมตัว)6. นาเซอร์ ชาดลี่ (ย้ายซบ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน/ ค่าตัว : 13 ล้านปอนด์)Credit Pic : Spurs, Man U, Man City, Arsenal, Chelsea, Leicester, Liverpool

4 สิ่งควรรู้ก่อนตลาดนักเตะจะปิดตัวลง !

เอาล่ะครับใกล้ถึงกำหนดเส้นตายของตลาดซื้อขายนักเตะหน้าร้อนกันแล้วไม่รู้ว่าแฟนๆจะชื่นอกชื่นใจกับการซื้อตัวของทีมที่รักกันหรือไม่มาในวันนี้ผมเลยขอเอาเรื่องที่น่ารู้ในตลาดนักเตะมาฝากกันครับ1. ตลาดนักเตะจะเปิดอีกเมื่อไร ?- ตลาดหน้าหนาวในฤดูกาลนี้จะเปิดเหมือนเดิมก็คือวันที่ 1 มกราคม ส่วนปิดนั้นจะอยู่ที่ 1 กุมภาพันธ์2. แล้วตลาดหน้าร้อนล่ะ ปกติมาเมื่อไร ?- ตลาดหน้าร้อนโดยปกติแล้วจะเปิดวันที่ 1 กรกฏาคม แต่ก็อย่างที่ทราบกันดีว่าบรรดาสโมสรและเอเยนต์มีการพูดคุยหรือสรุปข้อตกลงกันได้เรียบร้อยแล้ว บางทีก่อนจะหมดฤดูกาลด้วยซ้ำ3. ตลาดหน้าร้อนนี้ปิดเมื่อไร ?- ตลาดจะปิดจริงๆคือวันที่ 31 สิงหาคม เวลา 23.30 น. ตามเวลาประเทศอังกฤษซึ่งนักเตะบางรายที่ย้ายทีมในตลาดปิดอาจจะต้องบินไปรับใช้ชาติในสัปดาห์ฟีฟ่าต่อ4. แล้วตลาดจำพวกยืมตัวล่ะ ?- ปีนี้ไม่เหมือนปีก่อนๆที่จะมีการยืมตัวฉุกเฉิน ซึ่งการเซ็นสัญญาแบบนั้นจะไม่มีอีกต่อไปเลยทำให้การยืมตัวนักเตะต่างๆจะหมดสิ้นลงตามปกติก็คือวันที่ 31 สิงหาคมเค.เค.pic : Manchester United

