breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

รวม 3 ผู้เล่นที่ผันตัวเองจากนักเตะสู่วงการอื่น!

บนโลกใบนี้มีนักฟุตบอลมากมายที่ได้ตัดสินใจแขวนสตั๊ดและใช้เงินก้อนของตัวเองเข้ามาทำธุรกิจส่วนตัวต่างๆกันมากมายนอกเหนือไปจากบทบาทในวงการฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็น แบรนด์เสื้อผ้า, นักแสดง, นักธุรกิจ หรือ เปิดที่พักแรม ก็ตาม แต่วันนี้ทางเราขอแนะนำผู้เล่นอีกสามรายที่ได้ผันตัวเองไปสู่เส้นทางที่สุดแตกต่างกันครับ...1. ทิม วีเซ่ หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับ ทิม วีเซ่ อดีตนายด่านชาวเยอรมันรูปร่างสุดบึ้ก เขาเคยเฝ้าเสาให้กับทั้ง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น, ฟอร์จูน่า โคโลญจน์, เอฟซี ไกเซอร์เลาเทิร์น, แวน์เดอร์ เบร แมน และ ฮอฟเฟ่นไฮม์ มาแล้ว ทั้งยังเคยติดธงรับใช้ "อินทรีเหล็ก" มาแล้วอีกด้วยเช่นกัน กระนั้นช่วงสุดท้ายก่อนแขวนถุงมืออยู่ๆเขาก็ไปเตะตาต้องใจวงการมวยปลํ้าขึ้น เมื่อ WWE ได้ติดต่อเทียบเชิญให้เข้ามาร่วมงานด้วยกัน ซึ่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2016 ก็ยังได้ออกอีเวนท์ที่มิวนิคอีกต่างหาก ซึ่งหากว่ากันตามตรงดูจากรูปร่างของเขามันก็เหมาะสมกับเขาจริงๆนั่นแหละ2. ฌิบริล ซิสเซ่ ถัดมาเป็น ฌิบริล ซิสเซ่ นักเตะเลือดนํ้าหอมที่แฟนบอล "หงส์แดง" น่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดี เขาเคยค้าแข้งให้กับทั้ง ออแซร์, ลิเวอร์พูล, โอลิมปิก มาร์กเซย, ซันเดอร์แลนด์, ปานาติไนกอส, ลาซิโอ, ควีนส์ พาร์ค แรนเจอร์ส, อัล-การาฟา, คูบัน คราวนอดาร์, บาสเตียน และ แซงต์-ปิแอร์รอยส์ มาแล้ว ซึ่งเจ้าตัวก็เพิง่จะตัดสินใจแขวนสตั๊ดเป็นคำรบ 2 เมื่อสัปดาห์ทีผ่านมา หลังก่อนหน้านี้เคยประกาศไปแล้วเมื่อปี 2015 เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนนั่นเอง อย่างไรก็ตามทุกท่านทราบหรือไม่ว่านอกจาก ซิสเซ่ จะมีแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองแล้ว เขายังขออุทิศตัวเองไปกับการทำงานเป็น "DJ" อีกด้วย นับเป็นสิ่งที่แหวกแนวไม่น้อยเลย3. รอยสตัน เดรนเธ่ สำหรับรายสุดท้ายหลายท่านน่าจะเคยอ่านไปแล้วกับ "สะเก็ดลูกหนัง" ที่เคยได้โพสต์ไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาเคยเป็นนักฟุตบอลคนหนึ่งที่ถูกจับตามองอย่างมากในตำแหน่งริมเส้นฝั่งซ้ายและได้เคยค้าแข้งให้กับทีมชั้นนำของยุโรปอย่าง เฟเยนูร์ด, เรอัล มาดริด และ เอฟเวอร์ตัน มาแล้ว กระนั้นท้ายที่สุดกลับลุยเส้นทางลูกหนังได้ไม่รุ่งนัก ก่อนด้วยวัยเพียง 29 ปีเจ้าตัวก็ได้ผันตัวเองกลายมาเป็น Rapper เป็นที่เรียบร้อยและออกซิงเกิลชื่อ "Paranoia" มาให้ได้รับฟังกันนั่นเองครับCredit Pic : Zimbio, GCimage, Youtube

