breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

"4 แข้งดาวรุ่งสิงห์บลูส์ที่ อันโตนิโอ คอนเต้ สามารถปลุกปั้นได้"

รูเบน ลอฟตัส-ชีค ลอฟตัส-ชีค มีโอกาสลงสนามกับทัพ "สิงห์บลูส์" มากขึ้นในฤดูกาลนี้ และเขาก็โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจทีเดียว โดยกองกลางทีมชาติอังกฤษชุดอายุต่ำกวา 21 ปีมีความแข็งแกร่ง และดุดันตามแบบฉบับมิดฟิลด์บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์ รวมทั้งยังเล่นเกมรับได้เหนี่ยวแน่น และเต็มไปด้วยพละกำลังแบบไม่มีหมดตลอด 90 นาทีเหมาะสำหรับสไตล์ของกุนซือ อันโตนิโอ คอนเต้ นอกจากนี้ห้องเครื่องวัย 20 ปียังมีความสามารถในการสอดหาจังหวะจบสกอร์อีกด้วย คล้ายกับ : ยาย่า ตูเร่ / เนมานย่า มาติช นาธาน อาเก้ อาเก้ มีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมในสัญญายืมตัว 1 ปีกับ วัตฟอร์ด ในซีซั่นนี้ ซึ่งเป็นการลงเล่นในพรีเมียร์ลีกครั้งแรกของเขาหลังจากก่อนหน้ากองหลังทีมชาติฮอลแลนด์ ชุดอายุต่ำกว่า 21 ปีเคยผ่านประสบการณ์บนเกาะอังกฤษเพียงการลงเล่นกับ เรดดิ้ง ด้วยสัญญายืมตัวในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ โดยแข้งวัย 21 ปีมีความสามารถที่หลากหลายในการเล่นเกมรับ และพร้อมยืนตำแหน่งได้ทั้งเซ็นเตอร์แบ็ก, แบ็กซ้าย และมิดฟิลด์ตัวรับ รวมทั้งคำชื่นชมเรื่องความเข้าใจเกมที่ทำให้เขาถูกนำไปเปรียบเทียบกับ จอห์น สโตนส์ คล้ายกับ : จอห์น สโตนส์ / ดานี่ อัลเวส แม็ตต์ เมียซก้า เมียซก้า ที่เพิ่งเซ็นสัญญาย้ายมายังถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในฤดูกาลนี้ และประเดิมสนามในเครื่องแบบ "สิงโตน้ำเงินคราม" เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว สำหรับเซ็นเตอร์ฮาล์ฟทีมชาติสหรัฐอเมริกามาพร้อมกับจุดเด่นเรื่องของลูกกลางอากาศ และการประกบตัวที่เต็มไปด้วยไหวพริบมากพอเพื่อเป็นอีกหนึ่งกองหลังแถวหน้าของพรีเมียร์ลีก รวมทั้งโอกาสอำลาของ จอห์น เทอร์รี่ ปราการหลังกัปตันทีม เชลซี ทำให้กองหลังวัย 20 ปีอาจได้รับโอกาสจากผู้จัดการทีม อันโตนิโอ คอนเต้ คล้ายกับ : ยาป สตัม / มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ โดมินิค โซลันเก้ โซลันเก้ เติบโตขึ้นมาจากอะคาเดมี่ของ เชลซี ตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ และเป็นกองหน้าที่ได้รับการยกย่องอย่างมากในเรื่องของความเร็ว และความคล่องตัว โดยดาวเตะเชื้อสายไนจีเรียนผ่านการลงสนามกับทีมชาติอังกฤษ ชุดเยาวชนมาแล้วทุกระดับ พร้อมทั้งประสบความสำเร็จคว้าโทรฟี่แชมป์กับทีมชุดเล็กอของ "สิงห์บลูส์" มาบ้างแล้ว ซึ่งขณะนี้หัวหอกวัย 18 ปีอยู่ในสัญญายืมตัวกับ วิเทสส์ อาร์เน็ม พร้อมกับผลงานน่าประทับใจในเอเรดิวิซี่ ฮอลแลนด์ คล้ายกับ : แฮร์รี่ เคนpic : dailymail.co.uk

