breadcrumb symbol ข่าว

Football Knowledge

"7 เหตุการณ์สำคัญช่วง 7 เดือนหลังในรั้วเบร์นาเบว"

ราฟา เบนิเตซ กลับบ้าน มิถุนายน 2015 : เรอัล มาดริด ยุคของประธานสโมสร ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประกาศแต่งตั้งโค้ชลูกหม้ออย่าง ราฟาเอล เบนิเตซ ที่เคยผ่านงานหลายบทบาทกับ มาดริด ทั้งโค้ชเยาวชนไล่ตั้งแต่อายุ 13-20 ปี, โค้ช เรอัล มาดริด กาสติย่า และผู้ช่วยโค้ชในทีมชุดใหญ่ เข้ามารั้งบังเหียนในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ด้วยสัญญา 3 ปีแทนที่ คาร์โล อันเชล็อตติ หลังฤดูกาล 2014-15 "โลส บลังโกส" ของกุนซือชาวอิตาเลี่ยนไม่มีโทรฟี่แชมป์ติดมือเลย โดย "เอล ราฟา" กลับมายังกรุงมาดริดครั้งนี้พร้อมดีกรีความสำเร็จมากมายทั้งแชมป์ลา ลีกา, ยูฟ่า คัพ, เอฟเอ คัพ, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ, ยูโรปา ลีก และโคปปา อิตาเลีย อำลา "ซาน อิเกร์" กรกฎาคม 2015 : หลังตกเป็นข่าวทีมอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 2 ปีหลังเพื่อหลักทางให้กับ ดาบิด เด เคอา มือกาวเพื่อนร่วมทีมชาติสเปนค่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ท้ายที่สุด อิเกร์ กาซิยาส ผู้รักษาประตูกัปตันทัพ "ลา โรฆา" ก็ต้องปิดฉากช่วงเวลา 25 ปีกับ มาดริด นับตั้งแต่สมัยเยาวชนเมื่อวัยเพียง 9 ปี โดยนายด่านวัย 34 ปีหยุดสถิติตัวเลขการลงสนามกับ "โลส บลังโกส" เอาไว้ที่ 725 นัดในช่วง 16 ฤดูกาลในทีมชุดใหญ่ พร้อมคว้าแชมป์ 19 โทรฟี่ในเครื่องแบบ "ราชันชุดขาว" ก่อนเซ็นสัญญา 2 ปีพร้อมออปชั่นต่ออีก 1 ปีกับ เอฟซี ปอร์โต้ ในโปรตุเกส เบนซ์ กับข้อกล่าวหาแบล็กเมล์เซ็กซ์-เทป พฤศจิกายน 2015 : คาริม เบนเซม่า ที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูสภาพร่างกายจากปัญหาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาระหว่างรับใช้ทีมชาติฝรั่งเศส ถูกศาลในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสเรียกตัวไปสอบปากคำข้อกล่าวหากรณีขู่กรรโชกทรัพย์จากวิดีโอทางเพศของ มาติเยอ วัลบูเอน่า เพื่อนร่วมทีมชาติฝรั่งเศสของโอลิมปิก ลียง และปัญหานอกสนามดังกล่าวก็ทำให้หลังกลับมาฟิตศูนย์หน้าวัย 28 ปียังไม่มีส่วนมากนักในทีมของเทรนเนอร์ ราฟาเอล เบนิเตซ จากนั้น เบนเซม่า จึงถูกสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส แอฟแอฟแอฟ แถลงตัดชื่อออกจากทัพ "เลส์ เบลอส์" แม้ว่าจะมีทัวร์นาเมนต์ยูโร 2016 รออยู่ในช่วงซัมเมอร์ปี 2016 ปราชัย 0-4 ในเอล กลาซิโก้ พฤศจิกายน 2015 : "เอล กลาซิโก้" แมตช์ที่ 171 หรือ "เดอะ คลาสสิคแมตช์" นัดแรกของฤดูกาล 2015-16 บนสังเวียนซานติอาโก้ เบร์นาเบว กรุงมาดริด จบลงด้วยชัยชนะแบบขาดลอยของผู้มาเยือนจากแคว้นกาตาลุนย่าอย่าง บาร์เซโลน่า จากการพังประตูของ เนย์มาร์ จูเนียร์, อันเดรส อิเนียสต้า และอีก 2 ประตูจาก หลุยส์ ซัวเรซ แม้ว่าแมตช์ดังกล่าว ลิโอเนล เมสซี่ จะแทบไม่มีส่วนร่วมกับทีมของเทรนเนอร์ หลุยส์ เอ็นริเก้ เนื่องจากเพิ่งกลับมาจากอาการบาดเจ็บเอ็นเข่าซ้ายฉีก และความพ่ายแพ้นี้ก็ทำให้ทีมของกุนซือ ราฟาเอล เบนิเตซ ปราชัย 2 นัดติดต่อกันในเกมลา ลีกา มาดริด ถูกปรับร่วงโกปา เดล เรย์ ธันวาคม 2015 : สมาคมฟุตบอลสเปน อาร์เอฟอีเอฟ ประกาศปรับ เรอัล มาดริด ตกรอบโกปา เดล เรย์ หลังทีมของเฮดโค้ช ราฟาเอล เบนิเตซ ส่ง เดนิส เชรีเชฟ ปีกทีมชาติรัสเซียซึ่งติดโทษแบน 1 นัดจากการสะสมใบเหลืองครบ 3 ใบเมื่อครั้งถูกส่งไปเล่นในสัญญายืมตัวฤดูกาลที่แล้วกับ บียาร์เรอัล ระหว่างเกมรอบ 32 ทีมสุดท้ายนัดแรกกับ กาดิซ ทีมจากเซกุนด้า ดิวิชั่น เบ (ดิวิชั่น 3 ของสเปน) ที่เอสตาดิโอ รามอน เด การ์รานซ่า แคว้นอันดาลูเซีย โดยแมตช์ดังกล่าวจบลงด้วยชัยชนะ 3-1 ของ "ราชันชุดขาว" และแน่นอนว่ายอดทีมแห่งกรุงมาดริดเจ้าของแชมป์รายการนี้ 19 สมัยก็ยื่นอุทธรณ์โทษครั้งนี้ไม่ผ่าน เด้ง "เอล บอส" มกราคม 2016 : นับตั้งแต่ ราฟา เบนิเตซ เข้ามากุมบังเหียนในรั้วซานติอาโก้ เบร์นาเบว อดีตผู้จัดการทีม นาโปลี อาจโดนโจมตีเพียงเรื่องของแท็คติก และสไตล์การเล่นของพลพรรค "ราชันชุดขาว" แต่หลังจากนั้น ราฟา ต้องมาเผชิญอย่างกดดันอย่างหนักต่อเนื่องจากทั้งสื่อ และสาวกมาดริดดิสต้า ไล่ตั้งแต่ความพ่ายแพ้ย่อยยับใน "เอล กลาซิโก้", การถูกปรับตกรอบโกปา เดล เรย์, ข่าวบรรยากาศภายในทีม, การรั้งอันดับ 3 บนตางรางคะแนนลา ลีกา รองจากบาร์เซโลน่า กับ แอตเลติโก มาดริด และการว่างงานของ โชเซ่ มูรินโญ่ รวมทั้งกระแสการมาแทนของ โจเซป กวาร์ดิโอล่า หรือ ซีเนอดีน ซีดาน ก่อนที่ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสร เรอัล มาดริด ประกาศปลดเฮดโค้ชชาวสแปนิชออกจากตำแหน่งหลังทำทีมได้ 7 เดือน เปเรซ เลือกตำนานอย่าง ซีดาน มกราคม 2016 : แน่นอนว่าขวัญใจของสาวกมาดริดดิสต้าอย่าง ซีเนอดีน ซีดาน ที่เคยค้าแข้งในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว เป็นเวลา 6 ปีระหว่างปี 2001-2006 พร้อมคว้าแชมป์ลา ลีกา กับแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในเครื่องแบบ "ราชันชุดขาว" และมีประสบการณ์โค้ชกับการเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ ฤดูกาล 2013-14 ก่อนมารับหน้าที่เฮดโค้ช เรอัล มาดริด กาสติย่า ในปีถัดมา ย่อมถูกคาดว่าจะก้าวขึ้นมารั้งบังเหียนทัพ "โลส บลังโกส" ในอนาคต และแม้ช่วงซัมเมอร์ปี 2015 ซิซิ จะถูกยกให้เป็นอีกหนึ่งแคนดิเดตบอสคนใหม่ที่เบร์นาเบว หลังการปลด อันเชล็อตติ อย่างไรก็ตามโอกาสของ ซีดาน ในวัย 43 ปีก็ยังถือว่ามาเร็วจากการถูกแต่งตั้งให้เข้ามารับงานแทน ราฟา เบนิเตซ ด้วยสัญญา 2 ปีครึ่ง ก่อนแมตช์เดย์ที่ 19 ของลา ลีกาฤดูกาล 2015-16pic : EPA, AFP, PA, Getty Images, independent, penamadridista, Reuters