ครบ 16 ทีม ! ยูฟ่า ฉำแหละสะกดชื่อดาวเตะชัดๆให้หายคาใจ

ทำออกมาให้คอลูกหนังทั่วโลกให้หายคาใจสำหรับการออกเสียงกันเลยสำหรับเวบไซด์ของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรปหรือ ยูฟ่า ที่ได้ยกตัวอย่างชื่อนักเตะบางรายของ 16 สโมสรที่ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายมาแบบเน้นๆกันเลยอาร์เซน่อลHéctor Bellerín – Hector Bay-air-een (เบย์แอร์อีน)Petr Čech – Pet-r Chekh Francis Coquelin – Francis Cock-er-lan (ฟรานซิส ค็อกเออร์แลน)Mathieu Debuchy – Mat-yur De-boo-she (มัตเยอร์ เดบูชี)Olivier Giroud – Olivier Gee-roo (โอลิวิเยร์ กีรู)Laurent Koscielny – Lo-ron Ko-sea-el-ni (โลรอน โกซีเอลนี)Mesut Özil – Mesut Er-zil (เมซุต เออร์ซิล)Granit Xhaka – Granit Chaka (กรานิต ชาก้า)แอตเลติโก้ มาดริดNicolás Gaitán – Guy-tan (กายตัน)Antoine Griezmann – An-twan Gree-ez-man (อันตวน กรีอีซแมน)Koke – Ko-kay (โกเกย์)Saúl Ñíguez – Sow-ool Nyee-gess (โซวอูล ยีเกสส์)Stefan Savić – Sa-vich (ซาวิช)Nicolás Schiappacasse – Ski-appa-cass-ey (สกีอัปปาแคสส์เอย์)Šime Vrsaljko – Shee-may Ver-sal-ko (ชีเมย์ เวอร์ซัลโก)บาร์เซโลน่าLucas Digne – Loo-cah Dee-nyuh (ลูคาห์ ดี ?)Ivan Rakitić – Ra-key-titch (ราคีย์ติช)บาเยิร์น มิวนิคJoshua Kimmich – Kim-ikh (กิมอิคห์)Robert Lewandowski – Le-van-dov-ski (เลวานดอฟสกี้)Manuel Neuer – Man-well Noy-er (แมนเวลล์ นอยเออร์)เบ็นฟิก้าFranco Cervi – Chair-vee (แชร์วี)Ljubomir Fejsa – Fay-sa (เฟย์ซ่า)Gonçalo Guedes – Gair-diss (เกียร์ดิสส์)Victor Lindelöf – Linda-love (ลินดาเลิฟ)โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์Pierre-Emerick Aubameyang – Oh-bam-yong (โอแบมยอง)Alexander Isak – Ee-sack (เออซัค)Łukasz Piszczek – Woo-cash Peesh-check (วูแคช พีชเชค)Christian Pulišić – Police-sick (โปลิซซิค)Marco Reus - Royce (รอยซ์)Nuri Şahin – Noo-ree Shah-hin (นูรี ชาห์ฮิน)Roman Weidenfeller – Vye-den-feller (เวยเดนเฟลเลอร์)ยูเวนตุสGianluigi Buffon – Boo-fon (บูฟอน)Giorgio Chiellini – Kee-ell-ee-nee (คีเอลล์อีนี)Gonzalo Higuaín – Ee-gway-een (อีเกวย์อีน)Mario Mandžukić – Man-joo-kitch (แมนจูกิช)Claudio Marchisio – Mar-kee-sio (มาร์คีซิโอ)Marko Pjaca – Pee-at-za (ปีอัตซ่า)Miralem Pjanić – Pee-ah-nitch (ปีอาห์นิช)เลสเตอร์ ซิตี้Robert Huth - Hoot (ฮูธ)Bartosz Kapustka – Bar-tosh (บาร์ตอช)Kasper Schmeichel – Smai-kel (ชไมเคล)Leonardo Ulloa – Lay-oh-nar-doe Oo-show-ah (เลย์โอนาร์โด อูโชว์อาห์)ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นHakan Çalhanoğlu – Chall-han-och-loo (ชัลล์แฮนโอชลู)Aleksandar Dragović – Drago-vitch (ดราโกวิช)Tin Jedvaj – Yed-vye (เย็ดวี)Ramazan Özcan – Erz-jan (เออซ์แยน)Joel Pohjanpalo – Po-hyan-pallo (โพยานพัลโล)Ömer Toprak – Er-mar Top-rukh (เออร์มาร์ ทอปรัคห์)แมนเชสเตอร์ ซิตี้Willy Caballero – Caba-yair-o (คาวาเยียร์โอ)İlkay Gündoğan - Ilk-eye Gun-doch-wan (อิคอาย กุนโดชวาน)Jesús Navas – Hess-oos (เฮสส์อูส)Bacary Sagna – Sa-nyah (ซายาห์)โมนาโกTiémoué Bakayoko – Tee-ay-moo-ay (ทีเอย์มูเอย์)João Moutinho – Joo-ow Mow-cheen-oo (ชูเอา มูวชีนโอ)Danijel Subašić – Sooba-shitch (ซูบาชิช)นาโปลีVlad Chiricheş – Kiri-kesh (คิรีเคช)Emanuele Giaccherini – Ja-care-ee-nee (จาแคร์อีนี)Marek Hamšík – Ham-sheek (ฮัมชีค)Elseid Hysaj – El-say-eed Hoo-sigh (เอลเซย์อีด ฮูไซห์)Lorenzo and Roberto Insigne – In-scene-yer (อินซีนเยอร์)Nikola Maksimović – Mak-sim-ov-itch (มักซิมโออิช)Ivan Strinić – Stree-nitch (สตรีนิช)Piotr Zieliński – Zhee-el-een-ski (ซีเอลอีนสกี้)ปารีส แซงต์-แชร์กแมงSerge Aurier – Or-ee-ay (ออร์อีเอย์)Grzegorz Krychowiak – G-sheg-orsh Kri-ko-vyak (จีเชค์ออร์ช ครีโคเวียค)Layvin Kurzawa – Kur-zha-va (คูร์ซาว่า)Thomas Meunier – Mer-nee-air (เมอร์นีแอร์)ปอร์โต้Iker Casillas – Ee-care Ca-see-yass (อีแคร์ กาซียาสส์)Jesús Corona – Hess-oos (เฮสส์อูส)Laurent Depoitre – Lo-ron Der-pwat-rเรอัล มาดริดDani Carvajal – Car-va-hal (การ์บาฮัล)Mateo Kovačić – Ko-va-chitch (โควาชิช)Toni Kroos - Crows (โครวส์)Luka Modrić – Mod-rich (มอดริช)Pepe - Pep (เปป)James Rodríguez – Ha-mess (ฮาเมสส์)เซบีย่าDaniel Carriço – Car-hiss-oh (คาร์อิสโอ)Stevan Jovetić – Yo-veh-titch (โยเวห์ติช)Benoît Trémoulinas – Ben-wah Tray-moo-lee-nass (เบ็นวา เทรย์มูลีนาส)เค.เค.pic : zimbio, Daily Mail

"5 นักเตะที่พลาดคว้าแชมป์แอฟริกันคัพ 2017 กับทัพหมอผี"

