breadcrumb symbol ข่าว breadcrumb symbol ข่าวฟุตบอล
อินทรี ทะลวงโหดอัด ไอร์แลนด์เหนือปิดท้ายคัดยูโร

อินทรี ทะลวงโหดอัด ไอร์แลนด์เหนือปิดท้ายคัดยูโร

อัพเดตเมื่อ : November 20, 2019 6:31am โดย : admin

เยอรมัน ลงเล่นเกมสุดท้ายใน ยูโร 2020 รอบคัดเลือก กลุ่ม ซี ด้วยการเปิดรัง คอมแมร์ซบังค์-อารีน่า รับมือ ไอร์แลนด์เหนือ ที่ได้โควตาเพลย์ออฟแล้วหลังการันตีอันดับ 3

"อินทรีเหล็ก" การันตีสิทธิ์ในการเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายแล้ว แต่ชัยชนะในเกมนี้จะทำให้พวกเขาเป็นแชมป์กลุ่มเหนือ ฮอลแลนด์ โดยปรับทัพ 6 ตำแหน่งจากเกมถล่ม เบลารุส 4-0

มาร์ค อันเดร แทร์ ชเตเก้น, โยนาส เฮ็คเตอร์, เอ็มเร่ ชาน, อิลคาย กุนโดกัน, เลออน โกเร็ตซ์ก้า และ ยูเลี่ยน บรันด์ท ได้โอกาสออกสตาร์ทแทนที่ มานูเอล นอยเออร์, นิคลาส ซือเล่, มัทธีอาส กินเทอร์, นิโค ชูลซ์, มาร์โค รอยส์ และ ทิโม แวร์เนอร์


ในระบบ 4-3-3 มาร์ค อันเดร แทร์ ชเตเก้น ลงเฝ้าประตู เอ็มเร่ ชาน ลงยืนเซนเตอร์แบ็กคู่ โยนาธาน ทาห์ แบ็กขวา-ซ้ายเป็น ลูคัส คลอสเตอร์มันน์ กับ โยนาส เฮ็คเตอร์

แดนกลางวาง อิลคาย กุนโดกัน, โยชัว คิมมิช และ โทนี่ โครส ร่วมกันเชื่อมเกม เกมรุกจัด เลออน โกเร็ตซ์ก้า, แซร์ช กนาบรี้ และ ยูเลี่ยน บรันด์ท ลงล่าตาข่าย

ไอร์แลนด์เหนือ ที่ล่าสุดเสมอ ฮอลแลนด์ 0-0 ปรับ 3 ตำแหน่ง ทอม ฟลานาแกน, จอร์แดน ธอมป์สัน และ เชน เฟอร์กูสัน ได้เป็นตัวจริงแทน จอนนี่ อีแวนส์, สจ๊วร์ต ดัลลัส และ จามาล ลูอิส ที่ชวดเพราะนัดกันเดี้ยง

ตามแผน 3-5-2 เบลี่ย์ พีค็อก-ฟาร์เรลล์ ดูแลหน้าปากประตู 3 ปราการหลังเลือก แพ็ดดี้ แม็คแนร์, เคร็ก แคธคาร์ท และ ทอม ฟลานาแกน

แดนกลางอัด คอร์รี่ อีแวนส์, สตีเว่น เดวิส และ จอร์จ เซวิลล์ ขนาบด้วย 2 วิงแบ็ก ไมเคิ่ล สมิธ กับ เชน เฟอร์กูสัน คู่หอกฝากความหวังกับ จอร์แดน ธอมป์สัน และ จอช แม็กเกนนิส

เยอรมัน เดินหน้าบุกใส่ตั้งแต่เริ่มเกม แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ลงล็อก ทว่าแย่กว่านั้นคือโดน ไอร์แลนด์เหนือบุกนำ 1-0 ตั้งแต่ 7 นาทีแรก เซวิลล์ เปิดจากกราบซ้ายเข้ากลาง โครส โหม่งเคลียร์ไปหน้าเขตโทษ สมิธ วิ่งเข้ามายิงตูมเดียวระยะ 25 หลาพุ่งเบียดเสาซ้ายมือเป็นประตู 1-0