รวม 4 แข้ง 4 ลีกใหญ่ยุโรปทำแฮตทริกเกมแรกซีซั่น 2016/17

ต้องยอมรับว่านักเตะแต่ละรายของ 4 ลีกใหญ่แห่งยุโรปฤดูกาลนี้โชว์ผลงานกันได้อย่างโหดหินจริงๆ หลังมีผู้ทำแฮตทริกตั้งแต่เกมแรกให้ได้เห็นกันไปแล้วและผู้เล่นแต่ละคนนั้นก็ดูเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาแฟนบอลกันอย่างดีเสียด้วย แต่จะมีใครบ้างมาติดตามได้เลยครับ!1. คาร์ลอส บัคก้า (เอซี มิลาน) เริ่มกันที่รายแรกกับ คาร์ลอส บัคก้า กองหน้ามากฝีเท้าของ เอซี มิลาน ที่ฤดูกาลก่อนหน้านี้ยิงในลีกคนเดียวถึง 18 ประตู เขาย้ายมาจากจาก เซบีย่า ร่วมซบ "ปีศาจแดงดำ" ด้วยค่าตัวสูงถึง 30 ล้านยูโร กระนั้นผลงานของเขาก็นับว่าคุ้มค่าเม็ดเงินที่เสียไปอย่างมากทีเดียว สำหรับเกมแรกของฤดูกาลนี้ของ มิลาน เป็นการเจอกับ โตริโน่ อีกหนึ่งทีมดังในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี โดยกองหน้าชาวโคลอมเบียได้ยิงประตูในนาทีที่ 38,50 และจุดโทษในนาทีที่ 62 ส่งผลให้เกมจบลงด้วยชัยชนะของเจ้าถิ่น จูเซปเป้ เมอัซซ่า ที่สกอร์ 3-2 นั่นเอง2. อเล็กซ็องแดร์ ลากาแซตต์ (โอลิมปิก ลียง) ผมเชื่อว่านักเตะรายนี้บางคนอาจจะไม่รู้จักสักเท่าไหร่ไม่ค่อยได้อ่านข่าวคราวการซื้อขายกันมากนัก เพราะ อเล็กซ็องแดร์ ลากาแซตต์ นับเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ตกเป็นข่าวการย้ายมาเล่นในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มากที่สุดคนหนึ่งก็ว่าได้ หลัง "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ได้ตกเป็นกระแสความสนใจใช้งานอย่างหนักในช่วงเวลาที่ผ่านมา เนื่องจากนักเตะรายนี้ได้ซัดใน ลีก เอิง ฝรั่งเศส เมื่อซีซั่น 2015/16 ไปมากถึง 21 ประตูทีเดียว แถมฤดูกาลก่อนหน้านั้นยังยิงไปถึง 27 ประตูอีกด้วยนะ สำหรับกองหน้าเลือดนํ้าหอมนับว่าเป็นฤดูกาลใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ หลังนัดแรกในซีซั่น 2015/16 ได้ซัดแฮตทริกช่วย "โอแอล" โค่น น็องซี่ ไปด้วยสกอร์มากถึง 3-0 แถมเกมเจอกับ ก็อง ในนัดต่อมายังยิงได้อีก 2 ลูกด้วยซํ้า ด้วยฝีเท้าระดับนี้น่าสนใจจริงๆว่าบอร์ดบริหาร ลียง จะรั้งตัวเอาไว้ได้อีกนานแค่ไหนกัน3. โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (บาเยิร์น มิวนิค) ส่วน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ นับเป็นผู้เล่นที่โชว์ผลงานได้อย่างเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ เพราะตั้งแต่ย้ายมายังถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า ก็พังสกอร์ได้อย่างไม่หยุดไม่หย่อน ซึ่งซีซั่นแรกในปี 2014/15 แม้จะดูยิงไปได้เยอะมากโขแล้วที่ 17 ประตู แต่ฤดูกาลถัดมากลับถล่มตาข่ายไปได้มากถึง 30 ประตูอีกต่างหาก น่าสนใจจริงๆว่าซีซั่น 2016/17 นั่นเขาจะสร้างปรากฎการณ์ให้แฟนบอลเมืองเบียร์ได้เห็นอีกครั้งหรือไม่ เกมแรกของ "เสือใต้" ฤดูกาลนี้อาจจะออกสตาร์ทช้าไปกว่าลีกอื่นๆ แต่พวกเขาก็คงความร้อนแรงด้วยการถล่ม แวร์เดอร์ เบรเมน ไปด้วยสกอร์มากถึง 6-0 ซึ่ง เลวานดี้ ได้ทำประตูไปในนาทีที่ 13,46 และ 77 ส่วนอีก 3 ประตูที่เหลือตกเป็นของ ชาบี อลอนโซ่, ฟิลิปป์ ลาห์ม และ ฟร้องก์ ริเบรี่ นั่นเอง4. หลุยส์ ซัวเรซ (บาร์เซโลน่า) แน่นอนว่านักเตะรายนี้ไม่มีใครไม่รู้จักแน่นอน สำหรับ หลุยส์ ซัวเรซ ยอดดาวยิงของ บาร์ซ่า ที่ยังคงความร้อนแรงตั้งแต่ฤดูกาลแรกจนถึงปัจจุบัน เขาปรับตัวผสานฝีเท้าร่วมกับ เนย์มาร์ และ ลิโอเนล เมสซี่ ได้อย่างรวดเร็วจนได้รับฉายาสามแนวรุก "MSN" สุดน่าเกรงขาม ซึ่งเชื่อหรือไม่ว่าในปี 2015/16 เขายิงในลีกสูงสุดแดนกระทิงดุไปได้ถึง 40 ประตูเชียวนะ อย่างไรก็ตามเกมแรกของ "หม่อมเหยิน" ในฤดูกาลใหม่เป็นการช่วย "เจ้าบุญทุ่ม" เปิดบ้านถล่ม เรอัล เบติส ไปด้วยสกอร์ถึง 6-2 โดย ซัวเรซ เป็นผู้ทำประตูในนาทีที่ 42,56 และ 82 นั่นเอง นอกนั้นคือการทำประตูเบิกร่องของ อาร์ด้า ตูราน และเป็นการทำผลงานอันยอดเยี่ยมของ เมสซี่ อีก 2 ตุงด้วยกันCredit Pic : Zimbio, Arsène's Son