รวม 4 เหตุการณ์ซุปตาร์แลกหมัดทั้งๆที่อยู่ทีมเดียวกัน

โลกลูกหนังที่ผ่านมามีเหตุการณ์ต่างๆให้ได้ประหลาดใจอยู่เรื่อยซึ่งก็ไม่เว้นแม้แต่การที่บรรดาดาวเตะสโมสรเดียวกันจะมีเรื่องฟาดปากกระทบกระทั่งจนวางมวยทั้งในสนามซ้อมหรือแม้แต่สนามแข่ง วันนี้ผมก็ได้รวบรวมเหตุการณ์ที่ 90min จัดทำไว้มาเด่นๆ 5 เหตุการณ์ด้วยกันจะมีคู่ไหนบ้างมาชมกันเลยซลาตัน อิบราฮิมโมวิช ปะทะ โอกูชี่ ออนเยวู : เอซี มิลาน 2010 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2010 สมัยที่ศูนย์หน้าชาวสวีดิชค้าแข้งอยู่กับ "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน ซึ่งตอนนั้นมีข่าวออกมาโด่งดังไม่ทั่วและจากหนังสือชีวประวัติของ ซลาตัน เองก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงช่วงเวลาดังกล่าวที่เกิดขึ้นในสนามซ้อมว่าต่างฝ่ายต่างโมโหถึงขนาดต้องการ 'เอาชีวิต' ซึ่งกันและกันเลยทีเดียว "เราทั้งคู่ต่างต้องการที่จะทำลายซึ่งกันและกัน ผมไม่ได้พูดถึงเรื่องเล็กๆนะ มันหมายถึงชีวิตและความตาย" สุดท้ายเพื่อนร่วมทีมก็วิ่งเข้ามาแยกออกจากกันได้และปรากฏว่าการปะทะกันครั้งนี้เล่นเอา ซลาตัน ซี่โครงหักเลยทีเดียวคีรอน ดายเออร์ ปะทะ ลี โบว์เยอร์ : นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (2005) คู่นี้คอลูกหนังอังกฤษน่าจะจำกันได้สำหรับสองสตาร์อารมณ์ร้อนของ นิวคาสเซิ่ล ที่วางมวยกันเองระหว่างเกมการแข่งขันระหว่าง "สาลิกาดง" พบกับ แอสตัน วิลล่า เมื่อปี 2005 ซึ่งทั้งคู่ก็นัวเนียสาวหมัดใส่กันแบบไม่ยั้งถึงขนาดนี้ดาวเตะ "สิงห์ผงาด" ต้องรีบเข้ามาห้ามเอาไว้ สุดท้ายแล้ว ดายเออร์ ก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงเหตุผลที่วางมวยกันกลางสนาม เซนท์ เจมส์ ปาร์ค นั้นจุดเริ่มต้นมาจาก โบวเยอร์ ฉุนที่ ดายเออร์ ไม่จ่ายบอลให้บ้างจนด่ากันไปมาและตบะแตกทั้งคู่นั่นเองโจอี้ บาร์ตัน ปะทะ อุสมัน ดาโบ : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (2007) เป็นข่าวอื้อฮาวไม่ใช่น้อยเมื่อ บาร์ตัน มิดฟิลด์สุดกร่างที่ตอนนั้นค้าแข้งอยู่กับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จัดการสอยเพื่อนร่วมทีมอย่าง ดาโบ ชนิดที่หลับกลางอากาศจนต้องหามส่งโรงพยาบาลกันเลย ภายหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว บาร์ตัน โดนทางสโมสรแบนทั้งฤดูกาล 2006-07 และ ดาโบ ก็ได้เผยอีกว่าตนเองไปผลัก บาร์ตัน ก่อนและเดินออกมาหลังจากนั้นมิดฟิลด์ชาวอังกฤษก็วิ่งมากระซวกไม่ยั้งถึงขนาดว่า ดาโบ เลือดออกแล้วก็ยังไม่หยุดเคร็ก เบลลามี่ ปะทะ ยอห์น อาเน่ รีเซ่ : ลิเวอร์พูล (2007) หากยังจำกันได้กับข่าวอื้อฉาวที่ เบลลามี่ เอาไม้กอล์ฟไปหวดใส่ รีเซ่ เต็มๆแข้ง สาเหตุก็มาจากการที่ศูนย์หน้าชาวเวลส์เซ้าซี้ให้ รีเซ่ ขึ้นไปร้องคาราโอเกะจนแบ๊คซ้ายตีนระเบิดทนไม่ไหวตะโกนด่าหัวหอกข้อเดียวต่อหน้าเพื่อนทุกๆคนในทีมแบบไม่ไว้หน้า ภายหลังจากเสร็จสิ้นการร้องคาราโอเกะ เบลลามี่ ก็ทนไม่ไหวและตอนกลับเข้าห้องพักหยิบไม้กอล์ฟตามล่าหา รีเซ่ จนเจอและหวดเข้าเต็มๆแต่สุดท้ายทั้งคู่ก็กลายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะ บาร์เซโลน่า ได้สำเร็จ 2-1 ในปี 2007 ซึ่ง เบลลามี่ ยิง 1 พร้อมกับท่าดีใจไดรฟ์กอล์ฟบรรลือโลกและจ่ายอีก 1 ให้ รีเซ่ ยิงอีกด้วยเค.เค.pic : theoriginalwinger, talksport, breakingnews, dagbladet