แอฟริกา เนชั่นส์ คัพ 2017 รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับความสำเร็จของแคเมอรูนชาติเจ้าของโทรฟี่แชมป์ แน่นอนว่าก่อนทัวร์นาเมนต์ที่ประเทศกาบอง พลพรรค "หมอผี" ชุดนี้ไม่ได้เป็นตัวเต็งอันดับต้นๆของรายการ เนื่องจากขุมกำลังของ อูโก้ บรูส ขาดหายไปมากทีเดียว เนื่องจากนักเตะหลายคนที่ไม่ยอมมารายงานตัวเดินทางมาทำศึกกับทีม ทำให้หลังแคเมอรูนผงาดครองบัลลังก์แชมป์แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ สมัยที่ 5 (1984, 1988, 2000, 2002 และ 2017) บอสชาวเบลเยียมถึงกับออกมาเหน็บแนมผู้เล่นที่ตัดสินใจปฎิเสธรับใช้ชาติ อังเดร แซมโบ อังกุสซ่า (ติดทีมชาติ : 0 นัด ตำแหน่ง : มิดฟิลด์ตัวรับ สโมสรต้นสังกัด : โอลิมปิก มาร์กเซย) แน่นอนว่าสมาคมฟุตบอลแคเมอรูนต้องทาบทาม อังกุสซ่า มาเล่นกับทีมชาติแคมเมอรูน หลังกองกลางตัวรับวัย 21 ปีสามารถทะลุขึ้นมาเป็นตัวหลักในแดนกลางของ โอแอ็ม ภายใต้การบัญชาทัพของผู้จัดการทีม รูดี้ การ์เซีย ในฤดูกาล 2016-17 นี้ ทำให้ อังกุสซ่า ถูกเรียกตัวมาติดทีมในชุดแรก แต่น่าเสียดายที่ต้องมาถูดตัดชื่อจากขุนพล "หมอผี" สำหรับรายการแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2017 เนื่องจากประสบการณ์ของเขาที่ยังน้อยเกินไป อิบราฮิม อมาดู (ติดทีมชาติ : 0 นัด ตำแหน่ง : มิดฟิลด์ตัวรับ สโมสรต้นสังกัด : ลีลล์) อมาดู เกิดในประเทศแคเมอรูนแล้วจึงย้ายมาเติบโตในฝรั่งเศส ทำให้กองกลางวัย 23 ปีเคยผ่านการลงเล่นกับทีมชาติฝรั่งเศส ชุดอายุต่ำกว่า 19 ปีมาแล้ว โดยเขาเริ่มฉายแววกับ น็องซี่ ก่อนถูก ลีลล์ ดึงมาปลุกปั้นด้วยค่าตัว 2 ล้านยูโรเมื่อ 2 ปีก่อน และ อมาดู ก็มีบทบาทกับ "ตราหมา" มากขึ้นจนกลายเป็นตัวหลักในทีมของเทรนเนอร์ ปาทริค โคลล็อต ในฤดูกาล 2016-17 นี้ ทำให้สมาคมฟุตบอลแคเมอรูนพยายามโน้มน้าวให้มาเล่นทีมแคเมอรูนมาตลอด แต่เจ้าตัวก็ปฎิเสธเรื่อยมา อัลลัน นียม (ติดทีมชาติ : 16 นัด ตำแหน่ง : แบ็กขวา สโมสรต้นสังกัด : เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน) นียม ที่เกิดในประเทศฝรั่งเศสผ่านประสบการณ์คว้าแข้งมาแล้วกับทั้ง อูดิเนเซ่, กรานาด้า, วัตฟอร์ด และ เวสต์บรอมวิช ในปัจจุบัน การัตตำแหน่งแบ็กขวาตัวจริงในทีมของเทรนเนอร์ อูโก้ บรูส อย่างแน่นอนสำหรับทัวร์นาเมนต์แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่น 2017 แต่กองหลังวัย 28 ปีที่มาเป็นสมาชิกใหม่ของทัพ "เดอะ แบ็กกี้ส์" ในช่วงซัมเเมอร์ปี 2016 ที่ผ่านมาหรือ 6 เดือนก่อน เลือกไม่ไปรายงานตัวกับทีมชาติของเขา และอยู่เล่นกับทีมต้นสังกัดของตัวเองต่อไป เอริก มักซิม ชูโป-โมติง (ติดทีมชาติ : 42 นัด ตำแหน่ง : กองหน้า สโมสรต้นสังกัด : ชาลเก้) ชูโป-โมติง ตัวรุกเชื่อสายเยอรมัน-แคเมอรูเนียน ที่ผ่านการลงสนามกับทีมชาติเยอรมันในระดับเยาวชนมาตลอด และผ่านการค้าแข้งมาแล้วกับ ฮัมบูร์ก, เนิร์นแบร์ก แลพ ไมนซ์ เลือกล่าตาข่ายให้กับทีมชาติแคเมอรูนชุดใหญ่ตั้งแต่ปี 2010 โดยรับใช้ทัพ "สิงโตทรหด" มาแล้วเกือบ 50 นัด พร้อมผลงานกระทุ้ง 13 ประตู แต่หัวหอกวัย 27 ปีกลับเซอร์ไพรส์ประกาศอำลาทีมชาติเมื่อต้นเดือนมกราคม 2017 นี้ พร้อมยืนยันว่าจะไม่ไปเล่นในทัวร์นาเมนต์แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่น 2017 ที่ประเทศกาบอง อย่างแน่นอน โฌแอล มาติป (ติดทีมชาติ : 27 นัด ตำแหน่ง : เซ็นเตอร์แบ็ก สโมสรต้นสังกัด : ลิเวอร์พูล) มาติป ปราการหลังของ ลิเวอร์พูล อาจไม่ได้ลงเล่นรับใช้ชาติมาตั้งแต่ปี 2015 เนื่องจากปัญหากับสมาคมฟุตบอลแคเมอรูน แต่ด้วยคุณภาพ, ประสบการณ์ และชื่อเสียงของเขา ทำให้ อูโก้ บรูส โค้ชทีมชาติแคเมอรูนพยายามเรียกตัวมาเป็นส่วนหนึ่งในขุมกำลังเพื่อกรำศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2017 แต่อดีตแนวรับ ชาลเก้ ยังยืนยันว่าต้องการอยู่กับต้นสังกัด ซึ่งนั่นทำให้กองหลังวัย 25 ปีโชคร้ายพลาดลงสนามกับทีมของเทรนเนอร์ เจอร์เก้น คล็อปป์ บางนัด เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎองค์กรลูกหนังโลก ส่วนผลงานของ "เดอะ เร้ดส์" ในช่วงต้นปี 2017 ก็ออกมาน่าผิดหวังมากด้วย

รวม 3 สถิติน่าสนใจของเกมคืนวันเสาร์

เกมการแข่งขันฟุตบอลประจำวันเสาร์ยังคงมีตารางการแข่งขันแน่นเอี้ยดอย่างจุใจจริงๆ ซึ่งเกมบิ๊กแมทช์อย่าง เชลซี และ อาร์เซน่อล ก็ได้จบลงไปเช่นเดียวกัน กระนั้นทราบหรือไม่เกมแต่ละรายการก็ได้มีสถิติใหม่เกิดขึ้นมาอีกแล้วและวันนี้ทางเราก็ยกมาให้รับทราบกันถึง 3 สถิติด้วยกันครับ1. โรเมลู ลูกากู แม้จะมีการแข่งขันบิ๊กแมทช์เกิดขึ้น แต่สถิติในครั้งนี้ก็ยังมาตกอยู่กับ โรเมลู ลูกากู ยอดดาวยิงของ เอฟเวอร์ตัน หลังเจ้าตัวได้กลายเป็นแฮตทริกฮีโร่ช่วยให้ "ทอฟฟี่" ไล่ถลุง บอร์นมัธ ด้วยสกอร์ 6-3 ซึ่งทราบหรือไม่ว่ายังเป็นการทำแฮตทริกลูกที่ 300 ในลีกสูงสุดแดนผู้ดีอีกด้วย2. ฟิลิปป์ ลาห์ม ถึง ฟิลิปป์ ลาห์ม จะไม่ได้มีชื่อเป็นผู้ทำประตูให้กับ บาเยิร์น มิวนิค ในเกมที่เสมอกับ ชาลเก้40 ไปด้วยสกอร์ 1-1 แต่ทุกท่านเชื่อหรือไม่ว่าเจ้าตัวได้ทำสถิติอันยอดเยี่ยมของตัวเองร่วมกับถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า เป็นที่เรียบร้อย หลังได้ลงเล่นเกมที่ 500 ร่วมกับต้นสังกัด ซึ่งหากย้อนไปเกมแรกเจอกับ ล็องส์ ในรายการ แชมเปี้ยนส์ลีก ก็ผ่านมาแล้วถึงราว 5,197 วันก่อนเมื่อเดือนำฤศจิกายน ปี 2002 นั่นเอง3. มาโนโล่ กับเบียดินี่ แม้ผลสกอร์จะไม่เป็นใจเท่าไหร่ แต่ มาโนโล่ กับเบียดินี่ กองหน้ารายใหม่ของ เซาธ์แฮมป์ตัน ก็มีชื่อเป็นผู้ทำประตูแรกให้กับต้นสังกัดได้สำเร็จในเกมที่พ่ายต่อ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ 1-3 เมื่อคํ่าคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ทราบหรือไม่ว่ายังเป็นการทำประตูลูกที่ 400 ของเหล่านักเตะชาวอิตาเลี่ยนที่เคยมาโลดแล่นยัง พรีเมียร์ลีก อักด้วยCredit Pic : Zimbio

รวม 11 ตัวเลขที่น่าสนใจของ 'แฟรงค์ ลีเจนท์ แลมพาร์ด'

