breadcrumb symbol ข่าว breadcrumb symbol ข่าวฟุตบอล
" 5 ยอดแข้งแขวนเกือกมือเปล่า "

" 5 ยอดแข้งแขวนเกือกมือเปล่า "

อัพเดตเมื่อ : May 10, 2020 12:23am โดย : admin

บรรดานักเตะชั้นนำมากมายต่างต้องเคยได้ชูโทรฟี่แชมป์ที่เป็นเหมือนหลักฐานแสดงความสุดยอดของเขาอย่างน้อยก็สักครั้งในชีวิต
แต่ก็อีกนั่นแหละ มันไม่จำเป็นว่าสุดยอดนักเตะต้องได้สัมผัสถ้วยแชมป์ มันก็มีหลายเหตุผลที่ทำไมเขาคนนั้นถึงไม่ได้ไปถึงจุดสูงสุดอย่างที่ตั้งความหวังไว้
และนี่คือ 5 นักเตะที่ว่ากันว่าฝีเท้าส่วนตัวเอกอุ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้แชมป์มาประดับโปรไฟล์ตัวเอง
>> แมตต์ เลอ ทิสซิเอร์
ในยุคที่กองกลางชาวอังกฤษมีแต่สายพละกำลัง แมตต์ เลอ ทิสซิเอร์ โดดเด่นขึ้นมาด้วยเทคนิค, ทักษะ และ วิสัยทัศน์ ที่เหนือกว่าคนอื่นๆ และมันอาจเป็นเพราะจุดนี้เองที่ทำให้เขาไม่ได้โอกาสรับใช้ชาติมากกว่า 8 นัด
เลอ ทิสซิเอร์ เก่งกาจในเรื่องการสังหารจุดโทษเพราะยิงเข้าเป้า 47 จาก 48 ครั้ง โดยเขาเป็นมิดฟิลด์คนแรกที่ยิงครบ 100 ประตูใน พรีเมียร์ลีก และเคยได้รับเลือกเป็นนักเตะดาวรุ่งแห่งปีของ พีเอฟเอ เมื่อปี 1990 ด้วย
แม้ว่าได้รับความสนใจจาก เชลซี, สเปอร์ส และ อาร์เซน่อล แต่ เลอ ทิสซิเอร์ เลือกที่จะภักดีและค้าแข้งกับ เซาธ์แฮมป์ตัน เพียงสโมสรเดียวตลอดระยะเวลา 16 ปีในอาชีพค้าแข้งของเขาที่สุดท้ายแล้วทำไป 209 ประตูจาก 540 นัด
และมันเป็นเพราะความซื่อสัตย์ของเขานี่เองที่ทำให้เขาไม่ได้สัมผัสถ้วยแชมป์ใดๆ เพราะการเล่นให้ เซาธ์แฮมป์ตัน ไม่ได้ช่วยให้เขาได้ลุ้นล่าความสำเร็จ แต่เป็นการต่อสู้เพื่อหนีตกชั้นมากกว่า
>> จอห์นนี่ เฮย์นส์
จนถึงทุกวันนี้ จอห์นนี่ เฮย์นส์ ยังคงได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะที่เก่งกาจที่สุดในประวัติศาสตร์ของ ฟูแล่ม รูปปั้นของเขายังคงตั้งตระหง่านเป็นสง่าอยู่ตรงทางเข้าสนาม คราเว่น ค็อทเทจ เพื่อชี้ให้เห็นถึงการรับใช้สโมสรอย่างซื่อสัตย์ร่วมๆ 2 ทศวรรษ
เฮย์นส์ ถือเป็นหนึ่งในตัวหลักในทีมชาติอังกฤษหลังเล่นไป 56 นัด โดย 22 จากนั้นเป็นการลงสนามในฐานะกัปตันเสียด้วย ซึ่งเจ้าตัวยิงไป 18 ประตู, ลงเล่นใน ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย 2 สมัย และเป็นที่คาดหมายว่าจะเป็นหนึ่งในสมาชิกชุด เวิลด์ คัพ 1966 ที่สุดท้ายพวกเขาเป็นแชมป์บนแผ่นดินตัวเอง แต่ก็ชวดไปเพราะอาการบาดเจ็บ
เจ้าของฉายา "เดอะ แมสโตร (The Maestro)" เล่นฟุตบอลได้อย่างสง่างามและถนัดทั้ง 2 เท้า แต่น่าเสียดายที่อาการบาดเจ็บขาหักเมื่อปี 1962 ทำให้เขาฟอร์มตกลงไป ไม่ใช่ เฮย์นส์ คนเดิมอีกต่อไป
เฮย์นส์ ที่เป็นแข้งคนแรกสุดที่รับค่าจ้างสัปดาห์ละ 100 ปอนด์ ลงเล่นให้ ฟูแล่ม ทั้งสิ้น 657 นัด ทำได้ 157 ประตู โดยช่วงเวลาที่ใกล้เคียงแชมป์มากที่สุดคือการผ่านถึงรอบรองฯ เอฟเอ คัพ 2 ครั้ง
หลังแขวนสตั๊ดในวัย 35 ปี เฮย์นส์ ไปเล่นให้ เดอร์แบน ซิตี้ และคว้าแชมป์ เนชั่นแนล ฟุตบอล ลีก แอฟริกาใต้ ทว่ามันไม่ได้รับการยอมรับในฐานะแชมป์รายการใหญ่จาก ฟีฟ่า ในเวลานั้น
>> จูเซ็ปเป้ ซินญอรี่
ชื่อของ จูเซ็ปเป้ ซินญอรี่ อาจไม่ทำให้แฟนบอลกระดิกหูสักเท่าไร เพราะตลอดอาชีพค้าแข้งของเขาแทบไม่ได้เล่นให้ทีมระดับท็อปเลย โดยช่วงพีคที่สุดของเขาเป็นสมัยค้าแข้งกับ ลาซิโอ ในช่วงปี 1992-1997 ที่ทำได้ถึง 107 ประตูจาก 152 นัด