แจ่มเลย! รวม 5 แข้งฟรีน่าสอยหน้าหนาว

ตลาดซื้อขายเดือนมกราคมเปิดขึ้นมาและหลากสโมสรชั้นนำต่างก็พร้อมทุ่มเงินเพื่อคว้านักเตะหน้าใหม่เข้ามาร่วมสโมสรกันทั้งนั้น ซึ่งในปี 2015 มีการซื้อขายใน พรีเมียร์ลีก มากถึงราว 1 พันล้านปอนด์ แต่ทราบหรือไม่ว่าตลาดหน้าหนาวเองก็ยังมีของดีคว้าฟรีให้ได้ใช้งานเช่นเดียวกัน ส่วนใครว่างงานแล้วน่าสนใจบ้างมาตามกันได้เลยครับ!1. เอ็มมานูเอล เอบูเอ้ มาเริ่มกันที่นักเตะรายแรกอย่างแข้งชาวไอวอเรี่ยน เขาเตรียมย้ายออกจากสโมสร กาลาตาซาราย ยักษ์ใหญ่แดนไก่งวงในเดือนมกราคมนี้และยังตกเป็นข่าวการล่าลายเซ็นของทีมฟอร์มร้อนแรงอย่าง เลวเตอร์ ซิตี้ ที่พยายามจะดึงตัวหวนคืน พรีเมียร์ลีก ด้วยเช่นกัน ส่วนตัวแล้วนักเตะรายนี้เป็นผู้เล่นที่อารมณ์ขันอย่างมากทีเดียว น่าจะสร้างเสียงหัวเราะให้แฟนบอลได้แน่นอน สำหรับนักเตะวัย 32 ปี ได้เคยลงเล่นให้กับ อาร์เซน่อล ไปมากถึง 214 เกมระหว่างปี 2004 ถึง 2011 นับเป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์ในลีกผู้ดีมากคนหนึ่งทีเดียว2. เควิน-พรินซ์ บัวเต็ง สำหรับแข้งชาวเยอรมันรายนี้ในกำหนดเดิมจะหมดสัญญาร่วมกับ ชาลเก้04 ลงในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ ฮอร์สท์ เฮลด์ท ผู้จัดการทั่วไป "ราชันนํ้าเงิน" ได้ออกมายืนยันแล้วว่านักเตะรายนี้ไม่เหลืออนาคตรวมกับสโมสรเป็นที่แน่นอนแล้วและล่าสุดยังได้กลับไปร่วมซ้อมกับต้นสังกัดเก่าอย่าง เอซี มิลาน ที่เคยร่วมงานด้วยกันระหว่างปี 2010-2013 ส่งผลให้ม๊โอกาสอย่างมากที่จะย้ายไปร่วมซบสโมสรแดนมะกะโรนีอีกครั้งต่อไป3. ชูลิโอ บาปติสต้า ชูลิโอ บาปติสต้า หรือเจ้าของฉายา "เดอะ บีสท์" ยังคงไม่มีต้นสังกัดเป็นตัวเป็นตนนับตั้งแต่ย้ายออกจาก ครูเซโร่ เมื่อช่วงปิดซีซั่นที่ผ่านมา เขาเป็นหนึ่งในนักเตะตัวเก่าและเก๋าของยุโรปด้วยการเคยค้าแข้งกับทั้ง เซบีย่า, เรอัล มาดริด, อาร์เซน่อล, โรม่า และ มาลาก้า มาแล้ว ซึ่งแม้วัยจะล่วงเลยไปถึง 34 เข้าให้ แต่ประสบการณ์ของเขาน่าจะเป็นประโยชน์ต่อทีมต่างๆไม่น้อยทีเดียว4.โรนัลดินโญ่ อดีตแข้งสุดเทพชาวบราซิลเลี่ยนเป็นนักเตะที่ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลมาก่อนทั้งในยุโรปและแดนอเมริกาใต้ เขาเคยค้าแข้งให้กับทั้ง เอซี มิลาน และ บาร์เซโลน่า มาแล้ว ซึ่งก็เคยกวาดแชมป์ร่วมกับ บาร์ซ่า มาได้ในซีซั่น 2004/05 และ 2005/06 แถมยังมีถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ประดับบารมีไว้อีกต่างหาก ขณะที่ในปี 2002 เขาก็มีส่วนพาทีมชาติบราซิลคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาได้ด้วย น่าเสียดายที่ปัจจุบันเขายังคงว่างงานหลังย้ายออกจาก ฟลูมิเนนเซ่ ซึ่งก็น่าสนใจมากว่าจะมีทีมใดดึงตัวแข้งดาวดังวัย 35 ปีไปใช้งานเป็นรายต่อไปกันแน่5.เอ็มมายูเอล อเดบายอร์ มาถึงของดีรายสุดท้ายกับกองหน้าเลือดโตโกที่เพิ่งย้ายออกจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา หลังไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นคนโปรดของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ผู้จัดการทีมรายปัจจุบันและไม่อาจเบียดฟอร์มการเล่นของ แฮร์รี่ เคน ได้ ต้องยอมรับว่าเขาจะกลายเป็นตัวเลือกสำคัญในตลาดเดือนมกราคมนี้ของแดนผู้ดี เนื่องจากประสบการณ์ของเขาเคยค้าแข้งกับ อาร์เซน่อล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาแล้วนั่นเองCredit : Skysports