เพิ่งจะประกาศแขวนสตั๊ดไปแบบสดๆร้อนๆเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาสำหรับ แฟรงค์ แลมพาร์ด มิดฟิลด์ระดับตำนานของ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทำให้ทาง 'Mirror' สื่อของอังกฤษก็เก็บตกตัวเลข 11 ตัวที่น่าสนใจเกี่ยวกับห้องเครื่องรายนี้มาให้ได้อ่านกันเพลินๆครับ4.แลมพาร์ด เป็นนักเตะที่ทำประตูใน พรีเมียร์ลีก ได้สูงสุดเป็นอันดับที่ 4 ตลอดกาลด้วยผลงาน 177 ตุงโดยเขาเป็นรองเพียงแค่ อลัน เชียร์เรอร์, เวย์น รูนี่ย์ และ แอนดี้ โคล3.แลมพาร์ด ลงสนามใน พรีเมียร์ลีก มากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ที่ 609 นัดเป็นรองจาก ไรอัน กิ๊กส์ (632 นัด) และ แกเร็ธ แบร์รี่ (615 นัด)2.แลมพาร์ด แอสซิสต์ใน พรีเมียร์ลีก ได้เป็นอันดับที่ 2 รองจาก ไรอัน กิ๊กส์ แค่คนเดียว10. แลมพาร์ด รั้งอันดับดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติอังกฤษอันดับที่ 101.แลมพาร์ด เป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสรเชลซีด้วยผลงาน 211 ประตู3.แลมพาร์ด เป็นหนึ่งใน 3 นักเตะของ พรีเมียร์ลีก ที่สามารถยิงได้เกิน 100 ประตูและทำได้เกิน 100 แอสซิสต์ (อีก 2 คนคือ เวย์น รูนี่ย์ และ ไรอัน กิ๊กส์)10.แลมพาร์ด เป็นมิดฟิลด์ที่ยิงประตูเกิน 10 ลูกต่อ 1 ฤดูกาลนับตั้งแต่ซีซั่น 2003-04 จนถึง 2012-1318.แลมพาร์ด เคยทำ แอสซิสต์ ได้ถึง 18 ครั้งใน 1 ฤดูกาลซึ่งมีนักเตะเพียงแค่ 2 คนเคยทำได้มากกว่าคือ เทียร์รี่ อองรี 20 ครั้งในปี 2002-03 และ เมซุต โอซีล 19 ครั้งในปี 2015-1641.แลมพาร์ด ยิงประตูจากนอกกรอบเขตโทษได้ถึง 41 ลูกและเป็นจำนวนที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์43.แลมพาร์ด ยิงจุดโทษใน พรีเมียร์ลีก ได้ 43 ลูกซึ่งมีแค่ อลัน เชียร์เรอร์ คนเดียวที่ทำได้มากกว่า (56 ลูก)39.แลมพาร์ด ยิงประตูใส่ทีมใน พรีเมียร์ลีก ไปทั้งหมด 39 สโมสรเค.เค.pic : zimbio

"สรุป 90 ดีลการย้ายทีมในตลาดนักเตะฤดูหนาว 2017"

