breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

"อัพเดต 4 ทีมนักช้อปแข้งใหม่ในตลาดนักเตะซัมเมอร์ 2016"

มิดเดิ้ลสโบรช์ มิดเดิ้ลสโบรช์ กรุยทางกลับสู่เวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกครั้งในฐานะรองแชมป์เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2015-16 หลังตกชั้นจากลีกสูงสุดเมืองผู้ดีไปนาน 7 ปี โดย "เดอะ โบโร่" ทีมนี้ที่กุมบังเหียนโดย ไอตอร์ การันก้า จัดการเสริมทัพอย่างรวดเร็วต่อเนื่องนับตั้งแต่ปิดซีซั่นที่แล้วด้วย เบร์นาร์โด้ เอสปิโนซ่า, วิคเตอร์ ฟิสเชอร์, มาร์เทน เดอ รูน, แบรด กูซาน, กัสตอน รามิเรซ และ จอร์แดน แม็คกี นอกจากนี้การที่พวกเขามีผู้จัดการทีมที่มีดีกรีเป็นทั้งอดีตกองหลัง เรอัล มาดริด, แอธ.บิลเบา และทีมชาติสเปน รวมทั้งยังเคยเป็นมือขวาของ โชเซ่ มูรินโญ่ ทำให้ทัพ "สิงห์ผงาด" ได้แข้งชาวสแปนิชที่มีทั้งชื่อชั้น และประสบการณ์อย่าง บิคตอร์ บัลเดส, อันโตนิโอ บาร์รากาน และ อัลบาโร่ เนเกรโด้ มาร่วมถิ่นริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม เซบีย่า เซบีย่า เจ้าของแชมป์ยูโรปา ลีก 3 สมัยซ้อนยังคงเสียนักเตะแกนหลักของทีมต่อเนื่องตลอด 3-4 ปีหลัง รวมทั้งซัมเมอร์นี้ที่ เควิน กาเมโร่, เกอร์เซกอร์ซ ครีโชเวียค และ เอเวร์ บาเนก้า ถูกบิ๊กทีมดูดตัวไป รวมทั้งการจากไปของ 2 ตัวเก๋าอย่าง โฆเซ่ อันโตนิโอ เรเยส กับ โคเก้ นอกจากนี้ อูไน เอเมรี่ ยังอำลาพวกเขาไปรับตำแหน่งเทรนเนอร์ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อีกด้วย ทว่าทีมบริหารของยอดทีมแห่งแคว้นอันดาลูเซียกับผู้อำนวยการกีฬามือทองอย่าง มอนชี่ ก็ทำงานของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการเลือก ฮอร์เก้ ซามเปาลี อดีตเฮดโค้ชทีมชาติชิลี ชุดแชมป์โคปา อเมริกา 2015 มารั้งบังเหียน พร้อมดึง ปาโบล ซาราเบีย, ฮิโรชิ คิโยตาเกะ, มาติอัส คราเนวิตเตอร์, ฮัวควิน กอร์เรีย, ฟรังโก้ วาซเกซ, เปาโล เอ็นริเก้ กานโซ่, ลูเซียโน่ วีเอ็ตโต้, วิสซาม