breadcrumb symbol ข่าว breadcrumb symbol ข่าวฟุตบอล
แซมบ้า อัด เปรู 3-1 เถลิงแชมป์โกปา อเมริกา สมัยที่9 ได้สำเร็จ

แซมบ้า อัด เปรู 3-1 เถลิงแชมป์โกปา อเมริกา สมัยที่9 ได้สำเร็จ

อัพเดตเมื่อ : July 08, 2019 6:55am โดย : admin

โกปา อเมริกา 2019 เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศ คู่ชิงชนะเลิศเป็นการเจอกันระหว่าง บราซิล เจ้าภาพ กับ เปรู ที่เคยปะทะกันมาก่อนแล้วในรอบแบ่งกลุ่ม

บราซิล เป็นต่ออยู่แล้วเพราะกุมความได้เปรียบทุกกระบวนท่า โดยอย่างที่บอกไปว่าคู่นี้เคยเจอกันมาแล้ว ปรากฎว่า "เซเลเซา" ชนะสบายหลังไล่ถลุง 5-0

เปรู ย่อมหมายมั่นปั้นมือที่จะถอนแค้นให้ได้ โดยพวกเขาระเบิดฟอร์มสุดยอดในรอบตัดเชือกหลังไล่ตบ ชิลี แชมป์เก่า ด้วยสกอร์ 3-0

สำหรับการจัดทัพในนัดชิงดำ บราซิล ยึด 11 ตัวจริงจากเกมชนะ อาร์เจนตินา 2-0 โดยได้ มาร์กินโญส สลัดเดี้ยงพร้อมประจำการในแดนหลังตามปกติ



ในระบบ 4-2-3-1 อลีสซง เบ็คเกอร์ เฝ้าหน้าปากประตู แนวรับจากขวาไปซ้าย ดานี่ อัลเวส, ติอาโก้ ซิลวา, มาร์กินโญส และ อเล็กซ์ ซานโดร

แดนกลางฝาก อาร์ตูร์ เชื่อมเกมกับ กาเซมีโร่ แผงรุกเลือก กาเบรียล เชซุส, ฟิลิปเป้ คูตินโย่ และ เอแวร์ตอน สนับสนุน โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

เปรู ยึด 11 ตัวจริงจากเกมล่าสุดเช่นกัน โดยเป็นไลน์อัพคนละชุดจากเกมแพ้ บราซิล 0-5 ด้วยเพราะวันนั้น การ์ลอส ซามบราโน่, อันเดร การ์รีโย่ และ เอดิซอน ฟลอเรส ไม่ได้ออกสตาร์ท

"โลส อินกาส" ยึดหมาก 4-2-3-1 เปโดร กาเยเซ่ รับผิดชอบด่านสุดท้าย แบ็กโฟร์จัด หลุยส์ อัดวินกูล่า, การ์ลอส ซามบราโน่, หลุยส์ อาบราม และ มิเกล ตราอูโก้



เรนาโต้ ตาเปีย ประสานงานกับ โยชิมาร์ โยตุน ในแดนกลางเกมรุกเป็นหน้าที่ของ อันเดร การ์รีโย่, คริสเตียน กวยวา และ เอดิซอน ฟลอเรส ดูแลข้างหลัง เปาโล เกร์เรโร่

เปรู เปิดเกมสู้ได้ดีเหมือนในช่วงแรกๆ ของการเจอกันก่อนหน้านี้ โดยได้ทักทายก่อนด้วยใน นาที 2 จากฟรีคิกหน้าเขตโทษ กวยวา ปั่นด้วยขวาข้ามกำแพงก่อนตกพื้นหลุดเสาซ้ายมือไปไม่ไกล ทว่า อลีสซง ก็พุ่งปิดมุมไว้หมดแล้ว

แต่แล้ว เกมทำท่าจะออกมาหน้าเดิมเพราะ บราซิล เป็นฝ่ายชิงขึ้นนำเร็วอีกครั้ง พอเข้าสู่ 15 นาทีแรก สกอร์ขยับเป็น 1-0 เชซุส หาช่องวนอยู่ริมเขตโทษฝั่งขวาก่อนครอสข้ามไปหน้าประตู เอแวร์ตอน สอดมาวอลเล่ย์ด้วยขวาโล่งๆ ระยะ 8 หลาตุงตาข่าย