รวม 5 เหตุการณ์ 'ถีบ' บรรลือโลก

ที่ผ่านๆมาในวงการลูกหนังมีเหตุการณ์บรรลือโลกออกมามากมายโดยเฉพาะกับการสติหลุดของดาวเตะซึ่งในวันนี้ 'cheerball.com' ก็ขอนำเหตุการณ์ 'ถีบ' ที่โจดจำมารื้อฟื้นให้ได้รับชมกันครับ1. ไนเจล เดอ ยอง - 2010 สาวกลูกหนังคงจะจำได้เป็นอย่างดีกับศึกฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศที่แอฟริกาใต้ซึ่งจังหวะดังกล่าวมันเห็นได้ชัดเจนว่า เดอ ยอง ถีบเข้าไปเต็มๆอกของ ชาบี้ อลอนโซ่ แต่เขาก็โดนเพียงแค่ใบเหลืองเท่านั้น ทว่าสุดท้ายแล้ว ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ของ เดอ ยอง ก็ต้องพ่ายแพ้ต่อ ทีมชาติสเปน ไปในที่สุด2. จอห์น ฮาร์ทสัน - 1998 อาจจะไม่ใช่นักเตะชื่อก้องโลกมากนักแต่เหตุการณ์นี้ก็ได้โด่งดังไปทุกยุคทุกสมัยจริงๆเมื่อ ฮาร์ทสัน ตอนที่ค้าแข้งอยู่กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อเพื่อนร่วมทีมอย่าง อียาล เบร์โกวิช ไม่พอใจจากการเข้าสกัดอย่างหนักหน่วงเหวี่ยงแขนไปหา ฮาร์ทสัน ก่อนที่จะโดนดาวเตะรายนี้หวดเข้าเต็มหน้าไปเลย3. เปาโล อินซัว - 2015 เพิ่งจะเกิดขึ้นไม่นานมานี้เองสำหรับผู้รักษาประตูของ ยูเนี่ยน เปเรเน่ ยอดทีมจากลีก เปรู ซึ่งเขาไปกระโดดถีบ "ผู้ตัดสิน" จากทางด้านหลังจนล้นทั้งยืนจากการที่ อินซัว โดนใบเหลืองและสุดท้ายเขาก็เดินออกจากสนามไปเองโดยไม่ต้องรอให้โดนใบแดงไล่แต่อย่างใด4. เปเป้ - 2009 คาแรคเตอร์สุดป่าเถื่อนของ เปเป้ ปราการหลังแห่ง เรอัล มาดริด ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยและเหตุการณ์นี้ก็บ่งบอกถึงความดุร้ายและเล่นนอกเกมของเขาได้เป็นอย่างดีซึ่งจังหวะดังกล่าว ฆาเบียร์ เคราโป ล้มลงไปแล้วและโดน เปเป้ ทั้งเตะซ้ำแถมยังมาด่าอีก แต่ยังดีที่สุดท้ายกรรมการมีตาชูใบแดงไล่ออกจากสนามไป5. เอริค คันโตน่า - 1995 เมื่อพูดถึงการ 'ถีบ' แล้วจะไม่มีเหตุการณ์ของคนคนนี้เป็นไปไม่ได้เด็ดขาดสำหรับ 'กังฟูคิก' อันลือเลื่องเมื่อเขาโดนแฟนบอลนามว่า แมทธิว ซิมมอนส์ ตะโดนด่ามาจากด้านหลังประตูจนศูนย์หน้าสุดติสชาวเฟร้นซ์ทนไม่ไหวเดินไปกระโดดถีบซะอย่างนั้นและเหตุการณ์นี้ก็ทำให้ คันโตน่า โดนแบนยาว 8 เดือนเลยทีเดียวpic : Mirror

รวม 4 แข้งดังตกเป็นข่าวอาจเสียบแทน "ซลาตัน"

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าตัวเก๋า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มีแนวโน้มสูงอย่างมากที่จะอำลาถิ่น ปาร์ก เดอซ์ แพรงซ์ ไปร่วมซบสโมสรอื่นๆช่วงซัมเมอร์นี้ หลังสัญญาฉบับเดิมกำลังจะหมดลงไปและเจ้าตัวก็เคยแย้มอยากจะออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆบ้าง ซึ่งทางเราก็ได้เอารายชื่อเหล่าแนวรุกที่ทั้งเคยและกำลังตกเป็นข่าวลือร่วมกับ "เปแอสเช" มาให้ได้รับทราบกันครับ!!1. อเล็กซิส ซานเชซ (อาร์เซน่อล) เริ่มกันที่รายแรกไม่ใช่ใครที่ไหนกับ อเล็กซิส ซานเชซ แนวรุกตัวเก่งขวัญใจแฟนบอล "ปืนใหญ่" หลังเมื่อวันพุธที่ผ่านมาหมาดๆทาง "IBtimes" ได้รายงานว่าสโมสรแชมป์แดนนํ้าหอมได้แสดงความสนใจ แม้จะทราบดีว่าเป็นเรื่องยากก็ตาม โดยผลงานของเขาเมื่อซีซั่น 2014/15 สามารถยิงในลีกไปได้มากถึง 16 ประตูทีเดียว แต่ก็น่าเสียดายที่ในฤดูกาลนี้ซัดได้เพียง 8 ตุงเท่านั้น เนื่องจากมีปัญหาอาการบาดเจ็บคอยรบกวนนั่นเอง2. คาริม เบนเซม่า (เรอัล มาดริด) ย้อนไปเมื่อช่วงปลายปี 2015 คาริม เบนเซม่า ยอดแนวรุกดาวดังจาก เรอัล มาดริด ได้เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่เข้าข่ายย้ายไปเล่นให้กับ "เปแอสเช" เช่นเดียวกัน ปัจจุบันแม้จะมีแม้จะมีปัญหาทางด้ายคดียังที่ทราบกันนักต่อนัก แต่ผลงานของเขาก็ไม่ได้ยํ่าแย่อะไรเลย ซึ่งซีซั่นนี้ยังยิงไปแล้ว 21 ประตู หากจะหาใครมาทดแทนเฮีย "สลาตัน" ก็คงไม่พ้นเจ้า "เบนซ์" นักหรอก แต่ดูเหมือนการคว้าตัวจะค่อนข้างเป็นเรื่องยากเนื่องจากเจ้าตัวเคยยืนยันความสุขร่วมกับ ซานเตียโก เบร์นาเบว มาก่อนหน้านี้ "ทำไมผมต้องย้ายออก? ผมได้เป็นตัวจริงให้กับสโมสรที่ดีที่สุดในโลก ผมมีความสุขดีแล้ว"3. อ็องตวน กรีซมันน์ (แอตเลติโก มาดริด) อ็องตวน กรีซมันน์ นับเป็นกองหน้าอนาคตไกลอีกรายที่ตกเป็นข่าวคราวต้องการตัวจาก "เปแอสเช" มาตั้งแต่กลางปี 2015 ถึงปัจจุบัน เขาได้ย้ายจาก เรอัล โซเซียดาด มาร่วมซบ "ตราหมี" ตั้งแต่ซัมเมอร์ 2014 พร้อมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและในซีซั่นปัจจุบันรายการ ลา ลีกา ก็ยิงไปแล้วถึง 19 ประตู กระนั้นท่ามกลางข่าวคราวเล่นให้ลีกบ้านเกิดอย่างนั้น เจ้าตัวก็ยืนยันแล้วว่าไม่สนใจที่จะกลับลีกบ้านเกิดเวลานี้ "คุณไม่มีทางรู้ในฟุตบอลได้เลย แต่การกลับไปเล่นในแดนนํ้าหอมมันไม่ได้เป็นประเด็นอะไรทั้งนั้น"4. ดีเอโก้ คอสต้า (เชลซี) รายสุดท้ายกลับมายังเกาะอังกฤษกับ ดีเอโก้ คอสต้า กองหน้าจาก "สิงห์บลูส์" ที่มีลูกเล่นแพรวพราวบนสนามและเป็นกำลังหลักของถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ช่วงเวลานี้ ซึ่งจากการรายงานล่าสุดของ "France Football" ระบุว่าทางสโมสรแดนลอนดอนจะยอมรับข้อเสนอจาก "เปแอสเช" หากได้รับเงินราว 32 ล้านปอนด์ ส่งผลให้การดีลนี้มีโอกาสเป็นไปได้สูงมากทีเดียว ขณะที่ เดวิด ลุยซ์ ก็ออกมาชักชวน คอสต้า ด้วยเช่นกัน "หาก คอสต้า ได้ตัดสินใจเพียงพอกับการเล่นในอังกฤษแล้ว แน่นอนว่าที่นี่จะยินดีต้อนรับเลยล่ะ"Credit Pic : Zimbio