"ย้อนดู 4 สตาร์จากการปลุกปั้นของนีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ ก่อนเมสซี่"

นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ สโมสรที่ตั้งอยู่ในเมืองโรซาริโอ รัฐซานตา เฟ่ อาจไม่ใช่ทีมยักษ์ใหญ่ของอาร์เจนติน่า หากเทียบกับ ริเวอร์เพลท, โบคา จูเนียร์, ราซิ่ง คลับ, อินดิเพนเดนเต้, ซาน ลอเรนโซ่, เวเรซ ซาร์ฟิลด์ และ เอสตูเดียนเตส ลา พลาต้า กับเกียรติประวัติแชมป์ลีกสูงสุดแดน "ฟ้า-ขาว" เพียง 6 สมัย อย่างไรก็ตามสโมสรแห่งนี้ก็เป็นที่รู้จักไม่น้อยในฐานะต้นสังกัดแรกของ ลิโอเนล เมสซี่ อีกหนึ่งนักเตะที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดในโลกตอนนี้ เมื่อวัยเพียง 6 ขวบก่อนย้ายมาร่วมทีม บาร์เซโลน่า ในอีก 6 ปีต่อมา ทว่า "เลโอ" ไม่ใช่เพียงแข้งฝีเท้าดีรายเดียวที่ถูกขัดเกลามาจาก นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ ทว่าจะมีใครบ้างนั้น วันนี้ทีมงาน "CHEERBALL.com" เรามีสกู๊ปมาให้ติดตามกันครับ!! กาเบรียล บาติสตูต้า "บาติโกล" อาจเกิดในรัฐซานตา เฟ่ แต่เขาเติบโตขึ้นมาจากสโมสรท้องถิ่นในเมืองอเวยาเนด้า ก่อนย้ายมายังเมืองโรซาริโอในซานตา เฟ่ เพื่อเล่นกับ นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ ด้วยวัย 18 ปี ทว่าการพัฒนาแบบก้าวกระโดดทำให้ บาติสตูต้า ย้ายทีมแบบทุกปีกับ นีเวลล์ส สู่ ริเวอร์เพลท และ โบคา จูเนียร์ ก่อนโยกไปล่าตาข่ายยังเวลายุโรปกับ ฟิออเรนติน่า ที่ทำให้เขากลายเป็นอีกขวัญใจตลอดกาลของทัพ "วิโอล่า" จากการค้าแข้งเป็นเวลา 9 ปีระว่างปี 1991-2000 ที่สตาดิโอ อาร์เตมิโอ ฟรังคี่ จากนั้นจึงอำลาเมืองฟลอเรนซ์เพื่อไปคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้กับ โรม่า ส่วนในสีเสื้อทีมชาติอาร์เจนติน่า "บาติโกล" ก็มีส่วนสำคัญกับแชมป์โคปา อเมริกา 2 สมัยในปี 1991 และ 1993 เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ แน่นอนว่าผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ คนปัจจุบันเป็นความภาคภูมิของ นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ ทั้งในฐานะนักเตะ และบทบาทกุนซือในช่วงเวลานี้กับการฝากฝีมือที่ เอสปันญ่อล, เซาธ์แฮมป์ตัน และ สเปอร์ส สำหรับ โปเช็ตติโน่ เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพครั้งแรกกับ นีเวลล์ส ด้วยวัยเพียง 17 ปี โดยเขาอยู่ค้าแข้งในรั้วเอสตาดิโอ มาร์เซโล่ บิเอสซ่า 5 ปีระหว่างปี 1989-1994 พร้อมคว้าแชมป์พรีเมรา ดิวิชั่น 1 สมัยฤดูกาล 1990-91 ก่อนย้ายไปเล่นบแผ่นดินยุโรปทั้งกับ เอสปันญ่อล, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ บอร์กโดซ์ และรีไทร์ด้วยความสำเร็จในสเปนกับ 2 โทรฟี่แชมป์โกปา เดล เรย์ ซีซั่น 1999-2000 และ 2005-06 วอลเตอร์ ซามูเอล วอลเตอร์ ซามูเอล ถือเป็นผลิตผลคุณภาพของ นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ อย่างไม่ต้องสงสัยเพราะหลังจากก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ นีเวลล์ส ในวัย 17 ปีได้เพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น มหาอำนาจลูกหนังของอาร์เจนติน่าอย่าง โบคา จูเนียร์ ก็มารับเขาจากซานตา เฟ่ ไปเล่นในกรุงบัวโนสไอเรส จากนั้นอีก 3 ปี โรม่า ต้องจ่าย 20 ล้านยูโร เพื่อดึง ซามูเอล ไปคุมแนวรับของ "จัลโลรอสซี่" ต่อด้วยค่าตัว 25 ล้านยูโรตอนเซ็นสัญญากับ เรอัล มาดริด และราคา 18 ล้านยูโรที่ อินเตอร์ ยอมแลกกับลายเซ็นของเซ็นเตอร์แบ็กชาวอาร์เจนไตน์ ซึ่งจะมีกองหลังสักกี่คนที่ย้ายทีมไปด้วยค่าตัวสูงถึง 3 ดีล ส่วนเกียรติยศแชมป์นั้นมากมายทั้งสคูเด็ตโต้ 6 สมัย, โคปปา อิตาเลีย 3 สมัย และแชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 1 สมัย กาเบรียล ไฮน์เซ่ ไฮน์เซ่ เซ็นสัญญาอาชีพครั้งแรกกับ นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ ในวัย 18 ปี และเขาก็สามารถก้าวขึ้นมาแจ้งเกิดได้ในทันที ทำให้ ไฮน์เซ่ เล่นกับทีมดังของเมืองโรซาริโอได้เพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น และได้ย้ายมาเล่นในยุโรปกับ เรอัล บายาโดริด ซึ่งการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องของเขากับบทบาทเซ็นเตอร์แบ็ก และแบ็กซ้าย พร้อมกับสไตล์การเล่นที่หนัก, ดุดัน และเหนี่ยวแน่น ก็เป็นการเปิดประตูให้อดีตกองหลังทีมชาติอาร์เจนติน่าได้เซ็นสัญญากับเหล่าบิ๊กทีมทั้ง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เรอัล มาดริด, โอลิมปิก มาร์กเซย และ โรม่า พร้อมกับประสบความสำเร็จมากมาย ก่อนกลับมาคุมแนวรับให้ นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ ในช่วงบั้นปลายระหว่างปี 2012-14 และแขวนสตั๊ดในเอสตาดิโอ มาร์เซโล่ บิเอสซ่า สถานที่ที่เขาเติบโตขึ้นมา pic : pinterest.com, thesun.co.uk, skysports.com

