breadcrumb symbol ข่าว breadcrumb symbol ข่าวฟุตบอล
"งูใหญ่ พลิกนรกแซงชนะเปิดซิง ชาวม่วง ทะยานรั้งรองฝูง"

"งูใหญ่ พลิกนรกแซงชนะเปิดซิง ชาวม่วง ทะยานรั้งรองฝูง"

อัพเดตเมื่อ : September 27, 2013 3:34am โดย : admin

กัลโช่ เซเรีย อา

อินเตอร์ มิลาน 2 - 1 ฟิออเรนติน่า

เวลา : 1.45 น.

สนาม : จูเซปเป้ เมอัซซ่า


คู่บิ๊กแมตช์กลางสัปดาห์ของลีกอิตาลี วันนี้เจ้าถิ่นภายใต้การนำทีมของ วอลเตอร์ มาซซารี่ ยังใช้ผู้เล่นชุดเดิม โรดริโก้ ปาลาซิโอ, ยูโตะ นากาโตโมะ และ ริคาร์โด้ อัลวาเรซ นำทัพเช่นเดิม เช่นเดียวกับผู้มาเยือน ของ วิเซนโช่ มอนเตล่า ที่ส่ง จูเซปเป้ รอซซี่, โจอาควิน ซานเชส และ มัสซิโม่ อัมโบรซินี่ ลงมาต่อกร

ครึ่งแรก

นาทีแรกก็ขอส่อง ! นากาโตโมะ ใจร้อนขอหวดทักทาย


เริ่มเกมมาได้ไม่ถึงนาที เพียงแค่ 45 วิ เท่านั้น นากาโตโมะ ฟูลแบ็คเลือดซามูไร ได้บอลทางกราบซ้ายล็อคเข้าขวาจับกดทันทีบอลพุ่งเข้ากรอบแต่ทว่า เนโต้ ยังทันอยู่ล้มตัวคว้าเอาไว้ได้



ส่องบ้าง ! รอซซี่ กระชากซัดแต่โดนเซฟ

เกมสนุกตั้งแต่ต้นแลกหมัดกันไม่ยั้ง น.11 รอซซี่ หัวหอกร่างกระทัดรัดกระชากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษทางด้านขวาแล้วจัดการซัดเต็มข้อแต่ยังโด ฮันดาโนวิช ปัดบอลทิ้งออกมาได้

เซฟอีกแล้ว ! โจอาควิน หลุดแต่ยังยิงตรงตัว


หลุดเข้ามาอีกแล้วสำหรับทีมเยือน น.21 รอซซี่ แทงทะลุช่องตั้งแต่กลางสนามทีเดียวให้ โจอาควิน วิ่งไล่บอลหลุดไปทางกรอบเขตโทษทางด้านขวาก่อนที่ปีกชาวสเปนรายนี้จะซัดด้วยขวาเต็มข้อแต่ยิงไม่ดีบอลไปตรงตัว ฮันดาโนวิช ที่ใช้ขาเซฟออกหลังประตูไปได้

เกมแลกสนุก ! แต่จบไม่ได้ทั้งคู่

เกมคู่นี้เล่นกันมันส์ดีจริงๆทั้งคู่ต่างผลัดกันรุกและรับได้อย่างน่าตื่นเต้นแต่ทว่าในจังหวะสุดท้ายของทั้งสองทีมยังไม่คมทั้งคู่ ผ่านหน้าประตูไม่มีคน เปิดบอลเลย หรือโดนสกัดได้หมด ทำให้เกมนี้ยังไม่มีประตูเกิดขึ้น



ทำให้หมดครึ่งเวลาแรก อินเตอร์ มิลาน ยังเสมอกับ ฟิออเรนติน่า อยู่ด้วยสกอร์ 0-0

ครึ่งหลัง

เจาะไม่เข้า ! แต่ยิงไกลได้ลุ้น


เปิดมาครึ่งเวลาหลัง "งูใหญ่" พยายามโหมบุกแต่ยังเจาะแผงหลังของ "ม่วงมหากาฬ" ไม่เข้ามาใน น.49 เฟร็ดดี้ กัวริน ได้บอลน่ากรอบเขตโทษเลยลองส่องไกลเสียหน่อย บอลพุ่งวิถีสวยงามแต่ เนโต้ นายด่านทีมเยือนยังพุ่งไปปัดออกหลังได้



งูเงิบโดนจุดโทษ ! ฮวน เฆซุส เหนี่ยว โจอาควิน ล้มลุกคลุกคลานในเขตโทษ เปาเลี่ยน ชี้ทันที

"งูใหญ่" เจ้าถิ่นบุกเพลินๆมาโดนสวนทีหงายกันทั้งสนามเมื่อ บอร์ฆ่า บาเรโร่ จ่ายไปทางด้านซ้ายให้กับ อลอนโซ่ เปิดเข้ามากลางมี โจอาควิน รออยู่แต่ปรากฏว่า ฮวน เฆซุส ไปเหนี่ยวปีกชาวสเปนเอาไว้ล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่มีรอวิ่งมาชี้เป็นจุดโทษทันทีและเป็นทางด้านดาวยิงร่างเล็ก รอซซี่ รับหน้าที่สังหารไม่มีพลาด ฟิออฯ บุกมานำแล้ว 1-0