"ซลาตัน-คาร์ริค-เบน อาร์กฟา:11แข้งครบตำแหน่งรอเซ็นฟรีซัมเมอร์นี้"

สตีฟ ม็องด็องด้า (ต้นสังกัด : โอลิมปิก มาร์กเซย / อายุ : 31 ปี) สื่อหลายสำนักทั้งในฝรั่งเศส และอังกฤษ อาจรายงานไม่ตรงกันว่า ม็องด็องด้า เหลือสัญญาในรั้วสต๊าด เวโลโดรม เพียงจบฤดูกาล 2015-16 นี้หรือในซัมเมอร์ปี 2017 รวมทั้งต้นสังกัดของเขา โอแอ็ม ที่ปฎิเสธเปิดเผยรายละเอียดดังกล่าว แต่มือกาวทีมทีมชาติฝรั่งเศสก็ได้ยืนยันเองแล้วว่าจะพิจารณาอนาคตการเฝ้าเสาหลังจบซีซั่นนี้ ท่ามกลางความสนใจจาก โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ ผู้จัดการทีม เอฟเวอร์ตัน ที่ต้องการตัวแทนของ ทิม ฮาวเวิร์ด และนายด่านใหม่เพื่อท้าชิงตำแหน่งมือ 1 ทัพ "เดอะ ทอฟฟี่" กับ โฆแอล โรเบลส เกรกอรี่ ฟาน เดอร์ วีล (ต้นสังกัด : ปารีส แซงต์-แชร์กแมง / อายุ : 28 ปี) ปัญหาอาการบาดเจ็บ และฟอร์มที่รูดลงไปทำให้ฤดูกาลนี้ซึ่งเป็นปีที่ 4 ในถิ่นปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ของฟูลแบ็กทีมชาติฮอลแลนด์ออกมาไม่ราบรื่บมานัก และกองหลังชาวดัตช์ก็ต้องกลายเป็นเพียงตัวเลือกที่ 3 ในตำแหน่งแบ็กขวาของเทรนเนอร์ โลร็องต์ บล็องก์ รองจาก มาร์ควินญ่อส กับ แซร์ช โอริเยร์ (ก่อน โอริเยร์ ถูกสโมสรลงโทษทางวินัย) ทำให้ขณะนี้ลูกหม้อของ อาแจ็กซ์ ตกเป็นเป้าหมายของหลายทีมบนเกาะอังกฤษ มาร์ติน กาเซเรส (ต้นสังกัด : ยูเวนตุส / อายุ : 28 ปี) กาเซเรส ที่สามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแบ็ก 4 ทั้งเซ็นเตอร์ฮาร์ฟ และฟูลแบ็กขวา-ซ้าย ทำให้เขากลายเป็นแบ็คอัพระดับคุณภาพในแนวรับของทัพ "เบียงโคเนรี่" รวมทั้งมีส่วนไม่น้อยกับการครองแชมป์สคูเด็ตโต้ 3 สมัยซ้อนของเจ้า "ม้าลาย" ระหว่างปี 2011-14 ทว่าเสียดายที่ในช่วงเกือบ 2 ปีหลังอดีตดาวเตะ บาร์เซโลน่า และ เซบีย่า ไม่มีส่วนร่วมกับ ยูเว่ ภายใต้การคุมทีมของกุนซือ แม็กซ์ อัลเลกรี มากนักเนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บที่ตามรุมเร้าอย่างต่อเนื่อง และหนักจนฤดูกาล 2015-16 ของเขาต้องปิดเทอมไปแล้วตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้ นิโกล่าส์ เอ็นคูลู (ต้นสังกัด : โอลิมปิก มาร์กเซย / อายุ : 26 ปี) เอ็นคูลู กลายเป็นแกนหลักในแนวรับของ มาร์กเซย ทันทีที่ย้ายจาก โมนาโก มาค้าแข้งยังชายคาสต๊าด เวโลโดรม ในปี 2011 และแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง พร้อมด้วยผลงานน่าประทับใจมาโดยตลอด ทำให้ โอแอ็ม ต้องพยายามรั้งตัวเซ็นเตอร์แบ็กทีมชาติแคเมอรูนอย่างหนักในช่วง 2-3 ปีหลังถูก เชลซี ตามจีบจนขณะนี้เขาเหลือสัญญาเพียงจบฤดูกาล 2015-16 นี้เท่านั้น ซึ่งตอนนี้ก็ดูเหมือนว่ายอดทีมแห่งเมืองมาร์กเซยจะเล็กไปสำหรับเขาแล้ว กาแนร์ เออร์กิน (ต้นสังกัด : เฟร์เนบาห์เช่ / อายุ : 27 ปี) เออร์กิน ถือเป็นอีกหนึ่งขุมกำลังสำคัญของ เฟร์เนบาห์เช่ มาตลอดนับตั้งแต่ปี 2010 รวมทั้งกับทีมชาติตุรกี และกับการค้าแข้ง 6 ปีในรั้วซูกรู ซาราโคกลู สเตเดี้ยม แบ็กซ้ายชาวเติร์กประสบความสำเร็จมาแล้วทั้ง 2 แชมป์ซูเปอร์ ลีก ตุรกี, 2 แชมป์ตุรกิช คัพ และอีก 1 แชมป์ตุรกิช ซูเปอร์ คัพ รวมทั้งการมีประสบการณ์นอกลีกบ้านเกิดเพียง 3 ปีสมัยเป็นดาวรุ่งกับ ซีเอสเคเอ มอสโก ทำให้อดีตกองหลัง กาลาตาซาราย ยังไม่เลือกขยายสัญญาฉบับใหม่กับยอดทีมแห่งเมืองอิสตันบลูเพื่อเปิดโอกาสสู่ความท้าทายใหม่ ก่อนถูกตามติดจาก ลิเวอร์พูล, เอฟเวอร์ตัน และ อินเตอร์ มิลาน มิเกล เวโลโซ่ (ต้นสังกัด : ดินาโม เคียฟ / อายุ : 29 ปี) เวโลโซ่ อาจไม่มีส่วนร่วมกับ ดินาโม เคียฟ มากนักในช่วง 2 ปีหลังยุคของเทรนเนอร์ เซอร์เก เรบรอฟ แต่การค้าแข้ง 4 ปีที่เอ็นเอสซี โอลิมเปียสกี้ กองกลางตัวรับทีมชาติโปรตุเกสก็ประสบความสำเร็จไม่น้อยทีเดียวกับ 2 แชมป์พรีเมียร์ลีก ยูเครน กับอีก 1 แชมป์ยูเคเนี่ยน คัพ และดูหมือนว่าตอนนี้เส้นทางคู่ขนานของเขากับยอดทีมแห่งกรุงเคียฟจะมาถึงทางตันแล้ว เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างยังไม่มีท่าทีว่าต้องการตกลงสัญญาฉบับใหม่กัน ทำให้ห้องเครื่องชาวโปรตุกีสได้รับความสนใจจาก เจนัว อดีตต้นสังกัดของเขาระหว่างปี 2010-12 ไมเคิ่ล คาร์ริค (ต้นสังกัด : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด / อายุ : 34 ปี) คาร์ริค เป็นขุมกำลังสำคัญของทัพ "เร้ด