"ท็อป 5 สตาร์ส่งออกค่าตัวแพงสุดของ เซบีย่า"

เซร์คิโอ รามอส รามอส ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของ เซบีย่า อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะปราการหลังกัปตันทีม เรอัล มาดริด คนปัจจุบันเติบโตขึ้นมาจากอะคาเดมี่ของยอดทีมแห่งแคว้นอันดาลูเซียตั้งแต่อายุเพียง 10 ขวบ และการลงสนามกับทีมชุดใหญ่ของทัพ "โลส โรฆิบลังโกส" เพียงฤดูกาลเดียว (2004-05) ก็เพียงพอใน "โลส บลังโกส" หอบเงินค่าตัว 27 ล้านยูโรมาให้กับพวกเขาเพื่อเซ็นสัญญากับดาวโรจน์วัย 19 ปีในตอนนั้นที่เล่นได้ทั้งตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก, แบ็กขวา และมิดฟิลด์ตัวรับ เมื่อปี 2005 โดยนับถึงตอนนี้สตาร์วัย 30 ปีประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ระดับเมเจอร์มาแล้วแทบทุกรายการกับ มาดริด และทีมชาติสเปน คาร์ลอส บักก้า ไม่น่าแปลกใจที่ บักก้า จะได้รับความสนใจจากทั้ง เชลซี, ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล และ โรม่า หลังจากดูกาล 2014-15 ศูนย์หน้าทีมชาติโคลอมเบียกระทุ้ง 28 ประตูจากการลงสนามในทุกรายการกับทัพ "โลส โรฆิบลังโกส" พร้อมแชมป์ยูโรปา ลีก มาครอง โดยเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมต่อเนื่องจากซีซั่น 2014-15 ของเขาหลังจากกด 21 ประตูกับยอดทีมแห่งแคว้นอันดาลูเซียซึ่งเป็นปีแรกที่ดาวยิงชาวโคลอมเบียนย้ายจาก คลับ บรูช มาล่าตาข่ายในถิ่นเอสตาดิโอ รามอน ซานเชซ ปิซฆวน อย่างไรก็ตามสุดท้ายเป็น เอซี มิลาน ที่ตอบตกลงจ่าย 30 ล้านยูโรตามค่าฉีกสัญญาเพื่อรับหัวหอกวัย 29 ปีเข้าสู่รั้วสตาดิโอ ซาน ซิโร่ เมื่อกลางปีที่แล้ว เควิน กาเมโร่ กาเมโร่ อยู่ในฟอร์มน่าประทับใจต่อเนื่องขึ้นในแต่ละปีกับ เซบีย่า นับตั้งแต่ย้ายจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาล่าตาข่ายในรั้วรามอน ซานเชซ ปิซฆวน เมื่อปี 2013 ก่อนมาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมอย่างกับฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยกระทุ้ง 16 ประตูในลา ลีกา รวม 29 ประตูในทุกรายการพร้อมพายอดทีมแห่งแคว้นอันดาลูเซียยึดบัลลังก์แชมป์ยูโรปา ลีก เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน ทำให้หัวหอกวัย 29 ปีกลายเป้าหมายของ บาร์เซโลน่า กับ แอตเลติโก มาดริด และสุดท้ายเป็น "ตราหมี" ที่ทุ่มค่าตัว 32 ล้านยูโรเพื่อรับดาวยิงชาวเฟร้นช์มาร่วมถิ่นเอสตาดิโอ บิเซนเต้ กัลเดรอน หลังยอดทีมแห่งกรุงมาดริดพลาดดึง ดีเอโก้ คอสต้า กลับจาก เชลซี เกอร์เซกอร์ซ ครีโชเวียค ครีโชเวียค ถือเป็นกองกลางตัวรับระดับท็อปของลา ลีกา ช่วง 2 ปีหลังอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะนอกจากมิดฟิลด์วัย 26 ปีจะกลายเป็นขุมกำลังสำคัญของทัพ "โลส โรฆิบลังโกส" ทันที่ที่ย้ายจาก แร็งส์ มาค้าแข้งยังถิ่นเอสตาดิโอ ราม่อน ซานเชซ ปิซฆวน ในราคา 4.5 ล้านยูโร เมื่อปี 2014 ห้องเครื่องทีมชาติโปแลนด์ยังเล่นได้อย่างแข็งแกร่งดุดัน และมีพัฒนาการต่อเนื่องสำหรับบทบาทตัวตัดเกมตลอด 2 ซีซั่นที่ผ่านมา ทำให้หลัง อูไน เอเมรี่ เลือกอำลา เซบีย่า และไปก้าวไปกุมบังเหียน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในช่วงซัมเมอร์นี้ เฮดโค้ชชาวสแปนิชจึงสนับสนุนให้ เปแอสเช ลงทุน 33.6 ล้านยูโรเพื่อนำเข้าอดีตแข้ง บอร์กโดซ์ สู่รั้วปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ดานี่ อัลเวส แน่นอนว่า อัลเวส ยังอยู่ในหัวใจของสาวก "เซบียีสตาส" เสมอ เนื่องจากแบ็กขวาตัวเก๋าทีมชาติบราซิลรับใช้ เซบีย่า ยาวนาน 6 ปีนับตั้งแต่ย้ายจาก บาเฮีย สโมสรในบ้านเกิดมาตะบันเพลงแข้งยังรังราม่อน ซานเชซ ปิซฆวน เมื่อปี 2002 ขณะที่วัยเพียง 19 ปีเท่านั้น และกองหลังตัวใหม่ของ ยูเวนตุส ก็เติบโตขึ้นต่อเนื่องไปพร้อมกับยอดทีมแห่งแคว้นอันดาลูเซียที่กำลังลืมตาอ้าปากพร้อมคว้าทั้งแชมป์โกปา เดล เรย์, ซูเปอร์โกปา เด เอสปันญ่า, ยูฟ่า คัพ และยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ก่อนถูก บาร์เซโลน่า คว้าตัวไปร่วมถิ่นคัมป์ นู ด้วยค่าตัวหลัก 35 ล้านยูโร ในปี 2008 ซึ่งจากนั้นดาวเตะวัย 33 ปีก็พัฒนาฝีเท้าจนกลายฟูลแบ็กระดับท็อปของโลกการันตีด้วย 23 โทรฟี่แชมป์เมเจอร์กับ "อาซูลกราน่า"pic : transfermarkt.com