"อินทรีเหล็ก" พลาดโอกาสตีเสมอใน 3 นาทีต่อมา โครส วางยาวเข้าเขตโทษ กนาบรี้ ทะลุกับดักล้ำหน้าไปจับด้วยขวาแล้วยิงระยะ 10 หลาติดบล็อกของ พีค็อก-ฟาร์เรลล์

นาที 11 เยอรมัน เกือบได้อีกครั้ง เฮ็คเตอร์ หลุดเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วเปิดเข้ากลางแฉลบแนวรับทีมเยือนไปเข้าหัว กุนโดกัน โหม่งกดลงพื้นชนเสาขวามือกระดอนออกไป



เจ้าบ้านเดินหน้าบุกแหลกจนสุดท้ายป้อมปราการของ ไอร์แลนด์เหนือ พังทลายจนได้ใน นาที 19 เฮ็คเตอร์ หักจากริมเขตโทษฝั่งซ้ายเข้ากลาง กนาบรี้ จับด้วยซ้ายก่อนม้วนตัวกระหน่ำด้วยขวาจากระยะ 12 หลา พุ่งเสียบตาข่ายแทบขาดเป็นประตู 1-1

เยอรมัน เปิดเกมรุกทดสอบเกมรับของ ไอร์แลนด์เหนือ อย่างต่อเนื่องก่อนได้ประตูแซงนำ 2-1 ใน นาที 43 เฮ็คเตอร์ เปิดเรียดจากซ้ายเข้าเขตโทษ กนาบรี้ เข้าชาร์จที่เสาแรกไม่โดนแต่ยังมี โกเร็ตซ์ก้า จิ้มด้วยขวาไปชนเสาขวามือเหลี่ยมในกลิ้งข้ามเส้นประตูไปในที่สุด

จบ 45 นาทีแรก เยอรมัน แซงนำ ไอร์แลนด์เหนือ 2-1 ก็ไม่ได้น่าแปลกใจเพราะเป็นฝ่ายครองเกมได้เกือบทั้งหมด ขาดเพียงการลำเลียงบอลเข้าสู่พื้นที่สุดท้ายที่ควรจะได้บ่อยกว่านี้ แต่ก็ต้องให้เครดิตเกมรับของ ไอร์แลนด์เหนือ ที่ช่วยกันตั้งรับสุดชีวิต

กลับมาต่อครึ่งหลัง ไม่มีฝั่งไหนเปลี่ยนตัว นาที 47 เยอรมัน บวกอีกเม็ด คลอสเตอร์มันน์ ทะลุเข้าเขตโทษฝั่งขวาก่อนหักเข้ากลางให้ กนาบรี้ จับด้วยซ้ายก่อนสับไกด้วยขวาระยะ 11 หลาพุ่งเสียบเสาซ้ายมือเป็นประตู 3-1

เจ้าบ้านยังเดินหน้าบุกนวดอยู่เรื่อยๆ นาที 52 โครส ลองสับไกหน้าเขตโทษ บอลพุ่งเข้ากรอบร้อนให้ พีค็อก-ฟาร์เรลล์ พุ่งปัดปลายนิ้วออกหลังไป

2 นาทีต่อมา คลอสเตอร์มันน์ เปิดจากขวาเข้ากลางติดบล็อกกระเด้งมาเข้าทางหวดสวนด้วยขวาเข้าหน้าต่าง

เยอรมัน ทิ้งห่างเป็น 4-1 ใน นาที 60 บรันด์ท แทงเข้าเขตโทษให้ กนาบรี้ หลุดเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายไปเบียดชิงเหลี่ยมเอาชนะ ฟลานาแกน ก่อนแปด้วยขวาเสียบเสาขวามือ โดยเป็นแฮททริคของเจ้าตัวในเกมนี้