เดวิลส์" มาเป็นเวลายาวนานกว่า 10 ปีนับตั้งแต่ย้ายจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาค้าแข้งยังถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อปี 2006 พร้อมประสบความสำเร็จมากมายทั้งแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ลีก คัพ และฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ อีกอย่างละ 1 สมัย สำหรับอนาคตของเขาในโรงละครแห่งความฝันขึ้นอยู่กับตัวผู้จัดการทีมของ "ยูไนเต็ด" ไม่ว่าจะเป็น หลุยส์ ฟาน กัล หรือ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ถูกคาดหมายว่ามีโอกาสมารั้งบังเหียนแทนกุนซือชาวดัตช์ เพียงกรณีเดียวเท่านั้น เพราะมิดฟิลด์ตัวเก๋าทีมชาติอังกฤษยืนยันมาตลอดว่าต้องการสวมเครื่องแบบ "ปีศาจแดง" ต่อไป ริคกี้ อัลวาเรซ (ต้นสังกัด : ซามพ์โดเรีย / อายุ : 27 ปี) ริคกี้ เริ่มตื่นจากฝันร้ายของเขาแล้วหลังอดีตกองกลางตัวรุก เวเลซ ซาร์สฟิลด์ ไม่ได้ลงสนามไปนานมากกว่า 1 ปีเนื่องจากปัญหาการฟ้องร้องสิทธิ์ในตัวเขากันระหว่าง อินเตอร์ มิลาน กับ ซันเดอร์แลนด์ ก่อนที่ "บลูแชร์คิอาตี้" จะเสนอตัวเข้ามาขอรับเลี้ยงเขาในต้นปี 2016 นี้ด้วยสัญญายืมตัว 6 เดือนจนจบฤดูกาลนี้ และดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ก็ตอบแทน "ลา ซามพ์" ด้วยฟอร์มการปั้นเกมรุกที่น่าประทับใจจนทีมของกุนซือ วิเซนโซ่ มอนเตล่า มีลุ้นหนีตกชั้นมากขึ้น และแน่นอนว่ายอดทีมแห่งเมืองเจนัวก็อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดสำหรับการเซ็นสัญญากับเขาแบบฟรีเอเยนต์ในช่วงซัมเมอร์นี้ ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา (ต้นสังกัด : นีซ / อายุ : 29 ปี) เบน อาร์กฟา กลับมาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทันทีที่ย้ายจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด มาค้าแข้งในลีก เอิง อีกครั้งกับ นีซ ในช่วงต้นปี 2015 และการที่เขาเล่นด้วยฟอร์มสม่ำเสมอกับยอดทีมแห่งเมืองนีซก็ทำให้อดีตกองกลางตัวรุก โอลิมปิก ลียง และ โอลิมปิก มาร์กเซย ถูก ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ เซเล็กซิยอนเนอร์ทีมชาติฝรั่งเศสเรียกตัวกลับไปรับใช้ทัพ "เลส เบลอส์" อีกรอบ ซึ่งครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปีครึ่ง แม้ว่าโอกาสติดธง "ตราไก่" สำหรับทัวร์นาเมนต์ยูโร 2016 ในบ้านเกิดกลางปีนี้ของเขาจะมีไม่มากนักก็ตาม แต่ก็เพียงพอให้อดีตดาวเตะ ฮัลล์ ซิตี้ ถูกพิจารณาจาก ลิเวอร์พูล กับ ปารีส แซงต์-แชร์ก โซฟิยาน เฟอกูลี่ (ต้นสังกัด : บาเลนเซีย / อายุ : 26 ปี) บาเลนเซีย คงไม่อาจรั้ง เฟอกูลี่ เอาไว้ในรังเอสตาดิโอ เมสตาย่า ได้มากกว่าฤดูกาลนี้อีกแล้ว เพราะตลอดช่วงเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมาทัพ "โลส เช" ก็ต้องรับมือกับทั้ง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี ที่เข้าคิวกันมาทาบทามอดีตดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส ชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี เมื่อปีกทีมชาติแอลจีเรียเล่นด้วยฟอร์มคงเส้นคงวา และพัฒนาฝีเท้าอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ภายใต้ต้นสังกัดยอดทีมแห่งแคว้นบาเลนเซียในปี 2010 และกับผลงานที่น่าผิดหวังของพวกเขาในฤดูกาลนี้ก็ยิ่งทำให้เจ้า "ค้างคาว" ไม่มีแรงดึงดูดมากพอสำหรับวิงเกอร์ชาวแอลจีเรียน ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (ต้นสังกัด : ปารีส แซงต์-แชร์กแมง / อายุ : 34 ปี) อิบราฮิโมวิช อาจเหลือเพียงความท้าทายเดียวกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คือแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เขายังไม่เคยสัมผัสกับยอดทีมแห่งกรุงปารีสหลังกวาดโทรฟี่แชมป์มาแล้วทั้งแชมป์ลีก เอิง 3 สมัย, แชมป์เฟร้นซ์ ลีก คัพ 2 สมัย และแชมป์เฟร้นซ์ คัพ อีก 1 สมัย สำหรับการค้าแข้งที่ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ นับตั้งแต่ปี 2012 ทำให้ศูนย์หน้ากัปตันทีมชาติสวีเดนยืนยันด้วยตัวเองแล้วว่ามองถึงอนาคตการค้าแข้งด้วยประสบการณ์ใหม่ โดยมีเหล่าสโมสรเงินถุงเงินถังจากอังกฤษ, จีน, กาตาร์ และสหรัฐอเมริกา พร้อมอ้าแขนรับ และยินดีอัดฉีดค่าเหนื่อยให้อดีตหัวหอก บาร์เซโลน่า แบบไม่อั้นpic : zimbio