10 นาทีให้หลัง "เซเลเซา" เกือบบวกเพิ่ม เอแวร์ตอน ลุยขึ้นมาทางซ้ายก่อนเปิดยัดไปหน้าประตู คูตินโญ่ โฉบเข้าไปดีดด้วยขวาติดไซด์ก้อยหลุดเสาซ้ายมือหวุดหวิด

เปรู เดินเกมรุกเข้าใส่ได้อยู่บ่อยๆ แต่จังหวะไม่ค่อยต่อเนื่องเพราะเจอ บราซิล ตัดฟาวล์เรื่อยๆ

นาที 36 บราซิล ได้ลุ้นบวกเพิ่ม ซานโดร บรรจงครอสจากกราบซ้ายไปหน้าประตู ฟีร์มิโน่ เทกตัวโหม่งระยะ 6 หลาแต่กดไม่ลง บอลข้ามคานออกหลังไป

ทว่า 5 นาทีต่อมา เปรู ได้จุดโทษจากจังหวะที่ กวยวา ลุยเข้าเขตโทษไปเปิดเข้ากลางแต่บอลโดนแขนของ ซิลวา ที่ล้มตัวสไลด์ โรเบร์โต้ โตบาร์ เชิ้ตดำชาวชิลี ไปเช็คภาพจาก วีเออาร์ ก่อนชี้ไปที่จุดโทษในเขตโทษของ บราซิล



เกร์เรโร่ รับหน้าที่สังหารเสียบตาข่าย โดยเลือกยิงทางขวาล่างของตัวเอง ส่วน อลีสซง พุ่งไปคนละทาง และนี่คือการเสียประตูแรกในทัวร์นาเมนต์ของเจ้าตัวและ "เซเลเซา"

แต่ เปรู ได้ดีใจแค่ไม่กี่นาทีเพราะในช่วงทดเจ็บของครึ่งแรก บราซิล ชิงความได้เปรียบกลับคืนมาอีกครั้ง อาร์ตูร์ ลากบอลมาหน้าเขตโทษก่อนไหลให้ เชซุส หลุดไปแปด้วยขวาเล่นมุมผ่านการป้องกันของ กาเยเซ่ เสียบตาข่ายให้เจ้าภาพขึ้นนำ 2-1 และจบ 45 นาทีแรกด้วยสกอร์นี้

กลับมาต่อครึ่งหลัง เปรู เลือกที่จะยังไม่เปลี่ยนตัวแก้เกม เช่นเดียวกับ บราซิล

"เซเลเซา" ยังเป็นฝ่ายที่ดูใกล้เคียงกับการได้ประตูเพิ่มเหมือนเดิม นาที 51 คูตินโญ่ แหวกเข้าเขตโทษฝั่งขวาไปตะบันหลุดเสาซ้ายมือไปไม่ไกล

นาที 57 ซานโดร ครอสจากกราบซ้ายไปหน้าประตู ฟีร์มิโน่ สอดเข้าไปโหม่งที่เสาแรก แต่ก็ยังไม่เข้ากรอบเหมือนเดิม



ยิ่งเล่นไปเรื่อยๆ บราซิล ยิ่งครองเกมไว้ได้ จนกระทั่ง นาที 70 พวกเขาเหลือ 10 คน เชซุส เทกตัวหวังแย่งโหม่งแต่กลายเป็นกระแทกกับ ซามบราโน่ จนโดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม

หากได้เห็นภาพช้า ก็ต้องบอกว่าน่าเห็นใจ เชซุส เพราะดูแล้วก็คงไม่มีเจตนาอัดหนักใส่ ซามบราโน่ ย้อนไปดูจังหวะใบเหลืองตั้งแต่ 30 นาทีแรก ก็ดูรุนแรงไปเช่นกัน เชซุส พยายามเข้าไปหวดบอลทิ้งแต่ไปชนกับ โยตุน จนร่วงไปกองกับพื้นสนาม

ไม่แปลกใจเลยที่ได้เห็นภาพ เชซุส นั่งร้องไห้บริเวณบันไดสู่ห้องแต่งตัวพร้อมแสดงความไม่พอใจกับการโดนไล่ออก เพราะมันเป็นเกมที่เขากำลังจะได้เป็นฮีโร่ของชาติอยู่แล้วกับผลงาน 1 ประตูกับ 1 แอสซิสต์

พอตัวผู้เล่นมากกว่า เปรู เริ่มฉวยโอกาสบุกใส่ บราซิล มากขึ้น ตราอูโก้ เติมเกมขึ้นมาสับไกในเขตโทษฝั่งซ้ายยัดเสาแรกแต่โดน อลีสซง ป้องกันได้สวย