เบน เยดเดอร์ และ กาเบรียล เมร์กาโด้ มาสู่รั้วรามอน ซานเชซ ปิซฆวน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยุคใหม่ภายใต้การกุมบังเหียนของเทรนเนอร์ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อาจยังไม่ได้เสริมทัพด้วยซูเปอร์ค่าตัวแพงระยับในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ตอนนี้พวกเขาก็ใช้เงิบประมาณช้อปแข้งใหม่ไปแล้วมากกว่า 104.25 ล้านปอนด์กับ อิลคาย กุนโดกัน, อารอน มอย, โนลิโต้, อเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, เลรอย ซาเน่, กาเบรียล เฮซุส และ และ มาร์ลอส โมเรโน่ ที่เรียงหน้ากันตบเท้าเข้าสู่ชายคาเอติฮัด สเตเดี้ยม นอกจากนี้ "เดอะ ซิตี้เซนต์" ยังยังดำเนินการไล่ล่าตัว จอห์น สโตนส์ สโตนส์ ปราการหลังดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษวัย 22 ปีของ เอฟเวอร์ตัน ที่ถูก "เดอะ ทอฟฟี่" ตั้งค่าหัวไว้สูงถึง 50 ล้านปอนด์ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ดอร์ทมุนด์ ออกการระส่ำเล็กๆจากการเสีย 3 ขุมกำลังสำคัญของทีมออกไปพร้อมกันในช่วงซัมเมอร์นี้ทั้ง มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์, อิลคาย กุนโดกัน และ เฮนริค มคิทาร์ยาน รวมทั้งยังต้องพยายามรั้งตัว ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมยัง กองหน้าดาวซัลโวฤดูกาลที่แล้วของพวกเขา ก่อนที่สถานการณ์ในถิ่นซิก-อิดูน่า-พาร์ค ก็เริ่มค่อยๆคลี่คลายเมื่อทัพ "เสือเหลือง" จัดการเดินหน้าจับจ่ายเสริมทัพไม่หยุดไปแล้วด้วยวงเงิน 111.25 ล้านยูโรสำหรับการนำเข้า มิเกล เมริโน่, อุสมาเน่ เดมเบเล่, มาร์ก บาร์ตร้า, เซบาสเตียน โรเด้, เอ็มเร่ มอร์, ราฟาเอล เกร์เรโร่, มาริโอ เกิทเซ่ และ อันเดร เชือร์เล่ ที่ไหลสู่รั้วเวสต์ฟาเล่น สตาดิโอน นอกจากนี้ทีมของเทรนเนอร์ โธมัส ทูเคิ่ล ยังอยู่ในทิศทางที่ดีอย่างมากสำหรับเก็บ โอบาเมยัง เอาไว้ค้ำแดนหน้าของทีมต่อไปด้วยpic : twitter.com/Boro, twitter.com/SevillaFC and facebook.com/BVB