90. ปาทริซ เอวร่า(ทีมชาติฝรั่งเศส อายุ 35 ปี)ย้ายจาก ยูเวนตุส มาร่วมทีม โอลิมปิก มาร์กเซย (ฟรี) 89. บรานิสลาฟ อิวาโนวิช(ทีมชาติเซอร์เบีย อายุ 32 ปี)ย้ายจาก เชลซี มาร่วมทีม เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก (ฟรี) 88. จอห์น โอบี มิเกล(ทีมชาติไนจีเรีย อายุ 29 ปี)ย้ายจาก เชลซี มาร่วมทีม เทียนจิน เทด้า (ฟรี) 87. เอ็มมานูเอล อเดบายอร์(ทีมชาติโตโก อายุ 32 ปี)ย้ายจาก (ฟรีเอเยนต์) มาร่วมทีม บาซัคเซเฮียร์ (ฟรี) 86. เกลม็องต์ เกรอนิเยร์(ทีมชาติฝรั่งเศส อายุ 26 ปี)ย้ายจาก โอลิมปิก ลียง มาร่วมทีม โรม่า (สัญญายืมตัว) 85. โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์(ทีมชาติเยอรมัน อายุ 27 ปี)ย้ายจาก บาเยิร์น มิวนิค มาร่วมทีม ชาลเก้ (สัญญายืมตัว) 84. มาร์โก ฟาน กิงเคล(ทีมชาติฮอลแลนด์ อายุ 24 ปี)ย้ายจาก เชลซี มาร่วมทีม พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น (สัญญายืมตัว) 83. แพทริค แบมฟอร์ด(ทีมชาติอังกฤษ อายุ 23 ปี)ย้ายจาก เชลซี มาร่วมทีม มิดเดิ้ลสโบรช์ (สัญญายืมตัว) 82. เทรนท์ เซนส์บิวรี่(ทีมชาติออสเตรเลีย อายุ 25 ปี)ย้ายจากเจียงซู ซูหนิง มาร่วมทีม อินเตอร์ มิลาน (สัญญายืมตัว) 81. อูมาร์ นิอาสเซ่(ทีมชาติเซเนกัล อายุ 26 ปี)ย้ายจาก เอฟเวอร์ตัน มาร่วมทีม ฮัลล์ ซิตี้ (สัญญายืมตัว) 80. อเลน ฮาลิโลวิช(ทีมชาติโครเอเชีย อายุ 20 ปี)ย้ายจาก ฮัมบูร์ก มาร่วมทีม ลาส ปัลมาส (สัญญายืมตัว) 79. ซัลวาตอเร่ ซิริกู(ทีมชาติอิตาลี อายุ 30 ปี)ย้ายจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาร่วมทีม โอซาซูน่า (สัญญายืมตัว) 78. มูเอซ ฮาสเซน(ทีมชาติฝรั่งเศส อายุ 21 ปี)ย้ายจาก นีซ มาร่วมทีม เซาธ์แฮมป์ตัน (สัญญายืมตัว) 77. มอลล่า วาเก้(ทีมชาติมาลี อายุ 25 ปี)ย้ายจาก อูดิเนเซ่ มาร่วมทีม เลสเตอร์ ซิตี้ (สัญญายืมตัว) 76. อัลเฟรด เอ็นดิอาย(ทีมชาติเซเนกัล อายุ 26 ปี)ย้ายจาก บียาร์เรอัล มาร่วมทีม ฮัลล์ ซิตี้ (สัญญายืมตัว) 75. มาร์ค วิลสัน(ทีมชาติไอร์แลนด์ อายุ 29 ปี)ย้ายจาก บอร์นมัธ มาร่วมทีม เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน (สัญญายืมตัว) 74. ลูคัส ซิลวา(ทีมชาติบราซิล อายุ 23 ปี)ย้ายจาก เรอัล มาดริด มาร่วมทีม ครูเซโร่ (สัญญายืมตัว) 73. อาเดรียน รามอส(ทีมชาติโคลอมเบีย อายุ 31 ปี)ย้ายจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทีม กรานาด้า (สัญญายืมตัว) 72. อันเดรีย ราน็อคเคีย(ทีมชาติอิตาลี อายุ 28 ปี)ย้ายจาก อินเตอร์ มิลาน มาร่วมทีม ฮัลล์ ซิตี้ (สัญญายืมตัว) 71. ฟาเบียน โอเรยาน่า(ทีมชาติชิลี อายุ 31 ปี)ย้ายจาก เซลต้า บีโก้ มาร่วมทีม บาเลนเซีย (สัญญายืมตัว) 70. ลูคัส โอคัมโปส (ทีมชาติอาร์เจนติน่า อายุ 22 ปี)ย้ายจาก โอลิมปิก มาร์กเซย มาร่วมทีม เอซี มิลาน (สัญญายืมตัว) 69. เนเวน ซูโบติช(ทีมชาติเซอร์เบีย อายุ 28 ปี)ย้ายจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทีม โคโลญจน์ (สัญญายืมตัว) 68. เคราร์ด เดวโลเฟว(ทีมชาติสเปน อายุ 22 ปี)ย้ายจาก เอฟเวอร์ตัน มาร่วมทีม เอซี มิลาน (สัญญายืมตัว) 67. เฆเซ่ โรดริเกซ(ทีมชาติสเปน อายุ 23 ปี)ย้ายจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาร่วมทีม ลาส ปัลมาส (สัญญายืมตัว) 66. เดมบ้า บา(ทีมชาติเซเนกัล อายุ 31 ปี)ย้ายจาก เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว มาร่วมทีม เบซิคตัส (สัญญายืมตัว) 65. มามาดู ซาโก้(ทีมชาติฝรั่งเศส อายุ 26 ปี)ย้ายจาก ลิเวอร์พูล มาร่วมทีม คริสตัล พาเลซ (สัญญายืมตัว) 64. โบยาน เกอร์กิช(ทีมชาติสเปน อายุ 26 ปี)ย้ายจากสโต๊ค ซิตี้ มาร่วมทีม ไมนซ์ (สัญญายืมตัว) 63. เอ็มบาย เนียง(ทีมชาติฝรั่งเศส อายุ 22 ปี)ย้ายจาก เอซี มิลาน มาร่วมทีม วัตฟอร์ด (สัญญายืมตัว) 62. ลาซาร์ มาร์โควิช(ทีมชาติเซอร์เบีย อายุ 22 ปี)ย้ายจาก ลิเวอร์พูล มาร่วมทีม ฮัลล์ ซิตี้ (สัญญายืมตัว) 61. ริคคาร์โด้ ซาโปนาร่า(ทีมชาติอิตาลี อายุ 25 ปี)ย้ายจาก เอ็มโปลี มาร่วมทีม ฟิออเรนติน่า (สัญญายืมตัว) 60. สเตฟาน โยเวติช(ทีมชาติมอนเตเนโกร อายุ 27 ปี)ย้ายจาก อินเตอร์ มิลาน มาร่วมทีม เซบีย่า (สัญญายืมตัว) 59. โทมัส รินคอน(ทีมชาติเวเนซูเอร่า อายุ 28 ปี)ย้ายจาก เจนัว มาร่วมทีม ยูเวนตุส (สัญญายืมตัว) 58. โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่(ทีมชาติอิตาลี อายุ 22 ปี)ย้ายจาก อตาลันต้า มาร่วมทีม อินเตอร์ มิลาน (สัญญายืมตัว) 57. มาร์โก สโตรารี่(ทีมชาติอิตาลี อายุ 40 ปี)ย้ายจาก กายารี่ มาร่วมทีม เอซี มิลาน (สัญญายืมตัว) 56. ซิโมเน่ ซาซ่า(ทีมชาติอิตาลี อายุ 25 ปี)ย้ายจาก ยูเวนตุส มาร่วมทีม บาเลนเซีย (สัญญายืมตัว) 55. ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์(ทีมชาติอังกฤษ อายุ 27 ปี)ย้ายจาก เอฟเวอร์ตัน มาร่วมทีม วัตฟอร์ด (สัญญายืมตัว) 54. ไบรอัน โอเวียโด้(ทีมชาติคอสตาริกา อายุ 26 ปี)ย้ายจาก เอฟเวอร์ตัน มาร่วมทีม ซันเดอร์แลนด์ (ไม่มีการเปิดเผยค่าตัว) 53. ดาร์รอน กิ๊บสัน(ทีมชาติไอร์แลนด์ อายุ 29 ปี)ย้ายจาก เอฟเวอร์ตัน มาร่วมทีม ซันเดอร์แลนด์ (ไม่มีการเปิดเผยค่าตัว) 52. จอร์แดน อายิว(ทีมชาติกาน่า อายุ 25 ปี)ย้ายจาก แอสตัน วิลล่า มาร่วมทีม สวอนซี ซิตี้ (ไม่มีการเปิดเผยค่าตัว -ย้ายสลับ นีล เทย์เลอร์) 51. หลุยส์ เอร์นานเดซ(ทีมชาติสเปน อายุ 27 ปี)ย้ายจาก เลสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีม มาลาก้า ค่าตัว 2 ล้านยูโร 50. เมาโร ซาราเต้(ทีมชาติอาร์เจนติน่า อายุ 29 ปี)ย้ายจาก ฟิออเรนติน่า มาร่วมทีม วัตฟอร์ด ค่าตัว 3 ล้านยูโร 49. เกลม็องต์ ล็องเกลต์(ทีมชาติฝรั่งเศส อายุ 21ปี)ย้ายจาก น็องซี่ มาร่วมทีม เซบีย่า ค่าตัว 5 ล้านยูโร 48. มาร์ติน โอล์สสัน(ทีมชาติสวีเดน อายุ 28 ปี)ย้ายจาก นอริช ซิตี้ มาร่วมทีม สวอนซี ซิตี้ ค่าตัว 5 ล้านยูโร 47. แอนดรูว์ ฮูลซาเกอร์(ทีมชาติเดนมาร์ก อายุ 22 ปี)ย้ายจาก บรอนด์บี้ มาร่วมทีม เซลต้า บีโก้ ค่าตัว 5 ล้านยูโร 46. อัดเลเน่ เกวดิอูร่า(ทีมชาติแอลจีเรีย อายุ 31 ปี)ย้ายจาก วัตฟอร์ด มาร่วมทีม มิดเดิ้ลสโบรห์ ค่าตัว 5 ล้านยูโร 45. ทอม แคร์โรลล์(ทีมชาติอังกฤษ อายุ 24 ปี)ย้ายจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาร่วมทีม สวอน ซิตี้ ค่าตัว 5 ล้านยูโร 44. ลูเซียโน่ นาร์ซิงห์(ทีมชาติฮอลแลนด์ อายุ 26 ปี)ย้ายจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น มาร่วมทีม สวอน ซิตี้ ค่าตัว 5 ล้านยูโร 43. ปอล-จอร์จส์ เอ็นเตป(ทีมชาติฝรั่งเศ อายุ 24 ปี)ย้ายจาก แรนส์ มาร่วมทีม โวล์ฟสบวร์ก ค่าตัว 5 ล้านยูโร 42. วอลเตอร์ มอนโตย่า(ทีมชาติออาร์เจนติน่า อายุ 23 ปี)ย้ายจาก โรซาริโอ เซ็นทรัล มาร่วมทีม เซบีย่า ค่าตัว 6 ล้านยูโร 41. ยาโก้ ฟัลเก้(ทีมชาติสเปน อายุ 27 ปี)ย้ายจาก โรม่า มาร่วมทีม โตริโน่ ค่าตัว 6 ล้านยูโร (ซื้อขาด) 40. แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด(ทีมชาติอังกฤษ อายุ 26 ปี)ย้ายจาก แอสตัน วิลล่า มาร่วมทีม เบิร์นลี่ย์ ค่าตัว 6 ล้านยูโร 39. มาร์คุส เฮนริคเซ่น(ทีมชาตินอร์เวย์ อายุ 24 ปี)ย้ายจาก อาร์แซด อัลค์มาร์ มาร่วมทีม ฮัลล์ ซิตี้ ค่าตัว 6 ล้านยูโร (ซื้อขาด) 38. ริคคาร์โด้ ออร์โซลินี่(ทีมชาติอิตาลี อายุ 20 ปี)ย้ายจาก อัสโครี่ มาร่วมทีม ยูเวนตุส ค่าตัว 6 ล้านยูโร 37. เปโดร เปเรร่า(ทีมชาติโปรตุเกส อายุ 19 ปี)ย้ายจาก ซามพ์โดเรีย มาร่วมทีม เบนฟิก้า ค่าตัว 6 ล้านยูโร 36. เคโรนีโม่ รูยี่(ทีมชาติอาร์เจนติน่า อายุ 24 ปี)ย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีม เรอัล โซเซียดาด ค่าตัว 7 ล้านยูโร (ซื้อขาด) 35. รูดี้ เกสเตเด้(ทีมชาติเบนิน อายุ 28 ปี)ย้ายจาก แอสตัน วิลล่า มาร่วมทีม มิดเดิ้ลสโบรช์ ค่าตัว 7 ล้านยูโร 34. จอร์จ(ทีมชาติบราซิล อายุ 20 ปี)ย้ายจาก ฟลาเมงโก้ มาร่วมทีม โมนาโก ค่าตัว 8 ล้านยูโร 33. อันวาร์ เอล กาซี่(ทีมชาติฮอลแลนด์ อายุ 21 ปี)ย้ายจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์สดัม มาร่วมทีม ลีลล์ ค่าตัว 9 ล้านยูโร 32. คามิล โกรซิชกี้(ทีมชาติโปแแลนด์ อายุ 28 ปี)ย้ายจาก แรนส์ มาร่วมทีม ฮัลล์ ซิตี้ ค่าตัว 9 ล้านยูโร 31. อเดโมล่า ลุคแมน(ทีมชาติอังกฤษ อายุ 19 ปี)ย้ายจาก ชาร์ลตัน แอธเลติก มาร่วมทีม เอฟเวอร์ตัน ค่าตัว 9 ล้านยูโร 30. มอร์แกน ซ็องซง(ทีมชาติฝรั่งเศส อายุ 22 ปี)ย้ายจาก มงต์เปลลิเยร์ มาร่วมทีม โอลิมปิก มาร์กเซย ค่าตัว 9 ล้านยูโร 29. วาเลซ ซูซ่า ซิลวา(ทีมชาติบราซิล อายุ 21 ปี)ย้ายจาก เกรมิโอ มาร่วมทีม ฮัมบูร์ก ค่าตัว 10 ล้านยูโร 28. โชเซ่ ฟอนเต้(ทีมชาติโปรตุเกส อายุ 33 ปี)ย้ายจาก เซาธ์แฮมป์ตัน มาร่วมทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ค่าตัว 10 ล้านยูโร 27. ดาโยต์ อูปาเมกาโน่(ทีมชาติฝรั่งเศส อายุ 18 ปี)ย้ายจาก เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก มาร่วมทีม แอร์เบ ไลป์ซิก ค่าตัว 10 ล้านยูโร 26. อเล็กซานเดอร์ อิซาค(ทีมชาติสวีเดน อายุ 17 ปี)ย้ายจาก เอไอเค มาร่วมทีม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ค่าตัว 10 ล้านยูโร 25. คาร์ลอส เตเวซ(ทีมชาติอาร์เจนติน่า อายุ 32 ปี)ย้ายจาก โบคา จูเนียร์ส มาร่วมทีม เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว ค่าตัว 10 ล้านยูโร 24. พาทริค ฟาน อานโฮลท์(ทีมชาติฮอลแลนด์ อายุ 26 ปี)ย้ายจาก ซันเดอร์แลนด์ มาร่วมทีม คริสตัล พาเลซ ค่าตัว 12 ล้านยูโร 23. โรเบิร์ต สน็อดกราสส์(ทีมชาติสกอตแลนด์ อายุ 29 ปี)ย้ายจาก ฮัลล์ ซิตี้ มาร่วมทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ค่าตัว 12 ล้านยูโร 22. เจค ลิเวอร์มอร์(ทีมชาติอังกฤษ อายุ 27 ปี)ย้ายจาก ฮัลล์ ซิตี้ มาร่วมทีม เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ค่าตัว 12 ล้านยูโร 21. รีเชดลี่ บาโซเออร์ (ทีมชาติฮอลแลนด์ อายุ 20 ปี)ย้ายจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาร่วมทีม โวล์ฟสบวร์ก ค่าตัว 12 ล้านยูโร 20. ยูนุส มัลลี่(ทีมชาติตุรกี อายุ 24 ปี)ย้ายจาก ไมนซ์ มาร่วมทีม โวล์ฟสบวร์ ค่าตัว 13 ล้านยูโร 19. ลูก้า มิลิโวเยวิช(ทีมชาติเซอร์เบีย อายุ 25 ปี)ย้ายจาก โอลิมเปียกอส มาร่วมทีม คริสตัล พาเลซ ค่าตัว 13 ล้านยูโร 18. เจฟฟรี่ย์ ชลูปป์(ทีมชาติกาน่า อายุ 24 ปี)ย้ายจาก เลสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีม คริสตัล พาเลซ ค่าตัว 14 ล้านยูโร 17. ไซโด้ เบราฮิโด้(ทีมชาติอังกฤษ อายุ 23 ปี)ย้ายจาก เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน มาร่วมทีม สโต๊ค ซิตี้ ค่าตัว 14 ล้านยูโร 16. มัตเตีย คัลดาร่า(ทีมชาติอิตาลี อายุ 22 ปี)ย้ายจาก อตาลันต้า มาร่วมทีม ยูเวนตุส ค่าตัว 15 ล้านยูโร (ปล่อยยืมตัวกลับ อตาลันต้า) 15. ร็อบบี้ เบรดี้(ทีมชาติไอร์แลนด์ อายุ 25 ปี)ย้ายจาก นอริช ซิตี้ มาร่วมทีม เบิร์ลี่ย์ ค่าตัว 15 ล้านยูโร 14. เลออน ไบลี่ย์(ทีมชาติจาไมก้า อายุ 19 ปี)ย้ายจาก เกงค์ มาร่วมทีม ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ค่าตัว 15 ล้านยูโร 13. วิลฟรีด เอ็นดิดี้(ทีมชาติไนจีเรีย อายุ 20ปี)ย้ายจาก เกงค์ มาร่วมทีม เลสเตอร์ ซิตี้ ค่าตัว 17 ล้านยูโร 12. มาโนโล่ กับเบียดินี่(ทีมชาติอิตาลี อายุ 25 ปี)ย้ายจาก นาโปลี มาร่วมทีม เซาธ์แฮมป์ตัน ค่าตัว 17 ล้านยูโร 11. อเล็กซานเดร ปาโต้(ทีมชาติบราซิล อายุ 27 ปี)ย้ายจาก บียาร์อัล มาร่วมทีม เทียนจิน ฉวนเจียน ค่าตัว 18 ล้านยูโร 10. เลโอนาร์โด้ ปาโวเล็ตติ(ทีมชาติอิตาลี อายุ 28 ปี)ย้ายจาก เจนัว มาร่วมทีม นาโปลี ค่าตัว 18 ล้านยูโร 9. เมมฟิส เดปาย(ทีมชาติฮอลแลนด์ อายุ 22 ปี)ย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาร่วมทีม โอลิมปิก ลียง ค่าตัว 19 ล้านยูโร 8. อั๊กเซล วิตเซล(ทีมชาติเบลเยียม อายุ 28 ปี)ย้ายจาก เซนิต เซนต์ ปีเตอร์เบิร์ก มาร่วมทีม เทียนจิน ฉวนเจียน ค่าตัว 20 ล้านยูโร 7. โอเดียน อิกฮาโล่(ทีมชาติไนจีเรีย อายุ 27 ปี)ย้ายจาก วัตฟอร์ด มาร่วมทีม ฉางชุน หย่าไถ ค่าตัว 24 ล้านยูโร 6. มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน(ทีมชาติฝรั่งเศส อายุ 27 ปี)ย้ายจาก แเมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาร่วมทีม เอฟเวอร์ตัน ค่าตัว 23 ล้านยูโร 5. ดิมิทรี ปาเยต(ทีมชาติฝรั่งเศส อายุ 29 ปี)ย้ายจาก เวสตส์แฮม ยูไนเต็ด มาร่วมทีม โอลิมปิก มาร์กเซย ค่าตัว 29 ล้านยูโร 4. กอนซาโล่ กูเอเดส(ทีมชาติโปรตุเกส อายุ 20 ปี)ย้ายจาก เบนฟิก้า มาร่วมทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ค่าตัว 30 ล้านยูโร 3. กาเบรียล เฮซุส(ทีมชาติบราซิล อายุ 19 ปี)ย้ายจาก พัลเมรัส มาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ค่าตัว 32 ล้านยูโร 2. ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์(ทีมชาติเยอรมัน อายุ 23 ปี)ย้ายจาก โวล์ฟสบวร์ก มาร่วมทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ค่าตัว 40 ล้านยูโร 1. ออสการ์(ทีมชาติบราซิล อายุ 25 ปี)ย้ายจาก เชลซี มาร่วมทีม เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ค่าตัว 60 ล้านยูโร