11 ความจริงเกี่ยวกับ 'ไรอัน กิ๊กส์' ที่คุณต้องอึ้ง !

ไรอัน กิ๊กส์ ดาวเตะเจ้าของฉายา "ปีกพ่อมดแห่งเวลส์" ที่ได้กลายมาเป็นตำนานของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบยิ่งใหญ่ล่าสุดเขาก็ยังคงรั้งตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมในตอนนี้อีกต่างหาก ซึ่งร้อยทั้งร้อยสาวก 'เร้ด เดวิลส์' ไม่ว่ารุ่นเก๋ารุ่นใหม่ไม่มีใครไม่รู้จักเขาแน่นอน มาในวันนี้ผมขอเอา 'ความจริง' เกี่ยวกับตัวของ กิ๊กส์ จากสกู๊ปพิเศษของ 'Mirror' มาให้แฟนๆ 'Cheerball.com' ได้อ่านกันเพลินๆครับ1. ตลอดการค้าแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กิ๊กส์ คว้าไปทั้งหมด 34 โทรฟี่ซึ่งมากกว่าประวัติศาสตร์ของสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ถึง 9 แชมป์2. ถ้าหากว่า จอร์จ เบส ลงเล่นได้เท่ากัน ไรอัน กิ๊กส์ เล่นเพื่อ "ปีศาจแดง" ล่ะก็เขาจะทันโลดแล่นอยู่ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน3. กิ๊กส์ รั้งเป็นเจ้าของสถิติแอสซิสต์เยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก ที่ 162 แอสซิสต์4. กิ๊กส์ ลงสนามเป็นตัวจริง 522 นัดจากทั้งหมด 632 นัดซึ่งในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกมีผู้เล่นเพียงแค่ 4 คนที่สามารถออกสตาร์ทเป็นตัวจริงได้เยอะกว่าเขานั่นก็คือ แกรี่ สปีด, เดวิด เจมส์, แกเร็ธ แบร์รี่ และ แฟรงค์ แลมพาร์ด5. กิ๊กส์ ลงเล่นบนศึก พรีเมียร์ลีก ไปทั้งหมด 46,433 นาที6. หากรวมการลงเล่นทุกรายการนับตั้งแต่ก้าวขึ้นมาสู่ชุดใหญ่ด้วยอายุ 17 ปี กิ๊กส์ ลงเล่นไปทั้งหมด 1,027 เกมส์7. กิ๊กส์ ยังคงรั้งสถิติยิงเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ 15 วินาทีในเกมกับ เซาท์แฮมป์ตัน ปี 19958. นอกจากนี้ยังเป็นผู้เล่นที่โดนเปลี่ยนตัวออกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก ที่ 134 นัด9. ไรอัน กิ๊กส์ เล่นในแมตช์ เทสติโมเนี่ยล ของตัวเองกับ กลาสโกว์ เซลติก ในปี 2002 ซึ่งตอนนั้นเขาอายุเพียง 29 ปีเท่านั้น (เทสติโมเนี่ยล จะจัดให้กับนักเตะที่รับใช้สโมสรครบ 10 ปี)10. กิ๊กส์ เป็นเพียงผู้เล่นคนเดียวในประวัติศาสตร์ตอนนี้ที่ลงเล่น แชมเปี้ยนส์ลีก ถึง 19 ฤดูกาล11. กิ๊กส์ ยิงประตูให้กับ "ปีศาจแดง" ในทุกรายการไปทั้งหมด 168 ประตูซึ่งมีผู้เล่นเพียงแค่ 6 คนเท่านั้นที่ทำได้เยอะกว่านั่นก็คือ จอร์จ เบส, เดนนิส ไวโอเล็ต, แจ็ค โรว์ลีย์, เดนิส ลอว์, เวย์น รูนี่ย์ และ เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตันเค.เค.pic : zimbio, sport.bt