ดูชัดๆ ! ภาพชุดแข่งใหม่ของ 20 ทีมในพรีเมียร์ลีก

กำลังจะเปิดฤดูกาลให้คอลูกหนังติดตามกันอีกครั้งสำหรับ พรีเมียร์ลีก ของ อังกฤษ มาในวันนี้ผมเลยขอนำเสื้อเหย้าเยือนและชุดที่ 3 มาให้แฟนๆ 'Cheerball.com' มารับชมกันเท่าที่จะหามาได้ครับ ทีมไหนถูกใจ ทีมไหนสวย มาดูกันได้เลยอาร์เซน่อลบอร์นมัธเบิร์นลี่ย์เชลซีคริสตัล พาเลซเอฟเวอร์ตันฮัลล์ ซิตี้เลสเตอร์ ซิตี้ลิเวอร์พูลแมนเชสเตอร์ ซิตี้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมิดเดิ้ลสโบรห์เซาท์แฮมป์ตันสโต๊ค ซิตี้ซันเดอร์แลนด์สวอนซี ซิตี้ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์วัตฟอร์ดเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนเวสต์แฮม ยูไนเต็ดpic : TalkSport, SkySports

รู้จักกันคร่าวๆกับเจ้าหนู "เลอรอย ซาเน่"

ย้ายสโมสรเป็นที่เรียบร้อยกันเสียที กับเจ้าหนุ่มวัยเพียง 20 ปีอย่าง เลอรอย ซาเน่ ที่เข้ามาร่วมซบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัวสูงถึง 37 ล้านปอนด์และอาจจะเพิ่มได้ถึง 42 ล้านปอนด์ตามออฟชั่นเสริมในอนาคต ซึ่งการย้ายทีมด้วยจำนวนมหาศาลก็ทำให้หลายคนต่างสงสัยว่าไอหนูรายนี้มันเป็นใครกันแน่ งานนี้ทางเราเลยเอาข้อมูลคร่าวๆจาก Mirror มาให้ได้อ่านกันเช่นเคย!!ชื่อ : เลอรอย ซาเน่วันเกิด/อายุ : อายุ 20 ปี เกิดเมื่อวันที่ 11 มกราคม ปี 1996สโมสรที่เคยร่วมเล่นด้วย : เอสจี วัตเทนชีด (2001-2005), ชาลเก้ 04 (2005-2008), ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น (2008-2011), ชาลเก้04 (2011-2016)สถิติระดับสโมสร : ซาเน่ ได้เริ่มตนทีมชุดใหญ่ร่วมกับ "ราชันนํ้าเงิน" มาตั้งแต่ปี 2014 และได้ลงเล่นให้กับสโมสร บุนเดสลีกา เยอรมัน ไปแล้ว 57 นัด พร้อมทำประตูได้ถึง 13 ตุงด้วยกันสถิติในรั้วทีมชาติ: ซาเน่ ได้ติดธงรับใช้ ทีมชาติเยอรมัน มาตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 19 และ 21 ปี ซึ่งเขาได้เริ่มต้นร่วมทีม "อินทรีเหล็ก" ชุดใหญ่ในการเจอกับ ฝรั่งเศส เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนจะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในทีมของ โยอาคิด เลิฟ เมื่อศึก ยูโร 2016 ที่ผ่านมาอีกด้วยสไตล์การเล่น : เป็นผู้เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกที่ชื่นชอบการเลี้ยงบอลความเห็นจากเจ้านายใหม่อย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อปี 2015 : " เลอรอย ซาเน่ เป็นคนที่มีพรสวรรค์อย่างมากและผมต้องขอแสดงความยินดีกับ เยอรมัน ที่มีผู้เล่นมากความสามารถเช่นเขาอยู่ภายในทีมด้วยPic : Man City, Zimbio

"5 สตาร์ค่าตัวย้ายทีมรวมมากที่สุดในโลก"