5 นาทีต่อมา เยอรมัน ส่ง นิคลาส ชตาร์ค ลงไปแทน คลอสเตอร์มันน์ ส่วน ไอร์แลนด์เหนือ ถอด อีแวนส์ แล้วส่ง คอเนอร์ แม็คลาฟลิน ลงเป็นสำรอง


"อินทรีเหล็ก" นำไกล 5-1 ใน นาที 73 โกเร็ตซ์ก้า ได้บอลตรงหัวกะโหลกก่อนตะบันด้วยขวาพุ่งเรียดเบียดเสาซ้ายมือเข้าไป

ช่วง 15 นาทีสุดท้าย เยอรมัน ส่ง ซูอัต เซอร์ดาร์ ลงไปแทน โกเร็ตซ์ก้า ขณะที่ ไอร์แลนด์เหนือ ส่ง เลียม บอยซ์ ลงแทน แม็คแนร์ ใน 2 นาทีต่อมา

นาที 81 กองเชียร์เจ้าบ้านปรบมือให้ กนาบรี้ เจ้าของแฮททริคในเกมนี้ ที่ถูกถอดออกให้ นาเดียม อามิรี่ ลงแทน ขณะที่ "นอร์น ไออ้อน" ส่ง เชย์น เลเวอรี่ ลงแทน แม็กเกินนิส

ช่วงทดเจ็บ นาที 90+1 "อินทรีเหล็ก" ใส่สกอร์ตอกฝาโลง โครส วางบอลให้ บรันด์ท ลากจี้เข้าเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนยิงด้วยซ้ายระยะ 8 หลาพุ่งผ่านมือของ พีค็อก-ฟาร์เรลล์

จบเกม เยอรมัน จัดการรัวคืน 6 เม็ดแซงชนะ ไอร์แลนด์เหนือ 6-1 คว้าตำแหน่งแชมป์กลุ่มได้สำเร็จ

เยอรมัน นับเป็นอีกชาติที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการต่อเนื่องนับตั้งแต่กระเด็นตกรอบแรก ฟุตบอลโลก 2018 อย่างน่าผิดหวัง

โยอัคคิม เลิฟ เทรนเนอร์เยอรมัน ถ่ายเลือดขุมกำลังชุดปัจจุบัน และฟอร์มก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ความแข็งแกร่งของพวกเขาเริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ


โครส หนึ่งในตัวหลักชุดแชมป์ เวิลด์ คัพ 2014 ที่หลงเหลือในทีมชุดปัจจุบัน เป็นเสาเอกในแดนกลาง เขาบงการเกมรุกของ เยอรมัน ด้วยการผ่านบอลทั้งสั้นและยาวนำไปสู่ประตูมากมายในเกมนี้

ขณะที่แนวรุกได้ตัวชูโรงคนใหม่ กนาบรี้ ยิ่งเล่นยิ่งเด่นนับตั้งแต่ผงาดขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่ โดยจากแฮททริคในเกมนี้ทำให้เขากดไปแล้ว 13 ประตูจากการรับใช้ชาติ 13 นัดด้วย โดยเป็นคนแรกที่ทำได้นับตั้งแต่ แกร์ด มุลเลอร์ เมื่อ 50 ปีก่อน

นับเป็นสัญญาณที่ดีที่ได้เห็นจาก เยอรมัน ในการที่พวกเขาอาจใช้เวลาไม่นานในการกระเด้งตัวเองกลับมาเป็นยักษ์ใหญ่ในเวทีนานาชาติอีกครั้ง

ด้วยการที่หลายๆ ชาติเริ่มแสดงผลิตผลจากการผลัดเปลี่ยนขุมกำลังในช่วงขวบปีที่ผ่านมา รวมถึง ฮอลแลนด์ และ อิตาลี น่าจะทำให้ ยูโร 2020 ในช่วงซัมเมอร์หน้า เป็นทัวร์นาเมนต์ที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่า ฟุตบอลโลก 2018 ก็ได้

และใครกำลังหาเว็บไซด์ที่น่าตื่นตาตื่นใจอยู่ล่ะก็ต้องนี่เลยกับ Sbobet777 ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99
Facebook Comment