โคตรโหด ! รวมสถิติสุดบ้าของ ซัวเรซ กับ บาร์ซ่า

ได้ดิบได้ดีสุดๆสำหรับ หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอกฟันไม่เข้าของพลพรรค "อัลซูกราน่า" บาร์เซโลน่า ที่ล่าสุดก็เพิ่งจะกระหน่ำกดแฮตทริกไปได้ในเกม ลาลีก้า สเปน นัดแรกของฤดูกาลกับ เรอัล เบติส ทำให้สื่ออย่าง 'Mirror' รวบรวมสถิติสุดคลั่งของศูนย์หน้าทีมชาติอุรุกวัยเอาไว้จะมีอันไหนน่าสนใจบ้างมาดูกันเลย1 : ซัวเรซ ยิงแฮตทริกได้ 4 ครั้งจากการลงเล่น 6 เกมลีกหลังสุด2 : และใน 6 เกมดังกล่าวนั่นน่ะ ซัวเรซ ยิงไปคนเดียว 17 ประตู !3 : มันหมายความว่าค่าเฉลี่ยต่อ 1 นัดนั้นคือ 2.83 ประตู4 : จากการลงเล่นให้กับ บาร์เซโลน่า ในเกมลีก 63 นัด ซัวเรซ มีส่วนร่วมถึง 89 ลูก !5 : แบ่งเป็น 59 ประตูกับอีก 30 แอสซิสต์6 : ตอนนี้เขาทำไปแล้ว 10 แฮตทริก ให้กับ บาร์เซโลน่า7 : คิดง่ายๆเลยคือลงเล่น 10 นัด ซัวเรซ จะยิง แฮตทริก ได้ 1 ครั้ง8 : จากการลงเล่น 98 นัดให้กับ บาร์ซ่า ในทุกรายการ ซัวเรซ ยิงไปแล้ว 88 ประตูเค.เค.pic : zimbio

รวม 5 แข้งเจ๋งทุบสถิติช่วงซัมเมอร์!