5. ฮาเมส โรดริเกส (ค่าตัวการย้ายทีมรวม 127.6 ล้านยูโร) ฮาเมส แจ้งเกิดขึ้นมาสำหรับการค้าแข้งในยุโรปกับ ปอร์โต้ และกลางปี 2013 ก็เป็นทีมเศรษฐีใหม่ของลีก เอิง อย่าง โมนาโก ที่ได้ตัวเพลย์เมเกอร์วัยเพียง 22 ปีในขณะนั้นมาร่วมถิ่นสต๊าด หลุยส์ ในราคา 45 ล้านยูโร ทว่าฟอร์มที่โดดเด่นกับทีมชาติโคลอมเบียในฟุตบอลโลก 2014 พร้อมกับตำแหน่งดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์ที่ประเทศบราซิล ทำให้จอมทัพชาวโคลอมเบียนค้าแข้งกับยอดทีมแห่งราชรัฐโมนาโกได้เพียงปีเดียว และกลายเป็นสมาชิกใหม่ของ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 80 ล้านยูโร 4. ฮัลค์ (ค่าตัวการย้ายทีมรวม 129.8 ล้านยูโร) ปอร์โต้ ตอบทุกข้อสงสัยว่าทำไมพวกเขาคว้าตัว ฮัลค์ จาก โตเกียว เวอร์ดี้ มาร่วมทีมด้วยค่าตัวถึง 19 ล้านยูโรเมื่อปี 2008 เมื่อกองหน้าทีมชาติบราซิลจัดการกระทุ้ง 39 ประตูในพรีเมรา ลีกา 2 ซีซั่นสุดท้าย (2010-11 กับ 2011-12) ของเขาที่เอสตาดิโอ โด ดราเกา ป้อน "มัังกรสีน้ำเงิน" ก่อนเป็น เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ที่ยอมจ่าย 55 ล้านยูโรเพื่อเซ็นสัญญากับหัวหอกชาวบราซิเลียนตัดหน้าเหล่าบิ๊กทีมทั่วยุโรป และอีก 4 ปีต่อมาดาวยิงวัย 30 ปีจึงย้ายไปเล่นที่จีนกับ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ในราคา 55 ล้านยูโร อีกครั้ง 3. กอนซาโล่ อิกวาอิน (ค่าตัวการย้ายทีมรวม 144 ล้านยูโร) อิกวาอิน เจ้าของค่าตัว 37 ล้านยูโรเมื่อตอนย้ายจาก เรอัล มาดริด มาล่าตาข่ายในถิ่นสตาดิโอ ซาน เปาโล ในปี 2013 โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมกับยอดทีมแห่งเนเปิ้ลส์ในฤดูกาลที่แล้ว (2015-16) ด้วยการตะบัน 35 ประตูจากการลงสนาม 36 เกมเซเรีย อา ทำให้ศูนย์หน้าทีมชาติอาร์ติเจนน่าได้รับความสนใจจากบิ๊กทีมหัวแถวของยุโรป ก่อนเป็น ยูเวนตุส ที่ทุ่มจ่าย 90 ล้านยูโรตามค่าฉีกสัญญาเพื่อเซ็นสัญญากับหัวหอกวัย 28 ปี พร้อมทำให้ "เอล ปิปิต้า" ขึ้นทำเนียบนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกอันดับ 3 2. ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (ค่าตัวการย้ายทีมรวม 169.1 ล้านยูโร) อิบราฮิโมวิช คว้าแชมป์ลีกสูงสุดในประเทศกับสโมสรต้นสังกัดของเขามาแล้วถึง 13 แชมป์จาก 15 ฤดูกาลหลังสุด นับตั้งแต่ปี 2001-2016 นั่นคืออดีตศูนย์หน้ากัปตันทีมชาติสวีเดนกวาดแชมป์ลีกไล่จากโทรฟี่เอเรดิวิซี่, เซเรีย อา, ลา ลีกา และลีก เอิง โดยช่วงเวลา 15 ปีดังกล่าวสตาร์ชาวสวีดิชย้ายทีมถึง 6 ครั้ง ซึ่งไม่นับรวมการเซ็นสัญญาล่าสุดกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยค่าตัวสูงสุดของหัวหอกวัย 34 ปีคือ 69.9 ล้านยูโรสำหรับการย้ายจาก อินเตอร์ ไปล่าตาข่ายกับ บาร์เซโลน่า เมื่อปี 2009 1. อังเคล ดิ มาเรีย (ค่าตัวการย้ายทีมรวม 179 ล้านยูโร) ดิ มาเรีย ถือเป็นแกนหลักของ เรอัล มาดริด ตลอดช่วง 4 ปี (ระหว่างปี 2010-14) นับตั้งแต่ย้ายจาก เบนฟิก้า มาค้าแข้งที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ด้วยค่าหัว 25 ล้านยูโร และแม้ปีกทีมชาติอาร์เจนติน่าจะอยู่ในฟอร์มยอดเยี่ยมซีซั่นสุดท้ายกับ "โลส บลังโกส" รวมทั้งคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก กับยอดทีมแห่งกรุงมาดริด แต่ก็มาถึงของ ฮาเมส กับ โทนี่ โครส ก็ทำให้สตาร์วัย 28 ปีโดนปล่อยให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในราคา 75 ล้านยูโร ก่อนย้ายสู่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในอีก 1 ต่อมาด้วยค่าตัว 63 ล้านยูโรหลังไม่มีความสุขกับ "เร้ด เดวิลส์"pic : dailymail.co.uk, facebook.com/Juventus