"5 แข้งที่คุณอาจไม่รู้ว่าพวกเขาเคยคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก"

เรเน่ เคอร์ฮิน (อินเตอร์ มิลาน ปี 2010) เคอร์ฮิน อยู่สถานะนักเตะดาวรุ่งของเทรนเนอร์ โซเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งแน่นอนว่ากองกลางทีมชาติสโลวีเนียก็ไม่ได้รับโอกาสลงสนามมากนัก เนื่องจากตัวเลือกในแดนกลางที่อัดแน่นในด้วยแข้งระดับสตาร์ในแผงมิดฟิลด์ ก่อนมีโอกาสลงเล่นเป็นตัวสำรอง 1 แมตช์ในรอบแบ่งกลุ่มยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เกมกับ รูบิน คาซาน และห้องเครื่องชาวสโลวีเนียนก็ไม่มีชื่อเป็น 18 ผู้เล่นในนัดชิงชนะเลิศยูซีแอล ซึ่งทัพ "เนรัซซูรี่" เป็นฝ่ายทุบเอา บาเยิร์น มิวนิค 2-0 ที่เบร์นาเบว ทำให้ เคอร์ฮิน ได้เหรียญแชมเปี้ยนส์ ลีก มาครอง ออยเอร์ โอลาซาบัล (บาร์เซโลน่า 2011) โอลาซาบัล อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติสเปน ชุดอายุต่ำว่า 19 ปี ถูกดันขึ้นจาก บาร์ซ่า เบ มาเป็นมือ 3 ในทีมชุดใหญ่ถึง 7 ฤดูกาลระหว่างปี 2008-2014 ซึ่งนายด่านชาวสแปนิชมีโอกาสลงเฝ้าเสากับ "อาซูลกราน่า" เพียงนัดเดียวเท่านั้นในเกมลา ลีกา และไม่เคยสัมผัสเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เลยแม้แต่นาทีเดียว ทว่านัดชิงชนะเลิศยูซีแอล ซีซั่น 2010-11 เมื่อแบ็คอัพของ บิคตอร์ บัลเดส อย่าง โฆเซ่ มานูเอล ปินโต้ ติดโทษแบน ทำให้ โอลาซาบัล มีชื่อเป็นมือ 2 ในแมตช์บี้คว้าชัย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 ที่เวมบลีย์ มาร์โก อาร์เนาโตวิช (อินเตอร์ มิลาน ปี 2010) ปีกของ สโต๊ค ในขณะที่วัย 20 ปีอยู่ในสัญญายืมตัว พร้อมออปชั่นการซื้อขาด 9 ล้านยูโรกับ อินเตอร์ จาก ทเวนเต้ ซึ่งดาวเตะทีมชาติออสเตรียก็มีโอกาสที่จำกัดอย่างมากจากกุนซือ โซเซ่ มูรินโญ่ ด้วยการลงเล่นเป็นตัวสำรอง 3 เกมเซเรีย อา และไม่เคยถูกส่งลงสนามเลยในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่การมีชื่อบนม้านั่งสำรองในแมตช์กับ ซีเอสเคเอ มอสโก และ บาร์เซโลน่า ก็เพียงพอให้เขาได้คล้องเหรียญยูซีแอล 2010 สก็อตต์ คาร์สัน (ลิเวอร์พูล ปี 2005) มกราคมปี 2005 ลิเวอร์พูล ซื้อ คาร์สัน ผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษ ชุดอายุต่ำว่า 21 ปีจาก ลีดส์ ยูไนเต็ด เข้ามาร่วมทีมเพื่อท้าทายตำแหน่งมือ 1 ของ เจอร์ซี่ ดูเด็ค หลัง คริส เคิร์กแลนด์ มีปัญหาอาการบาดเจ็บ โดยนายด่านชาวอังกฤษมีชื่อเป็นตัวสำรอง 6 นัด และออกสตาร์ทเป็นตัวจริง 1 เกมระหว่างแมตช์กับ ยูเวนตุส ในรอบน็อคเอาท์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนที่ คาร์สัน จะขึ้นรับเหรียญแชมป์ยูซีแอลหลัง "หงส์แดง" ปล้นชัยอย่างน่าเหลือเชื่อจาก เอซี มิลาน ในนัดชิงชนะเลิศอิสตันบูล โจนาธาน กรีนนิ่ง (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปี 1999) กรีนนิ่ง ขณะที่วัย 20 ปีพร้อมดีกรีทีมชาติอังกฤษ ชุดอายุต่ำว่า 21 ปีถูกส่งลงสนาม 7 นัดในทุกรายการสำหรับฤดูกาลทริปเปิ้ลแชมป์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ กรีนนิ่ง ก็ไม่มีโอกาสได้สัมผัสเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เลย รวมทั้งมีชื่อเป็นเพียงตัวสำรองสำหรับนัดชิงชนะเลิศยูซีแอลกับ บาเยิร์น มิวนิค ที่คัมป์ นู และขึ้นแท่นรับเหรียญแชมเปี้ยนส์ ลีก หลังทัพ "เร้ด เดวิลส์" แซงเฉือนดราม่า "เสือใต้" 2-1pic : dailymail.co.uk