ต้องยอมรับว่าช่วงซัมเมอร์นี้นับเป็นช่วงการหยุดพักฟุตบอลที่เหมือนไม่ได้หยุดเลยแม้แต่น้อย เพราะการแข่งขันระดับเมเจอร์ทั้งรายการ ยูโร 2016, โอลิมปิก เกม และ โกปา อเมริกา 2016 ต่างระอุขึ้นตลอดช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีการทำสถิติใหม่ๆเกิดขึ้นมากมายและวันนี้ทางเราก็ขอยกสถิติให้ได้ทราบกันกับนักเตะคนดัง 5 รายครับ1. มาร์คัส แรชฟอร์ด เจ้าหนู มาร์คัส แรชฟอร์ด ดาวรุ่งอนาคตไกลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้กลายเป็นหนึ่งในผู้ทุบสถิติช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาเช่นกัน หลังมีชื่อเป็นหนึ่งในกองหน้าของทัพ "ทรีไลออนส์" ทีมชาติอังกฤษ ภายใต้การนำทีมของ รอย ฮอดจ์สัน ซึ่งด้วยวัยเพียง 18 ปีกับอีก 228 วัน ระหว่างเกมพบ เวลส์ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมาก็ส่งผลให้เขากลายเป็น "นักเตะเลือดผู้ดีอายุน้อยที่สุด" ในศึก ยูโร 2016 รอบสุดท้าย ไปโดยปริยาย สำหรับสถิติดังกล่าวเจ้าของเดิมตกเป็นของ เวย์น รูนีย์ กัปตันทัพ "ปีศาจแดง" ที่เคยทำเอาไว้เมื่อปี 2004 นั่นเอง2. เรนาโต้ ซานเชซ ถือได้ว่ากลายเป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งที่ถูกจับตามองเวลานี้เลยก็ว่าได้ สำหรับ เรนาโต้ ซานเชซ หลังเพิ่งโยกซบ บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เขากลายเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่ทำสถิติใหม่ได้อย่างน่าเหลือเชื่อด้วยการเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูในศึก ยูโร รอบน็อคเอาท์ เกมพบกับ โปแลนด์ นอกจากนี้ยังกลายมาเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นระดับเมเจอร์ให้กับ "ฝอยทอง" อีกด้วย3.คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นับเป็นอีกหนึ่งจอมทำลายสถิติตัวจริงเสียงจริง สำหรับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ช่วงซัมเมอร์นี้ก็สร้างสถิติให้กับตัวเองได้อีกครั้งด้วยการเป็นผู้เล่นที่ลงสนามทำประตูได้มากที่สุดในศึก ยูโร รอบสุดท้าย ไปแล้วถึง 4 ครั้งติดต่อกัน ทั้งในปี 2004, 2008, 2012 และ 2016 ซึ่งด้วยวัย 31 ปี เขามีโอกาสที่จะปิดท้ายในปี 2020 ได้อีกครั้งด้วย4.พอล ป็อกบา คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก พอล ป็อกบา มิดฟิลด์เลือดนํ้าหอมที่กำลังร้อนแรงสุดๆในเวลานี้แน่นอน ซึ่งล่าสุดเขาก็ได้กลับมาเป็นผู้เล่นใหม่ของถิ่น โอล์ด แทรฟฟอร์ด อีกครั้งด้วยค่าตัวทุบสถิติโลกสูงถึง 89 ล้านปอนด์ หลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการกวาดแชมป์ให้กับ ยูเวนตุส ตลอด 4 ฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นมิติใหม่ของวงการลูกหนังเวลานี้ทีเดียว สำหรับผู้ที่ครองค่าตัวทุบสถิติโลกก่อนหน้านี้ตกเป็นของ แกเร็ธ เบล เจ้าหนุ่มหน้ามนต์ที่ย้ายจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ โยกซบ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 85.3 ล้านปอนด์เมื่อปี 2013 นั่นเอง5. เนย์มาร์ เรียกได้ว่าสดๆร้อนๆกันเลยก็ว่าได้ สำหรับ เนย์มาร์ กองหน้าฝีเท้าแซมบ้าของ บาร์เซโลน่า ที่เพิ่งทำสถิติใหม่ในศึก โอลิมปิก เกม ณ เมืองริโอ เดอ จาเนโร ด้วยการเป็นนักเตะที่พังประตูเร็วที่สุดของรายการเพียง 15 วินาทีเท่านั้นระหว่างเกมที่ถล่ม ฮอนดูรัส ไปด้วยสกอร์มากถึง 6-0 นับว่าเป็นฟอร์มที่โดดเด่นอย่างน่าเหลือเชื่อของเจ้าภาพเวลานี้จริงๆCredit Pic : Zimbio