ใกล้โค่นแล้ว !? ชม 10 สโมสรคว้าโทรฟี่มากสุดในเกาะอังกฤษ

งานนี้ได้ลุ้นกันยาวๆเลยสำหรับศึกครองความยิ่งใหญ่ของสโมสรฟุตบอลประจำเกาะอังกฤษเมื่อทีมอันดับที่ 2 และ อันดับที่ 1 ความสำเร็จเหลือห่างกันเพียงแค่ 1 โทรฟี่ เท่านั้น ! ส่วนอันดับทั้งหมดจะมีทีมไหนบ้างมาชมกันเลย10. แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส - 10 โทรฟี่ส์แชมป์ลีก - 3 สมัยเอฟเอ คัพ - 6 สมัยลีก คัพ - 1 สมัย9. นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด - 11 โทรฟี่ส์แชมป์ลีก - 4 สมัยเอฟเอ คัพ - 6 สมัยอินเตอร์-ซิตี้ส์ แฟร์ คัพ (ชื่อก่อนเปลี่ยนเป็น ยูฟ่า คัพ และ ยูโรป้า ลีก) - 1 สมัย8. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ - 14 โทรฟี่ส์แชมป์ลีก - 4 สมัยเอฟเอ คัพ - 5 สมัยลีก คัพ - 4 สมัยยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ - 1 สมัย7. เอฟเวอร์ตัน - 15 โทรฟี่ส์แชมป์ลีก - 9 สมัยเอฟเอ คัพ - 5 สมัยยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ - 1 สมัย6. ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ - 17 โทรฟี่ส์แชมป์ลีก - 2 สมัยเอฟเอ คัพ - 8 สมัยลีก คัพ - 4 สมัยยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ - 1 สมัยยูฟ่า คัพ - 2 สมัย5. แอสตัน วิลล่า - 20 โทรฟี่ส์แชมป์ลีก - 7 สมัยเอฟเอ คัพ - 7 สมัยลีก คัพ - 5 สมัยยูโรเปี้ยน คัพ (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เดิม) - 1 สมัย4. เชลซี - 21 โทรฟี่ส์แชมป์ลีก - 5 สมัยเอฟเอ คัพ - 7 สมัยลีก คัพ - 5 สมัยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก - 1 สมัยยูโรป้า ลีก - 1 สมัยยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ - 2 สมัย3. อาร์เซน่อล - 29 โทรฟี่ส์แชมป์ลีก - 13 สมัยเอฟเอ คัพ - 12 สมัยลีก คัพ - 2 สมัยอินเตอร์-ซิตี้ส์ แฟร์ คัพ (ชื่อก่อนเปลี่ยนเป็น ยูฟ่า คัพ และ ยูโรป้า ลีก) - 1 สมัยยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ - 1 สมัย2. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - 40 โทรฟี่ส์แชมป์ลีก - 20 สมัยเอฟเอ คัพ - 12 สมัยลีก คัพ - 4 สมัยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก - 3 สมัยยูฟ่า คัพ วินเวอร์ส คัพ - 1 สมัย1. ลิเวอร์พูล - 41 โทรฟี่ส์แชมป์ลีก - 18 สมัยเอฟเอ คัพ - 7 สมัยลีก คัพ - 8 สมัยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก - 5 สมัยยูฟ่า คัพ + ยูโรป้า ลีก - 3 สมัยเค.เค.pic : The Telegraph, talkSPORT, zimbio, Mirror, Arsenal

