breadcrumb symbol ข่าว breadcrumb symbol ข่าวฟุตบอล
ผิดฟอร์ม!! ปีศาจแดง ไล่บุกถล่ม ห้างยา เละเทะ ผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ

ผิดฟอร์ม!! ปีศาจแดง ไล่บุกถล่ม ห้างยา เละเทะ ผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ

อัพเดตเมื่อ : November 28, 2013 4:26am โดย : admin

การแข่งขัน แชมเปี้ยนส์ลีก กลุ่มเอ

ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 0 - 5 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เวลา :
2.45น.

สนาม : ไบย์อารีน่า

     แมทช์นี้ "ห้างยา" ใช้แผน 4-3-3 ส่ง โอเมอร์ โทปราค ยืนคู่ อีมีร์ สปาฮิค ในเกมรับ ส่วนแดนกลางใช้ สเตฟาน ไรนาร์ทซ์, ไซมอน โรลเฟส และ ลาร์ส เบ็นเดอร์ ด้านเกมรุกใช้การประสานงานของ กอนซาโล่ กาสโตร, ซอน เฮือง มิน และ สเตฟาน คิสลิงค์ เพื่อล้วงตาข่าย ด้านทีมเยือน "ปีศาจแดง" ใช้แทคติก 4-2-2 โดยส่ง จอนนี่ อีแวนส์ จับคู่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ยืนคู่กองหลัง กองกลางใช้ ไรอัน กิ๊กส์ และ ฟิลโจนส์ ส่วนสองตัวเกมรุกให้ หลุยส์ นานี่ จับคู่ เวย์น รูนีย์ คอยล่าสกอร์ทีมเจ้าบ้าน

ครึ่งแรก

ขอลองก่อน! นานี่ ยิงข้ามคาน

     เริ่มเกมมาได้ 16 นาที "ปีศาจแดง" ได้รับโอกาสพังตาข่ายได้ก่อนจาก หลุยส์ นานี่ หลังแข้งรายนี้ใช้ความเร็วขึ้นมาในกรอบเขตโทษ พร้อมตัดสินใจยิงปั่นคงหวังยิงประตู แต่ลูกก็เลยออกหลังไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น


เขาทำได้! วาเลนเซีย ซัดพังประตูขึ้นนำ
     มาถึงนาทีที่ 22 ประตูแรกเกิดขึ้นมาจนได้ โดยเริ่มต้นที่ ชินจิ คากาวะ ครองบอลขึ้นมาจากแดนกลาง จ่ายต่อไปให้ ไรอัน กิ๊กส์ ที่อยู่เฉียงมาทางซ้าย ก่อนจะจ่ายไปให้ เวยน์ รูนีย์ ที่อยู่นอกกรอบเขตโทษทางฝั่งซ้ายเช่นเดียวกันเปิดบอลไปให้กับ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ที่วิ่งเติมขึ้นมาจากฝั่งขวา และก็ไม่พลาดพังสกอร์คาเสาแรกได้สำเร็จตามเป้า ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 0 - 1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ซวยหนัก! สปาฮิค ขึ้นโขกเข้าประตูตัวเอง
     ต่อมาอีกเพียง 8 นาที กลายเป็นประตูทิ้งห่างของ "ปีศาจแดง" จนได้ โดย เวย์น รูนีย์ รับหน้าที่เปิดลูกฟรีคิกเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะเป็น คริส สมอลลิ่ง ที่พยายามขึ้นโขกแย่งผู้เล่นของทางฝั่ง "ห้างยา" แต่กลับเป็น อีมีร์ สปาฮิค ที่ไปกระโดดโขกเข้าประตูตัวเองในท้ายที่สุดแทน ผลสกอร์ขยับเป็น ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 0 - 2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายไม่สามารถทำอะไรกันได้เพิ่มในช่วงครึ่งแรก แต่บอกได้ว่าการครองบอลและการทำเกมรุก "ปีศาจแดง" ค่อนข้างเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ต้องคอยดูว่าครึ่งหลัง ซามี ฮูเปีย จะปรับเปลี้ยนเกมเช่นใดบ้าง สกอร์ในครึ่งแรก เลเวอร์คูเซ่น 0 - 2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด



ครึ่งหลัง

เกือบเป็นเรื่อง! นานี่ ประสานงานสวยหวังทำสกอร์

     เวลาช่วงครึ่งหลังผ่านไปเกือบ 15นาที โอกาสกลาเยป็นของ "ปีศาจแดง" อย่างต่อเนื่อง โดย เวย์น รูนีย์ ทำชิ่งกับ หลุยส์ นานี่ อย่างสุดสวยอยู่นอกกรอบเขตโทษ แต่ว่าน่าเสียดายที่จังหวะจบมิดฟิลด์ชาวโปรตุกรีส กลับซัดบอลออกเสาสองไปอย่างนาสเสียดายอีกครั้งหนึ่ง

โหดจัง! อีแวนส์ ซํ้าบอลพังสกอร์
     มาถึงนาทีที่ 65 กลายเป็นประตูที่สามของ "เร้ด เดวิลส์" จนได้ โดย ไรอัน กิ๊กส์ เปิดลูกเตะมุมจากทางฝั่งขวา ก่อนจะเป็น ปาทริซ เอฟร่า ขึ้นโขกชงมาที่ เวย์น รูนีย์ ก่อนหัวหอกจะตวัดบอลหวังพังตาข่าย แต่ แบรนด์ เลโม่ ก็ยังเซฟไว้ได้ แต่ไม่วาย!! จอนนี่ อีแวนส์ ดันเข้าชาร์จบอลซํ้าพังสกอร์ได้สำเร็จ เลเวอร์คูเซ่น 0 - 3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

มีลุ้นแต่พลาด! เบ็นเดอร์ โหม่งออกหลัง
     มาถึงนาทีที่ 73นานๆจะเป็นโอกาสของทีมเจ้าบ้านบ้าง โดย กอนซาโล่ กาสโตร ได้โอกาศเปิดลูกฟรีคิกเข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนจะเป็น ลาร์ส เบ็นเดอร์ ที่ขึ้นโขกแล้วลูกลอยออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย


ยำเละ! รูนีย์ ซับสวยช่วให้ น้องเล็ก พังสกอร์
     ถัดมาแค่ 4 นาที รู้สึกได้ว่า "ผีแดง" จะโหดเหี้ยมมากจริงๆในแมทช์นี้ โดย เวย์น รูนีย์ ครองบอลในกรอบเขตโทษ ก่อนจะตัดสินใจชิบบอลข้ามหัวของ แบรนด์ เลโน่ ไปให้ คริส สมอลลิ่ง ยิ่งเข้าไปโล่งๆได้อย่างสบายๆ ส่งผลให้สกอร์กลายเป็น เลเวอร์คูเซ่น 0 - 4 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

มาอีกหนึ่ง! นานี่ หลุดไปยิง
     ก่อนหมดเวลาการแข่งขัน 1 นาที ดูเหมือนแรงฮึดของ "เร้ด เดวิลส์" จะยังมีอย่างเหลือเฟือ โดย หลุยส์ นานี่ วิ่งทะลุหลุดกองหลังขึ้นไปเก็บบอลที่กรอบเขตโทษ ก่อนจะยิงไซส์ก้อยเข้าประตูไปอย่างสบายๆ สกอร์ขยับขึ้นอีกเป็น เลเวอร์คูเซ่น 0 - 5 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

หลังจากนั้นก็หมดเวลาการแข่งขัน "ปีศาจแดง" ทำผลงานได้ดีอย่างผิดหูผิดตา ซึ่งต่างจาก "ห้างยา" ที่เสียบอลง่ายและแนวรับค่อนข้างยํ่าแย่อย่างเห็นได้ชัดในแมทช์นี้ จบเกม เลเวอร์คูเซ่น 0 - 5 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น :
แบรนด์ เลโน่, กุยลิโอ โดนาติ, โอเมอร์ โทปราค, เอ็มเร่ คาน, อีมีร์ สปาฮิค, ลาร์ส เบ็นเดอร์, สเตฟาน ไรนาร์ทซ์ (น.70 เยนส์ เฮเกเลอร์), ไซมอน โรลเฟส, กอนซาโล่ กาสโตร, ซอน เฮือง มิน (น.71 เอเรน แดร์ดิย็อค), สเตฟาน คิสลิงค์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาวิด เด เคอา, คริส สมอลลิ่ง, จอนนี่ อีแวนส์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, ปาทริซ เอฟร่า (น.70 อเล็กซานเดอร์ บุตต์เนอร์), ฟิล โจนส์, ไรอัน กิกส์, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, หลุยส์ นานี่, ชินจิ คากาวะ, เวย์น รูนี่ย์ (น.80 อันแดร์สัน)
Facebook Comment