จัดทีม 11 แข้งค่าตัวแพงที่สุดตามตำแหน่ง

ภายหลังจากเกิดโคตรซูปเปอร์บิ๊กดีลของ กอนซาโล่ อิกวาอิน ย้ายออกจาก นาโปลี ไปอยู่กับ ยูเวนตุส ด้วยค่าตัวราวๆ 75.3 ล้านปอนด์ทาง 'SkySports' ก็เลยจัดทีมรวมดาวเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในแต่ละตำแหน่งออกมา จะมีใครบ้างมาดูกันเลยครับผู้รักษาประตูจานลุยจิ บุฟฟ่อน : 32.6 ล้านปอนด์ย้ายจาก ปาร์ม่า ไป ยูเวนตุสแบ๊คขวาลิลิยอง ตูราม : 22 ล้านปอนด์ย้ายจาก ปาร์ม่า ไป ยูเวนตุสเซ็นเตอร์ฮาล์ฟดาวิด ลุยซ์ : 40 ล้านปอนด์ย้ายจาก เชลซี ไป ปารีส แซงต์-แชร์กแมงเซ็นเตอร์ฮาล์ฟริโอ เฟอร์ดินานด์ : 29.1 ล้านปอนด์ย้ายจาก ลีดส์ ยูไนเต็ด ไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแบ๊คซ้ายลุค ชอว์ : 28 ล้านปอนด์ย้ายจาก เซาท์แฮมป์ตัน ไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมิดฟิลด์ ฮาเมส โรดริเกซ : 63 ล้านปอนด์ย้ายจาก ปอร์โต้ ไป เรอัล มาดริดมิดฟิลด์ ซีเนอดีน ซีดาน : 47.2 ล้านปอนด์ย้ายจาก ยูเวนตุส ไป เรอัล มาดริดปีกขวาแกเร็ธ เบล : 85.3 ล้านปอนด์ย้ายจาก ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ส ไป เรอัล มาดริดมิดฟิลด์ตัวรุกเนย์มาร์ : 73.7 ล้านปอนด์ย้ายจาก ซานโต๊ส ไป บาร์เซโลน่าปีกซ้ายคริสเตียโน่ โรนัลโด้ : 80 ล้านปอนด์ย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป เรอัล มาดริดศูนย์หน้ากอนซาโล่ อิกวาอิน : 75.3 ล้านปอนด์ย้ายจาก นาโปลี ไป ยูเวนตุสpic : zimbio, bleacherreport, JuventusFC

รวม 7 โควทสุดคมจากยอดแข้งดาวดัง! Part2

เอามาให้อ่านกันอีกครั้งกับรวมคำคมนักฟุตบอลพาร์ท 2 หลังก่อนหน้านี้ทางเราได้หามาให้ทุกท่านได้อ่านกันไปแล้วในพาร์ทแรกที่มีทั้งคำคมสุดซึ้งและกวนโอ๊ย ซึ่งวันนี้จะมีโควทดีๆจากนักฟุตบอลคนไหนบ้าง ติดตามกันได้เลยครับ!!"Money is not a motivating factor. Money doesn't thrill me or make me play better because there are benefits to being wealthy. I'm just happy with a ball at my feet. My motivation comes from playing the game I love." - Lionel Messi-เงินไม่ใช่ปัจจัยการกระตุ้น เงินมันไม่ได้ทำให้ผมตื่นเต้นหรือทำให้ผมเล่นได้ดีขึ้นเลย เพราะมันมีประโยชน์ต่อทางด้านการเงิน ผมแค่มีความสุขไปกับบอลที่เท้าของผม แรงจูงใจของผมมาจากการเล่นเกมที่ผมรัก /ลิโอเนล เมสซี่"As a footballer, you