มาชม ! 24 ชุดยักษ์ทีมยุโรปใส่โม่แข้งศึก ยูโร

ใกล้เข้ามาทุกทีกับการชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปหรือ ยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศสและในตอนนี้ชุดที่ใช้ในการแข่งขันของแต่ล่ะชาติก็เปิดตัวกันมาแบบครบถ้วนทางผมก็เลยหยิบมาให้ได้ชมกันแบบชัดๆเน้นๆไปเลยทั้งเหย้าและเยือนครับ !กลุ่ม เอฝรั่งเศสเหย้าเยือนโรมาเนียเหย้าเยือนอัลแบเนียเหย้า สีแดง, เยือน สีขาว, ชุดที่สาม สีดำสวิตเซอร์แลนด์เหย้าเยือนกลุ่ม บีอังกฤษเหย้าเยือนรัสเซียเหย้าเยือนเวลส์เหย้าเยือนสโลวาเกียเหย้าเยือนกลุ่ม ซีเยอรมันนีเหย้าเยือนยูเครนเหย้าเยือนโปแลนด์เหย้าเยือนไอร์แลนด์เหนือเหย้าเยือนกลุ่ม ดีสเปนเหย้าเยือนสาธารณรัฐเช็กเหย้าตุรกีเหย้าเยือนโครเอเชียเหย้าเยือนกลุ่ม อีเบลเยี่ยมเหย้าเยือนอิตาลีเหย้าเหยือนไอร์แลนด์เหย้าสวีเดนเหย้าเยือนกลุ่ม เอฟโปรตุเกสเหย้าไอซ์แลนด์เหย้าเยือนออสเตรียเหย้าเยือนฮังการี่เหย้าเยือนpic : footyheadlines

รวมคำพูดเหล่าคนดังลูกหนังอาลัย "โยฮัน ครัฟฟ์"

โยฮัน ครัฟฟ์ ตำนานฉายา "นักเตะเทวดา" ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 68 ปี หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งอย่างหนักในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทาง "Cheerball" ต้องขอร่วมอาลัยกับการจากไปของเขา ซึ่งวันนี้ทางเราก็เอาคำอาลาจากเหล่าคนดังในแวดวงลูกหนังให้ได้อ่านด้วยครับ... "พวกเราได้ตื่นขึ้นมาด้วยข่าวอันน่าเศร้ากับการตายของเพื่อนผม โยฮัน ครัฟฟ์ ผมรู้สึกพิเศษที่ได้คุณมาเป็นโค้ชเมื่อผมอยู่ บาร์เซโลน่า เขารู้ว่าผู้เล่นของเขามีคุณค่าอย่างไร ซึ่งเขารู้ถึงสกิลของผมในการทำประตูด้วย นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ที่มีความยุติธรรม ผมยังจำได้ว่าเคยประสบปัญหานิดหน่อยกับระยะทางจากบ้าน ตอนนั้นผมเป็นเพียงผู้เล่นนอกยุโรปเพียงคนเดียว เขาได้ให้เวลาผมหยุดมากขึ้น ดังนั้นผมสามารถพักที่บ้านได้ วันนี้วงการลูกหนังต้องเสียคนที่ยิ่งใหญ่ไปและผมเองก็ต้องเสียเพื่อนอย่างเขา หลับให้สบายนะ มาสเตอร์ครัฟฟ์ " - โรมาริโอ "มันเป็นข่าวที่เศร้ามาก ผมยกให้เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สุดในประวัติศาสตร์และในฐานะโค้ชเขายังเป็นประวัติศาสตร์ของสโมสรด้วย มันเป็นความจริงที่พวกเราอยู่ที่นี่เพื่อขอบคุณอย่างมหาศาลต่อ โยฮัน ครัฟฟ์ " - เคราร์ด ปิเก้ "ตำนานอีกคนได้จากพวกเราไปแล้วในวันนี้" - ลีโอเนล เมสซี่ "มันเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของโลกฟุตบอล เขาเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกในช่วงเวลาของเขาและผมคิดว่าเขาได้เปลี่ยนแนวทางฟุตบอลที่พวกเราได้เล่นกันด้วย" - คาร์โล คูดิชินี่ "ผมรู้สึกช็อค ผมคิดว่าเขากำลังทำได้ดีกว่านี้ เนเธอร์แลนด์ได้สูญเสียหน้าตาบนโลกนี้ไปแล้ว เขาเป็นหนึ่งในคนที่พาฟุตบอลของพวกเราอยู่บนแผนที่นะ" - รืด คึลลิต "พวกเราจะรักคุณเสมอ โยฮัน หลับให้สบาย" - บาร์เซโลน่า แถลงอาลัย " RIP โยฮัน ครัฟฟ์ ผู้เป็นคนแห่งวงการลูกหนังตัวจริง ผมไม่คิดว่าจะมีใครมีอิทธิพลต่อเกมมากเท่าที่เขาทำมา พวกเราทั้งหมดทั้งหมดต่างสัมผัสและได้แรงบันดาลใจจากวิสัยทัศน์และความเชื่อของเขา วงการฟุตบอลจะขาดเขา แต่พวกเราจะไม่ลืมเลย" - แว็งซองต์ กอมปานี "หมายเลข '14' จะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว RIP โยฮัน ครัฟฟ์ " - ชาบี อลอนโซ "เป็นข่าวร้ายที่ โยฮัน ครัฟฟ์ ได้ล่วงลับไปแล้ว เขาเป็นหนึ่งในผุ้เล่นที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาล เป็นยักษ์ใหญ่ของแท้ในเกมของพวกเรา เขาจะเป็นการหายไปที่น่าเศร้า RIP" - ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล "เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ได้ยินว่า โยฮัน ครัฟฟ์ ได้ตายไป ฟุตบอลได้สูญเสียบุคคลที่ทำได้เจ๋งกว่าการสร้างฟุตบอลที่สวยงามกว่าใครๆในประวัติศาสตร์เสียแล้ว" - แกรี ลินิเกอร์Credit Pic : Goal, Fifa, Getty Image, Zimbio, ITV