"4 สตาร์ที่ได้ฤกษ์ย้ายกลับบ้านในซัมเมอร์ปี 2016"

มาริโอ เกิทเซ่ คงไม่ผิดนักหากจะบอกว่า เกิทเซ่ ล้มเหลวกับ บาเยิร์น มิวนิค และไม่ได้เป็นนักเตะที่พัฒนาไปไกลมากนักสำหรับการค้าแข้ง 3 ปีในถิ่นอัลลิอันซ์-อารีน่า หลังอำลา โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่ฟูมฟักเขามาตั้งแต่อายุเพียง 9 ขวบ ก่อนไต่เต้าสู่ทีมชุดใหญ่พร้อมกวาด 2 ถาดแชมป์บุนเดสลีกากับอีก 1 แชมป์เดแอฟเบ-โพคาล และไปเล่นกับสโมสรยักษ์ใหญ่ของเยอรมันอย่าง บาเยิร์น ที่มีเทรนเนอร์คนใหม่เป็น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ด้วยค่าตัว 37 ล้านยูโร เมื่อเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติเยอรมันแทบไม่สามารถเล่นด้วยฟอร์มที่ดีสุดของตัวเองได้เลยกับทีมของอดีตเฮดโค้ช บาร์เซโลน่า โดยเฉพาะซีซั่น 2015-16 ที่ผ่านมา ทำให้จอมทัพวัย 24 ปีจะถูกส่งกลับซิกนัล-อิดูน่า-พาร์ค ในราคา 27 ล้านยูโร อัลบาโร่ โมราต้า แน่นอนว่า โมราต้า ถือเป็นความภาคภูมิใจของ เรอัล มาดริด และสาวกมาดริดิสต้าอย่างไม่ต้องสงสัยในฐานะที่เขาคืออีก 1 ดาวรุ่งจากอะคาเดมี่ของสโมสรที่เติบโตจนก้าวสู่ทีมชุดใหญ่ และมีศักยภาพพร้อมพัฒนาไปเป็นขุมกำลังสำคัญของทัพ "โลส บลังโกส" ในอนาคต ทว่าโอกาสลงสนามที่น้อยลงในซีซั่น 2013-14 ทำให้ดาวยิงวัย 23 ปีเลือกย้ายไป ยูเวนตุส ด้วยค่าตัว 20 ล้านยูโร พร้อมเงื่อนไขซื้อกับของ มาดริด และเจ้า "ม้าลาย" ก็มีส่วนทำให้ โมราต้า ก้าวขึ้นเป็นศูนย์หน้าที่ครบเครื่อง และเฉียบคมขึ้น ก่อนกลายเป็นหัวหอกตัวหลักของทีมชาติสเปนในยูโร 2016 ที่ผ่านมา ทำให้ยอดทีมแห่งกรุงมาดริดไม่รีรอที่จะรับเขากลับซานติอาโก้ เบร์นาเบว ตามออปชั่น 30 ล้านยูโร มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ ฮุมเมิ่ลส์ ถูกบ่มเพาะจากอะคาเดมี่ของ บาเยิร์น มิวนิค ยาวนานกว่า 11 ปี ก่อนก้าวขึ้นสู่ทีมสำรอง และทีมชุดใหญ่ของ บาเยิร์น ระหว่างปี 2006-09 อย่างไรก็ตามการที่เขาได้สัมผัสเกมกับยอดทีมแห่งบาวาเรียเพียง 1 นัดเท่านั้น ทำให้ปราการหลังทีมชาติเยอรมันถูกส่งต่อให้กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยค่าตัว 4.2 ล้านยูโร เมื่อปี 2008 โดยเป็นสัญญายืมตัวก่อน และออปชั่นซื้อขาดในภายหลัง และกับ "เสือเหลือง" นี่เองที่ทำให้กองหลังวัย 27 ปีก้าวขึ้นเป็นเซ็นเตอร์แบ็กระดับท็อปของโลก พร้อมประสบความสำเร็จมากมายทั้งกับสโมสร และทีมชาติ รวมทั้งกลายเป็นเป้าหมายของเหล่าบิ๊กทีมทั่วยุโรป ทำให้ "เสือใต้" ต้องยอมทุ่ม 35 ล้านยูโรเพื่อดึงลูกหม้อของพวกเขากลับ ปอล ป็อกบา ป็อกบา เลือกบอกลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปสู่อ้อมอก ยูเวนตุส แบบไม่มีค่าตัวเมื่อ 4 ปีที่แล้ว พร้อมประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมทั้งในแง่ฝีเท้าที่พัฒนารุดหน้าแบบก้าวกระโดด และโทรฟี่แชมป์ที่กองกลางวัย 23 ปีกวาดกับ "ม้าลาย" ทั้งแชมป์สคูเด็ตโต้ 4 ปีซ้อน และแชมป์โคปปา อิตาเลีย 2 สมัย ทำให้เขากลายเป็นเป้าหมายของ โชเซ่ มูรินโญ่ ทันที่ที่เข้ามากุมบังเหียนในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ส่วนบอร์ดบริหาร "ยูไนเต็ด" ก็พร้อมหนนุหลังบอสชาวโปรตุกีสเต็มที่เพื่อพาทัพ "เร้ด เดวิลส์" กลับสู่จุดที่ตัวเองเคยยืน ก่อนนำมาซึ่งการลงทุนเสริมทัพ 146 ล้านปอนด์เพื่อต้อนแข้งใหม่เข้าโรงละครแห่งฝัน รวมทั้งค่าตัวสถิติโลก 89 ล้านปอนด์ของมิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสด้วยpic : facebook.com/BVB, dailymail.co.uk