always want to test yourself against the best." - David Beckham-ในฐานะนักฟุตบอล คุณจะต้องการทดสอบตัวของคุณเองกับสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ /เดวิด เบ็คแฮม"As a kid, you obviously dream of being a professional footballer. I would watch players like Ronaldo of Brazil and pretend to be him in the playground. But I don't think about trying to become one of the best in the world or anything like that. I just play football." - Gareth Bale-ตอนยังเด็ก คุณจะฝันถึงการเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพอย่างชัดเจน ผมแค่อยากดูผู้เล่นอย่าง โรนัลโด้ ของบราซิลและคิดว่าเป็นเขาอยู่บนสนามเด็กเล่น แต่ผมไม่คิดที่จะพยายามกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกหรืออะไรแบบนั้นเลย ผมแค่อยากเล่นฟุตบอลเท่านั้น /แกเร็ธ เบล"Pulling on your country's shirt is the greatest honour a footballer can have. It's what I always dreamed of as a kid." - Wayne Rooney-การได้สวมเสื้อรับใช้ทีมชาติของคุณมันจะเป็นเกียรติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่นักฟุตบอลจะพึงมี มันเป็นสิ่งที่ผมใฝ่ฝันมาตั้งแต่ยังเด็กเสมอ /เวย์น รูนีย์”We are on top at the moment but not because of the club’s financial power. We are in contention for a lot of trophies because of my hard work.” - jose Mourinho (title race at Chelsea 2005)- พวกเราอยู่ตำแหน่งท็อป แต่มันไม่ใช่เพราะพวกเราเป็นสโมสรที่ทรงพลังด้านการเงิน พวกเราอยู่ในการแข่งขันในหลายรายการก็เพราะการทำงานอย่างหนักของผมเอง / โชเซ่ มูรินโญ่ (ช่วงไล่ล่าแชมป์กับ เชลซี เมื่อปี 2005)"I see myself as the best footballer in the world. If you don't believe you are the best, then you will never achieve all that you are capable of." - Cristiano Ronaldo-ผมเห็นตัวเองเป็นนักฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลก หากคุณไม่เชื่อว่าตัวเองคือคนที่ดีที่สุด หลังจากนั้นคุณจะไม่สามารถประสบความสำเร็จในสิ่งที่สามารถทำได้ /คริสเตียโน่ โรนัลโด้"Even as a footballer, I was always being creative." - Eric Cantona-แม้จะเป็นในฐานะนักฟุตบอล ผมก็ยังเป็นนักครีเอทีฟเสมอ /เอริก คันโตน่าCredit Pic : Zimbio