ซินญอรี่ เคยคว้ารางวัล "คาโปคันโนนิเอเร่" หรือรางวัลดาวซัลโวของ กัลโช่ เซเรีย อา 3 สมัย ผลงาน 188 ประตูจาก 355 นัด ทำให้เขาเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลอันดับ 9 ของลีกสูงสุดเมืองมะกะโรนี โดยอยู่เหนือกว่าทั้งกาเบรียล บาติสตูต้า, ฟิลิปโป้ อินซากี้ และ เอร์นาน เครสโป
ในทีมชาติอิตาลี ซินญอรี่ ลงเล่นเพียง 28 นัดเพราะเป็นยุคที่มีดาวรุ่งพุ่งขึ้นมาอย่าง อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ กับ ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ รวมถึงมีปัญหาทะเลาะกับ อาร์รีโก้ ซ้าคคี่ ทำให้เขาไม่ถูกเรียกตัวไปรับใช้ชาติตั้งแต่ปี 1995
อดีตหัวหอกโบโลญญ่าเก่งกาจเรื่องลูกตั้งเตะด้วย โดยเป็นหนึ่งใน 2 นักเตะร่วมกับ ซินิซ่า มิไฮโลวิช ที่ทำแฮททริคด้วยการยิงฟรีคิกในประวัติศาสตร์ของ เซเรีย อา
น่าเสียดายที่  ซินญอรี่ ย้ายออกจาก ลาซิโอ ก่อนถึงยุคทองภายใต้การนำทัพของ สเวน โกรัน อีริคส์สัน ทำให้เขาพลาดโอกาสได้ชูโทรฟี่แชมป์นั่นเอง
>> ทอม ฟินนี่ย์
เซอร์ ทอม ฟินนี่ย์ เป็นหนึ่งในนักเตะที่ถูกยกย่องว่าเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์ ด้วยผลงานสุดยอดสมัยเล่นให้ เปรสตัน และ ทีมชาติอังกฤษ
ในช่วงแรกๆ ของอาชีพค้าแข้งของ ฟินนี่ย์ ดันเป็นช่วงเวลาไล่เลี่ยกับ สงครามโลกครั้งที่ 2 แต่เขาก็ยังสร้างชื่อให้ตัวเองในทัวร์นาเมนต์ในช่วงสงคราม พอฟุตบอลลีกกลับมาแข่งขันตามปกติ เขาเลยผงาดขึ้นมาเป็นหนึ่งในพ่อค้าแข้งที่ดีที่สุดในประเทศ
ฟินนี่ย์ ทำหน้าที่แบกทัพ เปรสตัน อยู่คนเดียวจนถึงขั้นที่มีการเล่นมุกกันว่าพวกเพื่อนร่วมทีมควรแบ่งค่าจ้างของตัวเองให้เขาด้วยซ้ำ หลักฐานที่ว่า เปรสตัน พึ่งพาเขามากแค่ไหนปรากฎเด่นชัดในตอนที่พวกเขาตกชั้นในซีซั่นที่ ฟินนี่ย์ แขวนเกือกและพวกเขาไม่ได้เลื่อนชั้นอีกเลยใน 30 ปีหลังจากนั้น
ในระดับทีมชาติ ฟินนี่ย์ รับใช้ทัพ "สิงโตคำราม" 76 นัด ทำได้ 30 ประตู โดยเจ้าตัวได้รับพระราชทานยศท่านเซอร์เมื่อปี 1961
>> อันโตนิโอ ดิ นาตาเล่
ไม่เหมือนกับนักเตะส่วนใหญ่ที่มักจะโดดเด่นในช่วงเริ่มแรกของอาชีพค้าแข้ง อันโตนิโอ ดิ นาตาเล่ กว่าจะถึงช่วงพีคของตัวเองก็ปาเข้าไปเกินอายุ 30 แล้ว
ดิ นาตาเล่ เป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลอันดับ 6 ของ เซเรีย อา ด้วยตัวเลข 209 ประตู โดยเคยเป็นดาวซัลโวของ เซเรีย อา 2 สมัย และได้รับเลือกเป็นนักเตะอิตาเลี่ยนแห่งปีของ เซเรีย อา เมื่อปี 2010
อดีตดาวเตะวัย 42 ปี เริ่มต้นอาชีพกับ เอ็มโปลี ก่อนพาสโมสรเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุด ตามด้วยการย้ายไป อูดิเนเซ่ ที่เขาค้าแข้งด้วยเป็นเวลา 12 ปี จนเป็นนักเตะที่ลงสนามมากที่สุดและยิงประตูมากที่สุดให้สโมสรใน เซเรีย อา
ช่วงเวลาที่ ดิ นาตาเล่ ใกล้เคียงกับถ้วยแชมป์มากที่สุดเป็นสมัยเล่นให้ อิตาลี ในเกมแพ้ สเปน 0-4 ในนัดชิงชนะเลิศ ยูโร 2012
 
ถึงนักเตะฝีเท้าดีจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน แต่คุณก็ขยับไปหาฝั่งฝันของตัวเองได้กับ MYSBOBET มั่นคงเชื่อใจได้ ติดต่อเรามาเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
---------------------------------------------
เห็นก่อน อ่านก่อน !!
กด "ติดตาม" และเลือก "เห็นโพสต์ก่อน (See First) "
https://www.facebook.com/cheerball/
บทความดีๆ เรื่องราวกีฬาฟุตบอล
เรานำเสนอให้คุณได้อ่านทุกวัน
---------------------------------------------
Facebook Comment