ไม่ผิดคาด ! เผย 5 ทีมในพรีเมียร์ถลุงเงินเยอะสุดตลาดร้อนนี้

พรีเมียร์ลีกเปิดฤดูกาลอย่างเป็นทางการและก็เตะครบทุกคู่ทุกแมตช์ไปแล้วนะครับ วันนี้ผมก็เลยขอรวบรวมทีมที่ลงทุนเยอะที่สุดในตลาดหน้าร้อนนี้มาให้แฟนๆ 'Cheerball' ได้ดูกัน 5 ทีมซึ่งคงไม่ผิดคาดของใครหลายๆคน5. อาร์เซน่อล - 44.2 ล้านปอนด์กรานิต ชาก้า : 38.25 ล้านปอนด์ทาคุม่า อาซาโนะ : 3.4 ล้านปอนด์ร็อบ โฮลดิ้ง : 2.55 ล้านปอนด์4. เชลซี - 63.58 ล้านปอนด์มิชี่ย์ บาตชัวยี่ : 33.15 ล้านปอนด์เอ็นโกโล่ ก็องเต้ : 30.43 ล้านปอนด์3. ลิเวอร์พูล - 67.92 ล้านปอนด์ซาดิโอ มาเน่ : 35.02 ล้านปอนด์จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม : 23.38 ล้านปอนด์ลอริส คาริอุส : 4.27 ล้านปอนด์รักนาร์ คลาวาน : 4.25 ล้านปอนด์2. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - 157.25 ล้านปอนด์ปอล ป็อกบา : 89.25 ล้านปอนด์เฮนริค มคิห์ตาร์ยาน : 35.7 ล้านปอนด์เอริค ไบญี่ : 32.3 ล้านปอนด์1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ - 161.59 ล้านปอนด์จอห์น สโตนส์ : 47.26 ล้านปอนด์เลรอย ซาเน่ : 42.5 ล้านปอนด์กาเบรียล เฮซุส : 27.2 ล้านปอนด์อิลกาย กุนโดกัน : 22.95 ล้านปอนด์มาร์ลอส โมเรโน่ : 4.68 ล้านปอนด์โอเลคซานดาร์ ซินเชนโก้ : 1.7 ล้านปอนด์pic : zimbio, Manchester United