รวม 4 ดาวยิงที่ทำผลงานได้อย่างแข็งขันแดนนํ้าหอม!

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแม้ ลีก เอิง ฝรั่งเศส จะเป็นรายการที่คนไม่ได้ให้ความสนใจเทียบเท่ากับ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หรือ ลา ลีกา สเปน แต่ฟุตบอลของพวกเขาก็ได้ผลิตและเป็นจุดเกิดของนักฟุตบอลชื่อก้องโลกมากมาย อาทิ ปาทริซ เอวร่า, โอลิวิเยร์ ชิรูด์, อ็องโตนีย์ มาร์ซิยาล และ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง ซึ่งวันนี้ทางเราก็ได้เอาข้อมูลเหล่าดาวยิงจากแดนนํ้าหอมมาให้ได้ติดตามกันครับ!1. ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เริ่มกันที่รายแรกไม่ใช่ใครที่ไหน ซึ่งก็เป็น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้ามากประสบการณ์ที่หลายฝ่ายคุ้นหน้าคุ้นตากันอย่างดี เขาย้ายจาก เอซี มิลาน เข้ามาร่วมถิ่น ปาร์ก เดอซ์ แพรงซ์ ด้วยค่าตัว 21 ล้านยูโร ก่อนจะตอบแทนเม็ดเงินได้อย่างคุ้มค่าด้วยการพังประตูอย่างถล่มทลายและซีซั่นล่าสุดก็ยิงไปถึง 27 ประตูนำโด่งดาวซัลโวของลีกและคาดว่าจะไม่พลาดคว้ารางวัลดาวยิงปีนี้อย่างแน่นอน กระนั้นก็เป็นเรื่องน่าเสียดายนักที่เจ้าตัวประกาศเตรียมอำลากต้นสังกัดช่วงซัมเมอร์นี้แล้ว2.เอดินสัน คาวานี่ ยังอยู่กับนักเตะของ "เปแอสเช" เช่นเคย แต่คราวนี้เป็น เอดินสัน คาวานี่ แนวรุกคู่หูของ "เฮียตัน" ที่ทำไปแล้ว 14 ประตูในฤดูกาลนี้ ซึ่งแม้จะน้อยกว่ารุ่นพี่อย่างมาก แต่เจ้าตัวก็ยอมรับว่าตำแหน่งเซ็นเตอร์ฟอร์เวิร์ดเป็นจุดที่เหมาะกับตัวเองมากกว่า โดยทราบหรือไม่ว่าอนาคตของเขาร่วมกับถิ่น ปารืก เดอซื แพรงซ์ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดนัก เนื่องจากมีหลากหลายสโมสรอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี และ ยูเวนตุส ที่ต่างให้ความสนใจในเวลานี้3. อเล็กซ็องแดร์ ลากาแซตต์ ถัดมาเป็นกองหน้าของ โอลิมปิก ลียง อย่าง อเล็กซ็องแดร์ ลากาแซตต์ กันบ้าง สำหรับวัยเพียง 24 ปีของเขาเรียกได้ว่าผลงานค่อนข้างทะลุเป้าทีเดียว หลัง 3 ซีซั่นหลังสุดถล่มตาข่ายมาได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งฤดู 2014/15 ยังกลายเป็นดาวซัลโวของลีกได้อีกต่างหายด้วยการยิงประตูถึง 27 ตุง กระนั้นในปีนี้กลับยิงได้เพียง 14 ประตูเท่านั้น สำหรับนักเตะวัย 24 ปีอาจเรียกเป็นนักเตะคู่บุญของ "โอแอล" ก็เป็นได้ เพราะเจ้าตัวอยู่ร่วมกับทีมมาตั้งแต่อคาเดมี่เลยทีเดียว4. มิชี่ บาตชูอายี่ มาถึงคนสุดท้ายกับ มิชี่ บาตชูอายี่ กองหน้าอนาคตไกลสัญชาติเบลเยี่ยมที่กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างเตะตาโดนใจใครหลายๆคน เขาย้ายมาร่วมเล่นให้กับ โอลิมปิก มาร์กเซย ตั้งแต่ซีซั่น 2014/15 ด้วยค่าตัวราว 6 ล้านยูโร ก่อนที่จะระเบิดฝีเท้าได้อย่างน่าประทับใจไป 13 ลูกในลีกแดนนํ้าหอม ด้วยวัย 22 ปี นับว่ามีหนทางอนาคตอีกไกลทีเดียว ทั้งยังเคยเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติชุดใหญ่มาแล้วอีกด้วยCedit Pic : Meidenfoot, Zimbio