โคตรเจ๋ง ! รวมสถิติ 'เมสซี่' ก่อนลงรับใช้บาร์ซ่าครบ 500 นัด

กำลังจะลงสนามในฐานะพลพรรค "อัลซูกราน่า" บาร์เซโลน่า ครบ 500 นัดในวันพุธนี้เกมกับ เรอัล เบติส ซึ่งทางสื่อสำนักดัง 'SkySports' ก็ได้รวบรวมข้อมูลสถิติที่น่าสนใจของ ลีโอเนล เมสซี่ ดาวเตะเหนือมนุษย์มาให้ได้รับชมกันเพื่อเรียกน้ำย่อยถึงความเด็ดดวงของกัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่ารายนี้ เอาล่ะมาดูกันเลยสถิติที่น่าสนใจของ ลีโอเนล เมสซี่ลงเล่น 499 นัด ยิงได้ 424 ประตูทำไปทั้งหมด 32 แฮตทริคคว้าแชมป์ : ลาลีก้า 7 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 4 สมัย, โกปา เดล เรย์ 3 สมัย, สโมสรโลก 3 สมัย และ ยูฟ่า ซุปเปอร์คัพ 3 สมัยสถิติการยิงประตูต่อ 100 นัดของ เมสซี่นัดที่ 1-100 : ยิง 41 ประตูนัดที่ 101-200 : ยิง 73 ประตูนัดที่ 201-300 : ยิง 99 ประตูนัดที่ 301-400 : ยิง 118 ประตูนัดที่ 401-499 : ยิง 93 ประตูโดย เซบีย่า กับ แอตเลติโก้ มาดริด คือสโมสรที่ เมสซี่ ยิงได้เยอะที่สุดอยู่ที่ 24 ประตูเท่ากันสถิติผู้เล่นที่ลงสนามให้กับ บาร์เซโลน่า มากที่สุดชาบี้ เอร์นานเดซ : 767 นัดคาร์เลส ปูโยล : 593 นัดอันเดรส อิเนียสต้า : 567 นัดมิกูลี : 549 นัดบิคตอร์ บัลเดส : 535 นัดลีโอเนล เมสซี่ : 499 นัดสถิติดาวยิงสูงสุดของ บาร์เซโลน่าลีโอเนล เมสซี่ : 424 ประตูเซซาร์ : 235 ประตูลาส์ซโล คูบาล่า : 194 ประตูเมสซี่ ยิงประตูได้ 236 ประตูจากการลงเล่นในรังเหย้าอย่าง 'คัมป์ นู' 238 นัดกัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่ารายนี้ทำได้ 159 แอสซิสต์ที่สำคัญ เมสซี่ ทำประตูใน 'เอล กลาซิโก้' ใส่ เรอัล มาดริด ได้ 21 ประตูจากการลงเล่น 31 นัดเค.เค.pic : zimbio

รวม 4 ดีลที่อาจพา "สิงห์ผงาด" รอดพ้นตกชั้น!

หนึ่งในสโมสรที่อยู่ร่วมกับ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาอย่างยาวนานและกลายเป็นทีมที่ทุกคนได้เห็นกันแทบทุกซีซั่นคงหนีไม่พ้น "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า ซึ่งเป็นทีมีท่ผลิตนักเตะความสามารถออกมาให้ได้เห็นกันมากมาย กระนั้นวันนี้พวกเขากลับมีโอกาสตกชั้นไปเล่น แชมเปี้ยนชิพ อย่างสุดๆ เนืองจากจมอยู่ในอันดับสุดท้ายของตารางพร้อมกับคะแนนเพียง 8 แต้มเท่านั้นในช่วงคริสมาสต์นี้ ดังนั้นวันนี้พวกเราจึงนำผู้เล่น 4 ตัวความหวังที่อาจจะเป็นดีลสำคัญช่วยให้ทีมจาก วิลล่า พาร์ค รอดพ้นตกชั้นมาให้ได้รับทราบกันครับ1. ชาลี ออสติน ชาลี ออสติน กองหน้าดาวดัง ควีนส์ พาร์ค เรนเจอร์ส กลายมาเป็นผู้เล่นที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่น 2014/15 ซึ่งแม้ไม่อาจพาต้นสังกัดรอดพ้นตกชั้นได้สำเร็จ แต่เขาก็ยิงในลีกไปมากถึง 18 ประตู ขณะที่ปัจจุบันใน แชมเปี้ยนชิพ ก็ยิงไปแล้วอีก 10 ประตูด้วยกัน นับเป็นผู้เล่นที่น่าจะทดแทนการหายไปของดาวยิงอย่าง คริสติย็อง เบนเตเก้ ที่ย้ายไปเล่นให้ ลิเวอร์พูล ได้อย่างแน่นอน2. แอชลี่ย์ โคล จอร์แดน อามาวี่ แบ็กซ้ายอนาคตไกลประจำทัพ "สิงห์ผงาด" ปิดซีซั่นไปเป็นที่เรียบร้อยเนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บและ เรมี่ การ์ด เองก็กำลังมองหาผู้เล่นใหม่เข้ามาเสริมแกร่งแทนที่ งานนี้คนที่น่าสนใจในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลมากที่สุดคงหนีไม่พ้น แอชลี่ย์ โคล นักเตะมากประสบการณ์จาก โรม่า ที่เคยค้าแข้งใน พรีเมียร์ลีก อัฃกฤษ มาอย่างยาวนาน โดยนักเตะวัย 34 ปีได้ย้ายไปเล่นใน เซเรีย อา อิตาลี แต่กลับไม่สามารถโชว์ฟอร์มของตัวเองได้ตามที่คาดหวังเอาไว้จนเป็นเหตุให้ต้องค้างเติ่งไม่ได้ลงเล่นเพิ่มเติมเสียที แต่ประสบการณ์ของเขาน่าจะมีค่าในลีกผู้ดีอยู่ไม่น้อย นับเป็นทางเลือกอันน่าสนใจที่จะพาทีมรอดพ้นการตกชั้นได้3.สตีเฟ่น เนย์สมิธ สตีเฟ่น เนย์สมิธ นักเตะชาวสกอตติชนับเป็นผู้เล่นที่ทำผลงานได้ดีอยู่บ่อยครั้งให้กับ เอฟเวอร์ตัน กระนั้นเขากลับไมาค่อยมีโอกาสได้ลงเล่นเป็นตัวจริงมากนัก แม้จะพังประตูได้ในระดับหนึ่งก็ตาม ส่งผลให้เขาตกเป็นข่าวการย้ายออกจากถิ่น กูดิสัน พาร์ค นั่นเอง ซึ่งความสามารถทั้งเรื่องคุณภาพความคิดสร้างสรรค์และการทำเกมรุกน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่จะทำให้ "สิงห์ผงาด" เติมเต็มเกมรุกได้4.โจเอล แคมป์เบลล์ ปัจจุบัน โจเอล แคมป์เบลล์ ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงให้กับ "ปืนใหญ่" อยู่บ่อยครั้งโดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคมนี้มี่ลงไปแล้วถึง 4 เกมในลีกสูงสุดแดนผู้ดี กระนั้นหากนักเตะตัวหลักทั้ง ซานติ กาซอร์ล่า, อเล็กซิส ซานเชซ และ แดนนี่ เวลเบ็ค หายกลับมาจากอาการบาดเจ็บก็มีแนวโน้มสูงที่นักเตะชาวคอสตาริก้าจะถูกดรอปลงไปอีกครั้ง ส่งผลให้การยืมตัวเขาไปร่วมถิ่น วิลล่า พาร์ค อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีในช่วงครึ่งซีซั่นหลังได้เช่นกันCredit : footballfancast,contactnumbers