4 เรื่องน่าสนใจกับ "วินเซนต์ ยานส์เซ่น"

วินเซนต์ ยานส์เซ่น กองหน้าตัวใหม่ของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กำลังเป็นหนึ่้งในดาวรุ่งที่ถูกจับตามองเวลานี้ ซึ่งแม้ว่าจะไม่สามารถพังสกอร์นัดแรกเกมพบ เอฟเวอร์ตัน มาได้ แต่ด้วยฟอร์มของเขาก็ทำเอา เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เอ่ยปากชื่นชมที่ช่วยเสริมสร้างความแตกต่างทางเกมรุก วันนี้ทางเราจึงอยากจะพาแฟนเพจมารู้จักเขาให้มากขึ้นครับ!!1. นักเตะค่าตัวแพงที่สุดของ อาแซต อัลค์มาร์ การย้ายมาเล่นให้ "ไก่เดือยทอง" ด้วยค่าตัว 17 ล้านปอนด์ พร้อมสัญญาอีก 4 ปี ทำให้ วินเซนต์ ยานส์เซ่น กลายเป็นผู้เล่นค่าตัวแพงที่สุดที่ อาแซต อัลค์มาร์ เคยขายมาไปแล้ว หลังก่อนหน้านี้เป็น โจซี่ อัลติดอร์ ที่ อาแซต เคยปล่อยขายไปยัง ซันเดอร์แลนด์ ด้วยค่าตัวราว 10 ล้านปอนด์เมื่อปี 2013 ที่ผ่านมา2.สายเลือดแชมเปี้ยนตัวจริง เจ้าหนูวัย 22 ปีรายนี้นับว่ามีสายเลือดของแชมป์อย่างแม้จริง เนื่องจากเขาเป็นลูกชายของ Annemarie Verstappen ที่เป็นแชมป์เก่านักกีฬาว่ายนํ้าฟรีสไตล์ เธอเป็นนักกีฬาชาวดัตช์ที่เคยรับเหรียญมามากมายและเป็นแชมป์ฟรีสไตล์ระยะทาง 200 เมตรมาแล้วในรายการ World Aquatics Championships ซึ่งน่าสนใจจริงๆว่า ยานส์เซ่น จะสามารถเจริญรอยตามความสำเร็จอย่างมารดาของเขาได้หรือไม่3.ความประทับใจครั้งแรกบนเกาะอังกฤษ วินเซนต์ ยานส์เซ่น ได้สร้างความประทับใจครั้งแรกให้กับแมวมองเลือผู้ดีเมื่อเขามีชื่อเป็นทั้งผู้ทำประตูและสร้างแอสซิสต์ในเกมที่ช่วย เนเธอร์แลนด์ บุกโค่น อังกฤษ ได้ถึง เวมบลีย์ ด้วยสกอร์ 2-1 เมื่อต้นปี 2016 ก่อนท้ายที่สุดจะได้ร่วมลงเอยกับ "ไก่เดือยทอง" นั่นเอง4.เล่นบอลได้ดี,โชว์แจ่มลูกกลางอากาศ ดาวรุ่งชาวดัตช์นับเป็นผู้ที่ถูกรู้จักเป็นอย่างดีในด้านความแข็งแกร่งและการจบสกอร์ แต่ส่วนหนึ่งที่หลายคนมองข้ามคือทักษาการจ่ายบอลสำเร็จ จากสถิติเมื่อซีซั่น 2015/16 ทางด้าน ยานส์เซ่น มีโอกาสจ่ายบอลสำเร็จมากถึง 73.5 เปอร์เซนต์ ซึงนับเป็นตัวเลขที่สูงทีเดียว ขณะที่ลูกกลางอากาศก็ยังชนะมากถึง 7 ในทุกๆ 10 ครั้ง ซึ่งนั่นจะทำให้เขาสู้กับปราการหลังร่างยักษ์ในลีกสูงสุดแดนผู้ดีได้เป็นอย่างดีแน่นอน Credit Pic : Zimbio, Skysports