"อัพเดต 5 แข้งค่าตัวแพงล่าสุดในตลาดนักเตะซัมเมอร์2016"

ฮัลค์ (จาก เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สู่ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ด้วยค่าตัว 46.1 ล้านปอนด์) หลังจาก 4 ปีในรัสเซียนับตั้งแต่ย้ายจาก เอฟซี ปอร์โต้ มาล่าตาข่ายกับยอดทีมแห่งเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ในราคา 39.5 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2012 พร้อมคว้าแชมป์รัสเซียน พรีเมียร์ลีก กับรัสเซียน คัพ อย่างละ 1 สมัย ฮัลค์ ถูก เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อนำเขาไปค้าแข้งในเวทีไชนีส ซูเปอร์ลีก และทำให้หัวหอกทีมชาติบราซิลวัย 29 ปีกลายเป็นนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดใน ซีเอสแอล แซงเจ้าของสถิติเดิมอย่าง อเล็กซ์ เตเซร่า มิดฟิลด์ของ เจียงซู่ ซูหนิง (ค่าตัว 38.45 ล้านปอนด์จาก ชัคห์ตาร์) อังเดร โกเมส (จาก บาเลนเซีย สู่ บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัว 41.7 ล้านปอนด์) มิดฟิลด์วัย 22 ปีถือเป็นแกนหลักของ บาเลนเซีย มาตลอด 2 ซีซั่นที่ผ่านมาทำให้เขาถูกจับตามองจากเหล่าบิ๊กทีมทั่วยุโรปมาอย่างต่อเนื่อง และด้วยฟอร์มที่น่าประทับใจกับทีมชาติโปรตุเกสในทัวร์นาเมนต์ยูโร 2016 ที่พวกเขาไปถึงตำแหน่งแชมป์ในบั้นปลาย ทำให้ บาร์ซ่า ไม่ลังเลที่จะทุ่ม 41.7 ล้านปอนด์เพื่อเซ็นสัญญากับจอมทัพดาวรุ่งชาวโปรตุกีสในฐานะตัวแทนระยะยาวของ อันเดรส อิเนียสต้า โดย โกเมส มีค่าตัวเพียง 12 ล้านปอนด์เมื่อตอนย้ายจาก เบนฟิก้า มายังที่เอสตาดิโอ เมสตาย่า เมื่อ 2 ปีก่อน ซาดิโอ มาเน่ (จาก เซาธ์แฮมป์ตัน สู่ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 36 ล้านปอนด์) มาเน่ กลายเป็นผู้เล่น เซาธ์แฮมป์ตัน อีกรายที่ย้ายจากเซนต์ แมรี่ สเตเดี้ยม มายังถิ่นแอนฟิลด์ ในช่วง 2-3 ปีหลังต่อจาก อดัม ลัลลาน่า, เดยาน ลอฟเรน และ เนธานเนี่ยล ไคลน์ แม้ว่าฤดูกาลก่อนปีกทีมชาติเซเนกัลจะไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่จัดจ้านกับ "เดอะ เซนต์ส" มากเท่ากับซีซั่น 2014-15 ก็ตาม แต่ดาวเตะวัย 24 ปีก็ยังเล่นได้ดีสม่ำเสมอ ทำให้ "หงส์แดง" ยอมเจียดเงิน 36 ล้านปอนด์เพื่อดึงเขามาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในแนวรุกของเทรนเนอร์ เจอร์เก้น คล็อปป์ สำหรับฤดูกาลใหม่ กรานิต ชาก้า (จาก โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค สู่ อาร์เซน่อล ด้วยค่าตัว 34 ล้านปอนด์) การเสริมทัพรายแรกของ อาร์เซน่อล ในช่วงซัมเมอร์ปี 2016 นี้ด้วย ชาก้า ที่ทำให้เขากลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์อันดับ 3 ของทัพ "เดอะ กันเนอร์ส" ต่อจาก เมซุต โอซิล (42.5 ล้านปอนด์) กับ อเล็กซิส ซานเชซ (35 ล้านปอนด์) และนั่นก็ดูจะไม่ใช่เม็ดเงินลงทุ่นที่สูงเกินไปสำหรับยอดทีมแห่งกรุงลอนดอนเลย เมื่อเทียบกับคุณภาพ และประสบการณ์ของเขาทั้งกับตันสังกัด กลัดบัค และทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ รวมทั้งห้องเครื่องวัย 23 ปียังเล่นได้น่าประทับอย่างมากในยูโร 2016 มิชี่ บาตชูอายี่ (จาก โอลิมปิก มาร์กเซย สู่ เชลซี ด้วยค่าตัว 33.2 ล้านปอนด์) ด้วยสภาพร่ายกาย และฟอร์มในฤดูกาลที่แล้วของ ดีเอโก้ คอสต้า ทำให้ เชลซี ภายใต้การคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่ อันโตนิโอ คอนเต้ ถูกบีบให้ต้องกระโดดลงสู่ตลาดซื้อ-ขายช่วงซัมเมอร์ปี 2016 นี้เพื่อควานหาศูนย์หน้าตัวใหม่มาเสริมเขี้ยวเล็บของทัพ "สิงห์บลูส์" ก่อนที่พวกเขาจะปาดหน้า 2 คู่ปรับร่วมกรุงลอนดอนอย่าง เวสต์แฮม และ สเปอร์ส สำหรับการเซ็นสัญญากับ บาตชูอายี่ หัวหอกวัยเพียง 22 ปีของ โอแอ็ม ที่กด 26 ประตูในลีก เอิง 2 ซีซั่นที่ผ่านมา และอยู่ในฟอร์มที่ดีกับทีมชาติเบลเยียมในยูโร 2016 มาร่วมรังสแตมฟอร์ด บริดจ์pic : skysports.com