นาที 75 เข้าช่วง 15 นาทีสุดท้าย บราซิล ทยอยเปลี่ยนตัว ริชาร์ลิซอน ลงไปแทน ฟีร์มิโน่ ตามด้วย เอแดร์ มิลิเตา แทนที่ คูตินโญ่

ส่วน เปรู แสดงเจตนารมณ์ว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้วหลังถอด โยตุน แล้วส่ง ราอูล รุยดิอาซ ลงไปเติมเกมรุก จากนั้นไม่เท่าไรเปลี่ยน ตาเปีย ออกไปแล้วให้ คริสโตเฟร์ กอนซาเลส ลงสนาม เท่ากับว่าไม่เหลือมิดฟิลด์เชิงรับในสนามแล้ว

"โลส อินกาส" เปลี่ยนตัวคนสุดท้าย แอนดี้ โปโล ลงไปแทน การ์รีโย่ เท่ากับว่าพวกเขาใช้โควตาตัวสำรอง 3 คนในระยะเวลา 8 นาที

ทว่าความพยายามของ เปรู ไม่เป็นผล แถมเสียหายหนักกว่าเดิมเพราะ บราซิล ได้จุดโทษใน นาที 87 เมื่อ เอแวร์ตอน โดน ซามบราโน่ กระแทกล้มในเขตโทษ

ริชาร์ลิซอน ได้รับเลือกให้เป็นเพชฌฆาตในจังหวะนี้ และไม่ทำให้ผิดหวังหลังเลือกยิงมุมล่างซ้ายของตัวเอง แม้ กาเยเซ่ พุ่งถูกทางแต่ก็ไปไม่ถึง บอลเสียบตาข่ายให้ บราซิล นำห่าง 3-1



ประตูดังกล่าวเท่ากับเป็นการปิดเกมโดยสมบูรณ์แบบ ช่วงทดเจ็บ บราซิล ถอด เอแวร์ตอน ออกแล้วให้ อัลลัน ลงเป็นตัวสำรองคนสุดท้าย

ช่วงเวลาที่เหลือ ทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ บราซิล จัดการย้ำแค้น เปรู ด้วยสกอร์ 3-1 คว้าแชมป์ โกปา อเมริกา 2019 บนแผ่นดินตัวเองอย่างยิ่งใหญ่

มันเป็นการคว้าแชมป์อเมริกาใต้ครั้งแรกของ บราซิล นับตั้งแต่ปี 2007 และเป็นการคว้าแชมป์ในฐานะเจ้าภาพเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1989 อีกด้วย

ต้องบอกว่าเป็นไปตามความคาดหมายสำหรับ บราซิล ในการเถลิงบัลลังก์แชมป์ โกปา อเมริกา 2019 เพราะโชว์ฟอร์มแกร่งมาตั้งแต่เริ่มทัวร์นาเมนต์ โดยเฉพาะเกมรับที่เสียไปเพียง 1 ลูกจาก 6 นัดที่ผ่านมา

"เซเลเซา" ปรับเปลี่ยนสไตล์ฟุตบอลของตัวเองไปตามกาลเวลา พวกเขาเน้นแท็กติกมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่เราได้เห็นว่าเกมรับของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นผิดหูผิดตา



แต่นั่นก็หมายความว่าพวกเขาค่อยๆ ทิ้งเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างฟุตบอลเกมรุกด้วยความสวยงามและความพลิ้วไหวเหมือนบรรดารุ่นพี่ในอดีต

อย่างไรก็ดี ฟุตบอลก็เป็นอีกสิ่งที่ต้องยอมแพ้ต่อกาลเวลา มันก็ต้องปรับตัวไปตามวัฏจักรเหมือนกัน จะให้ บราซิล มาเน้นฟุตบอลสวยงามไปตลอดก็คงเป็นไปไม่ได้

และนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นสู่ บราซิล โฉมใหม่ ในเวทีลูกหนังทีมชาติ และมันอาจเป็นการกลับไปครองความยิ่งใหญ่ของพวกเขาอีกครั้งก็เป็นได้

บอลเปลี่ยนโค้ชเปลี่ยนสไตล์ทำงานได้ดี แต่ถ้าหากใครกำลังมองถึงการเปลี่ยนเว็บล่ะก็มาที่ Sbobet777 ได้นะครับ ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
Facebook Comment