"5 แข้งค่าตัวแพงที่สุดในโลกของตลาดฤดูหนาว"

เอดิน เชโก้ (ค่าตัว 27 ล้านปอนด์จาก โวล์ฟสบวร์ก สู่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเดือนมกราคมปี 2011) หลังจบฤดูกาล 2008-09 ที่ เชโก้ กระทุ้ง 26 ประตูในลีก และรั้งตำแหน่งรองดาวซัลโวประจำซีซั่นต่อจาก กราฟิเต้ กองหน้าคู่หูเพื่อนร่วมทีม โวล์ฟสบวร์ก ซึ่งกด 28 ประตู พร้อมคว้าถาดแชมป์บุนเดสลีกาสมัยแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร และฤดูกาลต่อมาหัวหอกทีมชาติบอสเนีย และเฮอร์เซโกวีน่าก็ยังลั่นสกอร์ป้อน "หมาป่าแห่งเมืองเบียร์" ได้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้เขากลายเป็นเป้าหมายของ เอซี มิลาน ทว่าดาวยิงชาวบอสเนี่ยนเลือกเซ็นสัญญาฉบับใหม่อยู่ล่าตาข่ายต่อไปในรังโฟล์คสวาเก้น อารีน่า อย่างไรก็ตามท้ายที่สุด เชโก้ ก็ไม่พ้นเงื้อมมือของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในยุคของกุนซือ โรแบร์โต้ มันชินี่ วิลเลี่ยน (ค่าตัว 30 ล้านปอนด์จาก ชัคห์ตาร์ โดเนตส์ค สู่ อันจิ มาคัชคาล่า ซิตี้ ในเดือนมกราคมปี 2013) วิลเลี่ยน กลายเป็นแกนหลักในแนวรุกของ ชัคห์ตาร์ โดเนตส์ค มากว่า 5 ปีนับตั้งแต่ย้ายจาก โครินเธียนส์ มายังยูเครนในปี 2007 พร้อมกอบโกยความสำเร็จมากมายทั้งแชมป์พรีเมียร์ลีก ยูเครน 4 สมัย, ยูเคเนี่ยน คัพ 3 สมัย และยูฟ่า คัพ อีก 1 สมัย ทำให้มิดฟิลด์ทีมชาติบราซิลถูกทีมเศรษฐีใหม่ของรัสเซียอย่าง อันจิ มาคัชคาล่า ดีงตัวไปร่วมทีมในช่วงต้นปี 2013 ทว่าอีก 7 เดือนต่อมา อันจิ จำเป็นต้องปรับโครงสร้างทีมใหม่ เนื่องจากปัญหาทางการเงิน และเป็น เชลซี ที่ตัดหน้าคู่ปรับร่วมกรุงลอนดอนอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ตกลงจ่ายค่าตัว 30 ล้านปอนด์เท่ากับที่ อันจิ ซื้อมา เพื่อรับปีกชาวบราซิลเลี่ยนมายังรั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์ แอนดี้ แคร์โรลล์ (ค่าตัว 35 ล้านปอนด์จาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด สู่ ลิเวอร์พูล ในเดือนมกราคมปี 2011) แคร์โรลล์ กลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ ลิเวอร์พูล เมื่อยอดทีมแห่งเมอร์ซีย์ไซด์ที่กำลังต้องการกองหน้าตัวใหม่มายังรังแอนฟิลด์ เพื่อทดแทน เฟร์นานโด ตอร์เรส ที่เพิ่งย้ายไปล่าตาข่ายกับ เชลซี ช่วง 4 วันก่อนตลาดซื้อ-ขายมกราคม 2011 จะปิดตัวลง ก่อนที่ "หงส์แดง" ภายใต้การรั้งบังเหียนของผู้จัดการทีม เคนนี่ ดัลกลิช จะจัดการทุ่ม 35 ล้านปอนด์ หลังข้อเสนอ 30 ล้านปอนด์ก่อนหน้านี้ถูกปฎิเสธ ให้กับ นิวคาสเซิ่ล สำหรับการเซ็นสัญญากับศูนย์หน้าดาวโรจน์ทีมชาติอังกฤษวัยเพียง 22 ปีที่ซัด 28 ประตูจากการลงสนาม 58 เกม (เดอะ แชมเปี้ยนชิพกับพรีเมียร์ลีก) ในวันสุดท้ายตลาดฤดูหนาวนี้ ฆวน มาต้า (ค่าตัว 37.1 ล้านปอนด์จาก เชลซี สู่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเดือนมกราคมปี 2014) การกลับมาคุมทีม เชลซี เป็นคำรบที่ 2 ของเทรนเนอร์ โชเซ่ มูรินโญ่ ในซัมเมอร์ 2013 ทำให้โอกาสลงสนามของ มาต้า ลดลง เมื่อผู้จัดการทีมชาวโปรตุกีสชื่นชอบ ออสการ์ ในบทบาทจอมทัพมากกว่ามิดฟิลด์ทีมชาติสเปน รวมทั้งดาวเตะชาวสแปนิชก็ไม่สามารถปรับตัวได้สำหรับการขยับออกไปเล่นริมเส้น และการทำงานอย่างหนักในเกมรับตามแทคติกของอดีตเฮดโค้ช เรอัล มาดริด ทำให้เพลย์เมกเกอร์เจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของ "สิงห์บลูส์" ต้องอำลาถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยมีจุดหมายปลายทางเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคของการเปลี่ยนมือจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มาเป็น เดวิด มอยส์ เฟร์นานโด ตอร์เรส (ค่าตัว 50 ล้านปอนด์จาก ลิเวอร์พูล สู่ เชลซี ในเดือนมกราคมปี 2011) ตอร์เรส ถือเป็นเครื่องจักรถล่มประตูในเครื่องแบบของ ลิเวอร์พูล อย่างแท้จริงจากตัวเลขการเจาะตาข่ายเฉลี่ยอย่างน้อย 20 ประตูในทุกรายการต่อซีซั่นสำหรับช่วงเวลา 4 ปีที่แอนฟิลด์ ทำให้ศูนย์หน้าทีมชาติสเปนตกเป็นที่หมายปองของบรรดาทีมบิ๊กเนมทั่วยุโรป โดยมี เชลซี เป็นตัวเต็งที่จะได้ลายเซ็นของลูกหม้อ แอตเลติโก มาดริด เมื่อ "สิงห์บลูส์" ต้องการหัวหอกตัวใหม่เข้ามาที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เพื่อทำหน้าที่จบสกอร์แทน ดิดิเยร์ ดร็อกบา ที่เหลืออายุการใช้งานอีกไม่มากนัก และหลังจากยอดทีมแห่งกรุงลอนดอนเทียวไล้เทียวขื่อ "หงส์แดง" อยู่นานตลอดซัมเมอร์ปี 2010 สุดท้าย "สิงโตน้ำเงินคราม" ได้ลากตัว "เอล นินโญ่" มายัง "เดอะ บริดจ์" จนได้ในช่วงต้นปี 2011 ด้วยค่าตัวที่ดีดสูงถึง 50 ล้านปอนด์pic : zimbio, BPI, Getty Images, EMPICS Sport