ขลุกขลิกหน้าประตูโดนเลย ! กัมบิอัสโซ่ วอลเล่ย์หน้าประตูไม่มีเหลือ

อินเตอร์ โหมบุกอย่างหนักหลังจากโดนไปก่อน น.72 ลูกเตะมุมทางด้านซ้าย โควาซิช เปิดเข้ามา เนโต้ ออกมารับบอลพลาดบอลขลุกขลิกโด่งไปมาหน้าประตูสุดท้ายเป็น คัมปาญนาโร่ โขกชงมาหน้ากรอบ 6 หลาทางด้านซ้ายมี กัมบิอัสโซ่ ยืนอยู่เจ้าตัวพักอกแล้วโดดวอลเล่ย์ทันทีบอลพุ่งเข้าประตูไป ตีเสมอแล้วสำหรับอินเตอร์

เน้นๆแล้ว ! อิลซิช ซัดหน้ากรอบแต่ยังโดน ฮันดาโนวิช เซฟ

เป็นทางฝั่งทีมเยือนที่ได้โอกาสบุกบ้าง น.81 มาติอัส เฟร์นานเดซ ได้บอลทางซ้ายแล้วปาดย้อนมาหน้าประตู อิลซิช ตัวสำรองวิ่งเข้ามาแปเน้นๆแต่ยังโดน ฮันดาโนวิช เพื่อนร่วมชาติ สโลวีเนีย เซฟเอาไว้ได้



พลิกนรก ! โจนาธาน ซัดแสกหน้า เนโต้ ไปดิ


มาแซงนำจนได้สำหรับ "งูใหญ่" เจ้าถิ่น น.83 อัลวาเรซ ลากบอลมาทางกราบซ้ายแล้วตักเข้าไปตรงเสาสองให้ โจนาธาน ที่วิ่งเติมขึ้นมาพักอกก่อนหนึ่งทีแล้วหวดด้วยขวาเต็มแข้งบอลพุ่งแสกหน้า เนโต้ ที่ยืนปิดมุมเสาสองอยู่เข้าประตูไป อินเตอร์ แซงนำ ฟิออฯ แล้ว 2-1

กะแสกหน้าแต่ไม่ผ่าน ! แปร์ไรร่า หลุดไปทางซ้ายยิงไม่ผ่าน เนโต้

ในช่วงท้ายเกม อินเตอร์ มาได้โอกาสอีกรอบ น.88 อัลวาโร่ แปร์ไรร่า ตัวสำรองยังฟิตอยู่กระชากขึ้นมาทางฝั่งซ้ายเองเลยแล้วลากจี้เข้าไปในกรอบเขตโทษไม่สนใจแล้วเพื่อนหน้าประตูหวดด้วยซ้ายเต็มข้อ แต่คราวนี้ เนโต้ ไม่ยอมให้แสกหน้าแล้วปัดทิ้งออกไปได้



จากนั้นเจ้าถิ่นสามารถควบคุมเกมเอาไว้ได้ หมดเวลาการแข่งขัน อินเตอร์ มิลาน ยัดเยียดความปราชัยให้กับ ฟิออเรนติน่า ได้เป็นนัดแรกด้วยสกอร์ 2-1 ขึ้นไปรั้งเป็นรองจ่าฝูงทันทีด้วยประตูได้เสียที่เหนือกว่า นาโปลี

11 ผู้เล่นที่ลงสนาม

อินเตอร์ มิลาน : ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช, โจนาธาน (อัลวาโร่ แปร์ไรร่า น.85), ฮูโก้ คัมปาญนาโร่, ฮวน เฆซุส, เฟร็ดดี้ กัวริน (เมาโร อิคาร์ดี้ น.67), อันเดรีย ราน็อคเคีย, ซาฟีร์ ไทเดอร์ (มาเตโอ โควาซิช น.61), เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่, ยูโตะ นากาโตโมะ, ริคาร์โด้ อัลวาเรซ, โรดริโก ปาลาซิโอ

ฟิออเรนติน่า : เนโต้, เนนาด โทโมวิค, กอนซาโล่ โรดริเกวซ, สเตฟาน ซาวิค, มานูเอล ปาสกาล (มาร์กอส อลอนโซ่ น.36), มัสซิโม่ อัมโบรซินี่, มาติอัส เฟร์นานเดซ, อัลแบร์โต้ อควิลานี่ (มาติอัส เวซิโน่ น.78), โจอาควิน ซานเชส, บอร์ฆ่า บาเรโร่, จูเซปเป้ รอซซี่ (โจซิป อิลซิช น.69)
Facebook Comment