รวม 4 ประเด็นร้อนน่าสนใจกับแวดวงลูกหนังผู้ดี

ก่อนหน้านี้ผมได้เขียนเรื่อง "รวม 5 ดีลที่อาจเกิดขึ้นได้ในตลาดฤดูหนาวผู้ดี 2017 " ไปแล้วถึง 2 คอลัมน์ด้วยกัน ซึ่งบางดีลก็เกิดขึ้นจริงไปแล้วและบางดีลก็ยังต้องรอติดตามชมกันต่อไป วันนี้ทางเราจึงขอเปลี่ยนเป็นหัวข้อ "GOSSIP" ที่น่าสนใจช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมากันบ้าง.... งานนี้อะไรที่น่าสนใจ... อะไรที่เด็ดดวงมาตามกันครับ!!1. รูนีย์ ได้รับความสนใจจากจีนค่าเหนื่อยมหาศาล ตามการรายงานของ "The Sun" ข่าวนี้นับเป็นกระแสที่มาแรงที่สุดช่วงสุดสัปดาห์นี้เลยก็ว่าได้ หลังมีการเปิดเผยว่า เวย์น รูนีย์ กัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมที่จะย้ายออกจากถิ่น โอล์ด แทรฟฟอร์ด ช่วงซัมเมอร์นี้ เนื่องจากสโฒสรเมืองจีนพร้อมทุ่มค่าเหนื่อยสูงถึง 1 ล้านปอนด์ต่อสัปดาห์เพื่อเป็นเหยื่อล่อใจนั่นเอง2. บิลิช กระตุ้นบอร์ดขาย ปาเยต์ ทิ้งซะ!! กลายเป็นอีกข่าวที่ร้อนแรงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่แพ้กันเลยกับประเด็นของ ดิมิทรี ปาเยต์ มิดฟิลด์ของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่กระจองอแงอยากย้ายทีมจนตัวสั่น หลังก่อหวอดไม่ยอมลงเล่นให้ "ขุนค้อน" จนสร้างความไม่พอใจต่อแฟนบอลอย่างมาก ซึ่งจากการเปิดเผยของ "The Times" ดูเหมือนว่า สลาเวน บิลิช จะกระตุ้นให้บอร์ดยอมรับข้อเสนอขายนักเตะที่ 27.2 ล้านปอนด์ได้แล้ว3. "สิงห์บลูส์" สนใจ ซิริกู เฝ้าเสา จากการเปิดเผยของ "The Sun" ดูเหมือนว่า เชลซี กำลังให้ความสนใจที่จะคว้าตัว ซัลวาตอเร่ ซิริกู นายด่านจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เช่นเดียวกัน หากพลาดการคว้าตัว เคร็ก กอร์ดอน จาก เซลติก นั่นเอง4. แลมพาร์ด ปัดข้อเสนอจากทีมลีกผู้ดีมาแล้ว ตามการรายงานจาก "Daily Mail" ทางด้าน แฟร้งค์ แลมพาร์ด หนึ่งในนักเตะระดับตำนานของ เชลซี ได้เคยออกมาปฏิเสธข้อเสนอจากบางสโมสร พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาแล้ว หลังได้กลายเป็นแข้งฟรีเอเยนต์นับตั้งแต่ย้ายออกจากสโมสร นิวยอร์ก ซิตี้ ซึ่งก็น่าสนใจจริงๆว่าในอนาคตเขาจะกลับมาเล่นให้กับสโมสรแดนผู้ดีอีกหรือเปล่า...Credit Pic : Zimbio

"4 การเซ็นสัญญาดีที่สุดในตลาดนักเตะฤดูหนาวช่วง 1 ทศวรรษหลัง"

ปาทริซ เอวร่า (ปี 2006 ย้ายจาก โมนาโก มาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ค่าตัว 7 ล้านปอนด์) เอวร่า กลายเป็นอีกหนึ่งตำนานแบ็กซ้าย และขวัญใจตลอดกาลของสาวก "เร้ด อาร์มี่" หลังอดีตฟูลแบ็ก โมนาโก ชุดรองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่น 2003-04 ย้ายมาทดแทน กาเบรียล ไฮน์เซ่ ที่บาดเจ็บ และแม้จะเผชิญปัญหาการปรับตัวในช่วงแรก แต่กองหลังทีมชาติฝรั่งเศสจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักของ "ยูไนเต็ด" ยาวนาน 8 ปีด้วยฟอร์มแน่นอนสม่ำเสมอ พร้อมกวาดแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย และยูซีแอลอีก 1 สมัย เนมานย่า วิดิช (ปี 2006 ย้ายจาก สปาร์ตัก มอสโก มาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ค่าตัว 7.2 ล้านปอนด์) "ยูไนเต็ด" ตัดหน้าคว้า วิดิช จาก ลิเวอร์พูล กับ ฟิออเรนติน่า ในต้นปี 2006 และอดีตกัปทีมชาติเซอร์เบียก็ก้าวขึ้นเป็นอีกหนึ่งขุนพลระดับตำนานของบรมกุนซือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หลังพัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นอีกหนึ่งเซ็นเตอร์แบ็กระดับท็อปของยุโรปด้วยสไตล์การเล่นแข็งแกร่งดุดัน และการยืนจับคู่ปราการหลังตัวกลางกับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ก็ทำให้พลพรรค "ปีศาจแดง" กลับมาทวงความสำเร็จมากมายสู่โรงละครแห่งความฝัน มาร์เซโล่ (ปี 2007 ย้ายจาก ฟลูมิเนนเซ่ มาร่วมทีม เรอัล มาดริด ค่าตัว 5.8 ล้านปอนด์) มาร์เซโล่ ย้ายมายังถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ในฐานะทายาทของ โรแบรโต้ คาร์ลอส ด้วยคาแรกเตอร์การเติมเกมรุกแบบฉบับบราซิเลี่ยน และทุ่มเทเต็มร้อยเสมอที่ถอดกันมา และแม้ช่วงแรกจะต้องเผชิญเสียงวิจารณ์การเล่นที่ขาดความรัดกุมในเกมรับ แต่หลังจากนั้นไม่นานฟูลแบ็กทีมชาติบราซิลก็สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงของ "โลส บลังโกส" ได้ถาวรจนกระทั่งทุกวันนี้ที่ค้าแข้งกับสโมสรมาครบ 10 ปีแล้ว และปัจจุบันยังเป็นรองกัปตันทีม มาดริด อีกด้วย หลุยซ์ ซัวเรซ (ปี 2011 ย้ายจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาร่วมทีม ลิเวอร์พูล ค่าตัว 22.5 ล้านปอนด์) สตาร์ทีมชาติอุรุวัยที่ย้ายมารับภาระหน้าที่จบสกอร์แทน เฟร์นานโด ตอร์เรส อาจคว้าโทรฟี่กับ "เดอะ เร้ดส์" เพียงแชมป์ลีก คัพ จากการค้าแข้ง 3 ปีครึ่งที่แอนฟิลด์ แต่ ซัวเรซ ก็เล่นด้วยฟอร์มแรงขึ้นต่อเนื่องจนกลายเป็นตัวความหวังสูงสุดของทีมไม่ต่างจากกัปตัน สตีเว่น เจอร์ราร์ด ด้วยความครบเครื่อง และพังสกอร์เป็นกอบเป็นกำจนทัพ "หงส์แดง" มีลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ทศวรรษ และยังกวาดรางวัลส่วนอีกหลายสถาบัน