4 ผู้เล่นค่าตัว 'ฟรี' แต่ผลงานเกินคุ้ม !

สำนักข่าวชื่อดังอย่าง 'SkySports' ได้แบโผผู้เล่นย้ายทีมแบบฟรีๆหรือตามกฏ 'บอสแมน' ออกมาแบบที่ได้ไปนั้นคุ้มแสนคุ้มวันนี้ผมก็ขอหยิบมาให้ดูกันแบบเป้งๆและเห็นผลชัดเจน 4 คนแล้วกันครับว่ามีใครบ้าง เอาล่ะมาดูกันเลยเอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ : เรอัล มาดริด ไป อินเตอร์ มิลาน ปี 2004 กลายเป็นส่วนเกินของโคตรยักษ์ใหญ่อย่าง "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด แต่กลับเป็นส่วนที่เติมเต็มแบบสุดแสนจะสำคัญกับ "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน แน่นอนครับว่า กัมบิอัสโซ่ นี่แหละคือบุคคลที่แฟนๆ "เนรัซซูรี่" หลงรักมากที่สุดคนหนึ่งและเขาก็อยู่ในทีมชุดคว้า 'ทริปเปิ้ลแชมป์' ปี 2010 ภายใต้การกุมบังเหียนของ โชเซ่ มูรินโญ่ ด้วยเฮนริค ลาร์สัน : กลาสโกว์ เซลติก ไป บาร์เซโลน่า ปี 2004 ศูนย์หน้าเชิงสูงชาวสวีดิชลงเล่นให้กับ เซลติก มาตั้งแต่ปี 1997 จนเขาอิ่มตัวเพราะประสบความสำเร็จแทบจะทุกอย่างเท่าที่สโมสรระดับ "ม้าลายเขียวขาว" ทำได้ดังนั้นเมื่อข้อเสนอของโคตรทีมอย่าง บาร์เซโลน่า เข้ามาเขาก็ไม่อาจปฏิเสธแถมยังสามารถก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กับพลพรรค "อัลซูกราน่า" ได้ในปี 2006 อีกต่างหากโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ : โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไป บาเยิร์น มิวนิค ปี 2014 ไม่ว่าจะมีข้อครหาเกี่ยวกับการ 'ทรยศ' หรืออะไรก็ตามแต่ตัว เลวานดี้ เองเป็นแฟนตัวยงของ "เสือใต้" มาตลอดฉะนั้นเมื่อมีโอกาสเขาก็ไม่ปฏิเสธแน่นอนและด้วยฟอร์มการเล่นที่ยิงระเบิดระเบ้อและเมื่อฤดูกาลที่แล้วเขาก็สามารถเป็นส่วนสำคัญช่วยให้ยอดทีมจากแดนใต้คว้าแชมป์ บุนเดสลีก้า ไปได้สำเร็จอีกด้วยโซล แคมป์เบลล์ : ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ส ไป อาร์เซน่อล ปี 2001 อาจจะพูดได้ว่าเป็นการย้ายทีมตามกฏ 'บอสแมน' แบบแสบถึงทรวงของแฟนๆ "ไก่เดือยทอง" แต่เต็มไปด้วยความสะใจของสาวก 'เดอะ กูนเนอร์ส' เพราะนับตั้งแต่ แคมป์เบลล์ ย้ายเข้ามา "ปืนใหญ่" กลายเป็นจิ๊กซอว์ในแนวรับสามารถพาทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้ 2 สมัย เอฟเอ คัพ อีกถึง 3 สมัย คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มอีกให้ตายเถอะเค.เค.pic : eurosport, zimbio

รวม 4 กุนซือที่มีโอกาสเสียบถิ่น โอล์ด แทรฟฟอร์ด!