10 นายใหญ่ค่าเฉลี่ยคุมทีม 'คว้าชัย' มากที่สุดใน พรีเมียร์ลีก

ใกล้จะเปิดฤดูกาลกันแล้วลีกที่คอลูกหนังชาวสยามส่วนใหญ่สนใจคงจะไม่พ้น พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แน่นอนมาในวันนี้ผมเลยขอหยิบเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับกุนซือที่สามารถนำทีมเก็บชัยชนะโดยคิดเป็นเปอร์เซนต์มากที่สุดในประวัติศาสตร์มาให้ได้ชมกันครับ รับรองมีเซอร์ไพรซ์แน่10. เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสันชนะ 44 เปอร์เซนต์นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ปี 1999-20049. เชราร์ อูลิเยร์ ชนะ 47 เปอร์เซนต์ลิเวอร์พูล ปี 1998-2004 และ แอสตัน วิลล่า 2010-20118. รอย อีแวนส์ชนะ 48 เปอร์เซนต์ลิเวอร์พูล ปี 1994-1998 และ ฟูลแล่ม 20007. เคนนี่ ดัลกลิชชนะ 48 เปอร์เซนต์แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 1991-1995, นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1997-1998 และ ลิเวอร์พูล 2011-20126. เคลาดิโอ รานิเอรี่ชนะ 54 เปอร์เซนต์เชลซี 2000 - 2004 และ เลสเตอร์ ซิตี้ 2015 - ปัจจุบัน5. ราฟาเอล เบนิเตซชนะ 55 เปอร์เซนต์ลิเวอร์พูล 2004-2010, เชลซี 2012-2013 และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2016 (ปัจจุบันตกชั้นไปเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนส์ชิพ)4. อาร์แซน เวนเกอร์ชนะ 58 เปอร์เซนต์อาร์เซน่อล 1996 - ปัจจุบัน3. โรแบร์โต้ มันชินี่ชนะ 62 เปอร์เซนต์แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2009-20132. เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันชนะ 65 เปอร์เซนต์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1992-20131. โชเซ่ มูรินโญ่ ชนะ 66 เปอร์เซนต์เชลซี 2004-2007 และ 2013-15ปัจจุบันอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเค.เค.pic : sportige, zimbio

รวม 7 โควทสุดคมปนกวนโอ๊ยจากยอดแข้งดาวดัง!

นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันแน่นอนว่ามียอดผู้เล่นเกิดขึ้นมากมายและหนึ่งในจำนวนนั้นบางรายก็ยังกลายเป็นที่รู้จักจากคำพูดประโยคสุดคมที่ไม่แพ้ฝีเท้าของพวกเขาเลย วันนี้ทางเราจึงได้นำเอาโควทที่มีทั้งเท่และกวนโอ๊ะจากนักฟุตบอลยุคต่างๆให้ได้อ่านกันครับ ซึ่งหากติดใจกันผมจะเอามาให้อ่านกันอีกแน่นอน!!“There is no pressure when you are making a dream come true.” - Neymar- มันไม่มีแรงกดดันอะไรหรอกเมื่อคุณทำให้ฝันกลายมาเป็นความจริง (เนย์มาร์)“Success is no accident. It is hard work, perseverance, learning, studying, sacrifice and most of all, love of what you are doing or learning to do.” - Pele- การประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันเป็นเรื่องของการทำงานอย่างหนัก, ความเพียร, การเรียนรู้, การเสียสละ และเหนือสิ่งอื่นใดคือ ความรัก ที่คุณมีต่อสิ่งที่กำลังทำหรือกำลังเรียนรู้มัน (เปเล่)“I don’t believe skill was, or ever will be, the result of coaches. It is a result of a love affair between the child and the ball.” - Roy Keane- ผมไม่เชื่อหรอกว่าทักษะมันจะเป็นผลลัพธ์มาจากโค้ชคนไหน แต่มันคือสิ่งที่มาจากความรักระหว่างเด็กคนหนึ่งและลูกฟุตบอล (รอย คีน)“Every disadvantage has got its advantage.” - Johan Cruijff- ทุกข้อเสียล้วนมีประโยชน์ของมัน (โยฮัน ครัฟฟ์)“Football is a simple game; 22 men chase a ball for 90 minutes and at the end, the Germans win.” - Gary Lineker- ฟุตบอลมันเป็นเกมที่ง่าย มี 22 ผู้เล่นแย่งบอลกันตลอด 90 นาทีและในตอนท้าย.... เยอรมันชนะ (แกรี่ ลินิเกอร์)“It is better to win ten times 1-0 than to win once 10-0.” - Vahid Halilhodžic- มันเป็นเรื่องดีกว่าที่จะชนะ 10 ครั้งด้วยสกอร์ 1-0 มากกว่าชนะเพียงครั้งเดียวด้วยสกอร์ 10-0 (วาฮิด ฮิลิลฮอดซิช)"We lost because we didn’t win.” - Ronaldo - พวกเราพ่ายแพ้ เพราะพวกเราไม่ชนะนั่นแหละ (โรนัลโด้/บราซิล)Credit Pic : Zimbio, Getty Image, Skysport