การแข่งขันเมื่อวันเสาร์จบลงไป.... เสียงร้องเสียงโห่ดังก้องกังวาลไปทั้งสนาม โอล์ด แทฟฟอร์ด เมื่อ หลุยส์ ฟาน กัล พาลูกทีมทำได้แค่เพียงพ่ายแพ้ต่อ นอริช ซิตี้ ไปด้วยสกอร์ 1-2 เป็นเหตุให้มีข่าวว่าเจ้าตัวกำลังอาจจะถูกปลดออกจากตำแหน่งในช่วง 48 ชั่วโมงข้างหน้านี้แล้ว ซึ่ง 4 ผู้จัดการทีมที่จะมีโอกาสเข้ามาทำงานแทนที่จะมีใครกันบ้างมารับชมได้เลยครับ...1. โชเซ่ มูรินโญ่ คุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมมากความสามารถที่เพิ่งถูกปลดออกจากตำแหน่งกุมบังเหียน เชลซี หลังพาลูกทีมทำผลงานได้อย่างยํ่าแย่อย่างสุดๆด้วยการมีแต้มเหนือโซนตกชั้นแค่คะแนนเดียวเท่านั้น แถมยังมีกระแสว่าเจ้าตัวไม่ได้รับการสนับสนุนในห้องแต่งตัวแล้วอีกด้วย กระนั้นผลงานที่เขาทำไว้ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นแชมป์ลีกผู้ดีหรือสเปนก็ยังกลายมาเป็นจุดที่ทุกคนให้ความสนใจ ทั้งยังกลายเป็นตัวเต็งที่จะเข้ามาทำงานในถิ่น โอล์ด แทรฟฟอร์ด เป็นรายต่อไป โดยมีข่าวลือว่าเจ้าตัวตั้งหน้าตั้งตารอที่จะรับงานกับ "ปีศาจแดง" แล้วในตอนนี้ด้วยผลงานการพาทีมคว้าถ้วยรางวัลปอร์โต้ : พรีเมยร่า 2 สมัย, ทากา เด ปอร์ตูกัล 1 สมัย, ซูเปอร์ทากา 1 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย, ยูโรป้า ลีก 1 สมัยเชลซี : พรีเมียร์ลีก 3 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย, แคปิตอล วัน คัพ 3 สมัย, เอฟเอ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 1 สมัยอินเตอร์ มิลาน: กับโช่ เซเรีย อา 2 สมัย, โคปปา อิตาเลีย 1 สมัย, ซูเปอร์ โคปปา 1 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัยเรอัล มาดริด : ลา ลีกา 1 สมัย, โกปา เดล เรย์ 1 สมัย, ซูเปอร์ โกปา 1 สมัย2. โจเซป กวาร์ดิโอล่า มาถึงอีกหนึ่งผู้จัดการทีมที่ได้รับความนิยมชมชอบสูงมากที่สุดคนหนึ่งในยุโรปอย่าง โจเซป กวาร์ดิโอล่า หรือ "เป๊ป" ผลงานของเขาล้วนแต่สร้างความประทับใจต่อหน้าแฟนบอลมาหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการพาทั้ง บาร์ซ่า และ บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์ลีกสูงสุดในประเทศตัวเองมาได้ต่อเนื่อง กระนั้นการที่เขาจะลาออกจากถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า กลับเป็นเรื่องที่ได้รับการยืนยันแล้ว เนื่องจากสัญญาฉบับเดิมกำลังจะหมดลงไปในช่วงซัมเมอร์นี้และไม่มีความต้องการที่จะต่อสัญญาฉบับใหม่แต่อย่างใด ส่งผลให้เขาตกเป็นข่าวอย่างหนาหูที่จะย้ายมาคุมทัพ "ปีศาจแดง" แม้จะมีกระแสร่วมกับคู่แข่งร่วมเมืองอย่าง "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างหนักด้วยก็ตามผลงานการพาทีมคว้าถ้วยรางวัลบาร์เซโลน่า : ลา ลีกา 3 สมัย, โกปา เดล เรย์ 2 สมัย, ซูเปอร์คัพ 3 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย, ฟีฟ่า คลับ เวิร์คคัพ 2 สมัยบาเยิร์น มิวนิค : บุนเดสลีกา 2 สมัย. เดเอฟเบ โพคาล 1 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย, ฟีฟ่า คลับ เวิร์คคัพ 1 สมัย3. ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ บอสของ แอตเลติโก มาดริด แม้จะไม่ได้มีกระแสร่วมด้วยอย่างหวือหวาหรือมีผลงานที่น่าประทับใจสะท้านแผ่นดินเหมือนสองรายแรก แต่ผลงานกุมบังเหียน "ตราหมี" ตลอด 4 ปีครึ่งก็ทำได้อย่างน่าประทับใจด้วยการพาลูกทีมคว้าแชมป์ ลา ลีกา สเปน เมื่อปี 2013/14 มาครองได้สำเร็จ พ่วงด้วย โกปา เดล เรย์ และ ซูเปอร์คัพ อรกอย่างละสมัย ส่วนฟุตบอลยุโรปทั้ง ยูโรป้า ลีก และ ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ ก็ไม่น้อยหน้าคว้ามาได้อย่างละใบเช่นกัน นับเป็นก้างขวางคอการคว้าแชมป์ชั้นดีของ เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า ทีเดียว ซึ่งความสามารถของเขาน่าจะเป็นที่น่าพึงพอใจของเหล่าแฟนบอล "เรด เดวิลส์" ได้ ถึงโอกาสเกิดขึ้นมีเพียงน้อยนิดนักก็ตามผลงานการพาทีมคว้าถ้วยรางวัลแอตเลติโก มาดริด : ลา ลีกา 1 สมัย, โกปา เดล เรย์ 1 สมัย, ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย, ยูโรป้า ลีก 1 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 1 สมัย4.ไรอัน กิ๊กส์ แน่นอนว่ารายนี้ไม่มีผลงานอะไรในการคว้าแชมป์.... เพราะเค้ายังไม่ใช่ผู้จัดการทีมเต็มตัวเลยในตอนนี้ กระนั้นก็เคยสวมบทบาทกุนซือชั่วคราวมาแล้วเช่นกันด้วยการพาทีมลงเล่น 4 นัดที่เหลือเมื่อปี 2014 ทั้งยังเก็บชัยชนะได้ถึง 2 เกม ปัจจุบันเขากลายเป็นมือขวาของ หลุยส์ ฟาน กัล ในรั้วถิ่น โอล์ด แทรฟฟอร์ด และพักหลังยังออกมากระตุ้นเด็กๆภายในทีมมากกว่าที่คนเป็นกุนซือควรจะทำเองเสียอีก งานนี้จึงได้ลุ้นอีกครั้งว่าเขาจะได้รับโอกาสเข้ามาทำงานด้านนี้เต็มที่หรือไม่ เนื่องจากแม้จะไม่มีประสบการณ์มากนัก แต่ความเข้าใจทัพ "ปีศาจแดง" กลับมาอย่างเต็มเปี่ยมด้วยการเป็นนักเตะภายในสโมสรมานานมากถึง 24 ปีด้วยกันCredit Pic : Mirror